หลงเหยียนมองไปยังหยุนม่านเทียน “พี่หยุน ท่านช่วยเล่าประสบการณ์ในการคัดเลือกเข้าเป็ศิษย์ชั้นในของท่านให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่?”
หยุนม่านเทียนหยุดยืนอยู่กับที่ ก่อนจะพูดด้วยเสียงจริงจัง “ความจริงก็ไม่มีอะไรมากมาย ข้าแค่อยากเตือนให้เ้าศึกษาคู่ต่อสู้ให้ดี ข้าเองก็คอยจับตามองการคัดเลือกตลอดหลายปีที่ผ่านมาอยู่เสมอ ได้ข่าวว่าครั้งนี้มียอดฝีมือจากสำนักทั้งสี่เข้าร่วมการคัดเลือกเป็จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีคนอีกหนึ่งคนที่เ้าต้องระวังให้มาก นั่นก็คือเย่ซีหรานของเรือนซือหมัวแห่งสำนักซีเหมิน”
“พี่หยุน เย่ซีหรานเก่งกาจขนาดนั้นเลยหรือ?”
หยุนม่านเทียนพยักหน้า “ได้ข่าวว่าเขาเป็ยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลชั้นนอกเชียวนะ ก่อนหน้านี้ เขาที่มีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง ยังเคยเอาชนะยอดฝีมือระดับชีพธรณีมาอีกด้วย”
“นอกจากนี้เขายังมีน้องชายชื่อเย่ซีหนาน ลือกันว่าคนผู้นี้มีพลังระดับชีพธรณีขั้นต่ำแล้ว ส่วนเย่ซีหรานในตอนนี้ก็กำลังจะก้าวข้ามระดับชีพธรณีขั้นต่ำ กลายเป็ยอดฝีมือระดับชีพธรณีขั้นสูงได้แล้ว นอกจากนี้ยังมีหนานกงซวินจากเรือนหนานกงแห่งสำนักหนานตี้ กับหนานกงฉู่น้องชายของเขา ที่เหลือ ยังมีเหล่ยอี่แห่งสำนักเป่ยเยี่ยนอีก”
“คนที่จัดอยู่ในอันดับที่สองก็คือหนานกงซวิน แต่ข้าได้ยินมาว่าน้องชายของเขาหนานกงฉู่เอง เดิมทีก็มีสิทธิ์ได้เข้าร่วมการคัดเลือกในครั้งนี้เช่นกัน ทว่าดูเหมือนจะเกิดเื่บางอย่างขึ้น เท่าที่รู้มา ดูเหมือนหนานกงฉู่จะไปสมคบกับพวกอิทธิพลภายนอก ครั้งนี้คู่แข่งของเ้าก็เลยลดลงหนึ่งคน”
“ผู้ที่เข้าร่วมการคัดเลือกในครั้งนี้ต่างก็เป็บุคคลที่เก่งกาจกันทั้งนั้น ได้ยินมาว่า่เร็วๆ นี้ยังมีศิษย์ปริศนาอีกคนที่เข้าร่วมการคัดเลือกนี้ กลับยังไม่รู้เลยว่าเขาสามารถผ่านการคัดเลือกในรอบแรกได้หรือไม่ แน่นอนว่ายังมีศิษย์อีกมากที่เก็บซ่อนพลังที่แท้จริงอยู่ ต้องรอให้ถึงการประลองจริงๆ พวกเขาถึงจะเผยพลังทั้งหมดออกมา”
“น้องหลง ในสมัยของข้า คนหลายคนที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็ศิษย์ในตระกูลชั้นใน ล้วนเป็คนธรรมดาที่เก็บซ่อนพลังทั้งนั้น ไม่มีใครรู้จักพวกเขา ทว่าคนเหล่านี้กลับเอาชนะศิษย์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในตอนนั้นได้อย่างง่ายดาย”
หลงเหยียนสะดุ้งเฮือก “มีเื่เช่นนี้ด้วย?”
หยุนม่านเทียนพยักหน้า
“ดูเหมือนการคัดเลือกนี้จะดุเดือดและน่าสยดสยองมากจริงๆ ข้าต้องระวังตัวให้มากแล้ว” หลงเหยียนเองก็เพิ่งจะรู้ว่าหนานกงฉู่ถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันแล้ว
“พี่หยุน ความจริงแล้วข้ารู้จักหนานกงฉู่กับหนานกงซวินมาก่อน รวมถึงในตอนนั้นพวกเรายังมีวาสนาต่อกันไม่น้อย ข้าเองก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขามาก่อน เมื่อครู่ข้าได้ยินที่ท่านพูดถึงหนานกงฉู่ เื่มันเป็เช่นไรกันแน่ เขาจะไปสมคบกับอิทธิพลภายนอกได้อย่างไร? นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน ตอนนี้เขาอยู่ที่ใด?”
หยุนม่านเทียนประหลาดใจเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าหลงเหยียนจะมีความเกี่ยวข้องกับเขาด้วย หยุนม่านเทียนหันไปมองเด็กๆ ที่เดินตามอยู่เื้ัครู่หนึ่งก่อนจะพูดกระซิบกับหลงเหยียน “อย่างนั้นหรือ? หนานกงฉู่น่ะหรือ? เื่นี้ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผู้าุโในสำนักชั้นในให้ความสำคัญกับเื่นี้มาก น้องหลง ทางที่ดีเ้าอย่ายุ่งเื่นี้เลยจะดีกว่า ตอนนี้ กระทั่งพี่ชายของเขาก็ยังจนปัญญาเลย หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าของหนานกงซวิน หนานกงฉู่อาจจะถูกปะาไปแล้วก็ได้ ส่วนตอนนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะถูกจองจำอยู่ในคุกเดียวดายกระมัง”
หลงเหยียนครุ่นคิดเื่ของคุกเดียวดายในใจ จู่ๆ เขาก็คล้ายเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ที่ซอยซูฮวามีร้านค้าแห่งหนึ่งตั้งอยู่ ก่อนหน้านี้เถ้าแก่อู่ซึ่งเป็เถ้าแก่ของร้านเคยเชิญให้หลงเหยียนเข้าไปเป็สมาชิกของพวกเขามาก่อน เท่าที่จำได้ ร้านนี้มีอิทธิพลเื้ัที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อย เพราะผู้ที่เปิดร้านแห่งนี้เป็น้องชายของประมุขแห่งสำนักเก้าชั้นฟ้านั่นเอง
ตอนนั้นหลงเหยียนไม่ยอมเข้าร่วมกับพวกเขา ทว่าก่อนที่หลงเหยียนจะจากมา เถ้าแก่อู่เคยเปิดเผยต่อหลงเหยียนว่าสำนักหนานกงกับหนานกงฉู่เข้าร่วมกับพวกเขาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
หลงเหยียนเข้าใจเื่ทั้งหมดในพริบตา เขานึกทอดถอนใจ “ฐานะของพี่ฉู่คงจะถูกเปิดเผยแล้วสินะ” ยามนี้ เพียงแค่คิด หลงเหยียนก็ยังอดหวาดเสียวไม่ได้ ยังดีที่ในตอนนั้นตนไม่ได้ตอบตกลงในข้อเสนอของเถ้าแก่อู่
“น้องหลง อย่าเอาเื่ของหนานกงฉู่ที่ข้าเล่าให้ฟังไปบอกกับคนภายนอกล่ะ ตอนนี้ผู้าุโทั้งสิบให้ความสำคัญและต่อต้านเื่นี้มาก เกรงว่าในสี่สำนักเอง นอกจากสำนักหนานกง ก็ไม่มีใครรู้เื่อีกแล้ว”
หลงเหยียนพยักหน้า “วางใจเถิดพี่หยุน พี่ฉู่เป็เพื่อนของข้า อีกทั้งพี่ซวินก็เป็คนมีน้ำใจ ข้าไม่มีทางหักหลังพวกเขาอย่างแน่นอน”
ในอดีต สองพี่น้องตระกูลหนานกงเคยมีบุญคุณกับหลงเหยียนมาก่อน เดิมทีเขายังมีความคิดว่าจะไปหาหนานกงฉู่อยู่เลย เมื่อมาได้ยินว่าเขาถูกจองจำเช่นนี้ หลงเหยียนก็อดเสียใจไม่ได้ เกรงว่าหนานกงซวินในตอนนี้ก็คงจะถูกโจมตีจากคนรอบด้าน ชีวิตในสำนักหนานกงของเขาคงจะลำบากน่าดู
ต้นเหตุของเื่ทั้งหมดก็คือการที่เถ้าแก่อู่เล็งเห็นความสามารถและพร์ของหนานกงฉู่นั่นเอง สุดท้ายเขาก็ถูกคนพวกนั้นหลอกใช้จนได้สินะ
หลงเหยียนถอนหายใจยาวๆ ออกมา “เ้าสิงโตน้อย เ้าว่าข้าควรจะทำอย่างไรกับเื่ของพี่ฉู่ดี อย่างไรเสียเขาก็เคยมีบุญคุณกับข้ามาก่อน ตอนที่อยู่ในเนินดารา หากไม่ใช่เพราะพวกเขา ข้าคงถูกเ้าเมืองลั่วทำร้ายจนได้รับาเ็สาหัสไปแล้ว”
เ้าสิงโตน้อยติดตามหลงเหยียนมาตลอดทางย่อมรู้นิสัยใจคอของหนานกงฉู่เป็ธรรมดา
เ้าสิงโตน้อยถามขึ้น “พี่หยุน ท่านรู้เื่อื่นๆ ที่เกี่ยวกับหนานกงฉู่อีกหรือไม่? เขาสมคบกับอิทธิพลภายนอกและทำเื่อะไรกันแน่ เหตุใดผู้าุโทั้งสิบถึงโกรธแค้นและต่อต้านเขาขนาดนั้น? ถึงขั้นที่โมโหจนอยากจะสังหารเขาเช่นนี้”
หยุนม่านเทียนมีสีหน้าจริงจังและเคร่งขรึมเป็อย่างมาก เพราะเห็นว่าเด็กกลุ่มนั้นอยู่ห่างจากตนมากจนน่าจะไม่ได้ยินแล้ว หยุนม่านเทียนถึงพูดด้วยท่าทีลึกลับ “เกรงว่าพวกเ้าคงไม่รู้สินะว่าตระกูลทั้งสี่ล้วนมีของวิเศษประจำตระกูลอยู่ มันคืออาวุธวิเศษห้าชิ้นนั่นเอง ของวิเศษประจำตระกูลเทพัคือหอกพยัคฆ์ทองคำ ของตระกูลพยัคฆ์ขาวคือหอกห้าพยัคฆ์โค่นิญญา ของตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์คือกระบี่เหมันต์เจ็ดพิษ และของตระกูลเทพเต่าคือดาบัเหินวิหค นอกจากนี้ ทั้งสี่ตระกูลยังมีของวิเศษอีกชิ้นซึ่งเป็ของวิเศษที่ต้องปกครองร่วมกันนั่นก็คือกระบี่เมฆโลหิต”
“อาวุธวิเศษทั้งห้าชิ้นถือเป็สมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง ยากจนต้องพึ่งโชคช่วยถึงจะหาเจอทีเดียว อย่างไรก็ตาม ว่ากันว่าเ้าหนานกงฉู่พยายามสืบหาที่ซ่อนของกระบี่เมฆโลหิต ทั้งยังเกือบจะขโมยมันได้สำเร็จอีกด้วย”
หลงเหยียนใจนเผลอร้องอุทานขึ้นมา “อะไรนะ? กระบี่เมฆโลหิต? กระบี่เล่มนี้มีอะไรที่พิเศษหรือ? เหตุใดถึงถูกยกให้เป็ของวิเศษอันดับหนึ่งในของวิเศษทั้งห้าชิ้นล่ะ?”
หยุนม่านเทียนลดเสียงให้เบาลง “น้องหลง ข้ารู้สึกถูกชะตากับเ้าไม่น้อย อีกทั้งเ้ายังเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้อีก ไม่แน่ ในวันข้างหน้า เราอาจจะได้ทำงานร่วมกันก็เป็ได้ เพราะเห็นว่าเ้านิสัยไม่เลว ข้าจะพูดเื่อาวุธวิเศษทั้งห้ากับเ้าสักหน่อยก็แล้วกัน”
“หอกพยัคฆ์ทองคำ ด้ามหอกสร้างมาจากเหล็กผสมทองคำขาว ความยาว 3.39 เมตร ด้านศีรษะเป็รูปพยัคฆ์ทองคำ โดยปากของพยัคฆ์จะอ้ากว้างในลักษณะคล้ายกำลังอมคมหอกเอาไว้ คมดาบสร้างมาจากทองคำขาวแท้ จึงคมกริบเป็อย่างมาก เป็อาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ยอดฝีมือระดับผสานปราณเคยใช้มาก่อน”
“หอกห้าพยัคฆ์โค่นิญญา ด้ามทำมาจากเหล็กดามัสกัส ความยาว 3.99 เมตร หอกนี้สามารถใช้ได้อย่างหลากหลายรูปแบบ แปรเปลี่ยนเส้นทางการโจมตีได้อย่างไม่รู้จบ ‘ท่าแทงกลับหลัง’ เป็ท่าไม้ตายของหอกนี้ ซึ่งกระบวนท่านี้สังหารยอดฝีมือมามากจนนับไม่ถ้วนแล้ว กระบี่เหมันต์เจ็ดพิษมีลักษณะโค้งสวยคล้ายกับจันทรา คมกระบี่แฝงไปด้วยความเย็นะเื เป็สมบัติที่ตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ถือเป็กระบี่พิษที่ขึ้นชื่อว่าหากกระบี่ปรากฏเมื่อใดก็ต้องมีคนตายเมื่อนั้น”
“ดาบัเหินวิหค ดาบเล่มนี้สามารถส่งพลังดาบออกไปไกลถึงสิบเมตรเลยทีเดียว ตระกูลเทพเต่าสืบทอดดาบนี้มาสามรุ่นแล้ว ถือเป็สมบัติประจำตระกูลเลยก็ว่าได้”
“อาวุธชิ้นสุดท้าย ซึ่งเป็อาวุธที่แข็งแกร่งและทำให้ผู้คนคลั่งไคล้ได้มากที่สุดก็คือกระบี่เมฆโลหิตนั่นเอง ว่ากันว่ากระบี่เล่มนี้เคยเป็กระบี่ของจักรพรรดิท่านหนึ่งในอดีต ต่อมาจักรพรรดิคนดังกล่าวสิ้นพระชนม์ลง กระบี่เล่มนี้จึงตกมาอยู่ในมือของประชาชนธรรมดาแทน ว่ากันว่าตัวกระบี่แฝงไปด้วยทักษะการโจมตีถึงห้าอย่าง กระบี่ยาวหนึ่งเมตร ตัวกระบี่ทำมาจากเหล็กไหลชั้นดี แม้จะยืนอยู่ไกลถึงเจ็ดก้าวก็สามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายแห่งราชันจากตัวกระบี่ได้อย่างชัดเจน
ในอดีตกาล จักรพรรดิผู้นี้ตามหาช่างฝีมือดีจากทั่วแคว้นเทพัจนกระทั่งได้ช่างตีกระบี่ที่เป็ยอดฝีมือระดับเทพธรณีมาช่วยสร้างกระบี่ เขาใช้เวลาหลอมกระบี่นานถึงสี่สิบเก้าวัน จึงสามารถสร้างกระบี่ดังกล่าวได้สำเร็จ
ในตอนนั้น ว่ากันว่าเมื่อกระบี่เมฆโลหิตถูกสร้างจนสำเร็จ ท้องนภาเต็มไปด้วยเมฆครึ้ม ลมแรงพัดโหมไปทั่วทุกสารทิศ หยาดฝนและสายฟ้าต่างก็ร่วงหล่นลงมาไม่หยุด แม้แต่วังหลวงที่มีกลิ่นอายแห่งราชันคอยคุ้มครอง ก็ยังได้รับผลกระทบไม่น้อย
การถือกำเนิดของกระบี่เล่มนี้ทำให้ท้องนภาเปลี่ยนสี เสียงฟ้าร้องดังระงมไปทั่ว ทั้งยังมีเสียงคำรามดังก้องมาจากนภากว้าง จากนั้นก็มีหยาดฝนสีโลหิตโหมกระหน่ำลงมา แดนมนุษย์ระงมไปด้วยเสียงคำรามและโหยหวนของสัตว์ป่า รอบด้านถูกทำลายจนเป็จุณ ยอดฝีมือที่สร้างกระบี่เห็นดังนั้นก็ใจนิญญาแทบจะหลุดออกจากร่าง เขาเคยกล่าวเอาไว้ว่ากระบี่เล่มนี้เต็มไปด้วยความชั่วร้าย ต้องทำให้แผ่นดินวุ่นวายอย่างแน่นอน กล่าวว่าตนที่เป็ผู้สร้างกระบี่เองก็มีความผิดมหันต์เช่นกัน เขาแหงนหน้ามองนภา ก่อนจะหัวเราะขมขื่นแล้วปลิดชีพตนเองในที่สุด
ทว่ากระบี่เมฆโลหิตที่เปื้อนเืกลับประกายแสงสีแดงออกมา ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าและหายไปอย่างไร้ร่องรอย มีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่ากระบี่เล่มนี้มีจิตกระบี่สิงอยู่ ตัวกระบี่จึงเปี่ยมไปด้วยพลังอีกทั้งยังรู้ใจ เมื่อจับกระบี่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนมันมีชีวิตจริงๆ เช่นนั้น”
--------------------
