เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของหานอวิ๋นซี ดูเหมือนว่านางไม่ได้คิดที่จะออกจากสวนอีกต่อไป เหยากุ่ยเองก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังไม่เชื่อว่าหานอวิ๋นซีจะสามารถหาสมุนไพรทั้งสามมาได้
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร สมุนไพรทั้งสามนี้เขาก็คิดด้วยความพยายามอุตสาหะและพวกมันล้วนเติบโตในลานแห่งนี้ และคงไม่มีคนฉลาดที่ไหนคิดได้เร็วขนาดนั้น นอกจากนี้ แม้ว่าหานอวิ๋นซีจะสงสัยว่าสมุนไพรเติบโตอยู่ในลานนี้ นางก็ต้องหามันอยู่ดี!
ใต้เท้าเหยากุ่ยที่กำลังคิด สายตาก็จับจ้องไปที่แผนที่สมุนไพรในมือของหลงเฟยเยี่ย หานอวิ๋นซีไม่เคยแม้แต่จะดูมันเลย แล้วนับประสาอะไรที่นางจะสงสัยว่าสมุนไพรทั้งสามจะอยู่ในลานแห่งนี้ ทั้งต้องใช้เวลาหา และบางทีก็อาจจะหาไม่เจอด้วยซ้ำ
เมื่อคิดเช่นนี้ ใต้เท้าเหยากุ่ยก็รู้สึกสบายใจขึ้น และยังคงมั่นใจในสิ่งที่ตนเองคิดอย่างมาก
เขามองไปยังหลงเฟยเยี่ยที่มีใบหน้าเรียบเฉยและสงบนิ่งจนถึงตอนนี้ รอยยิ้มที่ชั่วร้ายปรากฏขึ้นในแววตาที่มีเสน่ห์ของเขา พลางคิดในใจว่า ดูสิว่าเด็กคนนี้จะหยิ่งผยองไปถึงไหนกัน อย่างน้อยผ่านไปสามวันแล้วหานอวิ๋นซีคงไม่พบสมุนไพร เขาที่รีบร้อนอยากจะช่วยคน ถึงเวลานั้นคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากมาอ้อนวอน
แต่ใครจะรู้ว่าในตอนที่ใต้เท้าเหยากุ่ยกำลังได้ใจ จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนมีแสงเรืองรองอยู่ด้านหลัง จึงมองย้อนกลับไปโดยไม่รู้ตัว และพบกับดวงตาของหานอวิ๋นซีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ใต้เท้าเหยากุ่ยใเล็กน้อยและเต็มไปด้วยความสงสัย ทว่าทันใดนั้นแววตาที่สวยงามของหานอวิ๋นซีเปลี่ยนไป หันกลับมาและมองไปที่ขั้นบันไดหินที่อยู่ด้านหลังเขา
เห็นเพียงตะไคร่น้ำที่ขึ้นอยู่ใต้ขั้นบันไดหิน และหญ้าหางหมาที่งอกขึ้นรอบๆ ขอบตะไคร่น้ำ
ใต้เท้าเหยากุ่ยมองตามสายตาของหานอวิ๋นซีไป และสายตาก็จับจ้องไปที่หญ้าหางหมา ทันใดนั้น หัวใจของเขาก็เต้นรัวจนเกือบจะหยุดเต้น
ต้องรู้ว่าเจ็ดมารโกฐสอเทศก็ปะปนอยู่ในหญ้าหางหมานี้!
หรือว่า...
หากมองเห็นใบหน้าของใต้เท้าเหยากุ่ย ต้องเห็นว่าคิ้วของเขาขมวดจนหน้าผากย่นเข้าหากันอย่างแน่นอน ไม่สิ นี่ต้องเป็เื่บังเอิญ หานอวิ๋นซีเป็แค่คนไร้ประโยชน์ จะไปดูเจ็ดมารโกฐสอเทศออกได้อย่างไรทั้งที่ไม่ดูแผนที่สมุนไพร ต้องรู้ว่า แม้แต่หมอยาหลายคนก็ยังไม่รู้ว่าเจ็ดมารโกฐสอเทศหน้าตาเป็อย่างไร!
ใต้เท้าเหยากุ่ยรีบถอนสายตาอย่างรวดเร็ว แววตาก็แฝงไปด้วยความชั่วร้าย เขาเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าหานอวิ๋นซีไม่มีทางหาเจอ!
ใครจะรู้ว่าหานอวิ๋นซีลุกขึ้นและเดินเข้าไปด้วยตัวเอง ครั้งนี้ สายตาของใต้เท้าเหยากุ่ยมองตามไปอีกครั้ง และเห็นว่าหานอวิ๋นซีจับสมุนไพรที่คล้ายกับหญ้าหางหมาได้อย่างแม่นยำ และกำลังจะถอนมันออกมา
“หยุดนะ!” ใต้เท้าเหยากุ่ยร้องออกมา น้ำเสียงนี้ไม่ได้มีความแปลกประหลาดใดๆ และไม่มีเสียงที่ทุ้มแก่เลย แต่กลับดุร้ายแบบสุดๆ และสามารถได้ยินร่องรอยของน้ำเสียงที่แท้จริงของเขาอย่างแ่เบา
หานอวิ๋นซีไม่ปล่อยมือ และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เจ็ดมารโกฐสอเทศ ถูกหรือไม่?”
แม้ว่านางจะจับมันไว้แล้ว แต่เมื่อฟังจากปากของนาง ใต้เท้าเหยากุ่ยก็รู้สึกรับไม่ได้เล็กน้อย
นี่มันคนไร้ประโยชน์ที่ทำลายกฎของธรรมชาติหรือไร?
ใต้เท้าเหยากุ่ยหรี่ตาลง และเงียบไปเป็เวลานาน
หานอวิ๋นซียักไหล่ ทำท่าทางจะถอนมันออกมา ใต้เท้าเหยากุ่ยร้อนรนใจนต้องตอบว่า “ใช่!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ตวนมู่ไป๋เย่ก็ลุกขึ้นยืนทันทีด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ “หานอวิ๋นซี เ้า...”
“หานอวิ๋นซี เ้ารู้ได้อย่างไรว่าเจ็ดมารโกฐสอเทศอยู่ในลาน แล้วหามันเจอได้อย่างไร?” ใต้เท้าเหยากุ่ยเองก็สงสัยอย่างมากเช่นกัน
สตรีผู้นี้เจอมันโดยไม่ได้ดูแผนที่ด้วยซ้ำ แม้แต่เวลาจะหาก็ยังไม่มี แต่นางกลับพบมันในพริบตาเดียว
“เพราะข้าฉลาดไงล่ะ” หานอวิ๋นซียิ้มและปล่อยมือ เจ็ดมารโกฐสอเทศนี้ยังเป็ต้นอ่อน นางที่เป็คนรักยา ไม่มีทางทำให้มันเสียหายอย่างแน่นอน แน่นอนว่าเหตุผลหลักคือนางไม่สามารถชดใช้ให้ใต้เท้าเหยากุ่ยได้
“ฉลาด? ข้าว่าขี้โกงเสียมากกว่า! เ้าจะไปรู้จักเจ็ดมารโกฐสอเทศได้อย่างไรในเมื่อเห็นได้ชัดว่าเ้ามันเป็แค่ขยะ” ตวนมู่ไป๋เย่พูดด้วยความเย้ยหยัน
“เมื่อครู่เพิ่งพูดด้วยตนเองว่ายุติธรรม ทำไมล่ะ ตอนนี้คิดจะเล่นลูกไม้อย่างหน้าด้านๆ งั้นหรือ? เย่ไท่จื่อ ข้าเพิ่งพบเพียงต้นเดียวเท่านั้น ท่านไม่มั่นใจในตัวน้องสาวขนาดนั้นเลยหรือไร” หานอวิ๋นพูดอย่างติดตลก
ประโยคนี้ทำเอาตวนมู่ไป๋เย่พูดไม่ออก หากเขาพูดต่อ คงเป็การตบหน้าตัวเองและเหยาเหยาโดยไม่ต้องสงสัย
“เหอะ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเ้าจะหาต้นที่สองได้!” ตวนมู่ไป่เย่พูดอย่างเกลียดชัง
“ข้าเองก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่าเ้าจะหาต้นที่สองได้…”
ใต้เท้าเหยากุ่ยจ้องมองที่หานอวิ๋นซีอย่างไม่วางตา ทั้งน้ำเสียงและสายตาแฝงไปด้วยความชั่วร้าย แม้ว่ามันจะเป็เื่บังเอิญที่หานอวิ๋นซีรู้จักเจ็ดมารโกฐสอเทศ แต่คงไม่ถึงขั้นรู้จักตานไป๋อีหมี่หรอก
อย่างไรเขาก็ไม่มีทางเชื่อคนผู้นี้!
หานอวิ๋นซียิ้มเล็กน้อย ดวงตาที่ว่องไวและเ้าเล่ห์ของนางหันกลับมามองหญ้าใต้รั้วข้างหน้าอีกครั้งในทันที
ด้วยประสบการณ์ครั้งแรก แม้แต่ตวนมู่ไป๋เย่เองก็ยังประหม่ามองตามนางไป ตวนมู่ไป๋เย่ที่มองไปมองมา กลับไม่เข้าใจอะไรเลยและไม่เข้าใจว่าทำไม
แต่ใต้เท้าเหยากุ่ยกลับอ้าปากค้างชั่วครู่ แววตาก็เต็มไปด้วยความจริงจัง โดยที่ไม่จำเป็ต้องมองตามสายตาของหานอวิ๋นซีไป เขาก็รู้ว่ามีอะไรอยู่ในหญ้าใต้รั้วข้างหน้าเขา
ที่ตรงนั้นมีดอกไม้ป่าเล็กๆ บานสะพรั่งในต้นหญ้าเล็กๆ เ่าั้ ในนั้นมีเพียงดอกเดียวซึ่งเป็ดอกสีขาวและไม่ได้เด่นมากนัก และมันคือตานไป๋อีหมี่ที่ประเมินค่าไม่ได้!
เป็ไปได้หรือไม่ว่าหานอวิ๋นซีจะรู้จักตานไป๋อีหมี่ด้วย?
หานอวิ๋นซีถอนสายตาออก มองไปยังร่างกายที่แข็งทื่อของใต้เท้าเหยากุ่ย และยิ้มอย่างสดใส “ตานไป๋อีหมี่ ท่านอยากให้ข้าชี้มันด้วยหรือไม่?”
ใต้เท้าเหยากุ่ยไม่ตอบ จ้องเขม็งไปที่ดวงตาของนางอย่างแน่วแน่ ราวกับตะปูที่ตอกตรึงเข้าที่นาง
ใต้เท้าเหยากุ่ยไม่เคยพลาดในตอนที่เรียนเื่ยา แม้ว่าวันนี้เขาจะไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันด้วยตนเอง แต่ก็เป็คนตั้งปัญหาขึ้นมา เดิมทีเขาไม่คิดว่าจะให้คนอื่นหาเจอ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าหานอวิ๋นซีจะหามันเจอทั้งสองต้นภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม แม้ว่าจะพูดว่าหา แต่ความจริงแล้วนางไม่ได้หามันด้วยซ้ำ!
นางรู้จักแม้กระทั่งตานไป๋อีหมี่ ไหนบอกว่าเป็คนไร้ประโยชน์อย่างไรล่ะ?
แม้แต่หมอยาเก่งกาจที่รู้จักเจ็ดมารโกฐสอเทศยังมีน้อย ตานไป๋อีหมี่ที่เป็ยาที่หายากกว่าเจ็ดมารโกฐสอเทศ แถมยังเป็ยาพิษอีกด้วย
“ใต้เท้าเหยากุ่ย ดอกไม้สีขาวดอกนั้นคือตานไป๋อีหมี่ ้าให้ข้าชี้หรือไม่? ดอกไม้สีขาวดอกนั้น ที่มีอยู่ดอกเดียวอย่างไรล่ะ” หานอวิ๋นซีจงใจอธิบายโดยละเอียด
ใต้เท้าเหยากุ่ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปัญหาที่เขาคิดมันออกมาอย่างอุตสาหะ กลับได้รับการแก้ไขอย่างง่ายดาย ยังเหลือกุ่ยตาเฉียงต้นสุดท้าย เป็ไปได้หรือไม่ว่านางเองก็หาเจอแล้วเหมือนกัน?
ใต้เท้าเหยากุ่ยยังคงไม่ตอบ ตวนมู่ไป๋เย่หยิบแผนที่สมุนไพรที่หลงเฟยเยี่ยวางไว้บนโต๊ะน้ำชาขึ้นมา และเปิดไปยังหน้าที่ทำเครื่องหมายไว้เพื่อค้นหาคำอธิบายของตานไป๋อีหมี่
เขาจงใจเดินเข้าไปเพื่อที่จะเปรียบเทียบ การเปรียบเทียบนี้ทำให้ตวนมู่ไป๋เย่ถึงกับตกตะลึง มันคือตานไป๋อีหมี่จริงๆ!
“เย่ไท่จื่อ ไม่ผิดใช่หรือไม่” หานอวิ๋นซีถามด้วยรอยยิ้ม
แผนที่ร่วงลงไปที่พื้น ตวนมู่ไป๋เย่เองก็ค่อยๆ ยืนขึ้นช้าๆ ใบหน้าของเขามืดมนจนน่ากลัว “กุ่ยตาเฉียงต้นสุดท้าย เ้าก็หามันพบแล้วหรือ?”
ดวงตาของหานอวิ๋นซีฉายแววเ้าเล่ห์ และก็มองไปทางขวาทันที
ตวนมู่ไป๋เย่ที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว รีบมองไปทางขวาทันที จากนั้นหานอวิ๋นซีก็มองไปทางซ้าย ตวนมู่ไป๋เย่เองก็หันศีรษะไปทางซ้าย
“ฮ่าฮ่าฮ่า มันอยู่ใต้เท้าท่านไง!” หานอวิ๋นซีหัวเราะ
ตวนมู่ไป๋เย่ก้มศีรษะลง เมื่อเห็นสิ่งนี้ หานอวิ๋นซีก็หัวเราะจนตัวโยน ใต้เท้าของตวนมู่ไป๋เย่ว่างเปล่าและไม่มีอะไรเลย
เอ่อ...นี่ถูกหลอกงั้นหรือ!
ใบหน้าของตวนมู่ไป๋เย่เปลี่ยนจากซีดเซียวก็กลายเป็แดงก่ำด้วยความโมโห สองมือเองก็กำหมัดแน่น
แววตาของใต้เท้าเหยากุ่ยเองก็เต็มไปด้วยความมืดมนและซับซ้อน เขาปลูกกุ่ยตาเฉียงไว้บนหลังคาด้วยมือของเขาเอง และมันก็ดูไม่ต่างจากวัชพืช ไม่ต้องพูดถึงหมอยาหรอก แม้แต่ปรมาจารย์ด้านพิษชั้นยอดหลายคนที่มาตามหา ก็ยังไม่สังเกตเห็น!
หานอวิ๋นซีหลอกตวนมู่ไป๋เย่เช่นนั้น บางทีอาจจะไม่รู้ก็ได้ใช่หรือไม่?
เมื่อคิดเช่นนี้ ใต้เท้าเหยากุ่ยก็ได้ความมั่นใจคืนมาเล็กน้อย สงบลงอย่างรวดเร็ว และพูดเตือนด้วยน้ำเสียงน่ากลัวว่า “หานอวิ๋นซี เ้าพบเจ็ดมารโกฐสอเทศและตานไป๋อีหมี่แล้ว แต่ถ้าเ้าหากุ่ยตาเฉียงไม่พบ เ้าก็ไม่ชนะอยู่ดี”
แต่ใครจะรู้ว่า ทันทีที่คำพูดของเขาสิ้นสุด ดวงตาของหานอวิ๋นซีแฝงไปด้วยความหมาย เมื่อเห็นสิ่งนี้ หัวใจของใต้ท้าเหยากุ่ยถึงกับกระตุก แต่สายตาของนางก็หายไปอย่างรวดเร็วและเหลือบมองไปที่หลังคาโดยไม่ตั้งใจ
และความเลินเล่อนี้ ทำเอาใต้เท้าเหยากุ่ยสะดุ้งเฮือกยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก!
เป็ไปได้หรือไม่ว่านางจะเจอกุ่ยตาเฉียงแล้ว? นางเป็อัจฉริยะหรือไร?
ต้องรู้ว่า ใต้เท้าเหยากุ่ยใช้เวลาสามวันสามคืนในการหาสถานที่เพื่อปลูกต้นไม้ต้นนี้!
เมื่อเห็นใต้เท้าเหยากุ่ยประหม่า หานอวิ๋นซีก็ยิ้มอย่างใจเย็นและไม่พูดอะไร
อย่างไรก็ตาม ตวนมู่ไป๋เย่ซึ่งอยู่ข้างๆ เห็นนางยักคิ้วให้ใต้เท้าเหยากุ่ย เขาก็เข้าใจทันทีว่า กุ่ยตาเฉียงถูกปลูกไว้ในลานแห่งนี้เช่นกัน!
เป็แบบนี้ได้อย่างไรกัน!
เหล่านี้เป็ยาสมุนไพรที่หาได้ยากอย่างมาก ใต้เท้าเหยากุ่ยเพิ่งบอกว่ากุ่ยตาเฉียงมีเพียงต้นเดียวเท่านั้น เช่นนั้นเหยาเหยาที่รีบออกไปหาั้แ่แรก นางจะไปหาเจอได้อย่างไรกัน!
ตวนมู่ไป๋เย่จะไปสนใจได้อย่างไรว่าสมุนไพรทั้งสามอยู่ที่ไหน สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดในตอนนี้คือน้องสาวของเขา แม้ว่าเขาจะเป็คนโหดร้ายและร้ายกาจ แต่เขาก็รักนางอย่างมาก ทนไม่ได้ที่จะเห็นนางไม่ได้รับความยุติธรรม
“เหยากุ่ย เ้าคิดปัญหาบ้าอะไรกัน!”
ตวนมู่ไป๋เย่พูดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว หันหลังและกำลังจะเดินออกไป แต่หลงเฟยเยี่ยกลับขวางทางเขาเอาไว้และพูดอย่างเ็าว่า “กฎที่ตั้งขึ้นก่อนหน้านี้คือผู้อื่นห้ามช่วย เ้าอย่าลืมล่ะ”
ตวนมู่ไป๋เย่ที่กำลังร้อนรน ทว่ากลับไม่มีเหตุผลที่จะต้องออกไป ใต้เท้าเหยากุ่ยเองก็อยู่ที่นี่ เขาจึงไม่กล้าที่จะเล่นเล่ห์เหลี่ยม ทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้อและนั่งข้างๆ ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
ครั้งนี้ พวกเขาแพ้
ใต้เท้าเหยากุ่ยไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่สนใจตวนมู่ไป๋เย่ เวลานี้ ความสนใจของเขาอยู่ที่หานอวิ๋นซีและสายตาที่มองอย่างไม่ละสายตา
เขาอยากที่จะรู้เหลือเกินว่า สรุปแล้วหานอวิ๋นซีรู้จักกุ่ยตาเฉียงหรือไม่ เขากำลังรอให้นางพูดออกมา
ตวนมู่ไป๋เย่ที่จนปัญญาก็ทำได้เพียงรอ รอให้หานอวิ๋นซีเปิดเผยคำตอบ จากนั้นก็พาเหยาเหยากลับมา ทว่าหานอวิ๋นซีกลับนั่งเฉยๆ ไม่พูดอะไร แววตาเองก็นิ่งสงบ
ในขณะเดียวกัน ตวนมู่เหยาเหยาก็กำลังตามหาเจ็ดมารโกฐสอเทศทั่วทั้งหุบเขา นางอ่านคำอธิบายในแผนที่สมุนไพรสามสี่ครั้งและคิดว่าตนเองฉลาดพอที่จะหาหญ้าหางหมานั้นเจอก่อน ดังนั้นนางจึงเหาะไปทั่วเหนือหุบเขา เมื่อเห็นทุ่งที่เต็มไปด้วยหญ้าหางหมา ก็หยิบแผนที่สมุนไพรขึ้นมาเทียบ และเทียบทีละต้นอย่างระมัดระวัง
นางจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้นในลานบ้านของใต้เท้าเหยากุ่ย ในขณะที่ค้นหา นางยังคงคิดถึงหานอวิ๋นซี โดยคิดว่าหานอวิ๋นซีแค่มองหาหญ้าหางหมาอย่างเดียวก็คงหาจนตายแล้วกระมัง!
หลังจากกำจัดหญ้าหางหมาแล้ว ตวนมู่เหยาเหยาก็เดินเบาๆ และเหาะต่อไปยังที่ต่อไป แม้ว่าภารกิจจะค่อนข้างยาก แต่นางก็ยังมั่นใจอย่างมาก
ไม่นาน ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลง...
เริ่มมืดแล้ว หานอวิ๋นซีกลับยังไม่พบกุ่ยตาเฉียง แน่นอนว่านางไม่ได้ออกจากลานบ้านเลย
ใต้เท้าเหยากุ่ยจุดไฟในลานบ้าน ตวนมู่ไป๋เย่เองก็เดินไปเดินมาที่ประตู ใบหน้าซีดเซียวและเต็มไปด้วยความกังวล แต่ก็ไม่สามารถออกไปได้ ใต้เท้าเหยากุ่ยนั่งยองๆ บนแปลงดอกไม้ข้างๆ ชำเลืองมองบนหลังคาเป็ครั้งคราว มองไปที่หานอวิ๋นซีเป็ครั้งคราว และยังคงรออย่างอดทน