เสียงลมพัดพาใบไม้แห้งปลิวว่อนในสถานพยาบาลเซนต์มาร์กาเร็ตที่ถูกทิ้งร้าง กลุ่มของโจเซฟค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปในอาคาร แต่ละคนแยกย้ายกันตรวจค้นทีละห้องอย่างระมัดระวัง
จนกระทั่งพวกเขามาถึงห้องหนึ่ง ประตูถูกล็อกอย่างแ่า แม้จะพยายามสะเดาะกุญแจหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ
จึงตัดสินใจใช้กำลังบังคับเปิด พวกเขาช่วยกันกระแทกประตู จนมันแง้มออกเล็กน้อย
"นี่มันอะไรน่ะ?" ไซมอนพึมพำ ก่อนจะออกแรงกระแทกประตูอีกครั้ง
แต่ทันทีที่ประตูเปิดแง้ม เผยให้เห็นเมือกสีดำเหนียวหนืดเหมือนเถาวัลย์ขวางทางไว้ มันยืดแล้วหดตัวเหมือนมีชีวิต พวกเขาส่องตะเกียงดูใกล้ๆ เมือกนั้นสะท้อนแสงเป็เงามันวาว
จึงพยายามเปิดมันให้กว้างขึ้น เมื่อกระแทกประตูจนเปิดออกกว้างพอ พวกเขาก็ได้เห็น เมือกสีดำเกาะเต็มผนังห้องยุบพองไปมาดั่งเชื้อราปรสิต กลิ่นเหม็นอับตีเข้าจมูกเหมือนผักเน่า กำแพงตรงกลางห้องมีร่างของชายคนหนึ่งนั่งอยู่
เขานั่งนิ่ง สายตาเหม่อลอย ลมหายใจหอบถี่และดังเฮือก ราวกับคนที่กำลังจมน้ำ เมือกสีดำดูเหมือนจะแผ่ออกมาจากร่างของเขา
"เฮนรี่..." โจเซฟกระซิบ เมื่อจำใบหน้านั้นได้ "เฮนรี่ แบลคเวลล์"
ทุกคนมองร่างที่นั่งอยู่ด้วยความสยดสยอง นี่คือต้นตอของเหตุะเิในงานเลี้ยง อยู่ในสภาพน่าเวทนา ิัหลุดลอก ดวงตาเหม่อลอยไร้ประกาย
……
ในกรมคลัง คริสโตเฟอร์ ดาร์ซี่ กำลังยืนอยู่กลางห้อง ดวงตาของเขากวาดไปรอบ ๆ ด้วยความระแวดระวัง
"ใครกัน?! เผยตัวออกมาเดี๋ยวนี้!"
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้น "โอ้... ดูเหมือนแกจะลืมฉันไปแล้วนะ คริสโตเฟอร์" น้ำเสียงเย้ยหยันแฝงความเกลียดชัง
ชาร์ลส์ที่ถูกกดอยู่กับพื้นเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่คอ บริเวณที่เคยถูกเข็มแทง ิัเริ่มคันยุบยิบ ก่อนจะรู้สึกเหมือนมีบางอย่างขยับตัวอยู่ใต้ผิว
จู่ๆ เนื้อเยื่อตรงนั้นก็เริ่มบวมพอง ขยายตัวออกอย่างน่าขนลุก ฟีโอน่าที่กำลังกดเขาอยู่ถึงกับผงะถอย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
ติ่งเนื้อที่งอกออกมาขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มปรากฏรูปร่างที่ชัดเจน เป็ใบหน้าของมนุษย์ที่ค่อยๆ ผุดออกมาจากเนื้อ ตามด้วยลำคอ ไหล่ และร่างกายส่วนที่เหลือ
ร่างทั้งร่างมุดออกมาจากรอยแผลเข็มเล็กๆ ที่ต้นคอของชาร์ลส์ เหมือนงูที่ลอกคราบ หรือกาฝากที่หลุดออกจากร่างของสิ่งมีชีวิต
เมื่อร่างเปลือยเปล่าของชายผู้นั้นปรากฏเต็มตัว เขาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ไม่แสดงความกระดากอายแม้จะไร้อาภรณ์ปกปิด เขายกมือขึ้นสะบัดเพียงครั้งเดียว ก็มีเสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างประณีตสวมทับลงบนตัว
เสื้อน้ำตาล กางเกงผ้าอย่างดี และรองเท้าหนังขัดมัน ชุดที่ควรจะต้องใช้เวลาสวมใส่ประมาณหนึ่ง กลับปรากฏบนร่างของเขาในพริบตาเดียว
เป็ชายวัยกลางคนใบหน้าเกลี้ยงเก่า จมูกโด่ง ผมสีบลอนด์เข้ม และในตาสีมรกต
คริสโตเฟอร์นิ่งค้างด้วยความตกตะลึง พยายามจ้องมองใบหน้าของบุรุษปริศนา ที่เปิดตัวมาได้อย่างไม่น่าพิสมัย พยายามนึกย้อนกลับเข้าไปในความทรงจำ คลับคล้ายคับคลาว่าจะรู้จักคนผู้นี้
ไล่เรียงเหตุการณ์ไปจนกระทั่งประมาณเก้าปีก่อน ที่สถานพยาบาลเซนต์มาร์กาเร็ต ใบหน้าที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นในความทรงจำ ถึงบุคคลในอดีตอันนมนานที่เขาเกือบจะลืมไปแล้ว
"ไอแซค!" คริสโตเฟอร์ะโออกมาจนเกือบรักษากิริยาไว้ไม่อยู่ "เป็ไปไม่ได้… แกยังไม่ตาย"
เ้ากรมคลังผู้สูงส่งก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัวด้วยความสะพรึงขวัญ
"ฟีโอน่า ฆ่ามันเดี๋ยวนี้!"
เมื่อสิ้นเสียงคำสั่ง ร่างของเธอพุ่งทะยานเข้าใส่ไอแซคด้วยความเร็วที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจมองทัน หมัดของเธอพุ่งตรงไปที่ใบหน้าของเขา แต่สิ่งที่ัักลับเป็เพียงความว่างเปล่า
ในจังหวะเดียวกันนั้น ไอแซคปรากฏตัวที่ด้านหลังของฟีโอน่า คมดาบในมือฟาดฉับลงมาที่ต้นคอ แม้เธอจะหลบได้อย่างเหลือเชื่อ แต่คมดาบก็ยังกรีดลึกเข้าไปในเนื้อ เืสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกมาจากเส้นเืใหญ่ที่ถูกตัดขาด
ชาร์ลส์ที่เพิ่งลุกขึ้นได้ มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตะลึง แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจที่สุดคือสีหน้าของฟีโอน่าที่ไม่มีแววใหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอนิ่งเฉยราวกับว่านี่เป็เื่ที่เกิดขึ้นเป็ประจำ
าแที่คอของเธอเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็วผิดมนุษย์ เนื้อเยื่อและเส้นเืเชื่อมต่อกันใหม่ภายในไม่กี่วินาที เป็ความสามารถที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดบนโลกที่สามารถฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขนาดนี้
'ผู้ยกระดับตัวตน... ประเภทมนุษย์กลายพันธุ์' ชาร์ลส์สรุปในใจ ดวงตาจับจ้องการเคลื่อนไหวทุกอย่างอย่างละเอียด 'ว่าแล้ว ผู้หญิงบ้าอะไรแรงเยอะขนาดนั้น'
คริสโตเฟอร์พยายามเปิดหน้าต่างหนี แต่กลอนไม่ยอมขยับ ราวกับมีบางอย่างตรึงมันไว้แน่น เขาออกแรงดึงจนมือสั่น แต่ก็ไม่เป็ผล
ฟีโอน่าโจมตีอีกครั้ง คราวนี้เล็บของเธองอกยาวออกมาเหมือนราชสีห์ ทั้งแหลมคมและแข็งแกร่ง แต่การโจมตีกลับทะลุผ่านร่างของไอแซคราวกับเขาเป็ภาพลวงตา
เมื่อโจมตีพลาด เธอะโถอยหลังเพื่อประเมินสถานการณ์และตั้งหลักใหม่
แต่ทันทีที่เท้าแตะพื้น ร่างกายของเธอก็อ่อนแรงลงฉับพลัน จนเข่าทั้งสองกระแทกพื้นดังสนั่น มือกุมท้องััได้ถึงความผิดปกติ ราวกับถูกเข็มทิ่มแทง แต่ตรงนั้นกลับไม่มีาแหรืออาวุธใดให้เห็น
ดวงตาที่เริ่มพร่าเลือนของเธอมองเห็นไอแซคยืนอยู่ไม่ไกล บนมือซ้ายของเขาถือเข็มฉีดยาสามอัน เหน็บอยู่ระหว่างง่ามนิ้ว ก้านสูบถูกกดลงจนสุด เธอแน่ใจว่าระหว่างหลบ ไม่ได้ถูกโจมตีสวนกลับมา รู้สึกเจ็บตรงท้อง ซึ่งเริ่มเมื่อตอนที่เท้ากำลังจะแตะพื้นเท่านั้น
"ภูตลักซ่อน ขั้นสาม" ฟีโอน่าเอ่ยเบาๆ ก่อนจะล้มลงหมดสติ ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้อ่อนปวกเปียกราวกับตุ๊กตาผ้า
ชาร์ลส์วิ่งไปที่ประตู พยายามเปิดมันออกสุดแรง ะโขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหน ประตูก็ไม่ยอมขยับแม้แต่น้อย เสียงะโของเขาดูเหมือนจะถูกกลืนหายไปในอากาศ ไม่มีใครได้ยิน ไม่มีใครตอบรับ ราวกับว่าห้องนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
ไอแซคหันมองชาร์ลส์ชั่วครู่ ก่อนจะกลับไปจับจ้องคริสโตเฟอร์ แล้วค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาอย่างช้าๆ
คริสโตเฟอร์เห็นท่าไม่ดี รีบกระชากปืนลูกโม่สีเงินอันหรูหรา สลักลายเถาองุ่นสีทองออกมาจากเสื้อ เป็อาวุธหายากที่แทบไม่มีใครได้ เขาเหนี่ยวไกยิงใส่ไอแซคติดๆ กัน
เสียงะุลูกโม่คำรามดังก้องห้อง ะุพุ่งตรงไปยังร่างของไอแซคอย่างแม่นยำ
ชาร์ลส์ที่ยืนอยู่ด้านหลังไอแซครีบะโหลบไปอีกฝั่งทันที ด้วยความกังวลว่าถ้าไอแซคเป็คนปริศนาในป่าก่อนหน้านี้จริง ะุจะต้องทะลุผ่านร่างเขาออกมาแน่
และเป็ดังที่คาด ะุทุกนัดทะลุผ่านร่างของไอแซคราวกับเขาเป็อากาศ พุ่งไปกระแทกกับประตูด้านหลัง ทิ้งเพียงรอยะุลึกเท่านั้น ไม่มีนัดไหนทะลุผ่านประตูออกไปได้
จู่ๆ ไอแซคก็ปรากฏตัวข้างกายคริสโตเฟอร์ หมัดหนักซัดเข้าไปที่สีข้างของคริสโตเฟอร์อย่างจัง จากนั้นคว้าตัวเขาโยนลงบนโต๊ะอย่างรุนแรง แรงกระแทกทำให้คริสโตเฟอร์หายใจหอบ
ไอแซคสะบัดมือ ลิ่มโลหะปรากฏ ก่อนที่เขาจะพุ่งแทงมันลงบนฝ่ามือทั้งสองข้างของคริสโตเฟอร์ ตรึงเขาไว้กับโต๊ะ
แม้โต๊ะจะเป็ไม้เนื้อแข็ง แต่ลิ่มโลหะกลับทะลุผ่านเนื้อไม้ราวกับเป็ภาพลวงตา ก่อนจะกลายเป็ของจริงในวินาทีถัดมา ทำให้คริสโตเฟอร์ร้องลั่นด้วยความเ็ป เืไหลซึมออกมาจากแผล
ทางด้านของชาร์ลส์ เขาพยายามหนีออกจากห้องอย่างเอาเป็เอาตาย สายตาของเขาจับจ้องไปที่หน้าต่างกระจกที่ดูเปราะ
เขาคว้าเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งขึ้นมา ทุ่มเต็มแรงใส่กระจก แต่เก้าอี้กลับกระเด็นกลับมาราวกับชนกำแพงเหล็ก กระจกไม่มีแม้แต่รอยร้าว ชาร์ลส์ลองอีกครั้ง หยิบเชิงเทียนโต๊ะที่ทำจากเหล็ก จากโต๊ะข้างๆ มางัดกระจก แต่มันก็ไม่เป็ผล
เขาถอยออกมาเล็กน้อยหันไปมองไอแซค ก่อนตัดสินใจเด็ดขาด
"ฮฺเรโอดา!"
คลื่นกระแทกพุ่งออกจากฝ่ามือ กระแทกเข้ากับหน้าต่างอย่างจัง แต่มันเพียงแค่สั่นไหวเล็กน้อยเท่านั้น
"เวรเอ้ย" เมื่อหมดปัญญา เขาจึงหันกลับมามองเหตุการณ์ตรงหน้า เห็นคริสโตเฟอร์นอนบิดเร่าด้วยความเ็ปบนโต๊ะ ฝ่ามือทั้งสองถูกตรึงไว้ด้วยลิ่มโลหะ เืไหลซึมลงมาเป็ทาง ชุ่มโชกบนพื้นโต๊ะ
"แก้าอะไร?" คริสโตเฟอร์ถามเสียงสั่น พยายามกลบเกลื่อนความเ็ป แต่ใบหน้าซีดเผือดและเหงื่อที่ผุดซึมเต็มหน้าผากบ่งบอกถึงความทรมานที่เขากำลังเผชิญ
ไอแซค ยืนมองเขาอยู่เหนือโต๊ะ ใบหน้าเปื้อนยิ้มเ็า เสียงหัวเราะในลำคอแฝงความสะใจ
"แกก็น่าจะรู้ดีนี่... ว่าฉัน้าอะไร" ไอแซคตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ดวงตาของเขาเปล่งประกายราวกับนักล่าที่กำลังเพลิดเพลินกับเหยื่อที่ไร้ทางหนี
ไอแซคสะบัดมือ ผ้าม่านผืนใหญ่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า เนื้อผ้าชุ่มไปด้วยน้ำมันส่งกลิ่นแรงจนชาร์ลส์ที่มองเหตุการณ์อยู่ไกลๆ ยังรู้สึกแสบจมูก เขาคลี่มันออกคลุมขาทั้งสองข้างของคริสโตเฟอร์
คริสโตเฟอร์ดิ้นรนทันที "หยุด! ไอแซค! เราคุยกันได้! ฉันยอมทุกอย่างที่แก้า!"
ทันใดนั้น "นูร์ คัลลา!" ไอแซคเอ่ยคาถา เปลวไฟลุกวาบขึ้นบนฝ่ามือ
คริสโตเฟอร์หายใจหอบแรง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว "ได้โปรด! ไอแซค! อย่าทำแบบนี้! ฉันขอโทษ!"
ไอแซคไม่ตอบ เขาเหวี่ยงไฟในมือไปยังผ้าม่านที่คลุมขาของคริสโตเฟอร์ เปลวไฟลุกท่วมผ้าอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำมันเผาไหม้ลอยคลุ้ง
"อ๊ากกกก!"
เสียงกรีดร้องของคริสโตเฟอร์ดังลั่นไปทั่วห้อง ร่างของเขาดิ้นรนสุดแรง
ดวงตาเ็ามองของไอแซคดูเปลวไฟที่ค่อยๆ ลามขึ้นมาแผดเผาิัของคริสโตเฟอร์ผ่านผ้าม่าน
"อยากได้อะไรก็บอกมา! ฉันจะให้ทุกอย่าง!" คริสโตเฟอร์อ้อนวอน น้ำตาไหลอาบแก้ม
"สิ่งที่ฉัน้า..." รอยยิ้มบาง ๆ ประดับบนใบหน้า "คือให้แกได้ลิ้มรสความทรมานจากการถูกไฟครอบ... เหมือนที่ฉันเคยเจอ" เขาก้มลงกระซิบข้างหู "และหลังจากแก... ครอบครัวแกจะเป็รายต่อไป"
คริสโตเฟอร์สิ้นหวัง กรีดร้องด้วยความเ็ปสุดขีด เมื่อเปลวไฟเริ่มแผดเผาเนื้อหนัง กลิ่นไหม้เริ่มลอยฟุ้ง เสียงร้องของเขาสะท้อนก้องไปทั่วห้อง แต่ไม่มีใครได้ยิน... ไม่มีใครมาช่วย
