“หลานย่าพวกเ้าหายไปแค่ครู่เดียว พากันเก็บพุทรามาเต็มสองถุงย่ามเลยรึ ทำไมถึงไม่มาเรียกย่าและแม่ไปช่วยเก็บเล่า”
“พุทราต้นไม่สูงเ้าค่ะ พวกเราเก็บกันได้ ไว้วันหลังพวกท่านค่อยไปเก็บต้นที่มันสูง ยังมีอีกหลายต้น วันนี้กินในถุงย่ามนี้ไปก่อนเดี๋ยวก็มืดแล้ว”
“เอ๊ะ? นั่นข้างหลังกระโจม เป็ต่อไม้ใหญ่สีดำ มันดูใหญ่มาก”
“ใช่แล้วหลานปู่มันเป็ตอไม้ใหญ่สีดำ คงจะถูกฟ้าผ่ามานานแล้ว มันคงจะต้นสูงใหญ่ที่สุดในป่านี้ ดูรากมันมาถึงตรงนี้เลย ที่วางอยู่ข้างกระโจมเ้าเห็นไหม นั่นคือรากของไม้ใหญ่ปู่จะเอามาทำฟืนไว้ก่อกองไฟ ตอนกลางคืน”
“ท่านปู่เ้าค่ะ ข้ารู้สึกว่ามีหินหลากสี อยู่ข้างในวงล้อมของตอไม้ใหญ่สีดำนั่นเ้าคะ”
“จริงหรือหลานปู่ ? ดีเลยอย่างงั้นเราก็พักกันอยู่ที่นี่ ผลไม้ก็มีกินน้ำก็มี พวกเราจะช่วยกันขุดหินสีที่หลานบอก”
ลี่จูและลี่กัน ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ ที่พวกเขาเชื่อคำพูดของเด็กน้อยอย่างซินหยาง คืนนั้นทั้งสองคนเปลี่ยนเวรกันอยู่ยามและคงเป็ทุกคืน ในเมื่อรอบตัวมีแต่เด็กและผู้หญิง
“ให้ท่านปู่ของเ้าพักผ่อนก่อน ซินหยางก้อนหินสีที่ลูกบอก อยู่ในวงล้อมสีดำของตอไฟไหม้นี้ใช่หรือไม่ ถ้าขุดทั้งหมดนี้พวกเราไม่ต้องอยู่ในนี้เป็เดือนหรือ”
“เ้าค่ะท่านพ่อ ข้าเห็นหินสีมีค่า อยู่ในวงล้อมตอไม้ถูกฟ้าผ่า ลึกลงไปใต้ดิน ถ้าท่านพ่อกับท่านปู่ขุดตรงนี้ ออกไปทั้งหมด พวกเราก็จะมีตำลึงไปซื้อที่ดินปลูกบ้านกันนะเ้าคะ”
“พ่อจะเชื่อลูกจะเริ่มขุดวันนี้เลย เ้าก็อย่าไปเล่นไหนไกลล่ะ หรือไม่ก็เอาหนังสือ มานั่งศึกษาเื่สมุนไพรก็ดีนะมีตั้งสามเล่มให้พี่ใหญ่พี่ลองของเ้าด้วย”
“ได้เ้าค่ะหลังจากนี้ ข้าจะอ่านหนังสือ ถ้าเบื่อก็จะออกไปเดินหาผลไม้ รับรองว่าลูกจะไม่ดื้อ ถ้าไปไหนจะลากพี่รองไปด้วยเ้าค่ะ”เด็กเดินหาที่นั่งอ่านหนังสือ
“หนังสือสมุนไพร ไม่รู้จะหน้าตาเลย ยาต้องอ่านให้ละเอียด เล่มนี้สีน่าสนใจคาถาเวทมนตร์”ซินหยางตัดสินใจอ่านตำราเกี่ยวกับเวทมนตร์
เอาตำราอีกสองเล่ม ไปให้พี่ใหญ่และพี่รองอ่าน แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะอ่านยากเป็ตำราที่เขียนมานานแล้ว ภาษาและการเขียนจึงอ่านยาก แม้แต่ผู้ใหญ่ยังอ่านลำบาก
“พี่รองเปิดดูตำราสมุนไพรก็ได้ บางตัวมีรูปใบอธิบายไว้อยู่”ลี่ถังมองหน้าน้องสาว “ถึงจะมีอธิบาย พี่รองก็อ่านไม่ออกอยู่ดี มันยากเกินไป พี่รองจะไปช่วยท่านพ่อขุดหาหินสีดีกว่า”
“พี่ใหญ่ ดูตำราสามเล่มนี้ พี่ใหญ่ชอบเล่มไหนบ้าง เกี่ยวกับยาก็ดีนะเ้าคะ จะได้มีความรู้ หรือว่าจะเป็สมุนไพร เวทมนตร์คาถาก็ได้นะเ้าคะ”
“เ้าอ่านไปเถอะน้องเล็ก มันเป็ตัวหนังสือที่อ่านยาก กว่าจะสะกดได้แต่ละคำ ไม่เสียเวลาไปครึ่งวันแล้วหรือ พี่ใหญ่ไปเรียนเย็บปักผ้ากับท่านย่าท่านแม่ดีกว่า”
ด้วยภาษาและอักษรที่อ่านยาก หวังจิ้งยังไงเสียก็เป็เด็กอายุแปดขวบเท่านั้น ลี่ถังก็เจ็ดขวบ ไม่มีใครสนใจตำราทั้งสามเล่ม “ถ้าไม่มีใครอ่าน ข้าเก็บไว้ศึกษาอ่านเองก็ได้”
“หือ! มีสัญลักษณ์ที่วาดขึ้นเป็ตัวแทนของเทพเ้า หรือพลังพิเศษ มันคือพลังอะไรกัน มันไม่ได้เป็บทสวดมนต์คาถาหรอกหรือ แล้วพลังเหนือธรรมชาติมันคือสิ่งใด”ซินหยางเปิดอ่านด้วยความสนใจ
ทุกวันผู้ใหญ่ทั้งหญิงและชาย ต่างช่วยกันขุดหินสี ผู้ชายขุดผู้หญิงโกยดินอยู่ข้างบน มีเด็กหญิงชายช่วยงานอยู่ใกล้ๆ
ซินหยาง นอกจากตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ เกี่ยวกับพลังธรรมชาติ แล้วยังมีหน้าที่ไปเก็บผลไม้ มาให้ทั้งหมดได้กินกัน เพราะเด็กน้อยใช้เวลาไม่นานในการเก็บ
ยิ่งอ่านยิ่งสนุก ด้วยความจำกับการอ่านตำรา ผ่านไปไม่กี่วันก็จบเล่ม เด็กน้อยเอาตำราอีกสองเล่มมาเปิดดู
“ตอนนี้ยังไม่มีแรง ที่จะทดลองพลังเหนือธรรมชาติได้ อ่านสมุนไพรและยา ต่อดีกว่าเผื่อเดินป่าเจอสมุนไพรที่ไม่รู้จัก แต่เอ๊ะ? เรารู้จักสมุนไพรที่ไม่เคยเห็นได้ยังไงกันนะ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักและเคยผ่านตามาก่อนด้วย”
“นอกจากสมุนไพร ยังมีพวกหินสีพวกนั้นอีก ทำไมถึงััได้ทั้งที่ก้อนหินพวกนั้นอยู่ใต้ดิน หรืออยู่ในหอยที่ตายมานาน ช่างเถอะคงเป็ความสามารถพิเศษ”เด็กน้อยยังไม่รู้ว่าความคิดของนาง ก็โตเกินกว่าอายุไปหลายปี
ทั้งหกคนช่วยกันขุดหินสี ที่อยู่กระจายตัวกัน ตามโครงเดิมของต้นไม้ใหญ่ที่ถูกฟ้าผ่า จนเป็หลุมลึกลงไป เศษรากไม้ก็ใช้ทำฟืน พวกเขาขุดแบบนี้มาร่วมเดือน ยังไม่มีทีท่าว่าจะขุดเสร็จ เพราะไม้ต้นใหญ่มาก
“ท่านพ่อถ้าพวกเราขุดหินสีตรงหมด นำไปขายได้ตำลึงสามารถซื้อที่ดินทำกินได้เลยนะ ดูสิได้มาเยอะแล้วแถมมันยังสวยสีมันวาว มีหลายหลากสี”
“พ่อก็คิดว่าแบบนั้นแหละ ถ้าผ่านการขัดอย่างดีหินสีพวกนี้จะกลายเป็อัญมณี สามารถเอาไปทำเครื่องประดับได้”ชายชราตอบลูกชาย
“อย่างนี้ถ้าพวกเรา ขัดทำความสะอาดพวกมันอย่างดี แล้วนำไปขายไม่ได้ตำลึงเยอะกว่าหรือขอรับท่านพ่อ”สองพ่อลูกคุยกัน
“พวกเราไม่มีเครื่องมือ ไม่มีความรู้ความชำนาญ แค่เก็บล้างรักษาความสะอาด ก่อนนำไปขายเท่านั้น ก้อนไหนที่มีสีสวยราคาน่าจะดีไปด้วย”
“ท่านพ่อ ตั้งใจจะไปอยู่ที่แคว้นตงไห่จริงหรือขอรับ ระยะทางที่ยาวไกล คงต้องไปหาซื้อเกวียนก่อนแล้ว หลังจากขายหินสีไปสักส่วนหนึ่ง”สองพ่อลูกนั่งคุยกันระหว่างพักกินอาหารตอนเที่ยง
ใช่แล้วพวกเขามีอาหารกิน เพราะเด็กน้อยอย่างซินหยาง เอาหัวมันที่ขุดจากป่ามาให้ ลู่อินและหวังฟาง ทำเป็แป้งใช้ทำเป็บะหมี่กับน้ำต้มผัก ได้กินกันไม่ขาดั้แ่อยู่ในป่านี้
“ท่านแม่พวกเราอยู่ในป่านี้ก็ไม่เลวเลยนะเ้าคะ มีน้ำให้อาบได้ดื่มกินมีอาหารตกถึงท้อง มีผลไม้กินไม่ต้องระแวงว่าจะถูกใครจับตัวไปขายอีก เราอยู่ที่นี่นานๆก็ได้นะเ้าคะ”หวังจิ้นนั่งพูดคุยกับท่านแม่ นางกำลังเรียนปักผ้า
“แม่ก็ว่าอย่างนั้นแหละ เราอยู่ที่นี่น่าจะเกือบปีนั่นแหละกว่าจะขุดหินสีเสร็จ ถ้านำไปขายเราก็มีตำลึงไปซื้อเกวียนเพื่อเดินทางไปยังแคว้นอื่น เ้าก็ตั้งใจเรียนปักเย็บให้ดี จะได้มีวิชาความรู้ติดตัว หนังสือที่ท่านปู่กับท่านพ่อสอน ก็ต้องจำเข้าใจหรือไม่ อีกไม่กี่ปีเ้าก็จะโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว”
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะท่านแม่ ถ้าจะตั้งใจปักเย็บให้สวยงาม ให้เหมือนท่านแม่กับท่านย่า ไปอยู่ในเมืองไม่แน่ข้าอาจ จะเย็บปักช่วยท่านแม่กับท่านยาย ส่งขายตามร้านขายเสื้อผ้าในเมือง”
“พี่รองปีนขึ้นไปอีก สูงขึ้นไป เมื่อไหร่ท่านจะปีนต้นไม้เป็สักที ข้าปีนขึ้นลงเป็ร้อยรอบ พี่รองปีนยังไม่ถึงครึ่งต้นเลย”เสียงซินหยางดังขึ้นอยู่ใต้ต้นไม้ มองดูพี่ชายปีนต้นไม้ไปทีละกิ่ง
“น้องเล็กมันคงไม่ใช่งานถนัดของพี่รอง ต้องปีนต้นไม้เก็บผลไม้พวกนี้ ให้พี่รองไปขุดดินช่วยท่านพ่อเสียยังดีกว่า หรือไม่ก็รอเก็บอยู่ข้างล่าง ”
“ช่างมันเถอะ ไว้ข้าปีนเก็บเองก็ได้ต้นนี้มันคงสูงไป แต่พี่รองต้องฝึกไว้บ้างนะ พวกเราต้องอยู่ในป่าไปอีกนาน ฝึกจากต้นที่ไม่สูงก็ได้ ข้าเป็ผู้หญิงยังปีนได้ พี่รองก็ต้องปีนให้ได้ไม่เก่งก็ไม่เป็ไร ”
“น้องเล็กอย่างเ้ายังเรียกว่าปีนอีกรึ เหมือนเ้าขึ้นไปวิ่งเล่นมากกว่า เ้าต้องเป็จอมยุทธกลับชาติมาเกิดเป็แน่ ถึงมีวิทยายุทธ์ที่ล้ำเลิศ ในการปีนต้นไม้ขนาดนี้”ลี่ถังรีบปีนลงมาจากต้นไม้
“เก็บผลไม้ต้นนี้เสร็จแล้วเราไปขุดหัวมันต่อเถอะ ตรงที่ข้าเจอวันก่อนยังขุดไม่หมดเลย เดี๋ยวถ้าข้าอ่านหนังสือแล้ว จะไม่มีเวลาออกมาวิ่งหาหัวมัน ให้ท่านยายกับท่านแม่”
“เ้าอ่านตำราไปถึงไหนแล้วล่ะ สมุนไพรอ่านจบหรือยัง ป่าแถวนี้ไม่น่ากลัว หรือว่าเราจะหาสมุนไพรเอาไว้ไปขายในเมือง พร้อมกับท่านปู่เอาหินสีไปขาย”
“ไม่ได้หรอกพี่รอง ในตำราสมุนไพรไม่มีอยู่จริง ชื่อหน้าตาไม่เหมือนที่เคยเห็นเลย มันคงต้องอยู่ป่าดงดิบ หรือป่าที่มนุษย์เข้าไปไม่ถึงเป็แน่”
“ถ้าอย่างนั้นก็หาสมุนไพรที่เ้ารู้จัก มีตั้งหลายตัวนี่นาที่เ้ารู้จักน่ะ ไม่แน่ว่าถ้าเดินหาแถวนี้ อาจจะเจอสักต้นสองต้นก็ได้”พี่ชายพยายามชวนน้องสาว หาสมุนไพรเพื่อตำลึง
“ถ้าอย่างนั้นเอาไว้อีกสักหลายวันก่อน ข้าขออ่านตำรายาให้จบก่อนค่อยไปหา ในตำรายานั้นมีรายการสมุนไพร ที่ต้องใช้ด้วย”สองพี่น้องพากันเดินกลับที่พัก
ซินหยางอ่านหนังสือเงียบไม่สนใจใคร พระอาทิตย์ตกดินก็นอนพักผ่อน พอรุ่งเช้ามามีแสงก็อ่านหนังสือ ผักผลไม้หมดก็ไปเก็บมาไว้ให้ เวลาส่วนใหญ่จึงหมดไปกับตำรา
“ดีนะที่อ่านแล้วจำ ตำรายาก็อ่านไปแล้ว สมุนไพรก็ดูแล้ว ต้องกลับมาดูหนังสือ เกี่ยวกับพลังพิเศษต่ออีกรอบหนึ่ง ไม่มีอะไรให้อ่านแล้วนี่”
“ตัวหนังสือบางตัวแค่เขียนออกมา ก็ทำให้เรามีพลังแล้วอย่างนั้นหรือ ไม่มีกระดาษและหมึก จะได้ลองเขียนแล้วแอบเอาไว้แปะไว้ข้างหลังท่านพ่อกับท่านปู่ หรือจะใช้แผ่นเยื่อไม้สีขาวดี”ซินหยางรีบลุกขึ้นเดินไปหาลี่ถังพี่รอง
“พี่รองเอามีดไปด้วย ตามข้าเข้าไปในป่า เราจะไปหาสมุนไพรกันเร็วเข้า”ลี่ถังรีบคว้ามีดใส่ถุงย่าม เดินตามน้องสาวเข้าป่าไป
“ต้นนี้แหละพี่รอง เอาเปลือกนอกมันออก แผ่นข้างในมันใช้ได้ตากให้แห้งเสียหน่อย”ลี่ถังใช้มีดด้ามเล็กกรีดลงตรงแผ่นไม้ แล้วลอกออกเอาแต่ข้างใน ที่มีเนื้อสีขาว
“มันเป็สมุนไพรอะไรน้องเล็ก ใช้เนื้อข้างสีขาว ” เด็กน้อยเดินเข้ามาใกล้พี่ชาย “รักษาอาการอ่อนเพลีย”
“พี่รองเอาแค่นี้พอก่อน เราไปดูต้นอื่นกัน”ซินหยางเดินนำพี่ชาย หาต้นไม้ที่คิดว่าจะเอามาทำเป็แผ่น เขียนอักษรโบราณได้
“ซินหยางเ้าเก็บหินสีพวกนี้ไปทำไม มันขายได้รึ”
“ขายไม่ได้หรอกพี่ใหญ่ข้าจะเอาไปวาดรูปเล่น วันนี้เรากลับกันเถอะ หาสมุนไพรราคาดีไม่เจอ ไว้วันหลังเราค่อยเตรียมตัวเข้าป่าไปลึกกว่านี้”
“ พี่รองเห็นูเาลูกโน่นไหม ตรงข้างล่างมันมีต้นไม้ที่มีใบสีเขียวแซมอยู่ แสดงว่าตรงนั้นต้องมีน้ำ ไว้วันหลังเราจะไปที่นั่นกัน”
“จริงหรือน้องเล็ก แต่มันน่าจะเดินไกลนะ หรือว่าเราจะบอกท่านพ่อกับท่านปู่ ให้ไปดูที่นั่นดี”
“ไม่ต้องหรอกพี่รอง ไว้วันไหนพี่รองมีแรงแล้วค่อยเดินไปดู ตรงนั้นต้องมีสมุนไพรเยอะ ให้เราได้เก็บไปขายเป็แน่”สองพี่น้องพากลับที่พัก ซินหยางรีบเอาแผ่นไม้ไปตากแดด
“แห้งแล้วน่าจะใช้ได้ แผ่นไม้งอต้องหาอะไรมารีดให้มันตรง”เย็นวันนั้นหลังจากรีดแผ่นไม้ให้ตรงแล้ว ซินหยางเอาหินสีมาขีดเขียน ตัวหนังสือโบราณ ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นมา สามแผ่น
“ต้องทดลอง ติดแผ่นไม้ตัวหนังสือโบราณนี้ ให้ทั้งปู่ท่านพ่อและพี่รองก่อน วันนี้เย็นแล้วไว้รอพรุ่งนี้ก่อนก็แล้วกัน”
กระโจมหลังน้อยที่อบอุ่น ตั้งอยู่นอกเขากลางป่าอัดเงียบสงัด มีสองพ่อลูกผลัดเปลี่ยนกันอยู่เวรยาม แต่คืนนี้กลับมีสายลมพัดมาไม่ขาดสาย
