เฉินเฟิงกับหญิงสาวสองคนก้าวเดินต่อไปด้วยสีหน้าเ็า เดินผ่านวงล้อมการต้อนรับของเหล่าเ้าหญิงหัวแก้วหัวแหวนทั้งเก้าคนแห่งเมืองโม๋ตู
ไม่มีใครกล้ายื่นมือมาแนะนำตน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการขวางทางเฉินเฟิง
ไม่นาน ทั้งสามก็เดินออกจากสนามบินได้อย่างราบรื่น
เมื่อเฉินเฟิงเห็นว่ารอบๆ ไม่มีใคร เฉินเฟิงใช้ฝ่ามือลูบผ่านใบหน้า เพียงเท่านั้นหน้ากากก็หายวับไปกับตา แล้วจึงหันไปพูดกับสองสาวด้านหลัง
"เฉิงเฉียน หวังเสว่ แบ่งเขตจากแม่น้ำโม๋ รับผิดชอบหน้าที่กว้านซื้อคืนหุ้นที่เหลือของบริษัทในอุตสาหกรรมทั้งสองฝั่งของแม่น้ำ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉิงเฉียน สาวงามในชุดกี่เพ้าก้มตัวลงรับคำสั่ง
"รับทราบค่ะ นายท่าน!"
สิ้นเสียง สาวงามทั้งสองหายไปต่อหน้าเฉินเฟิง
หลังจากผู้ช่วยและผู้ติดตาม เฉิงเฉียนกับหวังเสว่หายตัวไปทำตามคำสั่ง
เฉินเฟิงเงยหน้าสายตามองไปยังที่ไกลออกไป มองตรงไปยังคฤหาสน์หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ในย่านบ้านเก่าแก่ ปากพึมพำเสียงต่ำ
"ห้าพันปีกับอีกสามวัน... ไอ้พวกคนสกุลฉู่! ในอดีตพวกเ้าทำให้ข้าตาย ดวงิญญาต้องข้ามภพ บัดนี้ข้าคืนชีพอีกครา... ข้าควรจะจัดการพวกแกอย่างไรดี?!"
ที่นั่นคือบ้านของพวกไร้ความปรานีที่เขาเคยอาศัยอยู่ ซึ่งเขาถูกทารุณกรรมจนเกือบตาย ต้องหนีหัวซุกหัวซุนออกมาเมื่อสามวันก่อน แต่สุดท้ายก็ถูกจับกลับไปเพื่อทำพิธีสาปแช่งแย่งอายุขัย!
สองเดือนก่อน หลานสาวคนโตของสกุลฉู่อันเป็ตระกูลชั้นสามในเมืองโม๋ตูนามฉู่ปี้ชิง ด้วยความที่พวกเขา้าเพิ่มพูนอำนาจ พวกเขาจึงได้ทำการตกลงหมั้นหมายกับเฉินเฟิง ทายาทหนุ่มตระกูลเฉิน ซึ่งเป็ตระกูลชั้นสอง
ด้วยแรงหนุนจากสัญญาหมั้นหมาย ฉู่ปี้ชิงใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือนก็ยึดกุมอำนาจไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ และใช้เวลาอีกหนึ่งเดือน นำพาตระกูลขึ้นสู่ตำแหน่งต่ำสุดของตระกูลชั้นสองในเมืองโม๋ตูได้สำเร็จ
่สองเดือนนี้ เฉินเฟิงมีโอกาสใกล้ชิดกับฉู่ปี้ชิงบ่อยครั้งจนเกิดเป็ความรู้สึกตกหลุมรักคู่หมั้นสาวแกร่งคนนี้
แต่เฉินเฟิงไม่คาดคิดเลยว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อสิบวันก่อน ทำให้ตระกูลเฉินถูกผู้ทรงอำนาจลึกลับกวาดล้างจนสิ้นซาก!
โชคดีที่เขาคบหาอยู่กับฉู่ปี้ชิงและอาศัยอยู่ในบ้านสกุลฉู่ เลยรอดชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนั้น!
น่าเสียดายที่ตอนนี้เขากลายเป็เด็กกำพร้าไร้บ้านไร้ครอบครัว จำต้องอาศัยผู้อื่นอยู่ ย้ายเข้าบ้านตระกูลฉู่เป็การถาวร
ส่วนการหมั้นหมายที่ตกลงกันไว้ระหว่างสองตระกูลนั้น ระบุไว้ว่าจะจัดพิธีแต่งงานอย่างเป็ทางการก็ต่อเมื่อฝ่ายชายและฝ่ายหญิงขึ้นเป็ผู้นำตระกูล ได้อำนาจมาแล้วเท่านั้น
เื่ราวทุกอย่างจึงกลายเป็ว่าพวกลูกหลานสกุลฉู่รุ่นสามซึ่งไม่สามารถระบายความโกรธที่มีต่อผู้สืบทอดคนใหม่อย่างฉู่ปี้ชิงได้ พวกมันจึงย้ายมาลงที่เฉินเฟิงแทน
ภายหลังถัดจากนั้น เฉินเฟิงต้องเผชิญกับการถูกทำร้ายและคำดูถูกสาปแช่งจากทุกคนในตระกูล นอกจากฉู่ปี้ชิง
ด้วยความโกรธเกลียดล้นฟ้า เฉินเฟิงเกรงว่าถ้าเขาไม่หนีออกจากตระกูลฉู่ เขาคงถูกพวกมันฆ่าตาย เขาจึงตัดสินใจหนี
แต่น่าเสียดายที่เขาถูกจับตัวกลับไปในท้ายที่สุด พวกมันทำพิธีสาปแช่งและแย่งอายุขัยเพื่อยืดอายุให้บรรพบุรุษตระกูลฉู่
"คุณเฉิน? กำลังรอคนขับรถมารับหรือเปล่า? จะไปที่ไหนเหรอคะ... ให้ฉันไปส่งคุณไหม? ่เย็นๆ แบบนี้ในโม๋ตูรถติดมากนะคะ"
ทันใดนั้นเอง เสียงใสไพเราะดังขึ้นจากด้านหลัง
เฉินเฟิงหันกลับไปมอง เขาพบกลุ่มสาวงามแห่งเมืองโม๋ตูที่เดินออกจากสนามบินและปรากฏตัวขึ้นด้านหลัง
ผู้พูดคือตำรวจหญิงในชุดเครื่องแบบตำรวจจราจร เธอโบกกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ในมือเรียวยาว
ขณะเดียวกัน มอเตอร์ไซค์วิบากติดสัญลักษณ์ตำรวจจราจรจอดอยู่ห่างจากเฉินเฟิงเพียงสามเมตรก็มีไฟสว่างขึ้น
"เช่นนั้นก็ขอบใจ"
เฉินเฟิงลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนเผยรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าหล่อเหลาไร้อารมณ์ของเขา
เฉินเฟิงสามารถไม่ให้เกียรติลูกสาวคนเล็กของตระกูลใหญ่หรือบริษัทใดๆ ในโม๋ตูก็ได้
แต่เธอคนนี้เป็ตำรวจ ทั้งยังเป็ตำรวจหญิง
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่ปฏิเสธ!
ต่อหน้ารอยยิ้มสดใสของเฉินเฟิง แม้แต่สาวงามทั้งเก้าแห่งโม๋ตูที่คุ้นเคยกับหนุ่มหล่อมากหน้าหลายตายังรู้สึกใจละลายไปชั่วขณะ
รอยยิ้มของเขาเปรียบดั่งไวน์พิษหอมหวาน ชักจูงผู้คนให้หลงใหลและจมดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันลึกล้ำ
อย่างไรก็ตาม ยามปกติเขาไม่ใช่คนชอบยิ้มและเป็คนนิสัยแปลกๆ
เฉินเฟิงสวมหมวกกันน็อคที่ตำรวจหญิงยื่นให้ จากนั้นเธอจึงเหวี่ยงขาเรียวยาวขึ้นคร่อมเบาะคนขับ
เฉินเฟิงก้มมองขาเรียวของตำรวจสาวที่ยาวจนแตะพื้น เขาอดใจไม่ถามไม่ได้
"ตำรวจจราจรในโม๋ตูเดี๋ยวนี้ดูทันสมัยกันขนาดนี้เลยเหรอ? เธอเองก็ด้วย คุณหนูไห่ถังจากตระกูลจ้าวอันยิ่งใหญ่ กลายเป็ตำรวจจราจรได้ยังไง!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ตำรวจสาวจ้าวไห่ถังแสดงรอยยิ้มอย่างมีความสุข หันกลับมาถามเขา
"รู้จักฉันด้วยเหรอคะ?"
เฉินเฟิงพยักหน้ารับ
“เมื่อสองปีก่อน คุณปู่ของคุณขายหุ้นห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ ของจ้าวซื่อกรุ๊ปให้ญาติผู้ใหญ่ในตระกูลตู้ ผมตรวจสอบบันทึกบรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของตระกูลจ้าวของคุณด้วยตัวเอง ผมย่อมรู้จักคุณเป็ธรรมดา”
เมื่อจ้าวไห่ถังได้ยินเช่นนั้นเธอรีบดึงเฉินเฟิงให้ข้ามไปนั่งเบาะหลังของเธอ
จนร่างกายของทั้งสองคนัักันอย่างแนบชิด มีเพียงเสื้อผ้าที่กั้นไว้
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่อยากให้คนอื่นรู้ความลับที่เฉินเฟิงอาจเผลอพูดออกมา
เพราะปู่ของจ้าวไห่ถังป่วยเป็โรคร้ายแรงเมื่อสองปีก่อน หมอวินิจฉัยว่ามีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
แต่ใครจะคาดคิดว่าก่อนตายไม่นาน เขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนหนึ่ง เมื่อเขากลับมาโรคร้ายแรงก็หายเป็ปลิดทิ้ง
แลกกับการที่สิทธิ์การตัดสินใจขั้นเด็ดขาดของจ้าวซื่อกรุ๊ปต้องเปลี่ยนจากคุณปู่จ้าวกลายเป็ของตระกูลตู้ ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโม๋ตู ภายใต้การควบคุมโดยท่านปู่ทวดตู้ช่านผู้ลึกลับ!
แต่จริงๆ แล้ว จ้าวไห่ถังคิดมากไปเอง
เพราะว่าหุ้นส่วนใหญ่ของตระกูลหรือบริษัทของสามงามอีกแปดคนที่เหลือ ตอนนี้ก็ล้วนอยู่ในมือเฉินเฟิงเช่นกัน
…….
บทที่ 2 ร่วมงานฉลองวันเกิดตระกูลฉู่ ของขวัญคือโลงศพและระฆัง!
คุณปู่ของพวกเธอทำธุรกรรมหุ้นอย่างลับๆ กับตู้ช่านใน่สองสามปีที่ผ่านมาโดยไม่มีใครรู้!
ตอนนี้ห้าตระกูลชั้นนำและสี่บริษัทใหญ่ในโม๋ตูกำลังเผชิญกับวิกฤติครั้งใหญ่
ในฐานะผู้มีอำนาจหรือผู้าุโประจำตระกูล พวกชายชราพวกนั้นต่างก็รู้ตัวดีว่าไม่มีหุ้นหรือเงินทุนใดๆ เหลือไว้สำหรับการแลกเปลี่ยนแล้ว
พวกนั้นจึงส่งหลานสาวหน้าตาสะสวยของตนมาติดต่อแทน เผื่อว่าเฉินเฟิง คนนอกสายเืผู้มีอำนาจจากตระกูลตู้จะถูกตาต้องใจเธอและช่วยพวกเขาให้ผ่านพ้นวิกฤติ!
"มอเตอร์ไซค์คันนี้มันไม่น่าจะมีที่นั่งสำหรับคนซ้อนท้ายนะ..."
เฉินเฟิงพูดด้วยความอึดอัด มอเตอร์ไซค์ที่ติดตั้งกล่องกันะเิของตำรวจจราจร ส่งผลให้พื้นที่สำหรับนั่งซ้อนท้ายนั้นแคบกว่ามอเตอร์ไซค์ทั่วไป
แม้เขาจะอยากรักษาระยะห่าง พยายามไม่ัักับสะโพกอวบอิ่มของจ้าวไห่ถังแต่เขาก็ถูกเบียดจนไม่มีทางเลือก
จ้าวไห่ถังมองผ่านกระจกมองหลัง แม้ท่อนล่างจะนั่งชิดติดตัวเธอก็จริง
แต่่บนเขากลับนั่งกอดอก แสดงท่าทีไม่้าััใกล้ชิด
เธอจึงยื่นมือไปดึงแขนเฉินเฟิงให้โอบรอบเอวบางของเธอ
"กอดเอวแน่นๆ มอเตอร์ไซค์วิ่งเร็วมากนะ!"
จ้าวไห่ถังใช้น้ำเสียงแข็งกร้าวผิดปกติ
เป็เพราะเธอสังเกตเห็นว่าเฉินเฟิงคนนี้ดูจะรู้สึกชอบผู้หญิงที่มีบุคลิกเข้มแข็งห้าวหาญ
ก็อย่างที่เห็นจากก่อนหน้านี้ คุณหนูหลินชิงเยว่ยอมลดตัวแนะนำตนเองก่อนกลับถูกเขาเมินเฉย
"ชายหญิงไม่ควรแตะต้องกัน เราไม่สนิทกันขนาดนั้น!"
เขารีบดึงมือกลับทันทีที่มือััโดนเอวเพรียวบางของจ้าวไห่ถัง คราวนี้เปลี่ยนไปไขว้แขนที่หลังศีรษะแทน
เมื่อจ้าวไห่ถังเห็นท่าทางของเขา เธอเกิดความรู้สึกอยากเอาชนะเฉินเฟิง
โดยปกติแล้วมีผู้ชายคนไหนบ้างที่ไม่อยากััเอวเพรียวบางของเธอ
จ้าวไห่ถังจึงหันไปพูดกับเหล่าพี่สาวน้องสาวที่เต็มไปด้วยความอิจฉา
"หุๆ พวกเธอหัวเราะเยาะที่ฉันขี่มอไซค์มาต้อนรับเขา ส่วนพวกเธอเอารถหรูมาอวดกันใหญ่ ดูตอนนี้สิ คิดไม่ถึงละซี่ คุณชายเฉินยอมนั่งมอไซค์ฉันอะน้า คุณหนูคนนี้ต้องขอตัวลาก่อน ไว้ครั้งหน้าฉันค่อยเอ็นดูพวกเธอละกัน!"
สิ้นเสียงไม่ทันไร จ้าวไห่ถังเหยียบคันเร่งออกตัวอย่างแรง พุ่งทะยานออกไปไม่บอกไม่กล่าวอะไรเฉินเฟิงสักคำ
แล้วก็เบรกอย่างรวดเร็ว!
ภายใต้แรงกระแทกอันรุนแรง แม้แต่เฉินเฟิงผู้ปิดฝาโลงนิวตัน [1] ขัดขืนแรงดึงดูดตลอดเวลายังเผลอใช้สองมือโอบกอด ‘อะไรบางอย่าง’ ข้างหน้าไว้
ััแรกที่ได้คือ ใหญ่ อิ่มเต็ม
เฉินเฟิงนวดคลึงอย่างครุ่นคิด รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่และความนุ่มนวล ทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูงในเวลาเดียวกัน
เขาพึมพำอย่างครุ่นคิดว่า
“ระดับนี้น่าจะประมาณ G หรือเปล่านะ...”
เชิงอรรถ
[1] ปิดฝาโลงนิวตัน เป็มีมของฝั่งจีน
