บทที่ 148 ไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้
ผู้เฒ่าเสว่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันมองถังหว่านเอ๋อร์และมู่เซวียน “พวกเ้าสองคนดูแลแขกให้ดี ไว้เ้าตำหนักจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับฉินชู”
ผู้เฒ่าเสว่กำชับเสร็จ จึงออกจากเรือนแยกไป
“ฉินชู คนที่ถูกตระกูลสายเืศักดิ์สิทธิ์สังหารสำคัญต่อเ้ามากใช่หรือไม่?” มู่เซวียนมองฉินชูพร้อมเอ่ยถาม
“สำคัญมาก ดังนั้นข้าจึงต้องสืบ” ฉินชูพยักหน้า ในอดีตพวกมันเล่นงานเขาปางตาย นี่ถือเป็ความแค้นใหญ่หลวง ที่สำคัญคือต้องตามหาท่านอาหญิง และบิดามารดาของเขาให้พบ ตอนนั้นเส้นผมอาหญิงถึงขนาดแปรเปลี่ยนเป็สีขาวในชั่วพริบตา ถือเป็ความผูกพันอย่างลึกซึ้ง
่พลบค่ำ
เ้าตำหนักจันทราเงินให้คนมาเชิญฉินชู ถังหว่านเอ๋อร์ และมู่เซวียนไปยังเรือนแยกของนาง นางให้คนจัดเตรียมสุราอาหารไว้
ฉินชูประสานมือคำนับ เมื่อได้พบกับเ้าตำหนักจันทราเงินอีกครั้ง ผู้เฒ่าเสว่บอกแล้วว่าตำหนักจันทราเงินไม่มีเจตนาร้าย เพียงอยากรั้งให้อยู่ต่อ ดังนั้นเขาไม่จำเป็ต้องมีอคติ
“นั่งลงเถอะ! ผู้เฒ่าเสว่เล่าเื่ของเ้าให้ข้าฟังแล้ว นั่นถือเป็การสะกิดแผลใจอันเ็ปของข้าเช่นกัน” เ้าตำหนักจันทราเงินโบกมือให้พวกฉินชูสามคน
“อาจารย์ ท่านไม่เป็อะไรใช่หรือไม่เ้าคะ?” มู่เซวียนนั่งลงข้างเ้าตำหนักจันทราเงิน
“ไม่เป็ไร ฉินหลิงซีองค์หญิงแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงเป็สหายรักของอาจารย์ แต่อาจารย์ไม่อาจช่วยอะไรนางได้ ไม่เพียงแต่ปล่อยให้นางโดนทำร้ายจนาเ็หนัก ทั้งยังต้องแบกรับความเศร้าเสียใจแสนสาหัส” เ้าตำหนักจันทราเงินส่ายหน้า
“อาจารย์ หมายความว่าอย่างไรเ้าคะ?” มู่เซวียนมองเ้าตำหนักจันทราเงินพร้อมเอ่ยถาม นางอายุค่อนข้างน้อย จึงรู้สึกสนอกสนใจในทุกเื่
ตามคำบอกเล่าของเ้าตำหนักจันทราเงิน ฉินชูจึงได้รู้รายละเอียดเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่เ้าตำหนักจันทราเงินไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่แดนศักดิ์สิทธิ์แคว้นจงโจว นางได้พบกับฉินหลิงซี แล้วทั้งคู่จึงคบหาเป็สหาย
ภายหลังเกิดเื่กับเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง ฉินหลิงซีได้รับการไหว้วานจากพี่ชายและพี่สะใภ้ให้ช่วยดูแลหลานชาย เพราะหลานชายของนางเป็ถึงทายาทผู้สืบทอดสายตรงเพียงหนึ่งเดียวของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง แต่กลับถูกปลิดชีพแล้ว
“ถูกสังหารแล้ว?” แววตาของถังหว่านเอ๋อร์และมู่เซวียนเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“ใช่ ถูกสังหารที่แคว้นหนานเหยียน หลานชายที่พาหนีมาตลอดทางถูกสังหาร ทำให้นางเศร้าโศกเป็อย่างมาก ถึงขนาดที่เส้นผมสีดำขลับแปรเปลี่ยนเป็สีขาว นอกจากความผูกพันส่วนตัว สายหลักของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงก็ไร้ซึ่งทายาทสืบต่อ นางอาจยอมรับเื่นี้ไม่ได้” เ้าตำหนักจันทราเงินกล่าวเสียงเบา นางรู้สึกเศร้าเสียใจแทนสหายรักไม่น้อย
ระหว่างงานเลี้ยง เ้าตำหนักจันทราเงินไต่ถามเื่บางอย่างของฉินชู นอกจากชาติกำเนิดของตัวเองและเื่ที่ตัวเองมีสายเืศักดิ์สิทธิ์ในกาย ฉินชูล้วนบอกกล่าวทั้งหมด
“ก่อนหน้านี้ฝ่ายผู้าุโใหญ่กลั่นแกล้งจนเ้าถูกปรักปรำ แต่วันนี้ที่ไม่ได้ให้เ้าไปจากที่นี่เป็ความ้าของข้า สาเหตุหลักเพราะเสียดายผู้มีความสามารถ ไม่ว่าจะเป็สำนักใดล้วน้าผู้มีความสามารถ บัดนี้ข้ารู้ว่าเ้ารีบร้อนจะไปจากที่นี่ ต่อให้รั้งก็คงยาก” เ้าตำหนักจันทราเงินกล่าว
ฉินชูลุกขึ้นยืนก่อนโค้งตัวคำนับเ้าตำหนักจันทราเงิน “ต้องขออภัยเป็อย่างยิ่ง ใช่ว่าฉินชูจะเล่นตัว หรือไม่สำนึกบุญคุณ แต่เพราะตัวข้ามีธุระต้องทำอย่างแท้จริง”
เ้าตำหนักจันทราเงินโบกมือให้ฉินชูนั่งลง “ไม่ต้องขอขมา นี่หาใช่ความผิดของเ้า”
งานเลี้ยงสิ้นสุด เ้าตำหนักจันทราหันมองถังหว่านเอ๋อร์ “ตอนฉินชูจะไปจากที่นี่ เ้าส่งเขาออกไป ฉินชู ตำหนักจันทราเงินยินดีต้อนรับเ้าเสมอ”
ฉินชูประสานหมัดคำนับเ้าตำหนักจันทราเงินอีกครั้ง ก่อนออกจากที่พักของเ้าตำหนักจันทราเงินพร้อมถังหว่านเอ๋อร์และมู่เซวียน
ระหว่างมองส่งพวกฉินชูเดินออกไป เ้าตำหนักจันทราเงินส่ายหน้าด้วยความจนใจ นางอยากปล่อยฉินชูไปหรือ? นางย่อมไม่อยาก แต่ผู้เฒ่าเสว่บอกนางแล้วว่าเป็ไปไม่ได้ ผู้เฒ่าเสว่รู้จักโม่เต้าจื่อดี หากมีวิธีหยุดยั้งฉินชูไม่ให้ออกมาเสี่ยงอันตราย เช่นนั้นโม่เต้าจื่อต้องหยุดยั้งแน่นอน สถานการณ์ในยามนี้แสดงให้เห็นว่าไม่อาจหยุดได้ โม่เต้าจื่อยังหยุดฉินชูไม่ได้ ตำหนักจันทราเงินย่อมรั้งไว้ไม่ได้เช่นกัน
ยามฉินชูกลับถึงเรือนแยกของมู่เซวียนพร้อมถังหว่านเอ๋อร์และมู่เซวียน ก็ได้พบว่ามู่หยวนหลิงกำลังรออยู่
“ท่านพ่อ ท่านอยู่ที่นี่ได้อย่างไรเ้าคะ!” มู่เซวียนโอบแขนมู่หยวนหลิงพร้อมกล่าว
“เหตุใดพ่อถึงมาไม่ได้? ฉินชู เ้าอยู่ต่อฝึกฝนศาสตร์การหลอมโอสถกับข้าดีหรือไม่? ต่อให้เ้าเป็ไม้ผุไม่อาจสอนได้ ข้าก็จะบ่มเพาะเ้าให้กลายเป็ปรมาจารย์หลอมโอสถ นี่ถือเป็การตอบแทนที่เ้าช่วยมู่เซวียนเอาไว้” มู่หยวนหลิงมองฉินชูพร้อมกล่าว
“เื่นี้ไม่จำเป็ แต่หากท่านมีสูตรโอสถหรือตำราโอสถที่ไม่จำกัดเงื่อนไขการสืบทอด ให้ข้าอ่านดูก็ได้!” ฉินชูยิ้มพร้อมกล่าว
“เ้าหาใช่อาจารย์หลอมโอสถ เ้าดูสูตรโอสถไปจะมีประโยชน์อะไร” มู่หยวนหลิงเหลือบมองฉินชูครู่หนึ่ง เพราะไม่พอใจที่ฉินชูปฏิเสธ
“เหตุใดเ้าหุบเขามู่จึงคิดว่าไร้ประโยชน์เล่า? ข้าไม่ได้บอกว่าข้าไม่ใช่อาจารย์หลอมโอสถเสียหน่อย!” ฉินชูกล่าว ตำหนักจันทราเงินไม่ขวางเขาอีก ภายในใจเขาไม่มีความกังวลอะไรแล้ว
มู่หยวนหลิงเดินวนเวียนรอบตัวฉินชูสองรอบ “เหตุใดข้าถึงรู้สึกไม่เชื่อเลย เ้าลองหลอมโอสถสักหนึ่งเตาดู หากเ้าเป็อาจารย์หลอมโอสถ ข้าจะให้เ้าอ่านตำราโอสถของหุบเขาโอสถทิพย์ได้ นอกจากส่วนที่เป็ตำราแกนกลาง ตำราทั่วไปล้วนอ่านได้”
ได้ยินมู่หยวนหลิงกล่าวดังนั้น ฉินชูจึงนำเตาหลอมโอสถออกมา หลังจากจัดเตรียมวัตถุดิบเสร็จ จึงหลอมโอสถหลิงหยวนออกมาหนึ่งเตา
มู่หยวนหลิงหยิบโอสถหลิงหยวนขึ้นมาดม ก่อนยื่นนิ้วชี้ไปทางฉินชู “เ้าหนูเก่งกาจนัก”
หลังจากกล่าวจบ มู่หยวนหลิงสะบัดแขนเสื้อเดินไปทันที “พรุ่งนี้จะนำตำราโอสถมาให้เ้า”
“ฉินชู เ้าเป็อาจารย์หลอมโอสถด้วยหรือ?” แววตาที่มู่เซวียนมองฉินชูเต็มไปด้วยความเคารพเลื่อมใส ฉินชูที่มีพลังตบะขั้นสี่หลิงหยวนสามารถต่อสู้กับโจวเหมยที่เป็ขั้นห้าเทียนหยวนได้อย่างสูสี บัดนี้ยังสามารถหลอมโอสถได้ เรียกว่าไม่มีสิ่งใดที่เขาทำไม่ได้
“เพียงแค่พอมีความรู้บ้าง เทียบกับตระกูลมู่ของพวกเ้าไม่ได้หรอก” ฉินชูยิ้มพร้อมกล่าว
เนื่องจากต้องรอตำราโอสถจากมู่หยวนหลิง ฉินชูจึงยังไม่ได้จากไป ่เที่ยงวันต่อมามู่หยวนหลิงจึงมาหา โยนตำราโอสถให้ฉินชูสามเล่ม เล่มหนึ่งเป็ศาสตร์หลอมโอสถขั้นพื้นฐาน เล่มหนึ่งเป็สูตรโอสถ เล่มสุดท้ายเป็ประสบการณ์หลอมโอสถของมู่หยวนหลิง
สำหรับฉินชูแล้วสิ่งเหล่านี้ล้วนสำคัญมาก เขาเริ่มศึกษาอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก ศึกษาเป็เวลาสี่วัน จึงจดจำตำราโอสถทั้งสามเล่มได้ทั้งหมด
เมื่อมู่หยวนหลิงมาหาอีกครั้ง ฉินชูจึงคืนตำราโอสถให้มู่หยวนหลิง “ขอบคุณเ้าหุบเขามู่”
“ไม่ต้องเกรงใจ คิดไม่ถึงว่านอกจากเ้าจะมีพร์ด้านการฝึกฝน พร์ด้านการหลอมโอสถก็ไม่เลว” แววตาที่มู่หยวนหลิงมองฉินชู เต็มไปด้วยความชื่นชม
“เมื่อคืนตำราโอสถให้ผู้าุโแล้ว ข้าน้อยก็ต้องไปจากที่นี่เช่นกัน สาเหตุหลักเพราะยังมีธุระมากมายที่ต้องจัดการ” ฉินชูประสานมือคำนับมู่หยวนหลิง
“หุบเขาโอสถทิพย์ของตระกูลมู่ ยินดีต้อนรับให้เ้าไปเยือนได้ทุกเมื่อ” มู่หยวนหลิงกล่าวกับฉินชู
หลังจากเก็บของเสร็จ ฉินชูจึงมาด้านนอกหอคอยที่เ้าตำหนักจันทราเงินอาศัยอยู่ หลังจากองครักษ์เข้าไปรายงาน จึงพาฉินชูเข้ามาภายในที่พักของเ้าตำหนักจันทราเงิน
“จะไปแล้วใช่หรือไม่?” เ้าตำหนักจันทราเงินมองฉินชูพร้อมกล่าว
“ขอรับ ต่อไปหากมีโอกาส ฉินชูจะมาเยี่ยมเยือนอีก” ฉินชูประสานหมัดคำนับเ้าตำหนักจันทราเงิน
“ยุทธภพอันตราย ระวังตัวด้วย” เ้าตำหนักจันทราเงินกล่าวกับฉินชู
ฉินชูหันหลังเดินจากไป เดินไปไม่กี่ก้าวฉินชูก็หันกลับมาอีก “ฉินชูขอถามอีกเื่หนึ่ง มีวิธีใดจะตามหาฉินหลิงซีองค์หญิงแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงได้บ้าง?”
“ไม่มีวิธี ยามนี้นางไม่มีทางปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน ถึงอย่างไรนอกจากเผ่าศักดิ์สิทธิ์เต่านิลที่ปิดเขาเก็บตัวแล้ว ตระกูลสายเืศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออีกสามเผ่าต่างไม่เคยหยุดกดดันเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง”
“เช่นนั้นท่านรู้นามของหัวหน้าเผ่าน้อยและฮูหยินน้อยของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงหรือไม่?” ฉินชูคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถาม
“หัวหน้าเผ่าน้อยแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง... ข้าจำได้แล้ว ฉินจ้านเหยี่ย! ส่วนฮูหยินน้อย ข้าเองก็ไม่รู้” เ้าตำหนักจันทราเงินกล่าว
