รุ่งเช้าทั้งสองคนเดินทางเข้าตัวเมืองทันทีที่ตื่นนอน จางเจียิพอจะรู้จักร้านเสบียงอาหารในตัวเมืองอยู่บ้าง เพราะตอนที่ป๋ายเข่อเหยียนซื้อเสบียงให้ฮั่วเสี่ยวเหวินเมื่อครั้งก่อน เขาได้ติดตามไปด้วย
เดิมทีเขาตั้งใจจะไปช่วยแบกของ ไหนเลยจะรู้ว่าที่ร้านมี ‘บริการทั่วถึง’ สามารถมาส่งของให้ถึงที่บ้าน
เมื่อคืนมีหิมะตกตลอดทั้งคืน ถึงแม้ตอนนี้ถนนใหญ่จะไม่มีหิมะแล้ว แต่เมื่อมีลมพัดผ่านมากลับรู้สึกแสบเหมือนโดนมีดบาด
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน เธอหนาวหรือไม่?” ใบหน้าของจางเจียิเป็สีแดงก่ำ เขาถูมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันพลางถามฮั่วเสี่ยวเหวินที่หนาวจนตัวสั่นไม่ต่างจากตัวเอง
“ไม่หนาว” ฮั่วเสี่ยวเหวินส่งยิ้มหวานแต่กลับอดที่จะจามออกมาไม่ได้
จางเจียิไม่ได้กล่าวอะไรอีก ดูท่าว่ารอบนี้คงต้องไปหาซื้อเสื้อกันหนาวให้ฮั่วเสี่ยวเหวินสักตัวจากตลาดนัดเสียแล้ว
เด็กผู้หญิงตัวผอมบาง ลำพังแค่เสื้อสำหรับฤดูใบไม้ร่วงที่มีรอยปะชุนเต็มไปหมดคงไม่สามารถทำให้ผ่านฤดูหนาวไปได้แน่ๆ หากเธอเกิดไม่สบายขึ้นมาจะทำอย่างไร เขาไม่มีแม้แต่เงินสำหรับจะพาเธอไปหาหมอด้วยซ้ำ
หิมะขาวโพลนไปทั่วบริเวณ บนถนนใหญ่มีผู้คนสัญจรไปมาไม่มากนัก บนพื้นถนนมีเพียงรอยเท้าที่กระจัดกระจายไปทั่ว
จางเจียิถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นคำว่า ‘ร้านเสบียง’ อยู่เหนือประตู เขาจูงมืออันเย็นเฉียบของฮั่วเสี่ยวเหวินเข้าไปด้านใน
เมื่อเข้ามาด้านในร้าน ไออุ่นชวนให้สบายตัวก็ปกคลุมไปทั่วตัว รองเท้าที่มีแต่หิมะของทั้งสองแผ่ไอร้อนออกมาไม่หยุด
ภายในร้านมีคนไม่เยอะ เขาคิดว่าปกติคงมีคนมาซื้อเสบียงไม่เยอะเช่นกัน ที่โต๊ะมีชายชราร่างผอมคนหนึ่งกำลังนั่งดีดลูกคิดอยู่อย่างตั้งใจ
เห็นเด็กสองคนผลักประตูเข้ามาในร้าน เขาทำเพียงเงยหน้าขึ้นมองเพียงแวบเดียวจากนั้นก็ไม่ได้สนใจต่อ ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มเอาใจเฉกเช่นตอนปกติ
“เถ้าแก่ ผมขอซื้อข้าวสาลีคุณภาพรองสักประมาณหกเจ็ดหยวนครับ” ข้าวสาลีคุณภาพรองในที่นี้คือข้าวสาลีที่เก็บในยุ้งฉางมานาน และหน้าตาไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่เนื่องจากราคาถูกจึงมีคนซื้อค่อนข้างเยอะ
“ไปบอกให้ผู้ใหญ่ที่บ้านมาซื้อ ไม่อย่างนั้นฉันขายให้เธอไม่ได้” ชายชราร่างผอมตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ เขายังคงดีดลูกคิดต่อ พลางใช้นิ้วมือแตะน้ำลายพลิกสมุดบัญชีดูเป็ครั้งคราว
จางเจียิไปต่อไม่ถูกทันที ทำอย่างไรดี เขาจะไปหา ‘ผู้ใหญ่’ มาจากไหน?
ฮั่วเสี่ยวเหวินมีไหวพริบดี เธอกะพริบตาพลางเอ่ยขอร้องท่าทางน่าสงสารว่า “คุณอา กว่าหนูกับพี่ชายจะมาถึงที่นี่ได้ไม่ใช่เื่ง่ายๆ ช่วยเมตตาขายเสบียงให้พวกเราด้วยเถิดค่ะ ไม่อย่างนั้นแล้วคงต้องถูกด่าหากกลับบ้านไปมือเปล่า”
ต้องยอมรับว่าฮั่วเสี่ยวเหวินค่อนข้างมีพร์ในด้านการแสดง เธอทำหน้าตาน่าสงสารขณะพูด ดูแล้วน่าสงสารไม่ใช่น้อย
“เหอะ พูดจาน่าฟังไม่เบา แต่มีใครกล้าให้เงินเด็กเกือบสิบหยวนมาซื้อของกัน หากทำหายระหว่างทางขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
เถ้าแก่คลุกคลีในสังคมมาหลายสิบปี ย่อมมองออกทันทีว่าพวกเขากำลังโกหกอยู่ ดีไม่ดีอาจไปขโมยเงินมาจากที่อื่น และนำของโจรมาทำลายที่นี่
“พอแล้ว เอาเป็ว่าฉันไม่ขายให้ ถ้าอยากซื้อก็ไปเรียกผู้ปกครองมา” เถ้าแก่ไล่ทั้งสองออกจากร้านแบบไม่เกรงใจ
จางเจียิโกรธจนหน้าแดง เขาะโใส่เถ้าแก่ “มีสิทธิ์อะไรไม่ขายให้พวกเรากัน ใช่ว่าพวกเราจะไม่มีเงินสักหน่อย”
เถ้าแก่เงยหน้าขึ้นด้วยความใ นึกไม่ถึงว่าเด็กคนนี้จะอารมณ์รุนแรงไม่เบา ทั้งยังกล้าโวยวายใส่เขา
แต่เมื่อนึกถึงว่าในฐานะที่ตัวเองกินข้าวของประเทศ จะทะเลาะกับเด็กกลางตลาดคงดูไม่ดี เขาทำได้แค่ลุกไปดันเด็กทั้งสองคนออกจากร้าน
ปากของเถ้าแก่บ่นพึมพำ “ไม่รู้เด็กเวรจากที่ไหน”
“คุณว่าอะไรนะ? ลองพูดอีกรอบสิ” เมื่อถูกเถ้าแก่ดันออกจากร้าน จางเจียิก็ด่ากราดทันที ดวงตาของเขาแดงก่ำมีน้ำตาคลอในเบ้า
“พี่เจียิ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ อีกสองวันค่อยฝากคุณอาต้ากั๋วให้ช่วยซื้อให้” ฮั่วเสี่ยวเหวินใกับท่าทีของจางเจียิ เธอพยายามลากเขาให้เดินไปข้างหน้าด้วยมือทั้งสอง หากกลายเป็เื่ใหญ่ขึ้นมา คนที่เดือดร้อนจะเป็พวกเธอเอง
“ถุย ตาสุนัขมองคนต่ำ” หลังจากที่เดินห่างออกจากร้านมาไกลแล้ว จางเจียิก็ยังไม่หายโมโห ปากของเขายังคงด่าอีกฝ่ายอยู่
ด่าจบก็ร้องไห้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ สองมือของเขากอดฮั่วเสี่ยวเหวินไว้แน่น “ฮั่วเสี่ยวเหวิน พี่นี่มันไม่ได้เื่จริงๆ แค่เสบียงก็ยังซื้อไม่ได้” น้ำตาของจางเจียิพรั่งพรูออกมา ฮั่วเสี่ยวเหวินทำอะไรไม่ถูก ได้แต่เอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้เขา
จากนั้นทั้งสองจึงเดินกลับไปยังเส้นทางที่ใช้เดินมา บนถนนมีคนเยอะขึ้น ทั้งยังมีเด็กๆกำลังปั้นหิมะอยู่
“จริงสิ ฮั่วเสี่ยวเหวิน พี่นึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกเื่ เธอช่วยมากับพี่ที” จางเจียิลากฮั่วเสี่ยวเหวินเดินไปยังเส้นทางที่นำพาไปที่ตลาดนัดโดยไม่อธิบายสิ่งใด
ฮั่วเสี่ยวเหวินเอ่ยถามอยู่หลายประโยค แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมตอบสักคำถาม เอาแต่ลากเธอไปทางตลาดนัดท่าเดียว
สองปีมานี้ตลาดนัดมีการพัฒนาค่อนข้างเร็ว เมื่อก่อนแค่ขายยาเบื่อหนูยังถูกมองว่าเป็ระบอบทุนนิยม ต้องถูกจับตัวไป ‘ปฏิรูปความคิดผ่านการใช้แรงงาน’ ทว่าตอนนี้กลับมีผู้คนมาค้าขายอยู่เต็มไปหมด
ด้วยเหตุนี้ตลาดนัดจึงมีบรรยากาศคึกครื้น ที่ตลาดนัดมีของขายทุกอย่าง ข้างทางมีแผงขายของตั้งเรียงราย ไม่ว่าจะเป็เสื้อผ้า เนื้อหมู ถังหูลู่ และของกินมากมายหลายอย่าง
“ขายเนื้อหมูจ้า” “เซาปิ่ง[1]จ้า เซาปิ่งร้อนๆ” พ่อค้าเร่ะโเชิญชวนเรียกลูกค้าที่เดินผ่านไปผ่านมา ะโหนึ่งคำก็พ่นไอร้อนออกมาหนึ่งคำ
เวลานี้มีผู้คนเดินสัญจรไปมาในตลาดค่อนข้างเยอะ หิมะถูกเหยียบจนละลายไปจนหมดทำให้มีน้ำขังสีเหลืองอยู่เต็มทั่วถนน และยังมีเสียงด่าของสตรีดังขึ้นเป็ครั้งคราว
ท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กจอแจ จางเจียิพาฮั่วเสี่ยวเหวินมายังร้านที่มีเสื้อผ้าวางขายอยู่ “เถ้าแก่ มีเสื้อกันหนาวขนาดน้องสาวของผมหรือไม่?”
คนเฝ้าร้านเป็สตรีอายุประมาณสี่สิบ มีกรามสวย ขายาว รูปร่างทรงเดียวกับนาฬิกาทราย
สตรีคนนี้มองจางเจียิที่สูงเท่าอกของตัวเอง แล้วพูดถากถางว่า “ร้านของฉันมีเสื้อผ้าทุกแบบ กลัวก็แต่เธอจะไม่มีเงินซื้อ”
พ่อค้าแม่ค้าที่ออกมาขายของต่างก็เฉลียวฉลาดกันทั้งนั้น พวกเขาสามารถมองออกั้แ่แวบแรกว่าใครมีเงิน ใครยากจน ด้วยเหตุนี้หล่อนจึงทำตัวไม่มีมารยาทกับจางเจียิ
พูดจบหล่อนก็หันไปทักทายลูกค้าคนอื่น “โอ้ พี่ชายท่านนี้ อยากได้เสื้อผ้าแบบไหนคะ…”
“ใครบอกว่าผมไม่มีเงิน? ดูสิว่านี่คืออะไร?” จางเจียิถูกคนดูถูกติดต่อกัน ในใจย่อมไม่สบอารมณ์
เขาล้วงธนบัตรที่กระจัดกระจายออกมาจากเสื้อผ้า คนเดินถนนที่ตาไวหน่อยรีบแอบเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มโดยไม่ให้รู้ตัว
“โอ้ มีเงินไม่น้อยเลยนี่!” สตรีคนนั้นเปลี่ยนท่าทีทันที หล่อนฉีกยิ้มหวานที่ดูเหมือนถากถางจนไม่รู้จะถากถางอย่างไร
หล่อนรีบนำเสื้อขนแกะออกมาทาบตัวของฮั่วเสี่ยวเหวิน “เอาอย่างนี้ ฉันจะไม่เอาเปรียบเธอ ฉันให้ราคาพิเศษก็แล้วกัน แค่ห้าหยวน นี่คือเสื้อหนาวที่ทำจากผ้าฝ้ายแท้ รับรองว่าใส่แล้วจะไม่อยากถอดเลย”
ฮั่วเสี่ยวเหวินดึงแขนเสื้อของจางเจียิ พูดเสียงเบาว่า “ฉันไม่เอา พวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะ”
ห้าหยวนถือว่าแพงมาก หากเป็ยามอื่น เขาคงใช้เงินนี้ไม่ลง แต่เพื่อฮั่วเสี่ยวเหวินแล้ว ต่อให้ตัวเองต้องทนหิวสักมื้อสองมื้อก็ไม่เป็ไร
จางเจียิร้อนใจจะไม่เอาได้อย่างไร ปกติเขาไม่มีเงินซื้อของ จึงไม่รู้ราคาในท้องตลาด ยิ่งไม่รู้จักการต่อรองราคา
สตรีคนนั้นรับเงินห้าหยวนที่ยับยู่ยี่มาด้วยรอยยิ้ม ปากหวานประหนึ่งทาน้ำผึ้ง “จะซื้อให้ตัวเองอีกสักตัวด้วยไหม? ฉันจะลดราคาให้”
เชิงอรรถ
[1] เซาปิ่ง(烧饼) คือขนมแป้งอบ หรือแป้งทอด บ้างมีลักษณะคล้ายขนมเปี๊ยะ บ้างคล้ายกับพิซซ่า โดยมากจะโรยด้วยงา แต่สมัยก่อนจะสอดไส้หรือทาหน้าหลากหลายชนิด เช่น เนื้อแพะและต้นหอม
