รอยประทับจิติญญาเป็ทักษะของนักรบระดับจันทราเท่านั้นที่จะสามารถใช้ได้
หรือว่า...ความแข็งแกร่งของาาแซมบอร์ดทะลุระดับดาวขึ้นเป็ระดับจันทราแล้ว?
ความคิดนี้ทำให้หัวใจของผู้คนเต้นระรัว ริมฝีปากของพวกเขาแห้งผากและรู้สึกวิงเวียนขึ้นมา
เป็ไปไม่ได้!
หากาาแห่งแซมบอร์ดก้าวเข้าสู่ระดับจันทราแล้วจริงๆ เื่นี้จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในปัจจุบันของราชอาณาจักรเซนิทเป็อย่างมาก
สำหรับราชอาณาจักรระดับหนึ่งอย่างเซนิท การมีอยู่ของนักรบระดับจันทราก็เหมือนมีอาวุธชิ้นยอดอยู่ในมือ เป็อาวุธที่ไม่อาจละเลยการมีอยู่ของมันได้ การปรากฏตัวของนักรบระดับจันทราอีกหนึ่งคน นั่นหมายความว่า ความแข็งแกร่งของราชอาณาจักรได้ก้าวะโขึ้นมาอีกหลายขั้น นอกจากนี้ นักรบระดับจันทราคนนี้ก็มีอายุเพียงสิบเก้าปีเท่านั้น! ด้วยศักยภาพที่ไร้ที่สิ้นสุดแบบนี้ ไม่แน่ว่าบางทีอาจจะใช้เวลาไม่นาน าาแซมบอร์ดคนนี้อาจจะสามารถทะลายขอบเขตระดับจันทราขึ้นสู่ระดับสุริยะก็ได้ใครจะไปรู้!
ถ้าาาแซมบอร์ดก้าวไปถึงระดับนั้น อย่าว่าแต่ราชอาณาจักเซนิทเลย แม้แต่ราชอาณาจักรระดับหกยังต้องยืมจมูกาาแซมบอร์ดหายใจเลย!
'อัศวินแห่งทวยเทพ' ยืนอยู่ข้างรอยดาบบนพื้นและครุ่นคิดบางอย่างอยู่เงียบๆ
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนไม่เข้าใจก่อนจะหลับตาลงเพื่อััถึงพลังที่มองไม่เห็นอย่างเงียบๆ
เปลวไฟคลื่นพลังสีแดงดุจเืก็ค่อยๆ แผ่ออกมาจากร่างของเขาและขยายออกไปยังที่พื้นรอบๆ อย่างช้าๆ ยิ่งขยายไปยิ่งหนาประหนึ่งไฟที่กำลังลุกไหม้ สุดท้ายเปลวไฟคลื่นพลังสีแดงก็ค่อยๆ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงกว่าร้อยเมตรและห่อหุ้มร่างของ 'อัศวินแห่งทวยเทพ' ราวกับคริสตัลสีเื
เปลวไฟคลื่นพลังสีแดงค่อยๆ สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกที่น่าสะพรึงกลัวมากมายกระจายครอบคลุมไปทั่วพื้นที่รอบตัวเขา
'อัศวินแห่งทวยเทพ' โคจรคลื่นพลังในร่างของตัวเองจนมาถึงระดับสูงสุด ความแข็งแกร่งที่น่ากลัวถูกเปิดเผยออกมา เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในระดับหกดาวที่กำลังจะทะลุไปยังขอบเขตเจ็ดดาว
หลังจากปรับพลังของตัวเองให้อยู่ในระดับสูงสุดแล้ว 'อัศวินแห่งทวยเทพ' ก็เริ่มลงมือ
ตูม!
เขาคุกเข่าแล้วชกลงบนพื้นอย่างรุนแรง ราวกับว่าผืนฟ้าถูกฉีกขาด คลื่นพลังสีแดงราวกับเืกลายเป็ลำแสงสีแดงขนาดใหญ่ โจมตีลงไปบนพื้นดินจนเกิดะเิเสียงดังสนั่นขึ้นมา
พื้นดินแตกเป็รอยใยแมงมุม ความผันผวนของคลื่นกระแทกที่มองไม่เห็นถูกปล่อยลงสู่พื้นดินและแผ่ขยายออกไปเป็วงกว้าง ประหนึ่งคลื่นเสียงที่ขยายออกเป็ชั้นๆ ในที่สุดคลื่นกระแทกก็ปะทะเข้ากับรอยดาบที่ลากยาวกว่าหนึ่งเมตร
ตูม ตูม ตูม!
หวือ หวือ หวือ!
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ คลื่นดาบและคลื่นกระแทกปะทะกันจนพื้นดินสั่นหวั่นไหว
พวกเขาเห็นคลื่นดาบโปร่งแสงขนาดใหญ่ถูกยิงออกมาจากรอยดาบไม่หยุด เสียงแหลมคมแสบแก้วหูดังขึ้นในอากาศ ในเวลาเดียวกัน คลื่นพลังสีแดงราวกับเืที่อยู่ในรอยแตกก็ปะทุขึ้นมาเหมือนลาวา พลังสองขั้วที่แตกต่างกันได้เข้าปะทะกันไม่หยุด
สุดท้าย คลื่นดาบโปร่งแสงก็สลายไป
คลื่นพลังสีแดงที่ปะทุขึ้นมาจากพื้นดินก็ค่อยๆ สลายตัวไปในอากาศ
ฝุ่นที่ลอยตัวอยู่ในอากาศก็เริ่มร่วงลงสู่พื้น
รอยดาบที่ซุนเฟยสร้างไว้บนพื้นก็ถูกทำลายลงด้วยหมัดของ 'อัศวินแห่งทวยเทพ' คลื่นพลังโจมตีทั้งหมดได้แตกสลายไปอย่างไร้ร่องรอย ในที่สุดรอยประทับจิติญญาก็ถูกหมัดของ 'อัศวินแห่งทวยเทพ' ลบล้างหมดสิ้น
'อัศวินแห่งทวยเทพ' ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและยกแขนขวาขึ้นมา
อัศวินสามร้อยกว่านายที่อยู่ด้านหลังของเขาได้กลับขึ้นไปบนหลังม้าของตัวเอง ชุดเกราะโลหะของพวกเขาเสียดสีกันจนเกิดเสียงดัง ‘กึ้งๆ’ ในยามที่เคลื่อนไหว เสียงโห่ร้องของอัศวินจำนวนสามร้อยกว่าคนรวมกันเป็หนึ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยจิตสังหาร อัศวินที่ขี่หลังม้ากำหอกในมือแน่นก่อนจะจัดกระบวนทัพเป็รูปกรวย ปลายหอกในมือของอัศวินทุกนายต่างชี้ไปที่ค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด เตรียมพร้อมบุกโจมตีทุกเมื่อ!
ทว่า
มือขวาของ 'อัศวินแห่งทวยเทพ' ยกขึ้นมาก่อนจะโบกมือไปด้านหลังแทนที่จะฟันลงมาเหมือนทุกที
อัศวินทั้งหมดตกตะลึง
ท่าทางนี้ไม่ได้เป็คำสั่งโจมตี!
แต่มันหมายถึง...การถอยกลับ!
ถอยทันที!
อัศวินทั้งหมดต่างมั่นใจว่าภายใต้การนำทัพของ 'อัศวินแห่งทวยเทพ' พวกเขาจะฆ่าล้างบางชาวเมืองแซมบอร์ดในค่ายให้หมดเพื่อกู้ภาพลักษณ์ของพวกเขากลับคืนมา แต่ไม่มีใครคาดว่าจะได้รับคำสั่งนี้จากอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่นึ่งที่เป็ผู้นำสูงสุดของพวกเขา แม้แต่เหล่าอัศวินที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีก็ยังตกตะลึงไปหลายวินาทีกว่าจะได้สติกลับคืนมา อัศวินกว่าสามร้อยนายต่างหันม้ากลับไปอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะกระทุ้งม้าให้พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วพลางร้องคำรามออกมาอย่างโมโห ราวกับกระแสน้ำสีดำที่ไหลทะลักจากไป เพียงชั่วพริบตา กองกำลังอัศวินทั้งหมดก็ค่อยๆ หายไปจากค่ายทหารอาณาจักรบริวาร
ผู้คนจำนวนมากที่กำลังสังเกตการณ์ก็ไม่รู้ว่าทำไม 'อัศวินแห่งทวยเทพ' จึงออกคำสั่งเช่นนี้
หรือเขาคิดว่า แค่เขาคนเดียวก็สามารถจัดการกับชาวเมืองแซมบอร์ดทั้งหมดได้?
หรือว่าเขาตัดสินใจที่จะประนีประนอมกับ 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' าาแซมบอร์ด?
สายตาทั้งหมดจับจ้องไปที่ร่างของ 'อัศวินแห่งทวยเทพ' ที่กำลังก้าวข้ามรอยดาบที่ตัวเองทำลายลงและเดินเข้าไปในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด จากนั้นเขาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างช้าๆ เริ่มั้แ่แลมพาร์ด ตอร์เรส ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของเ้าอ้วนโอเลเกร์เป็คนสุดท้ายและจ้องใบหน้าของมันนานที่สุด คล้ายกับว่าจะจดจำใบหน้าของมันให้ได้ ก่อนจะหันไปมองร่างของเหล่าอัศวินที่ถูกหมัดไว้บนเสาไม้
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว
'อัศวินแห่งทวยเทพ' โบกมือเบาๆ คลื่นพลังสีแดงมากกว่าสี่สิบสายก็ลอยออกไปตัดเชือกที่มัดร่างของเหล่าอัศวินออก
“ท่านผู้นำ...”
“ท่านผู้นำ ได้โปรดออกคำสั่ง!”
หลังจากเห็น 'อัศวินแห่งทวยเทพ' มาถึง อัศวินทั้งหมดที่ถูกทุบตีต่างก็คุกเข่าลงและร้องไห้ออกมาราวกับเป็เด็กน้อยที่ถูกลักพาตัวไป แต่ในที่สุดก็ได้กลับมาพบพ่อแม่ของตัวเอง เมื่อพวกเขาคุกเข่าลงตรงหน้า 'อัศวินแห่งทวยเทพ' พวกเขาก็บอกเล่าถึงความโหดร้ายและความสิ้นคิดของชาวแซมบอร์ดและ้าให้อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่หนึ่งแก้แค้นให้พวกเขา
“กลับไป!” 'อัศวินแห่งทวยเทพ' พูดออกมาเบาๆ ในขณะที่ขมวดคิ้ว
“หือ? ท่านผู้นำ าาแซมบอร์ดไม่ได้เห็นวิหารอัศวินอย่างพวกเราอยู่ในสายตาเลย พวกเขา…” หัวหน้าอัศวินผู้มีดวงตาเหมือนเสือดาวรีบกล่าวออกมา สภาพของเขาดูไม่ต่างอะไรกับสุนัขที่ถูกทุบตี
'อัศวินแห่งทวยเทพ' จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหัวหน้าอัศวินคนนั้น แววตาที่แหลมคมของเขาดูเหมือนจะมองทะลุความคิดของหัวหน้าอัศวินคนนั้นออก หัวหน้าอัศวินได้แต่สะดุ้งเฮือกอย่างใก่อนจะปิดปากเงียบไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้อัศวินที่นั่งอยู่ข้างๆ เข้ามาประคองร่างของตัวเอง ดวงตาที่ฉายแววเกลียดชังจับจ้องไปที่ร่างของโอเลเกร์ก่อนจะเดินออกจากค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดไปอย่างไม่เต็มใจ
เห็นได้ชัดว่าแลมพาร์ดและคนอื่นๆ ได้รับคำสั่งบางอย่างจากาาของตัวเอง พวกเขาเพียงมองตามร่างของหัวหน้าอัศวินคนนั้นจากไปโดยที่ไม่กล่าวอะไรออกมา
'อัศวินแห่งทวยเทพ' ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมในขณะที่จ้องมองไปยังเต็นท์หลังใหญ่ที่อยู่ตรงกลางค่ายชั่วครู่ เขาไม่กล่าวอะไรออกมาแม้แต่คำเดียวก่อนจะหมุนร่างเตรียมเดินจากไป
“นายท่านโปรดรอสักครู่!” ทันใดนั้นแลมพาร์ดก็พูดขึ้นมา
“หือ?” 'อัศวินแห่งทวยเทพ' หันกลับมา ฉับพลันแรงกดดันมหาศาลก็ะเิออกมาจากร่างของเขา ตอนนี้เขาดูเหมือนกับสัตว์ป่ากระหายเื เขามองไปที่ร่างของแลมพาร์ดก่อนจะกล่าวออกมาอย่างเย้ยหยันว่า “ทำไม? าาแซมบอร์ดของเ้า้าจะจับกุมตัวข้าด้วยหรือ?”
ประโยคนี้เปิดเผยสภาวะอารมณ์ภายในของเขาออกมา
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจกับสิ่งที่ชาวแซมบอร์ดทำ แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้เขาต้องระงับความโกรธนี้เอาไว้
“นายท่านเข้าใจผิดแล้ว” แลมพาร์ดกล่าวออกมาอย่างสงบในขณะที่เดินเข้าไป “องค์าาอเล็กซานเดอร์ได้สั่งให้ข้ามอบสิ่งนี้ให้กับท่าน”
พูดจบเขาก็โบกมือขึ้นมา ดร็อกบาที่มีสีหน้าเคร่งเครียดก็เดินเข้ามาพร้อมถาดที่ถืออยู่ในมือ แสงแดดสาดส่องลงมากระทบคริสตัลปริซึมหกเหลี่ยมที่วางอยู่บนถาดจนเกิดแสงสว่างที่สวยงามขึ้นมา
ดวงตาของ 'อัศวินแห่งทวยเทพ' เป็ประกายขึ้นมาด้วยความใ
เขารู้จักสิ่งนี้ดี มันเรียกว่า 'คริสตัลไดวี่' เป็อัญมณีที่มีความสามารถเวทมนต์แปลกๆ มันสามารถบันทึกเสียงและภาพเป็ระยะเวลาหนึ่งและเล่นซ้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความสามารถพิเศษเช่นนี้ ทำให้ส่วนใหญ่มันถูกใช้ในการบันทึกหลักฐานเมื่อนักโทษสารภาพผิด เพื่อป้องกันไม่ให้นักโทษกลับคำ
'อัศวินแห่งทวยเทพ' คาดไม่ถึงว่าอาณาจักรบริวารระดับหกจะมีอัญมณีเวทมนตร์ที่หายากแบบนี้ด้วย
เขาพอจะเดาออกว่าในคริสตัลไดวี่นี้ได้บันทึกภาพอะไรไว้
เขาโบกมือเบาๆ ก่อนจะมีเสียงวูบดังขึ้นมา คริสตัลไดวี่ลอยออกมาจากถาดแล้วบินเข้ามาในมือของ 'อัศวินแห่งทวยเทพ'
ตอนนี้เอง เพียร์ซก็เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนที่จะวางถุงใส่ของไว้ข้างหน้า 'อัศวินแห่งทวยเทพ' ภายในถุงนั้นมีสมบัติของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตที่เหล่าอัศวินพวกนั้น ‘ค้นเจอ’ ในค่ายทหารแซมบอร์ด เพียร์ซกล่าวออกมาด้วยเสียงอันดังว่า “สมบัติพวกนี้ เป็สมบัติที่อัศวินของท่านทิ้งไว้ให้เรา องค์าาอเล็กซานเดอร์มีรับสั่งให้นำของเหล่านี้ส่งคืนให้กับท่าน โปรดนำมันกลับไปด้วย!”
'อัศวินแห่งทวยเทพ' พลันหน้าเปลี่ยนสี แต่ไม่นานเขาก็สงบสติอารมณ์ของตัวเองลงได้ เขาโบกมือเบาๆ แสงสีขาวก็ส่องประกายขึ้นมา ก่อนที่สิ่งของทั้งหมดจะถูกดึงเข้าไปในแหวนเก็บของของเขา จากนั้นเขาก็หันมองไปที่เต็นท์ตรงกลางอีกสักพัก ก่อนที่ร่างของเขาจะกลายเป็ลำแสงพุ่งกลับไปที่เมืองหลวง
เมื่อเห็นชายคนนั้นจากไป แลมพาร์ดกับคนอื่นๆ ก็พากันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่หนึ่งมีแรงกดดันที่เหนือกว่าอัศวินผู้ตัดสินคนอื่นๆ หลายเท่า การปรากฏตัวของชายคนนั้นเหมือนูเาขนาดใหญ่ที่กำลังกดทับร่างของพวกเขา พวกเขาแทบจะหายใจไม่ออก! นี่เป็แรงกดดันที่เกิดจากพลังอำนาจที่แข็งแกร่ง เนื่องจากตอนนี้ความแข็งแกร่งของแลมพาร์ดอยู่ที่ห้าดาวระยะกลาง ทำให้สภาพของเขาดูดีกว่าคนอื่นๆ แต่กับเพียร์ซและดร็อกบาที่อ่อนแอกว่ากลับอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่มาก เขายกมือขึ้นมานวดตรงเอวของตัวเอง เมื่อ 'อัศวินแห่งทวยเทพ' กลายเป็ลำแสงพุ่งขึ้นสู่ฟ้า พวกเขาก็พากันคุกเข่าลงกับพื้นแทบจะทันที พลางสูดลมหายใจเข้าอย่างรวดเร็วราวกับปลาที่หายใจไม่ออกเมื่ออยู่บนบก
ดูเหมือนว่า 'อัศวินแห่งทวยเทพ' ้าจะกดดันยอดฝีมือของเมืองแซมบอร์ดให้คุกเข่าลงกับพื้น แต่น่าเสียดายที่เขาทำไม่สำเร็จ
“ทุกคนแยกย้ายกลับไปประจำตำแหน่งของตัวเอง!”
แปเตอร์ แช็คที่มีอำนาจรองจากาาอเล็กซานเดอร์ก็โบกมือออกคำสั่งเพื่อให้ทหารแซมบอร์ดกระจายตัวกลับไปประจำที่จุดเดิมของพวกเขาทันที บรรยากาศกดดันหายไปและถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศที่วุ่นวายแทน
ฝูงชนที่เฝ้าสังเกตจากที่ไกลๆ ก็พากันสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ไม่มีใครคาดคิดว่าผลจะออกมาเป็แบบนี้! อัศวินจากวิหารอัศวินไม่ได้พุ่งเข้าไปจับกุมตัวชาวแซมบอร์ดในข้อหา ‘ก่อฏ’ และ ‘สมรู้ร่วมคิดกับนักฆ่า’ แต่อย่างไรก็ตาม อัศวินกว่าสี่สิบนายถูกชาวแซมบอร์ดจับกุมและทรมานอย่างโหดร้าย ถึงแม้ว่าต่อมาเมื่ออัศวินผู้ตัดสินลำดับที่หนึ่ง 'อัศวินแห่งทวยเทพ' มาถึง แทนที่สถานการณ์จะพลิกกลับ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่แน่ใจว่าชายคนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมามากนัก หลังจากที่เขาทำลายรอยประทับจิติญญาได้ก็เข้าไปปล่อยตัวอัศวินที่เหลือแล้วจากไปทันที ดูเหมือนว่าเขาจะปล่อยเื่นี้ให้มันผ่านไป
มีเื่ราวมากมายที่ยังคงคลุมเครือ ทำให้หลายๆ คนที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ต่างไม่เข้าใจ
อย่างไรก็ตาม พลังที่น่ากลัวที่าาแซมบอร์ดได้แสดงออกมาก็ทำให้พวกเขาต่างตื่นใขึ้นมาอีกครั้ง 'รอยประทับจิติญญา' ทักษะที่ไม่น่าเชื่อนั่นได้เขย่าขวัญของพวกเขามากที่สุด! หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไป ในใจของทุกคนต่างเชื่อมโยงว่าาาแซมบอร์ดกับนักรบระดับจันทราเป็ของคู่กัน ตอนนี้าาแซมบอร์ดได้กลายเป็บุคคลที่ห้ามไปยั่วยุ และเมืองแซมบอร์ดก็กลายเป็อาณาจักรที่ไม่ควรไปรุกรานแล้ว
-----------------------------------------------
