บทที่ 15 การตอบสนองของตระกูลเมิ่ง
แม้ว่าลู่เหว่ยเฉินจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กลับไม่มีทีท่าลังเลใจ รีบเปิดประตูออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นประมุขและผู้เฒ่าหลายคนอยู่ตรงนั้นก็รีบถ่ายทอดคำพูดของลู่อวี่ทันที
เมื่อลู่เหว่ยจุนและคนอื่นๆ ได้ยินเช่นนั้นจึงส่งพลังจิตเพ่งมองเข้าไปในห้องปรุงโอสถทันทีแต่ได้ยินเพียงเสียงร้องอุทานด้วยความใของลู่เหว่ยตงว่า “ผู้เฒ่าสิบหกจะฝ่าด่านตงซวนแล้ว เกิดอะไรขึ้น? เกิดเื่อะไรขึ้นข้างใน?” ในขณะที่เขาถามคำถามนี้ก็พลางโบกมือขึ้นจากนั้นก็มีแสงที่นุ่มนวลปรากฏขึ้นมาห่อหุ้มตัวเตาหลอมยาอายุวัฒนะไว้และถอยร่นพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
เพราะใกล้ถึงเวลาที่เตาหลอมยาอายุวัฒนะจะเปิดเตาแล้ว จึงไม่มีความจำเป็ต้องใช้ไฟปฐีมาเพิ่มความร้อนอีกต่อไปดังนั้นหากจะเคลื่อนย้ายเตาหลอมยาอายุวัฒนะไปก็ไม่เป็อะไร
เวลานี้ลู่เหว่ยจุนและผู้เฒ่าทั้งหลายต่างรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงแม้จะใ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้ จึงรีบเตรียมพร้อมทันที เมื่อนักพรตบรรลุถึงขั้นพลังจิตแล้ว ทุกครั้งที่จะบรรลุขั้นขึ้นเพื่อฝ่าด่านไปอีกขั้นได้ก็มักจะโดนทัณฑ์์ลงโทษ ตระกูลใหญ่เช่นตระกูลลู่มีหรือจะไม่เตรียมการเฉพาะเพื่อเอาชนะภัยพิบัติในครั้งนี้? แต่ผู้เฒ่าห้ากำลังจะฝ่าภัยพิบัตินี้โดยไม่มีสัญญาเตือนใดๆ และพวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อลดอันตรายให้เขาในระหว่างเกิดภัยพิบัตินี้ ส่วนคนอื่นๆ ก็ใช่ว่าไม่อยากช่วย เพียงแต่ไม่สามารถช่วยได้ก็เท่านั้น!
“ไม่ใช่ว่าดูลู่อวี่ปรุงยาอายุวัฒนะอยู่เพียงครู่เดียวหรอกหรือ?” ผู้เฒ่ารองบ่นพึมพำ ขณะเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยสายตาเหม่อลอย เขาเองก็จมปลักอยู่กับขั้นพลังจิตมานานสิบกว่าปีแล้ว เหตุใดถึงดวงไม่ดีเช่นนี้? แต่จู่ๆ ก็เข้าใจอะไรบางอย่าง?
เดิมทีลู่หงชางมีพร์และคุณสมบัติที่ดีที่สุดในบรรดาลูกหลานวัยเดียวกันในตระกูลลู่ และเป็หนึ่งในผู้ที่ถูกวางตัวไว้ให้เป็ประมุขของตระกูลในเวลานั้น แต่เป็เพราะเสียเวลาอยู่ใน่ปลายขั้นพลังจิตถึงแปดสิบปี กว่าจะสามารถข้ามขั้นพลังยุทธ์ และฝ่าอุปสรรคขวากหนามไปได้ ไม่เช่นนั้นตำแหน่งประมุขของตระกูลจะตกมาเป็ของลู่เหว่ยจุนได้อย่างไร? เป็เพราะลู่เหว่ยจุนติดอยู่ในขั้นพลังจิตเพียงสามปีเท่านั้น เป็เพราะเหตุนี้ผู้เฒ่ารองถึงได้ยึดติดอยู่กับตำแหน่งประมุขมาโดยตลอด และถือได้ว่าเป็ปมในใจของเขาเลยก็ว่าได้
เดิมทีคิดว่าคุณสมบัติอย่างลู่หงิ ที่ไม่ขยันในการฝึกบำเพ็ญเพียรอีกแล้ว ชาตินี้คงไม่มีทางบรรลุไปถึงขั้นตงซวนได้ แต่เขามีโอกาสและดวงดีไม่น้อย แม้ว่าจะอยู่ในขั้นฟันฝ่ามาเป็ร้อยปีแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเป็กังวลกับมันแม้แต่น้อย! มาดูตอนนี้ แค่เขายืนดูผู้อื่นปรุงยาอายุวัฒนะเพียงครู่เดียว ก็ผ่านด่านยากที่ใหญ่ที่สุดไปได้แล้ว เทียบกันตนเองที่ต้องเ็ปดิ้นรนกับมันมาเกือบร้อยปีนั้นคือสิ่งใดกันแล้วจะไม่ให้อัดอั้นตันใจได้อย่างไร?
โชคดีที่หลายคนที่เหลืออยู่ที่นี่ค่อนข้างจะเข้าใจผู้เฒ่าห้าดี ความบาดหมางที่มีก่อนหน้านี้ไม่มีอีกแล้ว เมื่อเห็นเขาเป็เช่นนั้นก็อดเห็นอกเห็นใจไม่น้อย
ผู้เฒ่าสี่ลู่หงเฟิงรีบกล่าวขึ้นมาทันที “ผู้เฒ่ารอง เ้ากำลังรู้สึกว่าตนเองมีอะไรที่ไม่ทัดเทียมอยู่หรือ อย่าว่าแต่ผู้เฒ่าในตระกูล หรือในตระกูลใหญ่จากสำนักอื่น มีคนไม่น้อยที่ตายใน่ขั้นพลังจิตและขั้นฟันฝ่า? อายุปูนนี้แล้ว หากบรรดาลูกหลานมาเห็นเข้าก็ไม่รู้จะถูกหัวเราะเยาะอย่างไร!”
ลู่หงชางกะพริบตาแรงๆ ผ่านไปนานกว่าจะถอนหายใจออกมายาวๆ และพูดโพล่งออกมาว่า “หนทางช่างยากลำบากยิ่งนัก...”
หลายคนได้ยินเช่นนั้นก็พากันเงียบกริบ! แต่ในเวลานี้ ผู้เฒ่าห้ากำลังเอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติในห้องปรุงโอสถ พวกเขายิ่งไม่สามารถอยู่ห่างได้ แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้เกินไป จึงได้แต่อยู่เฝ้าระวังห่างออกไปเพียงไม่กี่จั้งเท่านั้น
โชคดีที่เป็เพียงทัณฑ์์ขั้นตงซวน รัศมีจึงไม่กว้างมาก อยู่ห่างเพียงเท่านี้ก็นับว่าเพียงพอแล้ว
ลูกหลานในตระกูลที่ถูกลู่อวี่ไล่ออกมาก็มารวมตัวกันอยู่ที่ด้านนอกทางเข้าถ้ำปรุงยา ด้วยใบหน้าที่งุนงง จนถึงตอนนี้เองที่รู้ว่า ผู้เฒ่าห้าตระหนักรู้แล้วตอนที่นายน้อยกำลังปรุงยาอายุวัฒนะ และก้าวข้ามบรรลุขั้นฟันฝ่าไปได้ในเวลานั้นและกำลังจะข้ามภัยพิบัติของขั้นตงซวนแล้ว!
“ไม่ผิดแน่หรือ? เช่นนี้ก็สามารถผ่านขั้นฟันฝ่าได้ เหตุเพราะการเปลี่ยนแปลงของธาตุทั้งห้าหรือ?”
“มันแปลกหรือ? หากโชคดีตระหนักรู้ได้สักครั้ง ฝ่าภัยพิบัติทัณฑ์์ขั้นตงซวนได้ก็สามารถเสวยสุขกับอายุยืนยาวถึงแปดร้อยปีอยู่กับพลังยุทธ์ขั้นตงซวนได้แล้ว ทั้งยังได้รับสมญานามว่าเป็ผู้มีความรอบรู้อีก”
“พูดจาไร้สาระ หากดวงดีก็จะตระหนักรู้ได้อย่างนั้นหรือ? หากเป็ไปตามที่เ้าว่า เมื่อเข้าสู่่หัวเลี้ยวหัวต่อก็ท่องเขาลำเนาไพรมันทุกวัน ไม่แน่เกิดวันไหนจู่ๆ เ้าอาจตระหนักรู้ขึ้นมาได้ เ้ากล้าทำเช่นนี้หรือไม่เล่า?หากไม่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันย่อมไม่เข้าใจอยู่แล้ว การจะผ่านด่านนี้ไปได้นั้นต้องใช้ทั้งโอกาสและสติปัญญา ขณะเดียวกันก็จำเป็ต้องสะสมพลังเวทของตนเองให้เพียงพอ มิฉะนั้น หากโอกาสมาถึงแล้วแต่พลังยุทธ์ไม่เพียงพอ การฝ่าภัยพิบัติย่อมล้มเหลว สุดท้ายคงได้แตกสลายกลายเป็เถ้าถ่าน ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ร้องไห้ด้วยซ้ำ!”
“เอาละ มันเป็เื่น่ายินดีที่ผู้เฒ่าห้ามีโอกาสตระหนักรู้สักครั้งเช่นนี้ เมื่อใดที่เอาชนะภัยพิบัติได้สำเร็จ ตระกูลลู่ของเราจะมีผู้มีความรอบรู้ในพลังยุทธ์ขั้นตงซวนเพิ่มมาอีกคน รวมกับยาอายุวัฒนะที่แสนวิเศษของนายน้อยแล้ว ขอเพียงทุกคนพยายาม ความหวังที่จะได้เป็ผู้มีความรอบรู้ ไม่แน่อาจจะมากกว่าตระกูลอื่นหลายเท่า เช่นนี้แล้วพวกเ้ายังจะเสียงดังกันไปด้วยเหตุใด มีความสุขอยู่กับตัวแต่กลับไม่รู้จักค่า”
“ใช่แล้ว นายน้อยย้ายเตาหลอมยาอายุวัฒนะไปไว้อีกห้อง ไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบอื่นตามมาหรือไม่ น่าเสียดายที่มีเพียงเหว่ยเฉินตามเข้าไปเท่านั้น ไม่แน่พวกเราอาจมีโอกาสตระหนักรู้อะไรขึ้นมาทันทีเช่นเดียวกัน”
“อืม! ฟ้ามืดแล้ว เวลานี้ไม่ใช่ว่าต้องนอนฝันแล้วหรือ…”
“จริงจังกันเสียบ้าง อย่าพูดจาไร้สาระ!”
ฟ้ามืดแล้วจริงๆ แต่ไม่ใช่เพราะค่ำแล้ว เป็เพราะหายนะกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นต่างหากคงอีกสักระยะกว่าทัณฑ์์จะลงทัณฑ์มาจริงๆ
แม้ว่าจะมีการพลิกผันเกิดขึ้นมากมายใน่การปรุงยาอายุวัฒนะเคล็ดวิชาปรุงยาห้าธาตุ แต่ลู่อวี่ยังคงปรุงยาอายุวัฒนะออกมาจนสำเร็จ เพราะดำเนินมาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว และไม่จำเป็ต้องใช้พลังไฟอีกต่อไป แต่ก็ยังได้รับผลกระทบอยู่บ้าง จำนวนยาอายุวัฒนะที่ปรุงออกมาได้จึงน้อยลง ครั้งนี้ปรุงยาอายุวัฒนะเคล็ดวิชาปรุงยาห้าธาตุ ได้เพียงยี่สิบสี่เม็ดเท่านั้น
หากเป็คนปรุงโอสถคนอื่นเมื่อทำได้ถึงระดับนี้ คงต้องจุดธูปบูชาเทพเ้าและเทพเซียนทั่วทั้งเทียนตูแล้ว แต่ลู่อวี่ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจ แต่ครั้งนี้ทุกเื่ที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุปัจจัย การที่มีผู้มีความรอบรู้ขั้นตงซวนเพิ่มขึ้นมาในตระกูลอีกหนึ่งคน ย่อมน่าดีใจกว่าการปรุงยาอายุวัฒนะเคล็ดวิชาปรุงยาห้าธาตุออกมาได้อยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รู้สึกผิดหวัง
“ลู่อวี่น้อยผู้นี้เป็คนไม่แสดงออก แต่หากได้เห็นกับตาแล้วรับรองว่าต้องตกตะลึง!” ผู้เฒ่าใหญ่ลู่หงเซิ่งอุทานออกมา คนไร้ค่าในอดีตของตระกูลลู่กลายมาเป็…ของตระกูลลู่แล้ว ไม่สิ หากข่าวแพร่สะพัดออกไป คงได้กลายเป็อัจฉริยะไร้เทียมทานของทั่วทั้งเทียนตูเป็แน่แท้
ผู้เฒ่าสี่ลู่หงเฟิงชำเลืองมองผู้เฒ่าใหญ่อย่างไม่พอใจ พร้อมกล่าวว่า " ใอะไรกันนัก น่ากลัวเสียจริง เดิมทีข้าคิดว่า ยาอายุวัฒนะที่ลู่อวี่น้อยปรุงออกมาได้ในครั้งนี้ สามารถนำกลับไปใช้ที่จวนได้ แต่ตอนนี้พวกเ้าดูเอาเองเถอะ พวกเ้าจะกล้านำยาอายุวัฒนะเหล่านี้กลับไปให้ผู้อื่นได้อีกหรือ?พวกเ้ามีใครกล้ารับประกันได้ว่าพวกเขาจะเก็บมันเป็ความลับ? เมื่อใดก็ตามที่มีข่าวลือหลุดลอดออกไป ไม่อยากจะคิดว่าตระกูลลู่ของเราจะกดดันเพียงใด?!”
“เช่นนั้นก็เอามาให้พวกเราสองสามคนใช้ก่อน ส่วนผู้ที่าุโน้อยกว่าก็จัดสรรปันส่วนยาอายุวัฒนะขั้นต่ำให้กับพวกเขา อย่างไรย่อมมีผลในระยะเวลาอันสั้นอยู่แล้ว ในภายภาคหน้าก็คอยดูว่าลู่อวี่จะฝึกฝนบรรลุพลังยุทธ์ถึงขั้นใด หากทุกอย่างราบรื่นระดับพลังยุทธ์เพิ่มสูงขึ้น และสามารถปรุงยาอายุวัฒนะขั้นสูงได้ คงไม่ต้องเป็กังวลใจกับแรงกดดันจากเื่อื่น” ผู้เฒ่ารองยังสามารถจัดการเื่ภายในตระกูลได้ดีดังเดิม ทั้งยังวิเคราะห์เื่ราวได้อย่างสมเหตุสมผล
ลู่เหว่ยจุนครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งและพูดว่า “มีผู้าุโในที่นี้น้อยเกินไป เช่นนั้นจงคัดเลือกเอาสมาชิกในตระกูลที่มีคุณสมบัติและอุปนิสัยที่เหมาะสมที่สุดจากคนทั้งหมดมาฝึกฝนได้ หากเป็เช่นนั้นคงสะดวกในการดูแลไม่น้อย จงจำเอาไว้ว่าไม่มีความลับใดในโลกที่จะเก็บงำไว้ได้ตลอดไป เช่นนั้นแล้วพวกเราทำได้เพียงแข็งแกร่งขึ้นก่อนที่ความลับจะถูกเปิดเผยก็พอแล้ว!”
“ใช่ คนที่แข็งแกร่งย่อมได้รับการเคารพ หากปราศจากความแข็งแกร่งแล้ว ทุกสิ่งย่อมว่างเปล่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือฝึกฝนให้ทุกคนในตระกูลลู่แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น” ผู้เฒ่าใหญ่พยักหน้าเห็นด้วย
ลู่เหว่ยจุนในฐานะประมุขของตระกูลลู่ รู้สึกพอใจกับเื่นี้ไม่น้อย ตอนนี้ลู่อวี่มีฝีมือเก่งกาจอย่างก้าวะโ เขาก็อดจะตั้งตารอคอยไม่ได้ ในอีกไม่ช้าตระกูลลู่จะต้องยิ่งใหญ่ขึ้น
ลู่หงจีคอยรับผิดชอบดูแลและบังคับใช้กฎประจำตระกูลมาโดยตลอด จึงมีความเข้าใจลูกหลานของตระกูลอย่างลึกซึ้งไม่น้อย เื่นี้คงต้องให้เขาเป็คนนำอย่างไม่ต้องสงสัย
“ตกลง ประเดี๋ยววันนี้ข้าจะกลับไปคัดเลือกพวกเขาให้ สิ่งสำคัญคือต้องดูอุปนิสัยและความประพฤติเป็หลัก ส่วนคุณสมบัติดูเป็ลำดับสุดท้าย!”
ผู้าุโอีกสี่คนก็เห็นด้วยและยุติเื่นี้เช่นกัน
แผนการก่อนหน้าของลู่อวี่ หลังจากปรุงยาอายุวัฒนะเคล็ดวิชาปรุงยาห้าธาตุแล้ว เดิมทีว่าจะเตรียมตัวยาอายุวัฒนะที่ใช้ปรุงยาตัวอื่นอีกสักหน่อย แต่กลับถูกผู้เฒ่าห้าขัดจังหวะการปรุงยาอายุวัฒนะ เมื่อสถานการณ์ไม่สะดวกเช่นนี้จึงไม่มีอารมณ์ปรุงยาอายุวัฒนะต่อ หลังจากฟื้นตัวจากการนั่งทำสมาธิแล้ว ถึงได้ลุกขึ้นเดินออกมาพร้อมกับลู่เหว่ยเฉิน
แม้ว่าผู้เฒ่าห้าจะตระหนักรู้ถึงเื่สำคัญบางอย่างและเข้าใกล้ธรณีประตูฝ่าด่านแล้ว แต่ยังมีระยะเวลา่หนึ่งระหว่างการฝ่าด่านและข้ามภัยพิบัติ ดังนั้นเมื่อลู่อวี่และลู่เหว่ยเฉินเดินออกไปอยู่ด้านนอกแล้ว ก็เห็นเพียงท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่เมฆ และััได้ถึงพลังิญญาในบริเวณใกล้เคียงที่มีความหนาแน่นผิดปกติ แต่ก็คงจะอีกสักระยะก่อนที่ทัณฑ์์จะลงทัณฑ์
“ท่านลุงสิบหกหมกมุ่นอยู่แต่กับยาอายุวัฒนะ จึงไม่ได้ใส่ใจกับการฝึกฝนบำเพ็ญเพียรมากนัก คิดไม่ถึงว่าร้อยปีมานี้จะมีคนมากมายในตระกูลลู่หยุดอยู่ที่ขั้นฟันฝ่า แต่ท่านลุงสิบหกกลับประสบความสำเร็จฝ่าไปถึงขั้นตงซวนได้เป็คนแรก!”
เมื่อได้ยินคำพูดที่แฝงไปด้วยความอิจฉาของลู่เหว่ยเฉิน ลู่อวี่ก็ยิ้มอย่างเฉยเมย การบรรลุจากขั้นฟันฝ่าไปจนถึงขั้นตงซวนได้ ย่อมเป็เพียงอุปสรรคด่านที่สองบนเส้นทางแห่งการฝึกฝนบำเพ็ญเพียรเท่านั้น ก่อนหน้ายังมีขั้นพลังจิตถึงขั้นฟันฝ่า จากนั้นก็เป็ขั้นเกิดเทพเ้า ขั้นหวนสู่สัจธรรม และขั้น์ บางทีการมีจุดมุ่งหมายชัดเจน บางอย่างที่ดูเหมือนใกล้เกินไป แต่กลับอยู่ไกลแสนไกลนั้นย่อมสร้างความเ็ปได้ยิ่งกว่า
“เส้นทางแห่งการฝึกฝนไม่เพียงแต่ได้ยกระดับร่างกายและจิติญญาเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงความสมบูรณ์แบบและความเพียรพยายามที่เชื่อมั่นตนเอง เ้าอาจพูดได้ว่าถนนเส้นนี้ยากลำบาก แต่ไม่อาจถอยหลังกลับได้อีกต่อไป เ้าอาจจะพูดได้ว่าทุกสิ่งในโลกล้วนเป็ไปตามสิ่งที่คิด เช่นนั้นแล้วย่อมต้องเคารพและเกรงกลัวมันด้วย ไม่เช่นนั้นร่างกายจะถูกย่อยสลายกลายเป็เถ้าถ่านบนเส้นทางแห่งความตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!” เพราะชาติก่อนลู่อวี่ไม่มีความเคารพและความเกรงกลัว เชื่อเพียงว่ายาอายุวัฒนะดีที่สุดและถึงขั้นคิดจะใช้ยาอายุวัฒนะเพื่อหลีกเลี่ยงทัณฑ์์ หลังจากทำความผิดมาแล้วก็ยังคงหวังผล จนธาตุไฟเข้าแทรก กลายเป็บ้าจนตัวตาย ดังนั้น คำพูดเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนว่าเขาเข้าใจและตระหนักรู้ถึงการฝึกบำเพ็ญเพียรของตนเองในชาติก่อน ไม่ใช่จงใจแกล้งยัดเยียดความรู้ให้ลู่เหว่ยเฉิน
ถึงแม้คำพูดเหล่านี้จะทำให้ลู่เหว่ยเฉินเกิดแรงบันดาลใจ และมองลู่อวี่อย่างลึกซึ้ง แต่กลับมีวูบหนึ่งแอบคิดในใจ ไม่รู้ว่า่นี้ตอนที่นายน้อยอยู่นอกตระกูลได้ผ่านเื่ราวอะไรมาบ้าง แต่การจะบอกกล่าวสิ่งนี้ออกมาได้ เห็นได้ชัดว่านายน้อยคงจะผ่านความยากลำบากมาไม่น้อยเช่นกัน
เพราะผู้เฒ่าห้าต้องฝ่าภัยพิบัติ เวลานี้บริเวณโดยรอบถ้ำปรุงยาของตระกูลลู่จึงถูกตั้งเป็เขตหวงห้าม นอกจากลู่อวี่และลู่เหว่ยเฉินที่เพิ่งออกมา คนอื่นๆ ต่างถูกไล่ให้ออกมานอกบริเวณกันแล้ว
ในเวลาเดียวกันลู่อวี่ยังได้รับสารจากลู่เหว่ยจุนด้วยว่าให้พวกเขารีบออกจากที่นั่นโดยเร็ว เื่การปรุงยาอายุวัฒนะไม่รีบร้อนเอาตอนนี้ ดังนั้นลู่อวี่จึงไม่ได้ไปพบกับบิดาและบรรดาผู้เฒ่า แต่กลับเดินไปยังที่พักของตนเองทันที
การฝ่าด่านภัยพิบัติสำหรับผู้อื่นแล้ว อาจเป็โอกาสได้เรียนรู้จากคนรอบข้าง แต่มันกลับไร้ประโยชน์สำหรับเขา ดังนั้นจึงไม่อยากเสียเวลารอ