่กลางวันของสารทฤดู ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆบดบัง พลานุภาพของอากาศร้อนเป็อย่างยิ่ง พระอาทิตย์แผดเผา ส่องกระทบดวงตาของหวังเฮ่าจนต้องหรี่ตาลง หน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬ
เขาออกมาจากหมู่บ้านหวัง วิ่งเหยาะๆ ตลอดทาง ผ่านตําบลชิงอวี๋ แล้ววิ่งตรงไปข้างหน้าอีกหลายสิบลี้ ในที่สุดก็มาถึงโรงรับจํานําของตระกูลเฮ่อในอำเภอเฟิงหยางที่เขาเคยทํางานยามเที่ยงตรง
โรงรับจํานําไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อห้าปีก่อน หลงจู๊ยังคงเป็ผู้เฒ่าเฮ่อที่ดูซื่อสัตย์และเฉลียวฉลาด เสี่ยวเอ้อร์ยังคงเป็เฮ่อผิงอันบุตรชายร่างอ้วนโง่เขลาเล็กน้อยของผู้เฒ่าเฮ่อ
โดยปกติคนจะขาดแคลนเงินกันอย่างหนักใน่ปลายปีและ่เริ่มต้นเข้าสู่วสันตฤดู ทำให้มีคนมาจำนำของกับโรงรับจำนำเป็จำนวนมาก
ยามนี้เป็สารทฤดู จำนวนคนที่มาจำนำของมีไม่มาก คนซื้อของเองก็เช่นกัน
ทว่าผู้เฒ่าเฮ่อมีการจัดการที่เข้มงวดยิ่ง แม้ว่าจะไม่มีลูกค้า เขาและบุตรชายก็ยังคงอยู่ในร้าน ไม่ได้กลับบ้านไปพักกลางวัน
ผู้เฒ่าเฮ่อเอ่ยอย่างประหลาดใจ “นี่ไม่ใช่หวังเฮ่าหรอกหรือ ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่หรือไม่?”
“ท่านลุงเฮ่อ ท่านมิได้มองผิด เป็ข้าเองขอรับ ท่านยังเหมือนกับเมื่อหลายปีก่อน ยิ่งมีอายุก็ยิ่งแข็งแรงขึ้น” หวังเฮ่ายิ้มตาหยีเอ่ยคำพูดเยินยอหลายประโยค แล้วเอ่ยถึงจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ “ข้ามาที่โรงรับจํานําเพราะมีเื่รบกวนท่าน ข้ามีเงินไม่มากนัก แต่อยากซื้อเสื้อนวมฝ้ายและผ้าห่มเก่าสำหรับบุรุษ สตรีและเด็กเล็กใช้ในฤดูหนาวจำนวนหนึ่ง”
ครั้นผู้เฒ่าเฮ่อได้ยินว่าการซื้อขายมาถึงหน้าประตู ก็ยิ้มกว้างขึ้นอีกหนึ่งส่วน “คนหนุ่มเช่นเ้าพอจากไปก็ไปเสียหลายปี พวกข้ายังคิดถึงเ้าเสมอ ในที่สุดเ้าก็กลับมาเยี่ยมเยียนแล้ว”
ผู้เฒ่าเฮ่อมีจรรยาบรรณในอาชีพสูง เขาไม่ถามหวังเฮ่าว่าซื้อเสื้อผ้าเหล่านี้ไปทําสิ่งใด เอ่ยไปพลางโบกมือให้เฮ่อผิงอันที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจไปพลาง ให้เขาไปหาเสื้อผ้าฝ้ายเก่าที่คลังเก็บสินค้า
โรงรับจํานําตระกูลเฮ่อของผู้เฒ่าเฮ่อเป็มรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ และมีมากกว่าหนึ่งแห่ง ในอําเภออื่นๆ ยังมีอีกสองแห่ง ทว่าสองแห่งนั้นเป็ของเหล่าพี่น้องของผู้เฒ่าเฮ่อ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา
ผู้เฒ่าเฮ่อเป็พ่อค้ากิจการขนาดเล็ก ฉลาดเพียงเล็กน้อยแต่ไม่มีสติปัญญาอันดีเยี่ยม เขาสามารถรักษาให้คงไว้ได้ ทว่าไม่สามารถบุกเบิกการค้าได้
ผู้เฒ่าเฮ่อเข้ามาดูแลโรงรับจํานําแห่งนี้ต่อจากบิดา หลายปีที่ผ่านมาการค้าขายไม่ได้ขยับขยายเพิ่มขึ้นเลย
หวังเฮ่าเคยเป็เสี่ยวเอ้อร์ที่โรงรับจํานําอยู่ครึ่งปี
ในยามนั้นหวังเฮ่าตั้งใจเรียนรู้ในการจำแนกราคาสิ่งของกับผู้เฒ่าเฮ่อยิ่ง เขาเป็คนช่างพูดคุย ขยันขันแข็งและยังรอบคอบ ทํางานในโรงรับจำนำได้ไม่เลว มีหลายครั้งที่เขาพบโอกาสทางการค้าและแนะนําต่อชายชรา แต่น่าเสียดายที่ผู้เฒ่าเฮ่อไม่ยอมรับคำแนะนำจากเขา หลังจากนั้นผู้เฒ่าเฮ่อก็ได้แต่รู้สึกเสียใจในภายหลัง
“ท่านลุงเฮ่อ พอข้าไปเป็ทหาร สองปีแรกก็ไม่ได้กลับมา ปีที่สามจึงได้กลับบ้าน เดินทางไปกลับสี่ร้อยลี้ อยู่บ้านได้ไม่กี่วันก็ต้องกลับไปที่ค่ายทหาร ข้าไม่มีเวลามาเยี่ยมท่านและผิงอันจริงๆ ปีนี้ข้ากลับจากค่ายทหารก็เพื่อมาแต่งงานขอรับ”
ผู้เฒ่าเฮ่อหัวเราะเหอๆ แล้วเอ่ยว่า “ไม่เลว เ้าแต่งภรรยาแล้ว!” ยังเอ่ยอย่างภาคภูมิใจอีกว่า “ผิงอันก็แต่งภรรยาแล้ว และยังกลายเป็บิดาแล้วด้วย”
เฮ่อผิงอันก้มลงหาเสื้อนวมผ้าฝ้ายเก่าในห้องเก็บของด้านหลัง ได้ยินผู้เฒ่าเฮ่อเรียกชื่อเขาก็รีบวิ่งออกมา ระยะห่างของดวงตาทั้งสองข้างของเขากว้างกว่าคนทั่วไปถึงหนึ่งเท่า ดูแล้วตลกเล็กน้อย เขาเงยศีรษะโตๆ ขึ้น เสียงพูดค่อนข้างคลุมเครือ เหมือนอมม่ายหยาถังไว้ในลําคอ “ท่านพ่อ ท่านเรียกข้าหรือขอรับ?”
ผู้เฒ่าเฮ่อก็ไม่ได้โกรธ ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ข้าบอกว่าเ้าเป็บิดาคนแล้ว!”
“ข้ามีบุตรชายแล้ว” เฮ่อผิงอันยื่นนิ้วมือสองนิ้วไปทางหวังเฮ่า เอ่ยเสียงดังว่า “บุตรชายสองคน!”
“ผิงอัน ยินดีกับเ้าด้วย!” หวังเฮ่าอวยพรออกมาจากใจจริง “ท่านลุงเฮ่อ ยินดีกับการเป็ท่านปู่ด้วยขอรับ”
ผู้เฒ่าเฮ่อแหงนหน้าขึ้นหัวเราะเสียงดัง เริ่มเอ่ยชมหลานชายอย่างไม่รู้จบ “หลานชายสองคนของข้าฉลาดยิ่งนัก หน้าตาก็ดี ดวงตาก็งดงาม ใบหูก็งาม อายุหนึ่งขวบกว่าก็พูดเก่งแล้ว...”
หวังเฮ่ามีเวลาไม่มาก ไม่อาจอยู่ที่นี่ได้นาน จึงได้แต่เอ่ยขัดจังหวะว่า “ท่านลุงเฮ่อ ครั้งนี้ข้ามาอย่างเร่งรีบ ทำให้ไม่อาจไปเยี่ยมหลานชายทั้งสอง คราวหน้าเมื่อข้ามีโอกาสต้องไปเยี่ยมอย่างแน่นอน ข้าต้องรีบเดินทาง รบกวนท่านกับผิงอันช่วยเลือกเสื้อผ้าเก่าๆ แต่สภาพดีให้จำนวนหนึ่งด้วยขอรับ”
“เช่นนั้นเ้าไปเลือกกับข้าที่ด้านหลัง” ผู้เฒ่าเฮ่อพาหวังเฮ่าเข้าไปในห้องเก็บของที่มีสินค้าเก่ากองเป็ูเา “กำลังเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ข้าตั้งใจเก็บรวบรวมเสื้อกันหนาวเหล่านี้จากสถานที่ต่างๆ นี่เป็สินค้าที่เพิ่งมาถึงเมื่อสองวันนี้ เ้าโชคดีนัก มาได้ทันเวลาพอดี”
หวังเฮ่ามีประสบการณ์มากมายในการเลือกเสื้อผ้า ไม่นานก็เลือกเสื้อนวมฝ้าย กางเกงผ้าฝ้ายเก่าสำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่นำไปซักตากให้แห้งก็สามารถสวมใส่ได้ออกมาสิบกว่าตัว ยังมีผ้าห่มหลายผืน ให้ผู้เฒ่าเฮ่อคํานวณราคา แล้วให้เฮ่อผิงอันนำเชือกป่านมาผูกอย่างระมัดระวัง และซื้อเกวียนล้อเดียวสภาพใหม่หกส่วนจากโรงรับจํานํา นำสิ่งของทั้งหมดใส่บนเกวียน
เขาซื้อของที่โรงรับจำนำตระกูลเฮ่อไปมากมายขนาดนี้ ใช้เงินทั้งหมดแปดร้อยเหรียญทองแดง ซึ่งคุ้มค่ากว่าการซื้อใหม่ยิ่ง
“เ้าอยู่ในค่ายทหารก็ตั้งใจทำหน้าที่ให้ดี ไม่แน่ว่าอาจจะได้เป็ทหารของทางการก็ได้!” ผู้เฒ่าเฮ่อรู้ว่าหวังเฮ่าได้สร้างความดีความชอบก็แอบทอดถอนใจ บุตรชายผู้โง่เขลาของตนต่างจากหวังเฮ่ามากเกินไป ทว่าเมื่อคิดอีกที หวังเฮ่าไม่มีบุตรชาย จุดนี้เทียบกับบุตรชายโง่เขลาของเขาไม่ได้ ทันใดนั้นในใจก็สงบลงแล้ว
เฮ่อผิงอันช่วยหวังเฮ่าเข็นเกวียนล้อเดียวออกจากประตูอำเภอและยังเดินต่อไปอีกสองลี้ ในปีนั้นตอนที่หวังเฮ่าทํางานในโรงรับจํานํา เขาไม่เคยรังแกเฮ่อผิงอันที่สติปัญญาต่ำ ยังสอนเฮ่อผิงอันให้รู้อักษรและคิดเลข อย่ามองว่าเฮ่อผิงอันโง่เขลา แต่เขาจําได้เสมอว่าหวังเฮ่าเป็คนที่ดีต่อตนจากใจจริง
หวังเฮ่าบอกลาเฮ่อผิงอัน จากนั้นก็เข็นเกวียนล้อเดียวสาวเท้าก้าวใหญ่ไปตามทาง
จุดหมายที่เขาจะไปคือหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียน
จากหมู่บ้านหวังถึงหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนเป็ระยะทางเจ็ดสิบลี้ ยามนี้เขาเดินมาได้ห้าสิบลี้แล้ว
เนื่องจากมีถนนบนูเาสิบกว่าลี้ เขาเข็นเกวียนล้อเดียวย่อมเดินทางไม่สะดวก ดังนั้นความเร็วของเขาจึงเร่งขึ้นอีก เร็วกว่าคนหนุ่มสาวที่เดินด้วยตัวเปล่าเสียอีก
เดินต่ออีกห้าลี้ก็มาถึงตำบลสุดท้ายที่ต้องผ่านไปยังหมู่เสี่ยวเฉวียน เขาหาโรงเตี๊ยมเล็กๆ ของที่นี่แล้วสั่งน้ำชาร้อนสองชาม จากนั้นก็กินซาลาเปาสิบลูก ไข่เป็ดสองฟองที่นำมาจากบ้านกับน้ำชา นั่งพักให้หายเหนื่อยหนึ่งเค่อ แล้วซื้อเนื้อหมูยี่สิบกว่าจิน เกลือห้าจิน และน้ำตาลห้าจินจากถนน ใช้เงินไปสามร้อยกว่าเหรียญทองแดง
ด้วยเหตุนี้เอง เขาใช้เงินหนึ่งตำลึงและอีกหนึ่งร้อยกว่าเหรียญทองแดง เพื่อซื้ออาหารและเสื้อผ้าจนเต็มเกวียน
“ท่านลุง ถนนสายนี้มุ่งไปสู่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนใช่หรือไม่ขอรับ?” หวังเฮ่าไม่เคยมาที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียน ครั้งนี้ถือเป็ครั้งแรกของเขา ทว่าขอเพียงยินยอมถาม ตนเชื่อว่าจะได้คำตอบอย่างแน่นอน
เขายืนอยู่ตรงสี่แยกของถนนสายหลัก สอบถามมาแล้วสี่คนล้วนไม่ได้คำตอบ
ชายชราร่างผอมหาบไม้คานเปล่าผู้หนึ่ง เอ่ยตอบด้วยความหวังดีว่า “เ้าหนุ่ม เ้าจะไปหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนหรือ? ที่นั่นไกลยิ่ง จากถนนสายนี้ตรงไปข้างหน้าก็เป็ทางบนูเาแล้ว ต้องข้ามเขาสองลูก เ้าเข็นเกวียนคงต้องเร็วขึ้นสักหน่อย มิฉะนั้นถึงตอนกลางคืนจะมีสัตว์ป่าออกมากินคน”
“ขอบคุณท่านลุง!” ครั้นหวังเฮ่าได้ยินว่าต้องข้ามูเาใหญ่สองลูก ยามกลางคืนมีสัตว์ป่าออกหากิน ก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด ยังคงเข็นเกวียนล้อเดียวมุ่งไปข้างหน้า
เส้นทางบนูเาขรุขระ โชคดีที่มีถนน และความกว้างของถนนเกือบจะไม่พอให้เกวียนผ่านไปได้
ก่อนมาหวังเฮ่าได้สอบถามผู้เฒ่าหวังและหวังจื้อที่เคยมาที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนแล้วสองครั้งอย่างชัดเจน ทางบนูเาสายนี้สามารถแบกเกี้ยวและเข็นเกวียนผ่านไปได้
เห็นว่าูเาไม่สูงนัก แต่ระยะทางปีนขึ้นมากลับไกลยิ่ง หวังเฮ่าใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วยามจึงข้ามูเาลูกแรกได้ เหลือบมองเห็นพระอาทิตย์กําลังจะตกดิน เขาก็ไม่กล้านั่งพัก รีบออกเดินทางต่อ
จะว่าไปแล้วก็บังเอิญนัก ขณะปีนูเาลูกที่สอง ก็เห็นคนเดินลงมาจากเขาพอดี
