หลี่เยวี่ยซือจ้องเขาด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ดูเหมือนว่าท่านจะเอาแต่นึกถึงหลี่อันหรานอยู่ตลอด ท่านพี่ฉาง ในสายตาท่านแล้ว ข้าสู้นังอัปลักษณ์นั่นไม่ได้จริงๆ หรือเ้าคะ?”
เจียงเฉิงหันไปจ้องหน้านาง เขารู้สึกรังเกียจทันทีที่ได้ยินนางเรียกหลี่อันหรานว่านังอัปลักษณ์ แต่เห็นแก่ที่นางมีศักดิ์เป็ญาติผู้พี่ของหลี่อันหราน เขาจึงไม่อยากต่อว่านางมากนัก “ข้ายังมีธุระ ไม่ขอรบกวนแม่นางอีก ขอตัว”
ครานี้เขาตรงออกจากที่นี่โดยไม่ลังเล เหอชุนฮวาเห็นว่าเขาจากไปก็พรวดพราดมาหาหลี่เยวี่ยซืออย่างไม่พอใจนัก “กว่าแม่จะพาเขามาได้มิใช่ง่ายๆ ทั้งยังเปิดโอกาสให้พวกเ้าอยู่กันตามลำพัง เหตุใดเ้าจึงปล่อยเขาไปเร็วแบบนี้?”
หลี่เยวี่ยซือทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ด้านข้างอย่างไม่สบอารมณ์ นางกัดฟันกรอดขณะว่า “เขาเอาแต่คิดถึงหลี่อันหราน มีหรือจะสนใจข้า ข้าว่าเขาคงชอบนังอัปลักษณ์นั่นไปแล้ว พวกเราอย่าเสียเวลาอีกเลย”
เหอชุนฮวาฟังดังนี้ก็นั่งลงปลอบด้านข้าง “เด็กโง่ พูดเหลวไหลอะไรของเ้า เขาจะไปชอบนังอัปลักษณ์นั่นได้อย่างไร? เ้าอย่าลืมว่าชื่อเสียงภายในหมู่บ้านของนางฉาวโฉ่เพียงใด นางแปดเปื้อนมลทินไปแล้ว ที่สำคัญยังหน้าตาอัปลักษณ์น่าเกลียด ความสามารถเดียวที่มีคือทำเต้าเจี้ยวเผ็ดอะไรนั่นเป็ แต่นอกเหนือจากนี้แล้วยังมีอะไรดีอีกกัน? จะเอาอะไรมาเทียบกับบุตรสาวผู้งดงามของแม่ได้เล่า”
เหอชุนฮวาคอยกล่าวถ้อยคำเหล่านี้ให้หลี่เยวี่ยซือฟังอยู่บ่อยๆ เป็เหตุผลให้นางเกิดความเย่อหยิ่งและมองว่าตัวเองเหนือกว่าหลี่อันหรานทุกด้าน นางถึงขั้นรู้สึกยินดีกับความโชคร้ายของหลี่อันหราน โดยเฉพาะยามที่ได้รู้ว่าชื่อเสียงของอีกฝ่ายป่นปี้ไม่เป็ชิ้นดี
แต่เมื่อเวลาผ่านไป นางกลับค่อยๆ รู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้สลักสำคัญอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นคือตอนนี้ชีวิตของหลี่อันหรานดีขึ้นเรื่อยๆ ครอบครัวของพวกนางกลายเป็คนมีเงิน อีกทั้งคนในหมู่บ้านก็เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อพวกนางไปแล้ว
โดยเฉพาะท่าทีที่เจียงเฉิงปฏิบัติต่อหลี่อันหราน เขาทั้งกระตือรือร้น เอาใจใส่ และคิดถึงนางตลอดเวลา ไม่รู้ว่านังอัปลักษณ์นั่นมีอะไรพิเศษกัน ทั้งหมดนี้ทำให้หลี่เยวี่ยซือฟังที่เหอชุนฮวาพูดแล้วไม่รู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าอีกต่อไป
นางแค่นเสียงเบาหวิว “ไม่รู้ว่านังอัปลักษณ์นั่นมีความสามารถอะไรกัน ท่านพี่ฉางถึงได้ใส่ใจนางขนาดนั้น ข้ารู้สึกว่าเื้ัต้องมีอะไรแน่ เพราะหากแค่เพื่อตอบแทนบุญคุณจริง เขาก็คงไปจากที่นี่ตั้งนานแล้ว ไม่เห็นต้องช่วยนางทำมาค้าขายแบบทุกวันนี้ อีกทั้งยังซื้อของให้พวกนางเยอะมาก หากเป็บุรุษทั่วไปคงไม่ทำเช่นนี้แน่”
เหอชุนฮวาย่นคิ้วถามด้วยความสงสัย “เ้าหมายความว่าฉางควนมิใช่คนธรรมดาหรือ?”
หลี่เยวี่ยซือเอ่ยต่อ “ข้าไม่ได้บอกว่าเขามิใช่คนธรรมดา เพราะมันก็เห็นชัดอยู่แล้วมิใช่หรือ ท่านพี่ฉางหน้าตาหล่อเหลา วรยุทธ์แก่กล้า ข้าเชื่อว่าเขาต้องมีชาติกำเนิดที่ดีแน่นอน หากเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา เขาจะรู้หนังสือและมีมารยาทขนาดนี้ได้อย่างไร ท่านดูท่าทีที่เขาปฏิบัติต่อผู้อื่นสิ ไม่ว่าจะคำพูดหรือการกระทำก็ล้วนแต่แสดงถึงความสูงศักดิ์”
“ข้าเพียงแต่รู้สึกว่าเป็ไปไม่ได้ที่ท่านพี่ฉางจะอยู่ที่นี่เพราะ้าตอบแทนบุญคุณเพียงอย่างเดียว เขาจะมีจุดประสงค์อื่นหรือไม่?” นี่เป็คำถามที่วนเวียนในหัวหลี่เยวี่ยซือใน่ที่ผ่านมาเช่นกัน แต่นางไม่มีหลักฐานมายืนยัน ทำได้เพียงคาดเดาไปต่างๆ นานา
แต่ทว่าเหอชุนฮวากลับยกยิ้ม “จะมีจุดประสงค์อื่นใดอีกกัน เ้าเพิ่งพูดไม่ใช่หรือว่าคำพูดและการกระทำของฉางควนล้วนแต่บ่งบอกว่าเขาไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา การที่เขารู้จักตอบแทนบุญคุณบ่งบอกว่าเขาเป็คนดี รู้จักคุณคน หากปล่อยให้คนเช่นนี้หลุดมือ มันจะไม่น่าเสียดายแย่หรือ?”
หลี่เยวี่ยซือรู้ว่าเหอชุนฮวากำลังหมายถึงเื่คู่ครองของตัวเอง นางพลันยู่ปากตัดพ้อ “ท่านคิดว่าข้าไม่อยากหรือ ปัญหามันอยู่ที่ท่านพี่ฉางไม่แม้แต่จะชายตาแลข้าต่างหาก เขาสนใจหลี่อันหรานเพียงผู้เดียว ข้าจะทำอย่างไรได้”
“เ้าไม่ต้องกังวลเื่นี้ เขาทำดีต่อหลี่อันหรานเพราะกำลังตอบแทนบุญคุณก็เท่านั้น แม่อาบน้ำร้อนมาก่อน เขาไม่มีทางชอบหญิงสาวแบบหลี่อันหรานแน่”
แม้เหอชุนฮวาจะพูดแบบนี้ แต่หลี่เยวี่ยซือก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี “ท่านแม่ ท่านคิดว่าท่านพี่ฉางอยู่กับหลี่อันหรานจะเป็เพราะพวกนางมีเงินหรือไม่?”
เหอชุนฮวาฟังแล้วหัวเราะพรวด “เด็กโง่ พวกนางมีเงินที่ใดกัน? ก็แค่ฐานะดีกว่าคนในหมู่บ้านพวกเราก็เท่านั้น โลกภายนอกกว้างใหญ่กว่านี้ไม่รู้ตั้งเท่าไร มีคนร่ำรวยอีกมากมาย”
“เ้าคิดเช่นนี้เพราะยังไม่เคยออกไปเห็นโลกกว้าง เอาไว้เ้าแต่งงานไปอยู่เมืองหลวงแล้วจะรู้เอง”
เหอชุนฮวาเห็นว่าหลี่เยวี่ยซือยังคงหมดกำลังใจก็เกลี้ยกล่อมต่ออย่างไม่ลดละ “เอาละ ยกเื่นี้ให้เป็หน้าที่แม่เอง แม่จะไม่ปล่อยให้ลูกเขยคนนี้ตกไปอยู่กับคนอื่นเด็ดขาด”
“ในอดีต ท่านปู่ของเ้าเคยรับราชการที่เมืองหลวง พวกเราทั้งครอบครัวจึงได้อยู่ที่นั่น ต่อมาบิดาของหลี่อันหรานก็รับราชการเช่นกัน ตอนนั้นทุกคนอยู่ร่วมกันเป็ครอบครัวใหญ่ ทว่าต่อมาพวกเขาถูกศัตรูปองร้ายจนสูญเสียตำแหน่ง ทุกวันนี้ถึงได้ต้องตกต่ำมาอยู่ที่นี่ ยามนั้นเ้ายังเด็ก เื่หลายเื่คงลืมไปแล้ว”
“แต่ลืมไปแล้วก็ไม่เป็ไร ครอบครัวเราจะมีวันได้ฟื้นคืนหรือไม่คงต้องขึ้นอยู่กับโชคชะตาของน้องชายเ้าแล้ว”
พอกล่าวเช่นนั้น เหอชุนฮวาก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ นางหวนนึกถึง่เวลาอันรุ่งโรจน์สมัยที่อยู่เมืองหลวง นางต้องใช้เวลานานมากกว่าจะปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้
“สมัยที่แม่ยังอยู่เมืองหลวง แม่เคยได้รู้จักกับคนหลายคน แม้จะไม่ได้ติดต่อกันหลายปีแล้ว แต่หากมีเื่ไหว้วานให้ช่วยเหลือ พวกเขาก็พร้อมจะช่วย”
“่ก่อนนี้ แม่ได้ฝากให้คนช่วยเขียนจดหมายติดต่อคนเ่าั้ไปแล้ว แม่จะไหว้วานให้พวกเขาช่วยสืบว่าฉางควนเป็ผู้ใดกันแน่ หากรู้ตัวตนของเขา เราอาจจะได้รู้สาเหตุที่เขายังคงอยู่ที่นี่”
หลี่เยวี่ยซือฟังแล้วมีกำลังใจขึ้นมาทันที “ท่านส่งคนไปสืบแล้วจริงหรือ?”
“ใช่ เ้ารอฟังข่าวได้เลย แม่ไม่มีทางมองคนผิด ฉางควนผู้นี้ต้องเป็ผู้มีตำแหน่งสูงศักดิ์แน่นอน แม่ยังหวังอีกว่าน้องชายของเ้าเติบใหญ่แล้วจะได้รับราชการ ครอบครัวของเราจะได้กลับคืนสู่ความรุ่งโรจน์ในอดีต”
“แต่กว่าจะถึงวันนั้นต้องรออีกนานเพียงใดก็ไม่รู้! หากเ้าได้แต่งงานกับผู้สูงศักดิ์ แม่ก็จะได้อาศัยบารมีไปด้วย ดังนั้น หากตัวตนของฉางควนผู้นี้มีสิ่งใดพิเศษจริงๆ แม่จะไม่ปล่อยให้เขาหลุดมือไปหาผู้อื่นอย่างเด็ดขาด”
“ตอนนี้เ้ายังไม่ต้องร้อนใจ รอให้แม่สืบข่าวเรียบร้อยแล้วค่อยตัดสินใจก็ยังมิสาย”
หลี่เยวี่ยซือฟังจบแล้วถอนหายใจโล่งอกพร้อมกับเดินไปจับมือผู้เป็แม่ “ท่านแม่ ท่านพี่ฉางต้องไม่ธรรมดาแน่นอนเ้าค่ะ เขาคงปิดบังตัวตนเพราะมีสาเหตุ ข้าคงต้องฝากเื่นี้ไว้กับท่านแล้วนะเ้าคะ”
