'กริ๊ง...'
"เฉินเฟิงทำอะไรอยู่ กริ่งประตูดังตั้งนานแล้วนะ ทำไมไม่ไปเปิด"
เฉินเฟิงผู้ถูกเรียกมองดูเสื้อผ้าในเครื่องซักผ้า จากนั้นรีบเช็ดน้ำบนมือกับผ้ากันเปื้อน พลางเดินออกจากห้องน้ำไปพร้อมขานรับ
"มาแล้วครับแม่..."
ระหว่างเดินออกจากห้องน้ำ เฉินเฟิงชำเลืองมองแม่ยายที่กำลังเอนตัวนอนดูทีวีอยู่บนโซฟา และสบเข้ากับสายตาเหยียดหยามของหญิงวัยกลางคนคนนี้พอดี "ไอ้ตัวไร้ประโยชน์ แค่ไปเปิดประตูยังช้าขนาดนี้ แกจะทำอะไรได้บ้าง"
เฉินเฟิงไม่ตอบโต้และรีบเดินไปเปิดประตู ผู้มาเยือนคือฟางโป๋ ผู้ลูกพี่ลูกน้องของฟางฉิง ซึ่งเป็ภรรยาของเขาเอง
"ทำอะไรอยู่ถึงอืดอาดยืดยาดขนาดนี้ อยากลองดีใช่ไหม"
ฟางโป๋ผลักเฉินเฟิงแรงๆ และกำลังจะด่าต่อแต่พอเห็นฟางฉิงผู้เป็น้องสาวกำลังเดินลงมาจากชั้นบน เขาจึงกลืนคำด่ากลับไป
ฟางฉิงมีสีหน้าท่าทางแสดงออกถึงความรำคาญ เธอปรายตามองพี่ชายเธอชั่วครู่ แล้วมองเฉินเฟิงทีหนึ่งพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเงียบๆ
เธอกับเฉินเฟิงแต่งงานกันมาสองปีแล้ว แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ว่าใครจะด่าเขายังไงก็ไม่พูดไม่จาอะไรสักคำ ทั้งตัวเหมือนทำจากกระดาษ ไม่มีนิสัยใจคอ พูดให้ดีก็เรียกว่าอุปนิสัยอ่อนโยน แต่พูดไม่ดีก็คือไม่มีน้ำยา
สองปีแล้วแต่กลับไม่มีความคิดจะทำมาหากินสักนิด ถึงจะเป็ลูกเขยที่ย้ายเข้าบ้านฝ่ายหญิง แต่เขาทำหน้าที่ลูกเขยได้ไม่ดีพอ ไม่งั้นพวกเขาก็คงไม่มีชื่อเป็สามีภรรยากันมาสองปีโดยไม่มีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาจริงๆ แต่อย่างน้อยเมื่อเขาย้ายเข้ามารับหน้าที่เป็พ่อบ้านคอยทำความสะอาดบ้านก็ทำให้ทุกอย่างสบายขึ้นเยอะ
หากไม่ใช่เพราะตอนปู่ใกล้ตายแล้วจัดการให้เธอมีสามีแบบนี้ เธอคงไม่แต่งงานให้เขามารับความอยุติธรรมในบ้านแสนซับซ้อนหลังนี้
"ฟางฉิง เธอลงมานี่สิ ฉันมีเื่จะคุยกับเธอ!"
ลูกพี่ลูกน้องของฟางฉิงพูดและผลักเฉินเฟิงแรงๆ ไปด้วย แต่ผลักทีแรกไม่ขยับทำให้เขาเกิดความหงุดหงิดใจ เขาหันไปมองเฉินเฟิงด้วยสายตาดูถูกอีกครั้ง ก่อนจะเขม่นตาใส่จนเฉินเฟิงต้องหลบตาต่ำ แล้วเขาถึงค่อยเดินเข้าประตูมา
ฟางโป๋ส่งเสียงจิ๊ปากอย่างดูแคลน ไม่นึกเลยว่าไอ้ตัวไร้ประโยชน์ที่รู้จักแต่กินกับนอนจะมีแรงไม่น้อย
ทันทีที่แม่ยายของเฉินเฟิงเห็นฟางโป๋ เธอก็รีบลุกขึ้นยืนจากโซฟา และส่งยิ้มเอาใจลูกพี่ลูกน้องของฟางฉิง พร้อมกับตบที่นั่งข้างตัวเบาๆ "ฟางโป๋มาแล้วเหรอ มาๆ มานั่งนี่สิ"
ฟางโป๋ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง มองหน้าฟางฉิงที่กำลังเดินลงมาชั้นล่างพร้อมๆ กับชี้เฉินเฟิงด้วยท่าทีกวนประสาท "พอดีไอ้ตัวไร้ประโยชน์ก็อยู่นี่ด้วย ฟางฉิง เธอรีบบอกมันไปเลย ให้หย่ากับมัน..."
ฟางฉิงหรี่ตาเล็กน้อยซ่อนความรู้สึกผิดหวังบนใบหน้าและมองเฉินเฟิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง แล้วพูดแทรกคำพูดของพี่ชายอย่างแน่วแน่ "ฉันเคยบอกแล้วนะว่าฉันจะไม่แต่งงานกับคุณชายใหญ่ตระกูลหลิว..."
เฉินเฟิงมองดูภรรยาของตนที่กำลังเดินลงมาจากชั้นบน จากนั้นจึงมองแม่ยายที่พอเห็นเขาก็ไม่เคยมีสีหน้าดีๆ ให้ เขารู้ตัวแล้วว่าวันนี้พี่ชายภรรยามาด้วยเหตุผลอะไร พวกนั้น้าบังคับให้ฟางฉิงหย่ากับเขาเพื่อให้ไปแต่งงานกับคุณชายใหญ่ตระกูลหลิว เป็การทำเพื่อธุรกิจนี่เอง
"ฟางฉิง ฉันยังไม่ได้บอกเธอนี่นะ คุณชายหลิวน่ะเขาเป็คนดีมาก! แต่งกับเขาก็ไม่ได้ทำให้เธอต้องลำบากอะไร หย่ากับผู้ชายแบบนี้แล้วไปแต่งกับคุณชายหลิวจะเสียหายอะไร ทำไมเธอถึงยังทำตัวดื้อรั้นไม่ยอมสักที" พี่ชายนั่งไขว่ห้างถามอย่างสบายๆ
ฟางฉิงไม่ตอบ แม่ของเธอแอบเหลือบมองพี่ชายเล็กน้อย พอเห็นว่าหลานชายต่างนามสกุลคนนี้ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเป็พิเศษจึงค่อยรับคำ "ตระกูลหลิวร่ำรวยขนาดนั้น ดีกว่าไอ้บ้านนอกนี่เป็ไหนๆ ฉิงฉิง ฟังแม่เถอะนะ รีบหย่ากับมันแล้วไปแต่งกับคุณชายหลิวเถอะ ฟังดูดีออก"
ฟางฉิงมองพี่ชายของตนด้วยสายตารังเกียจก่อนจะหันไปมองแม่ตัวเอง "แม่ นอกจากเงินแล้วตระกูลหลิวมีอะไรอีก คุณชายใหญ่ตระกูลหลิวเนี่ยนะ ทั้งขี้เมาติดเหล้า เที่ยวผู้หญิง ติดพนัน ทำแต่อะไรแย่ๆ "
พอแม่ของเธอได้ยินที่ฟางฉิงเถียงก็เกิดมีน้ำโห "หมายความว่าไงนอกจากเงินมีอะไรอีก แค่มีเงินยังไม่พออีกเหรอ ยัยเด็กหัวดื้อ แกยัง้าอะไรอีก" คุณแม่ตบโต๊ะเสียงดัง 'ปัง!' แล้วลุกขึ้นยืนจากโซฟาอย่างรวดเร็ว ชี้หน้าเฉินเฟิงแล้วก่นด่าชุดใหญ่
"ดูสิว่าแกแต่งงานกับไอ้ขี้ขลาดพันธุ์อะไร คุณชายใหญ่หลิวยังมีเงินมีทอง ไอ้ตัวนี้มันมีอะไร ทั้งวันมีแต่กินกับนอนอยู่เฉยๆ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย" พูดไปก็ยกมือขึ้นไปตบเฉินเฟิงไปด้วย
เฉินเฟิงยืนอยู่กับที่นิ่งๆ ปล่อยให้แม่ยายตบตีโดยไม่โต้เถียงสักคำ
พี่ชายแทรกขึ้นมากะทันหันเหมือนกำลังดูเื่สนุก "คุณชายหลิวเขามองเห็นคุณค่าในตัวเธอ นี่คือบุญวาสนาของเธอนะ นี่พูดเพื่อตัวเธอเองเลยนะฟางฉิง ลองมองไปทั่วๆ ทั้งภูมิภาคนี้สิ มีใครที่ไหนร่ำรวยและมีอำนาจเทียบเท่าตระกูลหลิวบ้าง ได้มีโอกาสแต่งงานกับเขาเธอควรรู้สึกดีใจสิ!"
ฟางฉิงนิ่งเงียบ เพียงแค่จ้องมองแม่ของเธอที่กำลังตบตีเฉินเฟิงไว้ด้วยสายตาผิดหวัง จนเธออยากเข้าไปยืนขวางหน้าเฉินเฟิง
แต่ทางด้านเฉินเฟิงกลับเอาแต่มองถ้วยชาบนโต๊ะที่กำลังส่ายไปมา สีหน้าเคร่งขรึมลงเล็กน้อย เขาใช้มือข้างหนึ่งห้ามไม่ให้ฟางฉิงเข้ามาปกป้องเขา "ผมไม่ยินยอมหย่า"
ฟางฉิงหันมองเฉินเฟิงด้วยสายตาประหลาดใจ
"แกนับเป็อะไรกันมีสิทธิ์อะไรไม่ยอมหย่า ห๊า!" คำพูดของเฉินเฟิงทำเอาแม่ยายโมโหมาก เธอไม่นึกเลยว่าไอ้หนุ่มที่ั้แ่เข้ามาในบ้านแล้วก็ไม่กล้าส่งเสียงสักแอะดันกล้าต่อปากต่อคำเธอ นางเลยะเิอารมณ์ จากที่แค่ผลักไปผลักมาก็กลายเป็ตบตีใส่เฉินเฟิงชุดใหญ่
"ยังกล้าขัดขืนอีก ไอ้ขี้ขลาดแบบแกยังกล้าบอกว่าไม่เต็มใจไม่ยินยอมด้วยเหรอ!"
เฉินเฟิงไม่หลบเพียงแค่ปกป้องฟางฉิงไว้)
"รีบไปหย่ากับไอ้นี่เดี๋ยวนี้ ฉันบอกไว้ตรงนี้เลยนะฟางฉิง วันนี้ต้องหย่ากับมัน ยังไงก็ต้องหย่า ไม่อยากหย่าก็ต้องหย่า!"
ฟางโป๋ยกยิ้มเ็าอย่างน่ากลัวแล้วเอ่ยปากหลังได้ยินคำพูดะโสุดเสียงจากแม่ยาย "ฟางฉิง ถ้าไม่อยากหย่ากับมันขนาดนั้น งั้นเธอเชิญไสหัวออกไปกับไอ้ขี้ขลาดนี่ซะ แล้วยกฟางซื่อกรุ๊ปให้ฉันด้วย!"
พอได้ยินที่ฟางโป๋บอกให้ฟางฉิงยกเครือบริษัทให้ แม่ยายยิ่งทนไม่ไหวยิ่งกว่าเดิม ชี้หน้าด่าเฉินเฟิงไม่หยุด "ไอ้ไร้น้ำยา แกเก็บเสี่ยวฉิงลูกสาวฉันไว้ แกมีเจตนาร้ายอะไรแอบแฝงอยู่กันแน่ ไอ้ลูกหมาตาขาว ไอ้คนปอดแหก พ่อแม่แกไม่สั่งสอนหรือไงว่าอย่าไปขวางทางเงินทางทองชาวบ้านเขา แกคิดจะฆ่าลูกสาวฉันให้ตายหรือไง ถ้าไม่มีบริษัทแล้วฉันจะกินอะไรใช้อะไร ไอ้สารเลว..."
เมื่อเห็นว่าแม่ของตนกำลังจะตบหน้าเฉินเฟิง ฟางฉิงก็รีบดึงตัวเฉินเฟิงไว้อย่างรีบร้อน ต่อให้ผู้ชายจะนิสัยยังไงก็ไม่ควรยอมให้ใครเล่นหัว
"ฉันขอพูดอีกครั้งนะ ฉันไม่แต่งกับคุณชายหลิว เลิกพูดถึงเื่นี้ได้แล้ว!" ฟางฉิงขบฟันแน่นขณะพยายามกันแม่ไว้และจ้องหน้าพี่ชายต่างสายเื พูดเน้นทีละคำ
แม่ยายได้ยินดังนั้นจึงเริ่มร้องห่มร้องไห้ "ฟางฉิง ทำไมแม่ถึงเลี้ยงลูกให้โตมาเป็คนแบบนี้ได้"
เฉินเฟิงแอบหัวเราะเย้ยหยันในใจ
ถึงแม้ตอนนี้ฟางฉิงจะเป็ผู้จัดการทั่วไปของฟางซื่อกรุ๊ป แต่ก็มีคนอิจฉาความสามารถและหมายตาตำแหน่งของเธอมากมาย แม้ภายนอกทุกคนจะแสดงท่าทีคล้อยตาม แต่ความคิดที่อยากให้ฟางฉิงหายหัวไปคงมีมานานแล้ว ฟางซื่อกรุ๊ปในตอนนี้ก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่ดีนัก ถ้าครั้งนี้ทำให้ฟางฉิงหย่ากับเขาแล้วแต่งงานกับคุณชายหลิวได้จริง ฟางโป๋คงได้รับตำแหน่งสำคัญ ต่อไปในบริษัทเขาก็จะทำอะไรๆ ง่ายขึ้น
ถ้าไม่สามารถทำให้ฟางฉิงแต่งงานกับคุณชายหลิวได้ ก็แค่ฉวยโอกาสนี้บีบให้ฟางฉิงออกไปก็ดีไม่น้อยเหมือนกัน
วิธีการของฟางโป๋นับว่าฉลาดหลักแหลมไม่น้อย...
เฉินเฟิงยืนขวางหน้าฟางฉิงอีกครั้ง ปกป้องเธอไว้อย่างหนักแน่นพร้อมกับสบตาแม่ยายตรงๆ และพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิว "เธอบอกว่าไม่แต่ง ไม่เข้าใจเหรอครับ"
ฟางฉิงมองเฉินเฟิงที่เข้ามายืนกั้นอยู่ตรงหน้าเธอด้วยความประหลาดใจ ไม่อยากเชื่อว่าสามีที่ปกติเป็คนไม่สู้คนและขี้ขลาดขนาดนั้นจะกล้าพูดอะไรแบบนี้ได้ นี่ยิ่งทำให้เธอรู้สึกมั่นใจกับการตัดสินใจของตนมากขึ้น "ฉันจะพูดเป็ครั้งสุดท้าย ฉันจะไม่หย่าและจะไม่แต่งกับคุณชายหลิวด้วย"
แม่ยายชี้นิ้วจนแตะปรายจมูกเฉินเฟิง พลางร้องด่าอย่างเมามัน "แก...มันจะให้อะไรแกได้ ไอ้ี้เีสันหลังยาวอย่างมัน ต้องคอยให้แกเลี้ยงดู แต่งกับหมายังดีกว่าแต่งกับมันอีกมั้ง แกไปหย่ากับมันแล้วฉันจะหาหมาให้แกแต่งด้วย หมามันยังมีประโยชน์กว่าไอ้ขยะนี่เลย แต่งกันมาจนป่านนี้ได้หลับนอนร่วมกันหรือยังเถอะ"
ในขณะที่สองฝ่ามือของแม่ยายฟาดลงบนตัวเฉินเฟิงและกำลังจะฉวยตบตีฟางฉิงด้วยนั้นเอง
เมื่อมือของแม่ยายลากผ่านตัวเฉินเฟิงไป สีหน้าเฉินเฟิงก็เ็าลงในทันใด เขาคว้าข้อมือของแม่ยายไว้อย่างเต็มแรง "แม่ครับ คุณคือแม่ของเสี่ยวฉิงก็ควรให้เคารพในการตัดสินใจของเธอสิ"
เมื่อเห็นลูกเขยที่ปกติเงียบเชียบอยู่ดีๆ ก็ฮึดขึ้นมาแบบนี้ แม่ยายยิ่งเกรี้ยวกราดขึ้นไปใหญ่ เธอสะบัดดึงข้อมือที่ถูกจับไว้หวังตบหัวเฉินเฟิงสักฉาดสองฉาด แต่กลับรู้สึกเหมือนสะบัดยังไงก็ไม่หลุด ยิ่งดิ้นรุนแรง เตะต่อยใส่เฉินเฟิงอย่างบ้าคลั่ง
ฟางโป๋กลอกตาไปมาเมื่อเห็นว่าแผนการบังคับแต่งงานกำลังพังทลายไม่เป็ท่าเพราะไอ้ขี้ขลาดที่อยู่ดีๆ ก็หัวแข็งขึ้นมากับอีแก่ไร้สมองตรงหน้า
จู่ๆ เขาก็ส่งเสียงหัวเราะอย่างเ้าเล่ห์
เขายกมือขึ้นกั้นแม่ฟาง พร้อมกับสอนสั่งอย่างเคร่งขรึม "พอเถอะครับแม่รอง ในเมื่อเสี่ยวฉิงไม่อยากแต่ง เราก็อย่าบังคับฝืนใจเธอเลย ส่วนเฉินเฟิงนี่ ถ้าเธออยากเลี้ยงก็ปล่อยให้เธอเลี้ยงต่อไปเถอะ คิดซะว่าเลี้ยงหมาตัวนึงแค่นี้ก็ไม่เห็นเป็ไรนี่"
พอเกลี้ยกล่อมแม่ฟางเสร็จ ฟางโป๋ก็พูดกับฟางฉิงด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงหลายส่วน "ฟางฉิง ถ้าเธอไม่อยากแต่งกับคุณชายหลิวก็ไม่เป็ไร แต่ว่าโปรเจ็กต์ความร่วมมือระหว่างบริษัทกับตระกูลหลิวจะทำยังไงต่อ เธอก็รู้ว่าคุณชายหลิวไม่ใช่คนง่ายๆ การลงนามในสัญญานี้คงต้องให้เธอไปเจรจาเอง"
เฉินเฟิงมองแม่ยายที่กำลังลังเลจะปรามแต่ไม่กล้าเอ่ยปากกับฟางโป๋ที่หน้าตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อย
"ได้ฉันจะไปเอง..." ฟางฉิงตกปากรับคำ
"อืม ฉันกับคุณชายน้อยหลิวนัดกันไว้ว่าจะเจอกันในอีกสักพัก เอาเป็ว่าตอนนี้เธอไปก่อนก็แล้วกัน แต่งตัวให้สวยเข้าไว้" ฟางโป๋เอ่ยกับฟางฉิงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ฟางฉิงพยักหน้า แล้วหันหลังเดินกลับขึ้นบันไดไป
พอเห็นฟางฉิงเดินขึ้นบนบ้านไป แม่ฟางก็ถามอย่างงุนงง "อ้าว ทำไมเปลี่ยนใจไม่ให้ฉิงเอ๋อร์หย่าแล้วแต่งกับคุณชายหลิวล่ะ ปล่อยให้อยู่กับไอ้ตัวไร้ประโยชน์นี่จะมีอนาคตอะไร"
ฟางโป๋ปรายตามองแม่เลี้ยงของตนแวบหนึ่งด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นก็ชำเลืองมองไปทางเฉินเฟิงด้วยสายตาลึกลับซับซ้อน
แม่ยายเข้าใจความหมายที่เขา้าสื่อได้ในทันท่วงทีและะโด่าเฉินเฟิง "ยืนมองอะไรไอ้ตาขาว ไอ้ตัวไร้ค่า ไม่มีประโยชน์ ไปตากผ้าเดี๋ยวนี้!"
เมื่อไล่เฉินเฟิงออกไปแล้ว ฟางโป๋ถึงได้หยิบกล่องของขวัญแพ็คเกจหรูหราออกมาจากเป้ที่อยู่ด้านหลังขึ้นมาเปิดให้แม่ฟางดูด้วยรอยยิ้ม "ผมนัดคุณชายหลิวไว้แล้ว ขอแค่ปล่อยโอกาสให้พวกเขาได้ทำทุกอย่างให้เสร็จเมื่อไหร่ เื่ทุกอย่างก็จะลงตัวเองใช่ไหมล่ะ"
แม่ฟางมองกล่องถุงยางอนามัยยี่ห้อดูเร็กซ์แล้วตาเป็ประกาย ก่อนจะยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
พอฟางฉิงเดินทางออกจากบ้านไป เธอก็เรียกเฉินเฟิงที่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ให้ถือกล่องของขวัญไปส่ง
เื่การดูถูกลูกเขยไร้ประโยชน์แบบนี้นางชอบที่สุด ไอ้คนไม่มีแก่นสารนี่ มันดวงดีได้เข้ามาเป็ลูกเขยบ้านพวกเขาก็แค่นั้นแหละ
"ไอ้ตัวไร้ค่า เอากล่องนี่ไปให้ฟางฉิงกับคุณชายหลิวด้วย ต้องส่งให้ถึงมือพวกเขาด้วยตัวเองนะ อันนี้สำคัญกับการเซ็นสัญญามาก ถ้าทำพลาดละก็ ระวังตัวไว้ให้ดี!" แม่ยายชี้นิ้วออกคำสั่ง
แม้เฉินเฟิงจะไม่รู้ว่าในกล่องมีอะไรแต่เขาก็ขี่รถออกจากบ้านไปทำตามคำสั่งของแม่ยาย
เฉินเฟิงเดินทางออกจากบ้านเพื่อหาที่เงียบๆ เมื่อมาถึงทางแยกหนึ่ง เขาเห็นผู้ชายใส่ชุดทหารยืนอยู่ข้างห่างออกไปด้วยสายตาคมกริบ เขาคิดจะหลบไปอีกทางโดยสัญชาตญาณ แต่ไม่ทันได้หลบเลี่ยงก็ถูกชายคนนั้นเห็นเข้าให้แล้ว อีกฝ่ายก้าวเท้าไม่กี่ก้าวก็วิ่งมาถึงตรงหน้าเขาแล้ว สีหน้าฉายแววตื่นเต้นและยินดีอย่างซ่อนไม่มิด
เมื่อคนตรงหน้ากำลังจะชิดเท้าทำความเคารพ เฉินเฟิงก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า "ใครสั่งให้มาที่นี่"
ทหารชั้นพันเอกติดยศคนนี้รีบทำท่าแสดงความเคารพเฉินเฟิงอย่างรีบร้อน พร้อมกับส่งเสียงเรียกเขาอย่างตื่นเต้นทั้งๆ ที่ยังข่มใจไว้ส่วนหนึ่ง "ท่านนายพล..."
เมื่อเห็นว่าเฉินเฟิง้าหลบเลี่ยงเขา พันเอกคนนั้นใเฮือกใหญ่และรีบชูแขนออกไปขวางหน้ารถเฉินเฟิง
