จางเสี่ยวเหาเขย่าประตูเหล็กบานใหญ่ที่อยู่เบื้องล่าง
ล็อกแ่าเสียจริง!
แต่ก็อย่างว่าแหละ หากมันไม่แ่าขนาดนี้ มีหรือที่จะต้านทานการโจมตีของเหล่าซอมบี้ได้?
จางเสี่ยวเหาส่งสัญญาณให้พวกพ้อง จากนั้นจางเฉินก็ถอยหลังไปสองถึงสามก้าว ก่อนจะเงยหน้าและะโขึ้นไปข้างบน
“คนที่อยู่ข้างบนลงมาเปิดประตูหน่อย!”
“พี่ิ เราจะทำยังไงดี? จะลงไปเปิดประตูไหม?” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยถามน้ำเสียงเบา
สีหน้าของจูิเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะทำท่าทางให้ลูกน้องเงียบเสียง!
คิ้วของจางเฉินขมวดเข้าหากัน เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า “คนที่อยู่ข้างบนได้ยินหรือเปล่า? ถ้าไม่เปิดประตู ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ!”
เมื่อได้ยินว่าคนข้างล่างกำลังจะพังประตู จูิก็โบกมือเป็สัญญาณ จากนั้นก็มีชายหนุ่มสองคนรีบวิ่งลงมายังชั้นล่าง!
ส่วนจูิก็หันหลังและเริ่มข่มขู่ผู้รอดชีวิตที่อยู่เสียงต่ำ
“พวกแกทุกคนรู้ดีถึงวิธีการของพวกเรา ถ้าอยากมีชีวิตรอด ก็หุบปากให้หมด!”
หลังจากจูิข่มขู่เสร็จ เขาก็เรียกลูกน้องคนสนิทอย่างหลี่อวินเข้ามา พวกเขากระซิบกระซาบกันสองสามประโยค
หลี่อวินพยักหน้า จากนั้นก็พาลูกน้องสองสามคนรีบลงไปชั้นล่าง!
ชายหนุ่มสองคนพอลงมาถึงชั้นหนึ่ง ก็เห็นว่าที่มือของจางเสี่ยวเหามีดวงไฟลุกโชน และเวลานี้เขาก็เตรียมจะเผากุญแจประตูอยู่ พอเห็นดังนั้นแล้วคนทั้งสองก็ใมาก ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปห้ามและรีบไขกุญแจเพื่อเปิดประตู
แบงก์กิ้งเป็คนแรกที่พุ่งตัวเข้ามา ก่อนจะเอ่ยถามออกมา
“พวกคุณมีผู้รอดชีวิตทั้งหมดกี่คน?”
“ร้อยกว่าเกือบจะสองร้อย!”
“สามสิบกว่าคน!”
คำถามง่ายๆ เพียงข้อเดียว แต่กลับทำเอาชายหนุ่มทั้งสองถึงกับพูดไม่ออก
สองร้อยกับสามสิบมันต่างกันมากเกินไป!
สีหน้าของจางเสี่ยวเหากลายเป็เคร่งขรึม
“สรุปแล้วมีผู้รอดชีวิตทั้งหมดกี่คนกันแน่?”
ชายหนุ่มทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี
ใบหน้าสวยของโอวหยางมี่มี่ก็กลายเป็เคร่งขรึมเช่นกัน เธอเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 4 ดังนั้นเธอจึงมีประสาทััด้านการได้ยินที่ดีมาก ั้แ่ที่เธอเริ่มตามหาบ้านพักตากอากาศของพี่สาวแบงก์กิ้ง เธอก็ได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงร้องไห้ของผู้คนมากมาย
ยิ่งในตอนนี้พอเห็นท่าทีมีพิรุธของชายหนุ่มทั้งสอง เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลในอาคารแห่งนี้แน่นอน
“ขึ้นไปดูก็รู้เอง!” โอวหยางมี่มี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
หลังจากพูดจบ โอวหยางมี่มี่ก็เดินเข้าไปข้างใน!
“นี่ แม่สาวสวย ข้างบนไม่มีใครหรอก พวกเราลงมากันหมดแล้ว!” ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น ชายหนุ่มร่างสูงผอมคนหนึ่งเดินนำชายฉกรรจ์ลงมาอย่างรวดเร็ว หลี่อวินยื่นมือออกไปขวางโอวหยางมี่มี่!
ทว่ายังไม่ทันที่มือเขาจะััโดน ก็ถูกโอวหยางมี่มี่คว้าเอาไว้ก่อน จากนั้นร่างสูงโปร่งของหลี่อวินก็ทรุดลง
“โอ๊ย! เจ็บ! เจ็บ!”
โอวหยางมี่มี่แค่กระตุกข้อมือเบาๆ แขนขวาของหลี่อวินก็ถูกบิดไปด้านหลัง ร่างของเขาก้มลงและโค้งอราวกับกุ้ง ในขณะเดียวกัน โอวหยางมี่มี่ก็ชักมีดสั้นออกมาจ่อที่คอของหลี่อวิน พอเห็นดังนั้นแล้วชายฉกรรจ์หลายคนที่เตรียมจะพุ่งเข้ามาถึงกับชะงัก!
โอวหยางมี่มี่เอียงศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า “ขึ้นไป!”
หลังจากที่มาถึงห้องจัดเลี้ยงที่ชั้นสี่! โอวหยางมี่มี่ก็ปล่อยมือออก จนร่างสูงผอมของหลี่อวินเซถลาไปข้างหน้าห้าถึงหกเมตรค่อยทรงตัวได้
โอวหยางมี่มี่กวาดตามองไปรอบๆ เธอััได้ถึงบรรยากาศที่ไม่ชอบมาพากลของห้องโถงแห่งนี้
ที่มุมห้องด้านหนึ่งมีผู้รอดชีวิตกว่าร้อยคนนั่งยองๆ อยู่ พวกเขาดูสกปรก ใบหน้าซีดเซียว และไร้ซึ่งความหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงกว่าสิบคน ที่แทบจะเปลือยกายอยู่รอมร่อ ส่วนอีกด้านหนึ่งมีชายฉกรรจ์ร่างแข็งแรงกว่า 20 คนยืนอยู่
ในเวลาเดียวกัน จูิและลูกน้องของเขาก็กำลังจ้องมองโอวหยางมี่มี่และคนอื่นๆ เช่นกัน
ก่อนหน้านี้เนื่องจากมองดูพวกเขาจากไกลๆ จูิและคนอื่นๆ จึงคิดว่าเป็ตำรวจหน่วยพิเศษ ทว่าตอนนี้พอได้เห็นใกล้ๆ แล้วริมฝีปากของจูิก็แย้มยิ้มขึ้นอย่างเ็า!
แม้ว่าในบรรดาทั้งห้าคนนี้จะมีสี่คนที่สวมชุดตำรวจ แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ใช่ตำรวจจริงๆ เพราะพวกเขาไม่มีออร่าของตำรวจหน่วยพิเศษที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหน่วยพิเศษจะมีหนุ่มเ้าสำอางแบบแบงก์กิ้งได้อย่างไร? เื่นี้จึงเป็ไปไม่ได้แน่!
หลังจากที่รู้ว่าจางเสี่ยวเหาและคนอื่นๆ ไม่ใช่ตำรวจหน่วยพิเศษจริงๆ แล้ว จูิก็เกิดความคิดไม่ดีขึ้นมาทันที!
ชุดเกราะและเครื่องแบบของหน่วยพิเศษนับว่าเป็ของดี แม้แต่ซอมบี้กรงเล็บระดับ 2 ก็ไม่สามารถฉีกและทำลายได้ ยิ่งไปกว่านั้นจางเสี่ยวเหาและจ้าวเสี่ยวเยว่ต่างก็มีปืนพกเหน็บอยู่ที่เอว
ใน่แรกของวันสิ้นโลก ปืนถือเป็อาวุธสังหารที่ทรงพลัง หากพวกเขาได้อาวุธและเสื้อผ้าของคนกลุ่มนี้มา ก็จะทำให้กองกำลังของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก
นอกจากอาวุธและเสื้อผ้าแล้ว ความงามของโอวหยางมี่มี่และจ้าวเสี่ยวเยว่ก็ทำให้จูิรู้สึกสนใจเป็อย่างมาก โดยเฉพาะโอวหยางมี่มี่ แม้ว่าสาวน้อยคนนี้จะอายุเพียงสิบเก้าปี แต่เนื่องจากเธอเรียนเต้นรำมาั้แ่เด็ก ดังนั้นเธอจึงมีรูปร่างดีเยี่ยม ยิ่งในตอนนี้เธอเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 4 รูปร่างของเธอก็ยิ่งสมบูรณ์แบบขึ้น!
ชุดหนังรัดรูปสีดำยิ่งขับเน้นให้เห็นรูปร่างที่สูงเพรียวและทรวดทรงองค์เอวที่ชัดเจน
ไหนจะใบหน้างดงามที่เต็มไปด้วยความอ่อนเยาว์ บวกกับผมยาวสีดำขลับ ทำให้เธอดูสะอาดสดใสและมีชีวิตชีวา ซึ่งมันช่างแตกต่างจากผู้หญิงที่ไม่ได้อาบน้ำสระผมมาหลายวัน จนตัวเหม็นเปรี้ยวและมีกลิ่นแปลกๆ ที่อยู่ในห้องโถงแห่งนี้ราวกับฟ้ากับดิน
จูิมองใบหน้าสวยที่สะอาดสดใสของโอวหยางมี่มี่เพียงแวบเดียว หัวใจของเขาก็เต้นแรง จูิเป็คนเ้าชู้ ยิ่งหลังจากที่เขาได้เป็ผู้วิวัฒนาการแล้ว สมรรถภาพทางเพศของเขาก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก จึงทำให้เขากระหายในรสสวาทมากขึ้น
ใน่สองสามวันที่ผ่านมา ผู้หญิงในบรรดาผู้รอดชีวิตทั้งหมด หากคนใดมีหน้าตาพอดูได้หน่อยก็ล้วนแต่ถูกจูิล่วงเกินไปหมดแล้ว!
ครั้งมีคำพูดหนึ่งว่า ไม่มีการเปรียบเทียบก็ไม่มีการด้อยค่า ดังนั้นเมื่อเทียบโอวหยางมี่มี่กับผู้หญิงในห้องโถงแห่งนี้แล้ว จูิก็รู้สึกว่าผู้หญิงที่อยู่ในห้องโถงแห่งนี้กลายเป็ขยะไปในทันที!
แม้ว่าจูิจะเกิดความคิดไม่ดีต่อโอวหยางมี่มี่ แต่เขาก็นับว่าผ่านโลกมามาก เขารู้ดีว่าถ้าอยากได้สาวงามตรงหน้ามา ก็ต้องกำจัดผู้ชายอีกสามคนที่เหลือเสียก่อน!
ดังนั้นในตอนนี้เองจูิจึงเก็บซ่อนความ้าของตัวเองเอาไว้ และจ้องมองไปที่ลูกน้องคนสนิทอย่างหลี่อวินที่ตอนนี้กำลังจะสติแตก ทั้งสองคนสบตากันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จูิจะเดินเข้าไปทักทายจางเสี่ยวเหาและจางเฉินด้วยรอยยิ้ม
“คุณตำรวจทั้งสอง ตั้งใจมาช่วยเหลือพวกเราหรือครับ? ขอบคุณมากจริงๆ!” ในขณะที่พูด เขาก็รีบเดินเข้าไปใกล้และยื่นมือออกไปจับมือจางเสี่ยวเหาและจางเฉินเป็เชิงทักทาย!
สุภาษิตกล่าวไว้ว่า ง้างมือไม่ตบผู้ยิ้มตอบ เมื่อจางเสี่ยวเหาและคนอื่นๆ เห็นว่าอีกฝ่ายยื่นมือออกมาจับมือด้วยท่าทางยิ้มแย้ม พวกเขาก็ลังเลเล็กน้อย จากนั้นก็ยื่นมือออกไปัักับมืออีกฝ่าย
“พวกเราไม่ใช่...” จางเสี่ยวเหายังไม่ทันเอ่ยจบ จูิก็ออกแรงบีบมือทั้งสองข้างอย่างแรง! เขาคิดจะเหวี่ยงคนทั้งสองออกไป
จูิะโสั่งลูกน้องเสียงดัง “ลงมือ!”
ทว่าจูิไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า คนที่เขา้าเหวี่ยงออกไปนั้น จะเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 3 ทั้งคู่
เมื่อจางเสี่ยวเหารู้สึกถึงแรงบีบผิดปกติที่มือของอีกฝ่าย เขาก็คิดในใจ ทันใดนั้นก็ดวงไฟพวยพุ่งออกจากมือทันที
ส่วนจางเฉินนั้นเป็ผู้วิวัฒนาการพลังระดับ 3 เมื่อเขารู้สึกถึงความผิดปกติ เขาก็ไม่รอช้าที่จะะเิพลังออกมาในทันที เขากำมือขวาแน่น ซึ่งไม่เพียงแต่จะไม่ถูกจูิเหวี่ยงออกไป แต่เขากลับดึงจูิเข้ามาใกล้ จากนั้นจางเฉินก็เหวี่ยงหมัดซ้ายเข้าที่หน้าอกของจูิอย่างแรง!
กร๊อบ!
เสียงกระดูกหักดังขึ้น
เดิมจูิคิดว่าชายหนุ่มสองคนที่ดูอ่อนเยาว์ตรงหน้า คงจะเป็แค่ผู้วิวัฒนาการระดับ 1 หรืออย่างมากก็เพิ่งจะวิวัฒนาการเป็ระดับ 2 ด้วยพละกำลังของเขาตอนนี้บวกกับการจู่โจมอย่างกะทันหันแล้ว จะต้องสามารถจัดการสองคนนี้ได้อย่างแน่นอน!
ไม่นึกเลยว่าจะเจอกับคนจริงเข้าซะแล้ว!
นี่เขาต้องมาเผชิญกับผู้วิวัฒนาการระดับ 3 ทั้งคู่หรือเนี่ย!
จูิผู้โหดร้ายและลามก กำลังจะต้องพบเจอกับจุดจบอันน่าอนาถ มือขวาของเขาถูกไฟคลอกไหม้ ส่วนที่หน้าอกก็ถูกหมัดของจางเฉินซัดจนยุบลง กระดูกซี่โครงหักจนแทงทะลุหัวใจ จนมีเืสีแดงสดกระอักออกมาจากปากไม่หยุด
