บทที่ 8 ตามคนมาช่วย!
มู่หลันที่ยังคงนั่งกองอยู่กับพื้นค่อยๆ ดึงสติที่หลุดลอยกลับเข้าร่าง แต่ทว่า! สัญชาตญาณนักบริหารที่ฝังรากลึกอยู่ในสายเืก็ทำให้สมองของเธอเริ่มประมวลผลถึงปัญหาเฉพาะหน้าในทันที
ดวงตากลมโตตวัดมองราชันย์โสม 500 ปี โสมป่า 100 ปี และซากหมูป่าเขี้ยวตันขนาดเท่าโคถึก!
‘เดี๋ยวสิ!แล้วเราจะขนไอู้เาเนื้อหมูนี่กลับลงเขายังไงวะเนี่ย?!’
ปัญหาใหญ่ระดับชาติบังเกิดแล้ว! มู่หลันเพ่งจิตทดสอบระบบอีกครั้ง หน้าต่างโฮโลแกรมยังคงกะพริบแสงสีแดงเตือนว่า [พลังกายภาพต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่สามารถเปิดมิติได้] หมายความว่าเธอหมดสิทธิ์ยัดหมูป่าั์ตัวนี้เข้าช่องเก็บของชั่วคราว
อดีตซีอีโอสาวพยายามเค้นแรงเฮือกสุดท้าย คลานเข้าไปใกล้ร่างหมูป่าที่นอนหงายท้อง เอาสองมือดันขาหลังที่ใหญ่พอๆ กับต้นเสาบ้านของมัน หมายจะลองกะน้ำหนักดู
อึ๊บ!...
นิ่งสนิท!หมูป่าั์ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว! มู่หลันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังพยายามผลักกำแพงเมืองก็ไม่ปาน น้ำหนักของอสูรกายตัวนี้กะด้วยสายตาคร่าวๆ ต้องมีไม่ต่ำกว่าห้าถึงหกร้อยชั่ง! (ประมาณ 250-300 กิโลกรัม) ต่อให้เกณฑ์ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านมาทั้งสิบคน ยังต้องหามกันหน้าดำหน้าแดง แล้วหญิงหม้ายร่างบางที่โดนระบบสูบพลังจนเหงื่อแตกพลั่ก กับเด็กสามขวบตัวกะเปี๊ยก จะเอามันลงเขาไปได้ยังไง? ปล่อยทิ้งไว้ก็เสียดายเนื้อหมูชั้นดีที่จะเอาไปทำทุน!
“ต้านแม่ต๋า!ทามอายายหยอ? ผักหมูทามมาย? ” เสี่ยวเปาเปาเอียงคอถามตาแป๋ว หิ้วโสม 500 ปีเดินเข้ามาใกล้ๆ
“แม่... แฮ่ก... แม่กำลังคิดว่าเราจะขนเสบียงกลับบ้านยังไงดีลูก หมูตัวนี้มันหนักเกินไป แม่ยกไม่ไหวหรอก...”
มู่หลันหอบแฮ่ก ปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตา
“หรือเราจะตัดเอาไปแค่ขาหน้ามันดี?”
เมื่อได้ยินว่าอาจจะต้องทิ้งเนื้อหมูส่วนที่เหลือ เสี่ยวเปาเปาก็เบิกตากว้าง ส่ายหน้าดิกจนผมม้าแตกกระจาย เื่กินเื่ใหญ่ เด็กน้อยที่เพิ่งรู้จักความอิ่มท้องจะไม่ยอมทิ้งหมูต้มจืดก้อนั์นี้เด็ดขาด!
“ม่ายอาว! เปาเปาจากินต้มจืดหมูย่ายๆ! แม่ต๋าเหนื่อยม้าย? พักเยยเต้าค่ะ เดี๋ยวเปาเปาหอบหมูกลับเอง!”
พูดจบ ก้อนแป้งน้อยก็จัดการยัดราชันย์โสม 500 ปี (ที่คนทั้งแคว้นตามหา) ลงไปในตะกร้าไม้ไผ่อย่างลวกๆ เหมือนยัดผักกาดขาว ก่อนจะเดินเตาะแตะไปที่ส่วนหัวของหมูป่าั์
มู่หลันเบิกตากว้าง “ดะ... เดี๋ยวลูก เปาเปาจะทำอไร—”
ฮึบ!!
ยังไม่ทันที่มารดาจะเอ่ยห้ามจบ เสี่ยวเปาเปาก็จับหมับเข้าที่เขี้ยวตันอันแหลมคมของหมูป่าที่ขนาดใหญ่กว่าแขนของนางเสียอีก ออกแรงเพียงนิดเดียว ร่างมหึมาหนักหลายร้อยชั่งก็ถูกกระชากพรวดเดียวลอยขึ้นเหนือพื้น! เด็กน้อยจับเขี้ยวหมูป่าพาดขึ้นบ่าเล็กๆ ของตัวเอง แล้วออกเดินเตาะแตะลงเขาหน้าตาเฉย โดยมีร่างของหมูป่าั์ถูกลากครูดไปกับพื้นดินจนเกิดเป็รอยไถลเป็ทางยาว ฝุ่นตลบอบอวล!
“เดี๋ยวๆๆ! หยุดเลยลูก หยุดเดี๋ยวนี้!”
มู่หลันเบิกตากว้าง รีบพุ่งเข้าไปคว้าแขนเล็กๆ ของลูกสาวเอาไว้แทบไม่ทัน สัญชาตญาณความเป็แม่และผู้บริหารประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าไปไกลถึงสิบก้าว
จริงอยู่ที่ลูกสาวของเธอมีพลังช้างสารพอจะลากหมูหนักหลายร้อยชั่งนี่ลงเขาได้สบายๆ แต่! ลองจินตนาการภาพเด็กสามขวบตัวผอมกะหร่อง ลากอสูรกายไซส์รถม้าเข้าไปกลางหมู่บ้านดูสิ! ในยุคโบราณที่ผู้คนยังเชื่องมงายและหวาดกลัวสิ่งลี้ลับ ภาพนั้นมันไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่มันคือเื่สยองขวัญสั่นประสาทชัดๆ!
ชาวบ้านจะต้องแตกตื่น หาว่าเสี่ยวเปาเปาเป็ปีศาจจำแลงมาแน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะถูกจับไปเร่ร่อนโชว์ตัวตามงานวัด หรือเลวร้ายที่สุดคือถูกจับใส่ตะกร้าหมูถ่วงน้ำเพื่อล้างอาถรรพ์! ในฐานะคนเป็แม่ เธอไม่มีวันยอมให้ลูกสาวต้องตกอยู่ในอันตรายแบบนั้นเด็ดขาด
“เปาเปาฟังแม่นะลูก หมูตัวนี้มันเปื้อนดินเปื้อนโคลน เดี๋ยวเสื้อผ้าใหม่ของลูกจะเลอะเทอะหมด ปล่อยให้เป็หน้าที่ของผู้ใหญ่เขาจัดการกันดีกว่านะจ๊ะ”
มู่หลันลูบหัวลูกสาวเพื่อเกลี้ยกล่อม ก่อนจะเริ่มใช้สมองอันปราดเปรื่องคิดหาวิธีแก้ปัญหา
‘ในเมื่อมิติปิดใช้งานชั่วคราว ฉันก็ต้องพึ่งพากำลังคนในโลกความจริง แต่จะไปตามใครมาช่วยหามล่ะ?’
แน่นอนว่าครอบครัวของสามีเก่าอย่างบ้านใหญ่ตระกูลเว่ยถูกปัดตกไปเป็อันดับแรก ขืนไปบอกพวกหน้าเืนั่น มีหวังพวกมันยกโขยงมาฮุบหมูป่าไปทั้งตัวแล้วถีบหัวส่งสองแม่ลูกแน่ๆ เธอ้าคนที่มีพละกำลัง มีอำนาจต่อรอง และที่สำคัญที่สุดคือต้องยุติธรรม
ทันใดนั้น ความทรงจำสายหนึ่งของร่างเดิมก็สว่างวาบขึ้นมาในหัว...
‘หัวหน้าหมู่บ้านหวังเทียนซาน’
ชายวัยกลางคนผู้เป็ผู้นำหมู่บ้านจินเฟิง แม้เขาจะมีขาข้างหนึ่งที่กะเผลกจากอุบัติเหตุในอดีต แต่ลุงหวังผู้นี้ก็เป็คนซื่อสัตย์ ตงฉิน และดูแลลูกบ้านอย่างยุติธรรมมาตลอด แม้แต่ตอนที่มู่หลันถูกบ้านใหญ่ขับไล่ไสส่ง ก็ได้ลุงหวังนี่แหละที่ออกหน้าเจรจา ยื้อแย่งกระท่อมซอมซ่อท้ายหมู่บ้านหลังนี้มาเป็ที่ซุกหัวนอนให้สองแม่ลูกได้สำเร็จ
‘ใช่แล้ว! ต้องเป็ลุงหวังเท่านั้น!’
มู่หลันดีดนิ้วเป๊าะ รอยยิ้มเ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก
ถ้าให้ลุงหวังพาชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านมาช่วยหามหมูลงไป นอกจากเธอจะได้เนื้อหมูและเงินส่วนแบ่งอย่างเป็ธรรมแล้ว ยังถือเป็การสร้างบุญคุณและซื้อใจหัวหน้าหมู่บ้านไปในตัวด้วย เป็เกราะคุ้มภัยชั้นดีที่บ้านใหญ่ตระกูลเว่ยจะไม่กล้าเข้ามายุ่มย่าม!
“เปาเปาจ๊ะ เราเอาใบไม้กิ่งไม้มาคลุมหมูตัวนี้ซ่อนไว้ก่อนเถอะลูก”
มู่หลันจัดแจงดึงกิ่งไม้แห้งแถวนั้นมาถือไว้ หมายจะปกปิดร่างอสูรกาย
“เดี๋ยวเราลงเขาไปตามท่านปู่หวังมาช่วยกันหามดีกว่—”
“ม่ายอาวววว!”
เสียงเล็กจ้อยร้องลั่นประท้วงขึ้นมาทันควัน มู่หลันหันขวับไปมอง ก็เห็นเสี่ยวเปาเปาะโเอาแขนเล็กๆ ทั้งสองข้างไปกอดรัดเขี้ยวตันของหมูป่าั์เอาไว้แน่นปานตังเม ใบหน้าจิ้มลิ้มซบลงกับขนหยาบๆ ของมันอย่างไม่รังเกียจ ดวงตากลมโตที่เคยสุกใสบัดนี้เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาใสๆ ราวกับไข่มุกที่พร้อมจะร่วงหล่น แก้มยุ้ยป่องออกอย่างแสนงอน
“หมูของเปาเปา! ต้มจืดของเปาเปา! ม่ายทิ้งหมูยูบนเขานะแม่ต๋า เดี๋ยวมีคนขโมยต้มจืดเปาเปาปายยยย”
เด็กน้อยสะอื้นฮัก กอดรัดเสบียงชิ้นั์ของตัวเองแน่นขึ้นไปอีกราวกับแม่นกหวงไข่ ภาพเด็กสามขวบตัวผอมกะหร่องกอดหมูป่าไซส์รถม้าด้วยความอาลัยอาวรณ์ ทำเอามู่หลันทั้งสงสารทั้งขำจนปวดท้อง เธอรีบย่อตัวลงไปลูบหลังปลอบใจฮัลค์มินิสายกินอย่างอ่อนโยน
“โธ่! แม่ไม่ได้ให้ทิ้งลูก แม่แค่ให้ซ่อนไว้แป๊บเดียวเองจ้ะ” มู่หลันเกลี้ยกล่อมเสียงหวาน
“เปาเปาลองคิดดูสิ หมูตัวนี้มันอ้วนมาก ถ้าเราลากมันลงไปเองตามพื้นดินแข็งๆ เนื้อหมูมันจะช้ำ กระแทกหินจนไม่อร่อยนะลูก!แต่ถ้าเราไปตามท่านปู่หวังเอาไม้กระดานมาหามมันลงไปดีๆ เนื้อหมูก็จะนุ่มมมม! หวานฉ่ำ ทำต้มจืดอร่อยกว่าเดิมร้อยเท่าเลยนะ!”
พอได้ยินคำว่าเนื้อนุ่มและหวานฉ่ำหูเล็กๆ ของเสี่ยวเปาเปาก็กระดิกดิ๊กๆ ทันที หยาดน้ำตาที่คลอเบ้าชะงักงัน
เด็กน้อยคลายอ้อมกอดจากเขี้ยวหมูป่าอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตมองสลับไปมาระหว่างใบหน้าเปื้อนยิ้มของมารดา กับก้อนูเาเนื้อหมูตรงหน้า สมองประมวลผลความคุ้มค่าอย่างหนักหน่วง คิ้วเล็กๆ ขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็ปม
เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ แต่สำหรับคนรออย่างมู่หลันกลับรู้สึกลุ้นระทึกยิ่งกว่าตอนพรีเซนต์งานบอร์ดผู้บริหาร!
ในที่สุด!เสี่ยวเปาเปาก็หลับตาปี๋ เม้มริมฝีปากเล็กๆ เข้าหากันแน่นจนเป็เส้นตรง เด็กน้อยกัดฟันกรอดๆ ราวกับกำลังตัดสินใจเื่คอขาดบาดตายระดับชาติ ก่อนจะพ่นลมหายใจยาวพรืดดดด! ออกมาทางจมูกจนผมหน้าม้าชี้ฟูปลิวไสว บ่งบอกถึงการตัดใจครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตวัยสามหนาว
“ก็ต้ายเต้าค่ะ...”
เด็กน้อยลืมตาขึ้น พยักหน้าหงึกๆ อย่างจำยอม
“ให้หมูนอนยู่นี่ก่อง แม่ต๋าสัญญาแย้วนะ ว่าจารีบพามารับหมูของเปาเปา ห้ามให้คายมาแย่งต้มจืดเด็ดขาด!”
“แม่สัญญาจ้ะ ด้วยเกียรติของแม่เลยเอ้า!”
มู่หลันหัวเราะร่วน โล่งอกที่ตะล่อมเอาชนะความตะกละของลูกสาวได้สำเร็จ เธอรีบนำกิ่งไม้และใบไม้แห้งมากองสุมทับร่างอสูรกายจนมิดชิดดูเนียนตาไปกับสภาพแวดล้อม จากนั้นจึงบรรจงเก็บโสมป่าร้อยปีและราชันย์โสม 500 ปี ห่อด้วยเศษผ้าอย่างระมัดระวัง ซ่อนไว้ที่ก้นตะกร้าไม้ไผ่
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย มู่หลันก็จูงมือเสี่ยวเปาเปาที่ยังคงเหลียวหลังกลับไปมองกองใบไม้ตาละห้อย เดินลงจากเทือกเขาหมื่นลี้ มุ่งหน้าตรงไปยังบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านหวังเทียนซาน เพื่อเริ่มต้นแผนการสร้างเกราะคุ้มภัยและปูทางสู่ความรวยขั้นต่อไป!
***เปาเปาหวงหมูมาก 555 ****
