อวิ๋นซีพยักหน้า “จริงอย่างที่ฮูหยินผิงหยางโหวพูด ภัยพิบัติย่อมไม่ตกถึงลูกสาวที่แต่งออกไปแล้ว ดังนั้น ไม่ว่าตระกูลเฉียวจะติดต่อกับศัตรูขายชาติจริงหรือไม่ แต่ชายารัชทายาทองค์ก่อนก็นับเป็ลูกสะใภ้ของราชวงศ์ กระทั่งร่างนางก็ยังต้องถูกฝังอยู่ในสุสานราชวงศ์ ด้วยเื่นี้ ฮูหยินลู่จะพูดมั่วๆ มิได้”
ฮูหยินลู่มองสตรีสูงศักดิ์ทั้งสองที่เ้าคำข้าคำ ชั่วขณะนั้นก็โกรธจนต้องเดินจากไป หยวนอวี่มองอวิ๋นซีทีหนึ่ง จากนั้นยืนขึ้นแล้วหันไปพูดกับน้องสามีชิวเหลียน “เหลียนเอ๋อร์ พวกเราเองก็ไปกันเถอะ คิดว่ายามนี้ชายารองและสนมซู่เฟยของรัชทายาทน่าจะมาถึงแล้ว พวกเราไปชมพิธีการด้านหน้ากันดีกว่า”
นับแต่แรกเริ่มชิวเหลียนนั้นมีความเกรงกลัวต่อหยวนอวี่ อย่างไรเสีย พี่สะใภ้ใหญ่ก็เป็ดังมารดา การแต่งงานของนางถือว่าอยู่ในมือหยวนอวี่ ดังนั้น นางจึงค่อยๆ ประคองหยวนอวี่ที่ท้องโตไปจากศาลา
อวิ๋นซีมองศาลาที่จู่ๆ ก็เงียบลง นางเบะปาก “แค่นี้หรือ แย่จริง จะอย่างไรก็ควรต้องมีอะไรเกิดขึ้นอีกสักหน่อยสิ”
ฉับพลันนั้นมุมปากของฉุนเอ๋อร์และหวนเอ๋อร์ถึงกับกระตุก ด้วยไม่เข้าใจว่าพระชายาตนตั้งใจจะทำอะไร? คนไม่อยากให้เื่ราวจบแค่นี้ หรือว่านางยังอยากเห็นทุกคนตบตีกัน สิ่งที่ต้องรู้ก่อน ฮูหยินผิงหยางโหวอะไรนั่นท้องโตอยู่นะ หากตบตีกันจนเด็กในครรภ์หลุดออกมาก็เท่ากับบาปกรรมน่ะสิ
อย่างไรก็ตาม หากอวิ๋นซีรับรู้ถึงสิ่งที่พวกนางสาวใช้คิด คนคงพูดออกมาอย่างไม่เกรงใจว่า เปิ่นเฟยก็อยากเห็นพวกนางตีกันจริงๆ และหากเด็กหลุดออกมา นี่ก็นับว่าเปิ่นเฟยเป็คนดีที่ช่วยให้เขาได้คลอดออกมาก่อนกำหนด
ก่อนหน้านี้อวิ๋นซีสืบมา หยวนอวี่ตั้งครรภ์ได้แปดเดือนกว่าแล้ว เด็กที่มีอายุครรภ์เพียงนี้ หากจะคลอดออกมาตอนนี้ อย่างน้อยๆ ก็มีนางอยู่ทั้งคน ไม่ว่าอย่างไรทั้งแม่และเด็กก็ไม่มีทางตาย เพียงแต่ หากสามารถหยิบยืมเื่นี้มาทำให้ตระกูลลู่และจวนผิงหยางโหวเป็ศัตรูกันได้ เช่นนี้ ลูกน้องคนสำคัญจากสองตระกูลก็นับว่าช่วยสร้างปัญหาให้โอวหยางเทียนหัวแล้ว ให้เขาไม่ได้อยู่ดี
หากเขาไม่ได้อยู่ดี ตัวนางก็จะดีใจ มีความสุข
“พิธีมงคลนี้ช่างยาวนานนัก นี่ยังเช้าอยู่เลย” นางยืนขึ้น บิดี้เี พูดยิ้มๆ
ฉุนเอ๋อร์และหวนเอ๋อร์ต่างไม่รู้ว่าในใจของอวิ๋นซียามนี้กำลังคิดอะไรอยู่ ทว่า เมื่อได้ฟังประโยคนี้กลับให้รู้สึกสงสัยยิ่ง ทันทีที่เห็นนางลงไปจากศาลา สาวใช้ทั้งสองก็ตามติดอยู่ด้านหลัง ก่อนจะได้เห็นนางเดินไปยังเรือนหลังอย่างชำนาญทาง
แม้ในใจพวกนางจะนึกสงสัย แต่ก็คิดเพียงว่าพระชายาคงจะดูแผนที่ของจวนรัชทายาทมาก่อน จึงได้คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ถึงเพียงนี้ แต่ใครจะรู้ สถานที่หลายแห่งในจวนนี้ อวิ๋นซีเป็คนออกแบบขึ้นมาเอง ดังนั้น คนที่รู้จักที่นี่ดีที่สุดย่อมเป็นาง ทั้งยังอาจคุ้นเคยและรู้จักดีกว่าเ้าบ้านอย่างองค์รัชทายาทผู้นั้นอีกด้วย
นางเดินไปได้ครู่หนึ่งก็หยุดลงที่เรือนรกร้าง จากนั้นจึงพาตัวสาวใช้คนหนึ่งมาถามด้วยความสงสัย “นี่คือที่ใดกัน? เหตุใดจวนรัชทายาทถึงได้มีเรือนที่ปล่อยทิ้งร้างเช่นนี้อยู่ด้วย? ”
สาวใช้คนนั้นรับผิดชอบปัดกวาดในเรือนแห่งนี้ ฐานะไม่สูง ไม่อาจไปดูพิธีมงคลที่เรือนด้านหน้าได้ นางเห็นสตรีไม่คุ้นหน้าผู้สวมอาภรณ์หรูหรา อีกทั้ง เื้ัยังมีสาวใช้สองคนติดตามมาด้วย ในใจก็คิดว่าคนจักต้องเป็ฮูหยินสูงศักดิ์ของตระกูลใดสักตระกูลแน่ แน่นอนว่าไม่กล้าล่วงเกิน นางตอบเสียงต่ำ “ตอบฮูหยิน นี่คือที่ที่ชายารัชทายาทองค์ก่อนประทับอยู่ ตำหนักเมฆาล่องเ้าค่ะ ทว่า โชคไม่ดีที่วันนั้นเกิดไฟไหม้ขึ้น ตอนหลังจึงถูกปล่อยให้เป็เช่นนั้นมาโดยตลอด ฮูหยินเ้าคะ รีบไปจากที่นี่เถิดเ้าค่ะ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ดีอะไร"
เมื่ออวิ๋นซีได้ฟังก็เข้าใจในทันที สุดท้ายจึงหันมองไปทางฉุนเอ๋อร์ แม้จะไม่ได้เอ่ยคำใด แต่สาวใช้ข้างกายก็เข้าใจ นางดึงถุงผ้าเล็กๆ ออกมาแล้วรีบยัดลงไปในมือสาวใช้คนนั้น “นี่ถือว่าให้น้องหญิงนำไปซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ”
สาวใช้คนนั้นที่จู่ๆ ก็ได้รับอะไรเช่นนี้รู้สึกตกตะลึงไปเล็กน้อย ตัวนางเป็แค่สาวใช้ชั้นต่ำสุดในจวนรัชทายาท ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครให้รางวัลนาง ชั่วขณะนั้นจึงอึ้งไป ในใจวิตกว่านี่จะเป็แค่ฝันตื่นหนึ่งหรือไม่
อวิ๋นซียิ้มแล้วพูดกับอีกฝ่าย “เ้าไปทำงานอื่นต่อเถอะ ข้าแค่บังเอิญเดินผ่านมา อยากจะอยู่ดูอะไรที่นี่อีกสักหน่อย”
สาวใช้พยักหน้าพูดว่า “ฮูหยินรีบกลับไปเถอะเ้าค่ะ คนที่ผ่านไปผ่านมาแถวนี้มักจะได้ยินเสียงร้องของชายารัชทายาทองค์ก่อนอยู่บ่อยๆ ทุกคนต่างก็พูดกันว่า ชายารัชทายาทองค์ก่อนยังคงวนเวียนอยู่ที่นี่”
สาวใช้รู้สึกว่าตนรับของของคนอื่นมาก็ควรจะเห็นใจหรือบอกกล่าวอะไรสักหน่อย เพราะเมื่อลองจับดูแล้วก็รู้สึกได้ว่า ถุงนี้หนักมาก และน่าจะเป็เงิน ดังนั้น ในเมื่อเป็เช่นนี้ นางจึงเอ่ยปากเตือนฮูหยินสูงศักดิ์ผู้นี้ที่ดูท่าทางแล้วคงจะกำลังตั้งครรภ์อยู่ ด้วยเกรงว่าอาจมีสิ่งใดไปกระทบกระเทือนเข้า
อวิ๋นซีอมยิ้มพยักหน้า “ข้ารู้แล้ว” ความเมตตาในดวงตาของสาวใช้ไม่ใช่ของปลอม นางเอ่ยถามต่อ “แล้วเ้าทำความสะอาดอยู่ที่นี่ ไม่กลัวหรือ? ”
สาวใช้ส่ายหน้าทันที “บ่าวไม่กลัว เพราะชายารัชทายาทองค์ก่อนเป็ผู้มีพระคุณของบ่าว และเหตุที่บ่าวเตือนฮูหยินก็แค่กลัวว่า ฮูหยินจะกลัวเ้าค่ะ”
อวิ๋นซีเกิดสนใจขึ้นมาทันที เหตุใดนางจึงจำไม่ได้เลยว่าตนไปช่วยแม่นางน้อยผู้นี้ไว้ั้แ่เมื่อใด “ช่างเป็สาวน้อยที่รู้คุณคนจริงๆ ” เมื่อพูดจบ นางก็หันมองตำหนักเมฆาล่องที่ห้าปีก่อนถูกทำลายไปจนแทบไม่มีเหลือ จากนั้นก็หมุนกายจากไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย
สาวใช้พูดไว้ไม่ผิด ใช่แล้ว ิญญาเฉียวอวิ๋นซีอยู่ที่นี่มาตลอด
ฉุนเอ๋อร์และหวนเอ๋อร์สบตากันทีหนึ่งพลางเดินตามติดอวิ๋นซีไป ทว่า พวกนางยังเดินไปไม่ทันถึงตำหนักด้านหน้าก็เห็นจวินเหยียนเดินเข้ามาหาด้วยความรีบร้อน ทันทีที่ชายหนุ่มเห็นภรรยาตน ฝีเท้าของเขาถึงได้ก้าวช้าลง “อาซี เ้าไปไหนมา? ”
อวิ๋นซีเห็นท่าทีห่วงกังวลของเขาก็ได้แต่ส่งยิ้มให้แล้วจูงมือเขา “ก็แค่เดินเล่นไปรอบๆ ข้าโตเพียงนี้แล้ว ท่านยังกังวลว่าข้าจะเดินหลงอีกหรือ? ”
จวินเหยียนประคองนางอย่างระมัดระวัง โดยใช้มือข้างหนึ่งโอบไหล่นางไว้ ขณะนั้นนางก็หันมองเขาแล้วเอ่ยถาม “กราบไหว้ฟ้าดินแล้วหรือ? ”
“ได้ยินว่าระหว่างทางเกิดมีปัญหานิดหน่อย ตอนนี้จึงเพิ่งจะกำลังเตรียมกราบไหว้น่ะ เ้าอยากจะไปดูพิธีการด้านหน้าหน่อยหรือไม่? ” เขาช่วยนางจัดปอยผม และในตอนนั้นเองที่กลิ่นของดอกกุ้ยฮวาอ่อนๆ โชยออกจากร่างนาง “เมื่อครู่เ้าไปที่เรือนหลังมา? ”
แน่นอนว่าเขารู้ เพราะข้างตำหนักเมฆาล่องมีสวนกุ้ยฮวาอยู่ จึงอดที่จะถามขึ้นไม่ได้ อย่างไรเสียจวินเหยียนก็ไม่อยากให้อวิ๋นซีไปยังสถานที่ที่อาจจะทำให้นางเ็ป
“อืม จริงๆ มีบางเื่ที่คิดตกนานแล้ว ตอนนี้สำหรับข้า เื่ใดสำคัญที่สุด เื่ใดรองลงมา ตัวข้าล้วนรู้ดี” เื่บางเื่ไม่จำเป็ต้องพูดออมาให้ชัดเจนเพียงนั้นก็เข้าใจได้
จวินเหยียนรู้ว่านางพูดถึงอะไร ดังนั้น เมื่อรู้ว่านางสามารถเดินออกมาได้ เขาย่อมยินดีเป็ธรรมดา “วันหน้าเ้าอยากไปที่ใด ขอแค่บอกสามีมา สามีจะพาเ้าไปเอง”
เขาไม่อยากให้นางต้องทนรับอยู่คนเดียว นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเห็น
“ได้”
นางตอบรับโดยทันที จากนั้นคนทั้งสองก็พากันเดินไปด้านหน้า และได้เห็นสามีภรรยากำลังคำนับกันและกันอยู่พอดี เมื่ออวิ๋นซีเห็นเช่นนั้นก็แทบอยากจะหัวเราะออกมา นี่มันสองเ้าสาวหนึ่งเ้าบ่าวนี่
โอวหยางเทียนหัวเองก็ฉลาด เขาคารวะชายารองก่อน แล้วตามด้วยสนมซู่เฟย ขณะเดียวกันลู่หลิงฉิงในฐานะชายาเอกของรัชทายาทที่ต้องมองฉากตรงหน้า ถึงแม้คนอยากจะแสดงความใจกว้างออกมา แต่มือทั้งคู่ที่กุมกันแน่นอยู่ก็ไม่อาจปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงได้
ทว่า ในตอนที่คนจากฝ่ายพิธีการกำลังพูดว่าส่งตัวเข้าหอนั้น จู่ๆ กลุ่มคนที่เฝ้าดูพิธีอยู่ก็ส่งเสียงะโดัง พร้อมๆ กับที่เงาร่างหนึ่งเอนล้มออกมาจากกลุ่มคน จากนั้นคนอื่นๆ ที่เห็นภาพฉากนี้ก็ร้องใ “ฮูหยินผิงหยางโหวล้ม”
“แย่แล้ว เื เื”
