อากัปกิริยาเช่นนี้ของมู่ชิงอวิ้นพลันทำให้หัวสมองของฮวาเหยียนนิ่งค้าง นี่น้องรองกำลังหาเื่นางอยู่หรือ? ท่าทางที่เสียกิริยาเช่นนี้ของมู่ชิงอวิ้นพาให้ฮวาเหยียนใยิ่ง
ไม่ใช่แค่มิอาจแต่งเป็ชายารองให้ตี้หลิงหานได้หรือ? ต้องถึงขั้นนี้เชียวหรือ?
ทว่ายามนี้มู่ชิงอวิ้นไม่รับฟังสิ่งที่ฮวาเหยียนกล่าวเลยสักนิด ราวกับว่านางะเืใจอย่างหนัก หญิงสาวร่ำไห้จนดวงตาพร่าเลือน ในแววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง นางเงยหน้าจ้องเขม็งไปทางฮวาเหยียน “ข้ารู้ว่าพวกท่านไม่้าให้ข้าอภิเษกสมรสกับองค์รัชทายาท เป็เพราะพระองค์เคยหมั้นหมายกับพี่หญิงแล้ว...เดิมทีข้ามิเคยคาดหวัง แต่...แต่เพราะฮ่องเต้ทรงเสนอว่าข้าสามารถอภิเษกสมรสเป็ชายารองให้องค์รัชทายาทได้ แล้วเหตุใดพวกท่านจึงทำให้ความปรารถนาของข้าเป็จริงมิได้เล่า เพราะเหตุใด...!”
ดวงตาของมู่ชิงอวิ้นแดงก่ำ นางตะคอกใส่ฮวาเหยียนด้วยท่าทางคลุ้มคลั่ง
ดวงตาของนางแทบจะไม่อาจเก็บซ่อนความเ็ปและความเกลียดชังที่อดกลั้นเอาไว้ได้
ฮวาเหยียนหรี่ตาลง แววตาของนางลึกล้ำดั่งแท่งน้ำแข็งแหลมคมแทงลึกเสียดกระดูก มู่ชิงอวิ้นผู้นี้รู้หรือไม่ว่าตนเองกำลังพูดอันใด?
สีหน้าของฮวาเหยียนพลันเย็นเฉียบลงทันที “มู่ชิงอวิ้น หากเ้าอยากบ้า ก็จงกลับไปบ้าที่เรือนของเ้า มาทำตัวเป็สตรีปากร้ายอันใดที่นี่ เ้า้าแต่งให้ตี้หลิงหาน ย่อมไม่มีใครรั้งเ้าไว้ ทว่าเป็ตี้หลิงหานเองที่ไม่้าเ้า หากเ้าอยากออกความคิดเห็นก็จงไปหาเขาเสีย”
คำพูดของฮวาเหยียนไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับฝ่ามือใหญ่ที่ตบใบหน้าของนาง เ็ปแสนสาหัส ในใจนางยิ่งเกลียดชังมากขึ้นไปอีก
นางรอมานานยิ่ง คอยอย่างมีความหวังมาเนิ่นนาน ทว่าสุดท้ายกลับได้รับข่าวเช่นนี้ นางจะเต็มใจได้อย่างไร? หากไม่เคยมีหวังก็คงไม่ผิดหวัง ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในยามนี้นับเป็เื่อันใด?
นางชิงชังยิ่งนัก...
มู่ชิงอวิ้นก็รู้ว่าตนเองยั้งสติไม่อยู่จนเสียกิริยา ทว่ายามนี้นางมิอาจควบคุมตนเองได้จริงๆ นางเศร้าโศกเกินไป คนทั้งคน ใจทั้งใจใกล้จะพังทลายลงแล้ว
“ข้าไม่เชื่อ ข้าไม่เชื่อ...”
มู่ชิงอวิ้นพึมพำกับตนเอง ค่อยๆ ก้าวถอยหลัง ท่าทางราวกับถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก
ทันใดนั้น จู่ๆ ก็เกิดเสียงดังขึ้นในห้อง คล้ายเสียงชามกระเบื้องตกแตก ฮวาเหยียนสะดุ้ง นางหมุนกายหันกลับไปทางห้องของตน ทว่าเมื่อมองดูท่าทีที่ราวกับสูญเสียจิติญญาของมู่ชิงอวิ้น สีหน้าของนางพลันมืดครึ้มลง “มู่ชิงอวิ้น หากจะบ้าก็กลับไปบ้าที่เรือนของเ้าเถิด”
หลังพูดจบก็ไม่หันไปมองนางอีก หมุนกายกลับเข้าห้องทันที เห็นเพียงฉิงคงที่นั่งยองๆ อยู่บนพื้นด้วยสีหน้าเ็ป ในมือถือชามกระเบื้องเอาไว้ เป็ชามที่ใช้ใส่ยาก่อนหน้านี้
ฮวาเหยียนรีบก้าวเข้าไป เห็นอีกฝ่ายมีเม็ดเหงื่อผุดซึมอยู่เต็มศีรษะ นางปราดเข้าไปพยุงฉิงคงขึ้นนั่งบนเตียง “ร่างกายเ้ามีาแ อย่าเดินมั่วซั่ว หากแผลเปิดจะทำเช่นไร?”
“คุณหนู ข้าน้อยได้ยินคุณหนูรองะโกรีดร้องอยู่ด้านนอก จึงเกรงว่าท่านจะได้รับาเ็ นางเป็อันใดไปหรือเ้าคะ? เกิดเื่ใดขึ้น? คุณหนูรองจึงได้ราวกับเสียสติไปแล้วเช่นนั้น...”
ฉิงคงในยามนี้กลายเป็นกตื่นธนู [1] หากเป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับคุณหนูรอง นางล้วนตื่นตระหนกเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา
เมื่อเห็นสีหน้าวิตกกังวลของฉิงคง ฮวาเหยียนจึงยิ้มขบขัน “ยามนี้เ้ามิต้องกังวลเื่ใดทั้งสิ้น ทำเพียงรักษาตนเองให้ดี รวมถึงไม่ต้องเป็ห่วงข้า ข้าไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว มู่ชิงอวิ้นในใจของข้ามิได้สำคัญเท่าเ้าด้วยซ้ำ...ตอนนี้ข้ามีเื่ต้องจัดการ ยามเย็นข้าจะมาเยี่ยมเ้าอีกครา”
ฮวาเหยียนพาฉิงคงเอนกายนอนลงบนเตียง ก่อนจะคลุมผ้าห่มให้เรียบร้อย หลังกล่าวจบก็เดินออกไปจากห้อง ทิ้งฉิงคงที่งุนงงเอาไว้บนเตียง เมื่อครู่คุณหนูเพิ่งกล่าวอันใด? ในใจของคุณหนู นางสำคัญกว่าคุณหนูรองอีกหรือ?
ฉิงคงคิดว่าตนเองมีอาการหูฝาด เกรงว่านางคงฝันไปอีกแล้วใช่หรือไม่? ดังนั้นนางจึงเอื้อมมือหยิกเข้าที่หน้าของตน สุดท้ายกลับเจ็บจนน้ำตาคลอ ยามนั้นถึงรู้สึกตัวว่านางมิได้ฝันไป ฮือๆๆ ฉิงคงกัดผ้าห่มพลางร้องไห้และหัวเราะ
...
ฮวาเหยียนออกจากห้องนอน ที่ด้านนอกไม่ปรากฏร่างของมู่ชิงอวิ้น นางถามสาวใช้ จึงได้ความว่าคุณหนูรองวิ่งร้องไห้จากไปแล้ว
ฮวาเหยียน “...!” ต้องถึงขั้นนี้เชียวหรือ?
หลังถูกมู่ชิงอวิ้นรังควาน ฮวาเหยียนพลันรู้สึกว่าตี้หลิงหานนับว่าเป็ศัตรูของนางโดยแท้จริง
ลองบอกนางเถิด ตี้หลิงหานปฏิเสธมู่ชิงอวิ้น ทว่ามู่ชิงอวิ้นไม่ไปหาเื่เขา กลับวิ่งมาหาเื่นางแทน? สตรีผู้นี้เมาแล้วกระมัง
เมื่อตรึกตรองดูอีกที กระบี่ของตี้หลิงหานที่ถูกแงะอัญมณีจนพรุนก็อยู่ในมือนาง แม้ทุกวันนี้เขายังไม่มีความเคลื่อนไหวใด แต่มิได้หมายความว่าเขาจะลืมเื่นี้ คิดไปคิดมา อย่างไรเสียวันนี้ก็ไม่มีอันใดต้องทำ พ่อลูกตระกูลมู่ก็ไม่อยู่ที่จวน เช่นนั้นมิสู้ไปซ่อมกระบี่เล่มนี้ดีกว่า
ดังนั้นฮวาเหยียนจึงปีนกำแพงอีกครั้ง...
...
อีกด้านหนึ่ง มู่ชิงอวิ้นร้องไห้กลับจวนของตน ทั้งร่างราวกับสูญสิ้นจิติญญา ยิ่งคิดนางก็ยิ่งระทมหนัก คนทั้งคนหอบหายใจสะอึกสะอื้น
“เพราะเหตุใด? เพราะเหตุใดจึงปฏิเสธการอภิเษกสมรสเล่า?”
มู่ชิงอวิ้นกัดริมฝีปาก นางโยนข้าวของทุกอย่างในห้องที่แตกได้ลงพื้น ทว่าก็ยังมิอาจควบคุมความเ็ปจนตัวสั่นของนางได้ การกระทำที่ใหญ่โตเช่นนี้ย่อมทำให้หลิ่วซินเหยาตื่นตระหนกแล้ว
ยามที่หลิ่วซินเหยาเข้ามาในห้องของมู่ชิงอวิ้น นางเห็นเพียงของที่ตกแตกกระจัดกระจายเต็มพื้น บุตรสาวของนางนอนร้องไห้แทบขาดใจอยู่บนเตียง เมื่อหลิ่วซินเหยาเห็นฉากนี้ หัวใจของนางพลันแตกสลาย นางรีบก้าวเข้าไปข้างหน้า “อวิ้นเอ๋อร์ เ้าเป็อันใดไป? เกิดเื่ใดขึ้น? หยุดร้องไห้เถิด แม่แทบใจสลายแล้ว”
“ท่านแม่ ฮือ...”
มู่ชิงอวิ้นซบลงในอ้อมอกของหลิ่วซินเหยา นางร้องไห้สะอึกสะอื้น ทั้งคับข้องใจและโศกเศร้ายิ่งนัก
หลิ่วซินเหยาร้อนรนจนทนแทบไม่ไหว นางรีบเอ่ยปลอบมู่ชิงอวิ้น “อวิ้นเอ๋อร์ เป็ผู้ใดรังแกเ้า? บอกแม่เร็วเข้า ตกลงว่าเกิดเื่อันใดขึ้น?”
เมื่อเห็นบุตรสาวเป็เช่นนี้ หลิ่วซินเหยาพลันตื่นตระหนก บุตรสาวของนางทั้งบอบบางและอ่อนโยน ยามปกติกระทั่งกล่าววาจาเสียงดังก็ยังมิกล้า ทว่ายามนี้เหตุใดจึงเสียกิริยาเช่นนี้? เห็นบุตรสาวของตนร้องไห้จนมีสภาพน่าเวทนา นางปวดใจจนทนแทบไม่ไหว
นางแต่งงานกับมู่จี้หง ไม่ว่าจุดใดนางล้วนไม่พอใจทั้งสิ้น ทว่ามีเพียงบุตรสาวแสนยอดเยี่ยมผู้นี้เท่านั้น ที่ถือเป็เครื่องยึดเหนี่ยวปลอบประโลมจิตใจนาง
“ท่านแม่ ฮือ...”
มู่ชิงอวิ้นยังคงร่ำไห้ นางส่ายหัวไปมา มิอาจกล่าวอันใดออกมาได้
หลิ่วซินเหยาร้อนใจ ดวงตาของนางจ้องเขม็ง “หรือว่ามู่อันเหยียนรังแกเ้า?”
ั้แ่มู่อันเหยียนกลับมาครานี้ ท่าทางที่มีต่ออวิ้นเอ๋อร์ก็เ็ายิ่ง ดังนั้นบุตรสาวของนางจึงอึดอัดใจไม่ยินดี แม้ยามปกติจะยังคงฝืนยิ้ม ทว่าเมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตากลับเห็นถึงความเ็ป มาวันนี้เห็นอีกฝ่ายร่ำไห้อย่างหนัก จึงคิดได้เพียงว่าบุตรสาวของนางถูกมู่อันเหยียนกลั่นแกล้งรังแก
หลังได้ยินคำถามของมารดา มู่ชิงอวิ้นพลันเงยหน้าขึ้นจากอ้อมอกของหลิ่วซินเหยา นางคับข้องใจ เศร้าเสียใจ และไม่เต็มใจเป็อย่างยิ่ง เมื่อนึกถึงการต้อนรับอันเ็าที่นางได้รับใน่นี้ รวมถึงท่าทีเฉยเมยที่มู่อันเหยียนมีต่อนาง ทั้งยังมีจดหมายที่คนผู้นั้นส่งมาให้นาง เื่ราวทั้งหมดกดทับจนนางหายใจไม่ออก
“ท่านแม่ พี่หญิงบอกว่าลูกมิอาจแต่งเป็ชายารองให้องค์รัชทายาทได้แล้ว...”
นางร่ำไห้สะอึกสะอื้น ดวงตาแดงก่ำ ไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้สักน้อย ดูราวกับว่านางตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก น่าสงสารเป็อย่างยิ่ง
เมื่อได้ยินคำพูดของมู่ชิงอวิ้น หลิ่วซินเหยาเองก็ตกตะลึงเช่นกัน นางเปิดปากกล่าวโดยไม่รู้ตัวว่า “มิใช่บอกว่า เป็พระราชโองการอภิเษกสมรสหรือ?”
มู่ชิงอวิ้นส่ายหัว “พี่หญิงบอกว่าองค์รัชทายาทไม่ประสงค์จะแต่งกับลูก ดังนั้นพระองค์จึงปฏิเสธข้อเสนอขององค์ฮ่องเต้เ้าค่ะ”
“พระองค์ไม่ประสงค์จะแต่งกับเ้า? เพราะเหตุใด? บุตรสาวของข้าดีถึงเพียงนี้ องค์รัชทายาทตาบอดหรือ? ข้า...”
“ท่านแม่...ลดเสียงลงหน่อยเถิด มิอาจกล่าวหาองค์รัชทายาทได้นะเ้าคะ...”
มู่ชิงอวิ้นใ รีบร้อนเอื้อมมือไปปิดปากมารดา
หลิ่วซินเหยาโกรธแทบตายแล้ว บุตรสาวของนาง้าแต่งเป็ชายารองให้องค์รัชทายาท ทว่ากลับถูกเขาปฏิเสธ หากเื่นี้แพร่กระจายออกไป บุตรสาวของนางจะกลายเป็ตัวอันใดเล่า? บุตรสาวของนางจะยังมีงานแต่งที่ดีได้หรือ? ยิ่งหลิวซินเหยาคิดเื่นี้มากเท่าใด นางก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น ในใจนางมีเพลิงลุกโชนโหมกระหน่ำ...
“มิได้การ แม่จะไปถามว่าตกลงแล้วเื่ราวเป็เช่นไร?”
เชิงอรรถ
[1] นกตื่นธนู หมายถึง คนที่ใง่ายกับเื่ที่เคยกระทบกระเทือนใจมาก
