บทที่ 4 : ถวายน้ำชาอาบยาพิษ
ราชวังหลวงแห่งแคว้นมู่ ตั้งตระหง่านเสียดฟ้าด้วยสถาปัตยกรรมสีทองอร่าม ทว่าในสายตาของ หลี่ชิงเกอ มันดูเหมือนกรงทองขนาดั์ที่ขังอสรพิษนับพันตัวเอาไว้
รถม้าของจวนอ๋องแล่นผ่านประตูวัง ทหารรักษาวังหลวงต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าสบตาตราพยัคฆ์ทมิฬที่ติดอยู่ข้างรถม้า
"จำไว้..." มู่หรงจั้น เอ่ยขึ้นขณะรถม้าหยุดลงหน้าบันไดพระที่นั่งั เขาบีบมือนางเบาๆ ไม่ใช่เพื่อปลอบประโลม แต่เพื่อเตือนสติ "คนในวังนี้น่ากลัวกว่าปีศาจ ฮ่องเต้พี่ชายข้า... ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ ส่วนฮองเฮา... นางคืออสรพิษที่ซ่อนเขี้ยวในดอกไม้"
หลี่ชิงเกอยิ้มมุมปาก ั์ตาเป็ประกายวาวโรจน์ "ข้าชอบเล่นกับงูเพคะ ท่านพี่"
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันเข้าสู่ท้องพระโรง มู่หรงจั้นในชุดแม่ทัพเต็มยศสีดำทะมึน แผ่กลิ่นอายกดดันจนขุนนางฝ่ายบุ๋นต้องถอยกรูด ส่วนหลี่ชิงเกอในชุดชายาเอกสีแดงเืนก เดินเชิดหน้าสง่างามราวกับนางพญาหงส์ที่เพิ่งเกิดใหม่จากกองเถ้าถ่าน
บนบัลลังก์ั ฮ่องเต้ 'มู่หรงหยาน' ประทับอยู่ พระองค์มีใบหน้าคล้ายคลึงกับมู่หรงจั้น แต่ดูซูบซีดและเ้าเล่ห์กว่า ข้างกายคือ 'ฮองเฮาจ้าว' สตรีผู้กุมอำนาจฝ่ายใน และเป็พี่สาวขององค์รัชทายาทจ้าวเสวียนแห่งแคว้นศัตรู (แคว้นที่ 3)
"ถวายบังคมฝ่าา" มู่หรงจั้นเพียงแค่ประสานมือคารวะ ไม่ยอมคุกเข่า หลี่ชิงเกอเองก็เลียนแบบสามี นางเพียงย่อกายเล็กน้อยอย่างไว้ตัว
"บังอาจ!" ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ตวาดแว้ด "เจอโอรส์ เหตุใดไม่คุกเข่า!"
"ช่างเถิดๆ" ฮ่องเต้มู่หรงหยานโบกมือ ยิ้มแย้มอย่างใจดี "น้องเจ็ดเป็แม่ทัพใหญ่ มีอภิสิทธิ์ไม่ต้องคุกเข่า... ว่าแต่ สตรีผู้นี้คือ?"
สายตาของฮ่องเต้จับจ้องมาที่หลี่ชิงเกอ แฝงแววตื่นตะลึงระคนผิดหวัง พระองค์ทรงเตรียมโลงศพไว้รอรับศพนางแล้วแท้ๆ เหตุใดนางจึงยังยืนยิ้มหน้าระรื่นอยู่ได้?
"หม่อมฉัน หลี่ชิงเกอ พระชายาเอกในชินอ๋อง เพคะ" นางตอบเสียงใส
"อ้อ... องค์หญิงจากแคว้นหลี่" ฮองเฮาจ้าวเอ่ยแทรกขึ้น นางจีบปากจีบคอ "ข้าได้ยินมาว่าสตรีแคว้นหลี่อ่อนแอ ขี้โรค นึกว่าจะทนรับมือกับความ... เอ่อ... ดุดัน ของน้องเจ็ดไม่ไหวเสียอีก ไม่นึกว่าเ้าจะ 'ทนทายาด' ถึงเพียงนี้"
คำพูดเหน็บแนมทำให้เหล่าสนมกำนัลพากันหัวเราะคิกคัก
หลี่ชิงเกอไม่สะทกสะท้าน นางหันไปสบตาฮองเฮาตรงๆ "หม่อมฉันอาจจะดูอ่อนแอ แต่โชคดีที่ท่านอ๋องทรงเมตตา... อีกอย่าง เมื่อคืนมีเื่ตื่นเต้นเล็กน้อย กองทัพิญญาบรรพชนออกมาต้อนรับหม่อมฉันดึกดื่น เลยทำให้หม่อมฉันตื่นตัวจนถึงเช้าเพคะ"
สิ้นคำว่า 'กองทัพิญญา' บรรยากาศในท้องพระโรงเงียบกริบทันที
รอยยิ้มบนพระพักตร์ฮ่องเต้แข็งค้าง พระองค์ทรงทราบข่าวเื่แสงสีม่วงที่จวนอ๋องเมื่อคืน แต่ไม่อยากเชื่อว่ามันคือเื่จริง "เ้า... หมายความว่าอย่างไร?" ฮ่องเต้ถามเสียงเครียด
"ก็หมายความว่า..." มู่หรงจั้นเอ่ยแทรกขึ้น เดินมาโอบไหล่ภรรยา "บรรพชนยอมรับนาง ตราพยัคฆ์ทมิฬเลือกนาง... ต่อไปนี้กองทัพเงาที่หลับใหล จะฟังคำสั่งพระชายาของข้าแต่เพียงผู้เดียว"
"เป็ไปไม่ได้!" ฮองเฮากรอนด่า "สตรีต่างแคว้น จะมาควบคุมกองทัพพิทักษ์ชาติได้อย่างไร! นี่มันฏชัดๆ!"
"ฏ?" หลี่ชิงเกอเลิกคิ้ว "กองทัพนี้สาบสูญไปร้อยปี ฮ่องเต้บัญชาไม่ได้ ท่านอ๋องบัญชาไม่ได้ แต่หม่อมฉันทำได้... นี่เรียกว่า 'โชตชะตา' เพคะ หากฮองเฮาไม่พอพระทัย จะให้หม่อมฉันเรียกพวกเขามารายงานตัวที่หน้าท้องพระโรงเดี๋ยวนี้เลยดีหรือไม่?"
นางทำท่ายกมือขึ้นจะดีดนิ้ว
"หยุด!" ฮ่องเต้รีบห้าม พระพักตร์ซีดเผือด หากกองทัพปีศาจนั่นโผล่มาจริง บัลลังก์ของพระองค์อาจสั่นคลอน "เอาล่ะๆ เื่นั้นค่อยว่ากัน วันนี้เป็วันมงคล... ฮองเฮา เตรียมน้ำชาให้น้องสะใภ้เถิด"
ฮองเฮากัดฟันแน่น ส่งสัญญาณให้ขันทีนำถาดน้ำชาเข้ามา ถ้วยชาถูกส่งมาตรงหน้าหลี่ชิงเกอ ควันร้อนฉ่าลอยฟุ้ง... กลิ่นของมันหอมประหลาด แต่จมูกที่ไวต่อพิษของหลี่ชิงเกอจับกลิ่น 'หญ้าไส้ขาด' ได้ทันที
พิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่นสำหรับคนทั่วไป กินเข้าไปจะไม่ตายทันที แต่จะทำให้เป็หมันและธาตุไฟเข้าแทรกตายในสามเดือน
"ดื่มสิ" ฮองเฮายิ้มเย็น "ชานี้เป็ยอดชาบรรณาการ ดื่มแล้วบำรุงโลหิต เหมาะกับเ้าสาวหมาดๆ"
หลี่ชิงเกอรับถ้วยชามาถือไว้ ความร้อนจากถ้วยแทบลวกมือ แต่นางไม่แสดงอาการเ็ป นางหมุนถ้วยชาเล่น มองดูของเหลวสีอำพันนั้น
"เป็พระกรุณาเพคะ"
นางทำท่าจะยกขึ้นดื่ม... มู่หรงจั้นขมวดคิ้ว กำลังจะยื่นมือมาปัดถ้วยชาทิ้ง แต่หลี่ชิงเกอส่งสายตาห้ามเขาไว้
"แต่ชานี้..." หลี่ชิงเกอเอ่ยต่อ "กลิ่นหอมแรงเกินไป เกรงว่าธาตุอ่อนๆ ของหม่อมฉันจะรับไม่ไหว... ขอถวายคืนแด่ '์' ก็แล้วกันเพคะ"
เพล้ง!
นางปล่อยมือจากถ้วยชา ปล่อยให้มันตกลงกระแทกพื้น น้ำชาร้อนๆ กระเด็นไปถูกชายกระโปรงของฮองเฮาที่นั่งอยู่ไม่ไกล
"ว้าย! ร้อน!" ฮองเฮาสะดุ้งโหยง ลุกขึ้นยืนจนเสียกิริยา "เ้าบังอาจ! กล้าทำลายน้ำชาพระราชทาน!"
"ตายจริง... มือหม่อมฉันอ่อนแรงเพคะ" หลี่ชิงเกอแสร้งทำหน้าใ แต่แววตาพราวระยับ "สงสัยเมื่อคืนจะ 'หักโหม' มากไปหน่อย... ใช่หรือไม่เพคะ ท่านพี่?"
นางหันไปออดอ้อนสามี
มู่หรงจั้นกลั้นขำจนไหล่สั่น เขาตบบ่านางเบาๆ "ใช่... ข้ารุนแรงกับเ้าไปจริงๆ นั่นแหละ"
เขาหันไปมองฮ่องเต้และฮองเฮาด้วยสายตาเย้ยหยัน "น้ำชาก็หกหมดแล้ว พิธีรีตองคงไม่ต้องกระมัง? ข้ากับชายายังมีราชการทหารต้องสะสาง... ขอทูลลา"
โดยไม่รอคำอนุญาต มู่หรงจั้นคว้าข้อมือหลี่ชิงเกอแล้วพานางเดินหันหลังออกจากท้องพระโรงทันที ทิ้งให้ฮ่องเต้และฮองเฮายืนตัวสั่นด้วยความโกรธแค้นอยู่เื้ั
เมื่อพ้นประตูวัง หลี่ชิงเกอก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ "เสียดายน้ำชาผสม 'หญ้าไส้ขาด' ถ้วยนั้น... หากฮองเฮาได้ดื่มเอง คงจะดีไม่น้อย"
มู่หรงจั้นหยุดเดิน หันมามองหน้านางอย่างพินิจพิเคราะห์ "เ้ารู้ว่ามีพิษ?"
"ข้ารู้ทุกอย่างที่เป็วิธีฆ่าคน" นางตอบเสียงเรียบ "ท่านอ๋อง... ศัตรูในวังของท่านอ่อนหัดกว่าที่ข้าคิด ต่อไปนี้ท่านวางใจเถอะ ใครที่คิดจะวางยาหรือลอบกัดท่าน... ข้าจะคืนสนองพวกมันเป็ร้อยเท่า"
มู่หรงจั้นยกยิ้ม มุมปากโค้งขึ้นอย่างพึงพอใจ "ข้าเริ่มจะชอบเ้าขึ้นมาจริงๆ แล้วสิ... พระชายาปีศาจของข้า"
