เมื่อเหลาอาหารจิ้นหย่งเหอถูกไฟไหม้จนไม่เหลือซาก ร้านอาหารตระกูลสวีจึงมีลูกค้าเพิ่มขึ้นไปโดยปริยาย จนลู่เวินต้องปรับปรุงพื้นที่ด้านข้างของร้านอาหาร ให้มีหลังคายื่นออกมาและนำชุดโต๊ะเก้าอี้ จากลู่ชิงออกไปวางเพิ่มอีกสามโต๊ะ รวมถึงซุ้มศาลาที่วางอยู่ก็ใช้สำหรับรับรองลูกค้าไปพลาง ๆ
ตอนนี้ทุกคนกำลังช่วยกันทำอาหารไว้ สำหรับขายในเช้าวันใหม่ ลู่ชิงเกิดอยากทานอะไรที่มันเปรี้ยว ๆ เผ็ด ๆ จึงนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายลู่ชิงก็เลือกเป็น้ำตกคอหมูย่างรสแซ่บ
“ท่านพ่อท่านแม่พี่ชายเ้าคะ ข้าอยากทานอะไรที่มันมีรสชาติจัดจ้านสักหน่อย และจะให้พวกท่านลองชิมด้วย หากพวกท่านชิมแล้วรสชาติถูกใจ พวกเราค่อยเพิ่มเข้าไปในรายการอาหารใหม่ได้เลยเ้าค่ะ” ลู่ชิงที่คิดอยากกินน้ำตกคอหมูย่าง ก็รีบบอกครอบครัวจะได้ลงมือทำให้ชิมตอนนี้เลย
“แล้วมันคืออาหารแบบไหนหรือชิงเอ๋อร์ อาหารที่มีรสชาติจัดจ้านคงจะแปลกใหม่ไม่น้อย” ฟางซินถามบุตรสาว แค่ฟังชื่อที่นางบอกก็คิดว่าน่าทานแล้ว
คนที่เห็นด้วยอย่างสม่ำเสมอมิใช่ใคร ย่อมเป็พี่ชายคนรองอย่างลู่เสียน “น้องเล็กเ้าบอกพวกเรามาเถิด พี่รองจะช่วยเ้าทำเอง”
“อาหารชนิดนี้เรียกว่าน้ำตกคอหมูย่างเ้าค่ะ จะใช้เนื้อตรง่สันคอติดมันนิดหน่อย นำมาล้างให้สะอาด จากนั้นแล่เนื้อไม่ให้หนาจนเกินไปใส่ชามพักเอาไว้ นำกระเทียม พริกไทย รากผักชี ตะไคร้หั่นฝอยลงไปโขลกรวมกันให้ละเอียดตักใส่ชาม
เนื้อหมูปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ น้ำมันหอย ซอยปรุงรส ซีอิ้วขาว ผงปรุงรสและซีอิ้วดำหวาน คลุกเคล้าให้เข้ากัน และหมักทิ้งไว้ประมาณสองเค่อ ระหว่างรอเนื้อหมักได้ที่ ก็ไปเตรียมเตาถ่านสำหรับย่าง โดยจะใช้ไฟกลางไม่แรงจนเกินไปป้องกันเนื้อไหม้
ย่างจนเนื้อสุกได้ที่แล้ว นำมาหั่นเป็ชิ้นพอดีคำเติมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาล พริกป่น น้ำซุปเล็กน้อยคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตามด้วยข้าวคั่ว หอมแดง ผักชี ต้นหอมคลุกเคล้าอีกรอบ ก่อนตักใส่จานโรยหน้าด้วยสะระแหน่หอม ๆ เ้าค่ะ” ลู่ชิงที่อธิบายวิธีทำไปกลืนน้ำลายตามไปด้วย
ทั้งสี่คนที่ฟังลู่ชิงอธิบายขั้นตอนการทำ และนึกภาพตามก็มีความรู้สึกไม่ต่างกับนางมากนัก ฟังแล้วก็อยากจะเห็นของจริง ลู่ชิงจึงไม่ขัดข้องที่จะลงมือทำทันที ทุกคนต่างช่วยกันหยิบวัตถุดิบสำหรับทำอาหารชนิดนี้ และมีลู่เวินที่ทำหน้าที่เตรียมเตาถ่านเอาไว้รอย่างหมู เมื่อทำทุกอย่างตามขั้นตอนครบหมดแล้ว ที่เหลือก็รอเวลาเพื่อให้เนื้อหมูหมักได้ซึมซับเครื่องปรุงเข้าไปในเนื้อเสียก่อน ระหว่างรอก็ได้พูดคุยถึงการสร้างบ้านของพวกเขา ที่ตอนนี้กำแพงได้สร้างเสร็จแล้ว นายช่างหานกำลังเริ่มสร้างตัวบ้าน คาดว่าคงเสร็จตามกำหนดเวลาได้แน่นอน
จนครบเวลาสองเค่อที่ได้หมักเนื้อหมูเอาไว้แล้ว พวกเขาทำเอาไว้เยอะมากประมาณสิบจินได้ เผื่อเอาไว้ว่าถ้าอร่อยพรุ่งนี้จะนำไปให้ลูกค้าได้ลองชิม และเปิดขายในวันถัดไป โดยจะนำเนื้อหมูไปย่างด้านนอกในยามเช้า กลิ่นหอม ๆ ของเนื้อย่างคงเรียกน้ำย่อยในกระเพาะได้เป็อย่างดี
ซู่! ซ่า! “โอ้ย! น้องเล็ก ทำไมกลิ่นหมูย่างมันถึงได้หอมเช่นนี้เล่า ท้องพี่รองมันไม่ยอมสงบนิ่งอีกแล้ว ้าอาหารเติมลงไปตอนนี้เลย” ลู่เสียนที่ทนกลิ่นหอมของเนื้อหมูย่างไม่ได้ ถึงกับบ่นให้ลู่ชิงได้ยินและเขามักจะเป็เช่นนี้ทุกครั้ง
“นี่น้องรอง เ้าก็อดทนหน่อยสิอีกเดี๋ยวก็ได้ชิมของอร่อยแล้ว เ้าเป็บุรุษต้องรู้จักอดทนเข้าใจหรือไม่” ลู่จื้อที่หันไปบ่นน้องชายให้รู้จักอดทน แต่ไม่ทันไรท้องของเขาก็ส่งเสียงดังออกมาเหมือนกัน
“พวกเ้าสองคนจะบ่นกันไปมาทำไม พ่อเองยังแทบทนกับกลิ่นหอมนี้ไม่ไหวเหมือนกัน” ลู่เวินก็ยอมรับว่าเขาก็อยากกินเช่นบุตรชาย เพราะเนื้อย่างมีกลิ่นที่หอมมาก ยามที่เนื้อย่างอยู่บนเตาถ่านตรงหน้า
“ฮ่า ๆ ๆ” ทุกคนหัวเราะกันอย่างมีความสุข
“มาแล้ว ๆ ชิ้นนี้สุกได้ที่แล้ว ข้าจะหั่นให้พวกท่านได้ชิมก่อนนะเ้าคะ เดี๋ยวที่เหลือต้องย่างให้สุก และทำเป็น้ำตกคอหมูย่างเสียก่อน ถึงจะชิมได้อีกครั้งพวกท่านตกลงหรือไม่เ้าคะ” ลู่ชิงที่ทนเห็นทุกคนทนรอไม่ไหวที่อยากชิม จึงนำชิ้นที่ตนย่างสุกแล้วมาให้พวกเขาเสียก่อน
“อื้อ! น้องเล็ก พอกัดเข้าไปแล้วเนื้อมันนุ่มมากไม่แข็งเลย”
“ตอนกำลังเคี้ยวยังรู้สึกถึงกลิ่นเครื่องหมักที่หอมอยู่ตลอดเวลา”
“กินเปล่า ๆ ยังอร่อยขนาดนี้ถ้าทำเป็เ้าน้ำตกคอหมูย่างคงจะยิ่งอร่อยเป็แน่”
“ร้านเราอาหารอร่อยแบบนี้ ลูกค้าคงเสียใจถ้าพวกเราเลิกขายอาหารสินะ”
พอได้ชิมเนื้อคอหมูย่างนุ่ม ๆ หอม ๆ ทุกคนก็เอ่ยชมไม่หยุดปากเลยทีเดียว จากนั้นก็สาละวนช่วยกันย่างหมู และทำน้ำตกคอหมูย่างอยู่ในมิติ จนคนที่มาทำหน้าที่ดูแลร้านในคืนนี้ อย่างเจียวมิ่งแปลกใจ เพราะเขารู้สึกว่าห้องพักบนชั้นสอง เหมือนไม่มีลมหายใจของใครเลย คล้ายกับว่าครอบครัวสวีทั้งห้าคนไม่ได้อยู่ที่นี่
แต่พอเข้ายามห้ายกลับรู้สึกถึงพวกเขาอีกครั้ง เจียวมิ่งคิดว่านี่มันแปลกประหลาดเกินไป ไหนว่าครอบครัวนี้ไม่มีวรยุทธ์ แล้วทำไมถึงปกปิดลมหายใจได้ดีเช่นนี้กัน เมื่อคิดจนปวดหัวก็คิดไม่ออกจึงเลิกคิดและทำหน้าที่ของตนเองต่อไป
ยามเช้าถึงเวลาเปิดร้าน ก่อนเจียวมิ่งจะกลับไปพักผ่อนลู่เวินได้ตักอาหารใส่กล่อง ที่บุตรสาวเตรียมไว้ให้เขาติดตัวไปด้วย ส่วนอีกสามคนก็มาทำหน้าที่ที่ร้าน ปกติพวกเขาจะสลับกันพักผ่อนในยามกลางคืน
วันนี้ลู่ชิงได้ก้งคุนและก้งเจี้ย ทำหน้าที่นำสินค้าไปส่งให้กับเถ้าแก่หงและท่านหมอเกา ที่ร้านจึงเหลือเพียงก้งเยว่เท่านั้น ที่คอยดูแลทุกคนยามเช้าเช่นนี้ผู้คนพลุกพล่าน ต้นยามเฉินร้านอาหารตระกูลสวีก็เปิดรับลูกค้าเข้ามาในร้าน
ลู่ชิงจึงมายืนอยู่หน้าร้านเพื่อแนะนำอาหารรายการใหม่ ที่จะนำมาให้ลองชิมก่อนจะเปิดขายอย่างจริงจังในวันพรุ่งนี้ หากลูกค้าคนใดสนใจพวกเขาสามารถสั่งจองเอาไว้ล่วงหน้า พร้อมเงินค่ามัดจำซึ่งอาหารรายการใหม่ ก็ยังคงเป็ที่ถูกใจของลูกค้าอีกเช่นเคย
“สวัสดียามเช้าเ้าค่ะทุกท่าน วันนี้ร้านอาหารตระกูลสวีมีอาหารใหม่มาแนะนำ และให้ลูกค้าได้ชิมโดยไม่ต้องเสียเงิน โดยทางร้านจะเปิดขายในวันพรุ่งนี้ แต่หากลูกค้าท่านใดชิมแล้ว รสชาติถูกใจสามารถลงชื่อสั่งจองไว้ล่วงหน้า พร้อมจ่ายเงินค่ามัดจำได้เลยเ้าค่ะ ลูกค้าที่ต่อแถวซื้ออาหารอยู่สนใจอยากลองชิมโปรดรอสักครู่ ประเดี๋ยวจะให้คนนำออกมาให้พวกท่านได้ลิ้มลองอย่างแน่นอนเ้าค่ะ” ลู่ชิงทำการประกาศเสร็จแล้วก็เดินเข้าไปที่ห้องครัวหยิบเอาถ้วยใบเล็กตักน้ำตกคอหมูย่างใส่ไปสองสามชิ้น และให้พี่ชายซุนยกออกไปให้ลูกค้าด้านนอกได้ลองชิม
“ทุกท่านค่อย ๆ หยิบนะขอรับ ได้ชิมทุกคนอย่าแย่งกัน ๆ ใจเย็น ๆ ขอรับ” ซุนอวี้ที่ยกถาดใส่ถ้วยน้ำตกคอหมูย่างออกมา ก็ต้องรีบะโบอกทุกคน ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะแตกแถวเข้ามารุมแย่งกันได้
“นี่เ้าลองชิมหรือยัง รสชาติจัดจ้านทานกับข้าวก็น่าอร่อย แต่ถ้าหากนำไปเป็กับแกล้มยามดื่มสุรา คงจะเข้ากันดีไม่น้อยเลยนะ”
“ข้าต้องลงชื่อสั่งจองเอาไว้เสียแล้ว รสชาติหลากหลายในคำเดียวมันเกินบรรยายจริงๆ”
“ไอหยา จะมีอาหารชนิดไหนบ้างที่ร้านนี้ทำไม่อร่อยกันนะ ครั้งหน้าข้าคงต้องชวนญาติ ๆ มาทานอาหารที่ร้านนี้สักครั้งเสียแล้ว”
“ใช่ ๆ ๆ ข้าคิดเหมือนกับเ้าเลย ถ้าพวกเขารู้ว่าพวกเราได้กินอาหารอร่อยแบบนี้แทบทุกวัน คงจะอิจฉาจนอยากย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ได้”
ทุกคนที่ได้ชิมมีใครไม่อยากทานต่อบ้าง เพราะที่ได้ชิมมันน้อยนิดสำหรับพวกเขา จึงมีลูกค้าลงชื่อสั่งจองเ้าน้ำตกคอหมูย่างกันอย่างล้นหลาม
ด้วยร้านอาหารอร่อยเหลือเพียงที่เดียว ทำให้มีลูกค้าเข้ามากมาย ทุกคนจึงต้องช่วยกันยกอาหารไปส่งให้ลูกค้า คนละหลายรอบและลู่ชิงเองก็ต้องมาช่วยยกอาหารด้วยเช่นกัน นางยกอาหารมาส่งให้กับลูกค้าที่นั่งอยู่โต๊ะด้านนอกร้าน
พวกเขามาด้วยกันสามคน แต่ละคนรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาดูน่ากลัว และท่าทางไม่เป็มิตรเอาเสียเลย ลู่ชิงจึงเดินตัวลีบยกอาหารไปวางบนโต๊ะ
แต่จะเป็ความบังเอิญ หรือว่าความอยากรู้อยากเห็นก็ไม่อาจทราบได้ ลู่ชิงกลับได้ยินทั้งสามคนพูดถึงพ่อค้าเร่ ที่หายตัวไปหรือว่านางจะได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยินเข้าแล้ว แต่ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ลู่ชิงจึงแอบอยู่ตรงประตู ด้านหลังร้านฟังทั้งสามคนคุยกัน
“นี่พวกเ้าคิดว่าหัวหน้าเหยียนกับลูกน้องอีกสองคน จะถูกพวกแคว้นฉู่จับตัวไปได้แล้วหรือไม่ เพราะหายเงียบไปหนึ่งเดือนกว่าแล้ว”
“ข้าเองก็คิดเหมือนท่านว่าพวกเขาคงถูกจับตัวไปแล้ว ถึงได้เงียบหายไม่ส่งข่าวอะไรกลับไปที่แคว้น ท่านแม่ทัพเองก็รอข่าวเพื่อเตรียมกองทัพแต่ก็ไร้วี่แวว”
“พวกเหยียนซุ่นต้องโดนทรมาน เพื่อจะเค้นเอาความลับอย่างแน่นอน อยู่ที่ว่าทั้งสามคนจะอดทนได้นานแค่ไหนเท่านั้น”
“เอาล่ะพวกเรารีบทานให้เสร็จจะได้ไปหาที่พัก จากนั้นค่อยออกไปสืบหาร่องรอยของพวกเขาสามคนอีกที”
พวกเขาสามคนพูดคุยกันด้วยเสียงที่ไม่ได้ดังมาก แต่คนที่แอบอยู่ไม่ไกลก็ได้ยินเื่ราวทุกอย่างชัดเจนมาก ลู่ชิงคิดว่าสิ่งที่นางได้ยินคงเป็เื่ใหญ่เสียแล้ว
เพราะเมืองหย่งจินเป็เมืองชายแดน ที่อยู่ห่างจากแคว้นตงหนานหนึ่งพันห้าร้อยลี้ หรือว่าพวกตงหนานคิดทำากับแคว้นฉู่ ลู่ชิงคิดได้ดังนั้นจึงค่อย ๆ ถอยเข้าไปภายในร้านและเดินตามหาก้งเยว่ทันที
“พี่ก้งเยว่ท่านมากับข้าสักประเดี๋ยวได้หรือไม่เ้าคะ” ลู่ชิงพอเจอก้งเยว่จึงเอ่ยเรียกนางด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน
“คุณหนูเกิดเื่อะไรขึ้นหรือเ้าคะ ทำไมถึงทำท่าทางเหมือนคนมีความลับเช่นนี้?” ก้งเยว่เพิ่งจะเคยเห็นลู่ชิงเป็แบบนี้ครั้งแรก
“ท่านตามขึ้นไปชั้นบนก่อน แล้วข้าจะเล่าให้ฟังเ้าค่ะรีบไปกันเถิด” ลู่ชิงเดินนำหน้าก้งเยว่ขึ้นไปชั้นบนของร้านทันที
“เอาล่ะเ้าค่ะ คุณหนูหายใจเข้าลึก ๆ ผ่อนคลายให้ใจสงบลง แล้วค่อยเล่าให้ข้าฟังว่าเกิดเื่อะไรขึ้นนะเ้าคะ” ก้งเยว่พยายามให้ลู่ชิงใจเย็นลงตั้งสติก่อนแล้วค่อยเล่าออกมา เพราะนางเห็นท่าทางที่ใที่ลู่ชิงแสดงออกมาได้อย่างชัดเจน
“ฟู่ววว คือเมื่อกี้ตอนยกอาหารออกไป ให้ลูกค้าโต๊ะด้านนอกร้าน ข้าได้ยินพวกเขาพูดถึงเื่พ่อค้าเร่กับสายลับ แล้วยังพูดว่าคนพวกนั้นหายไปไม่ส่งข่าวกลับแคว้น เพราะทางแม่ทัพรอข่าวอยู่นานเพื่อ้าจัดกองทัพ พี่ก้งเยว่พวกเรากำลังจะเจอกับาใช่หรือไม่เ้าคะ” ลู่ชิงเริ่มวิตกกังวลขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณหนู!! นี่มันเื่ใหญ่มากนะเ้าคะ ท่านแน่ใจนะเ้าคะว่าไม่ได้ฟังผิด ไม่คิดมาก่อนเลยว่าพวกแคว้นตงหนาน จะกล้าส่งคนเข้ามาตามหาสายลับพวกนั้น คุณหนูอย่าเพิ่งร้อนใจาไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดายเช่นนั้น ท่านทำตัวให้เป็ปกติไว้ก่อน เดี๋ยวข้าจะรีบกลับไปปรึกษากับเจียวมิ่ง และให้ก้งคุนกับก้งเจี้ยดูแลที่นี่แทน ข้าไปไม่นานจะรีบกลับมาเ้าค่ะ” นางต้องรีบไปหาเจียวมิ่งเป็การด่วน จะปล่อยให้คนของแคว้นตงหนานสืบเสาะ จนรู้ว่าคนที่กำลังตามหาตัวถูกจับตัวไม่ได้เด็ดขาด
“ได้ ข้าจะเชื่อที่พี่ก้งเยว่บอกเ้าค่ะ”
เมื่อตกลงทำความเข้าใจกันแล้ว ก้งเยว่ก็ลงไปกำชับกับพี่น้องทั้งสองคนอีกครั้ง นางบอกเพียงว่าดูแลที่นี่ให้ดี อย่าได้หละหลวมเป็อันขาดรอตอนเย็นนางจะเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ฟัง จากนั้นจึงใช้ลมปราณเข้าช่วยในการวิ่งกลับไปที่บ้านเช่า
เจียวมิ่งที่นอนพักอยู่ต้องใเสียงประตู ที่เปิดเข้ามาในบ้านพอเห็นว่าคนที่เข้ามาเป็ก้งเยว่ ก็ถอนหายใจและถามนางกลับไปทันที
“เ้ากลับมาเอาอะไรที่บ้านงั้นหรือก้งเยว่ ถึงได้รีบจนเปิดประตูเสียงดังเช่นนั้น ทำข้าตกอกใหมด”
“เ้ารีบส่งจดหมายไปถึงซื่อจื่อเดี๋ยวนี้เจียวมิ่ง!!”
พรึ่บ! “เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงต้องส่งจดหมายด่วนถึงซื่อจื่อตอนนี้”
“คุณหนูลู่ชิงบังเอิญได้ยินคนจากแคว้นตงหนาน ที่แอบเข้ามาตามหาสายลับพวกนั้นเข้าน่ะสิ เพราะคนที่มาไปนั่งกินอาหารที่ร้านคุณหนูพอดี เ้าคิดว่าควรทำอย่างไรเล่า”
“คุณหนูช่างบังเอิญได้เหมาะเจาะจริง ๆ จะปล่อยให้พวกมันตามสืบร่องรอยของสายลับพวกนั้นไม่ได้เด็ดขาด ข้าจะส่งจดหมายถึงซื่อจื่อเดี๋ยวนี้ ส่วนพวกเราคงต้องแบ่งกันเฝ้าที่ร้านสองคน อีกสองคนต้องตามจับตัวคนที่มาใหม่ให้ได้”
“ตกลง พวกเราจะจัดการตามที่เ้าว่ามา และรอคำสั่งด่วนจากซื่อจื่ออีกครั้ง”
เจียวมิ่งรีบเขียนจดหมาย เพื่อรายงานเื่นี้ให้ซื่อจื่อทราบทันที จดหมายถูกม้วนใส่กระบอกไม้ขนาดเล็ก แขวนติดเท้าของนกพิราบสื่อสาร บินออกจากตำบลหย่งฝูไปอย่างรวดเร็ว คืนนี้พวกเขาสี่คนคงต้องวางแผนให้รัดกุม สำหรับการจับคนจากแคว้นตงหนาน พวกไส้ศึกคงไม่ได้มีแค่ที่เมืองหลวงเสียแล้ว
