เมืองหลงเซียน! ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลพิษ! ห้อมล้อมโดยหมอกควันตลอดทั้งปี
เมืองหลงเซียนถูกสร้างขึ้นอย่างพิศวง
ตัวเมืองเป็ตลาดการค้ารูปทรงกลม
มองดูราวกับัั์ตนหนึ่งขดกายเป็วงแหวนขนาดั์
ห้อมล้อมเป็พื้นที่ว่างขนาดใหญ่ของเมืองไว้ตรงกลาง
หวังเค่อนำทางลูกน้องของตนมาถึงตัวตึกในเมืองหลงเซียน
“หวังเค่อ
เ้านี่กว้างขวางไม่น้อยเลย เ้ามีบ้านอยู่ในเมืองหลงเซียนด้วย? คฤหาสน์หวัง?” จูเยี่ยนถามด้วยความสงสัย
“ไร้สาระ
คิดว่าจะเอาแต่หมกมุ่นในกามมัวเมาสตรีทั้งปีชาติเหมือนเ้ารึไง? ยุคนี้สมัยนี้มีใครไม่สร้างบ้านสร้างช่องไว้บ้าง!”
หวังเค่อเอ่ยอย่างเชื่อมั่น
“สร้างบ้าน? เ้าสติดีหรือไม่? คิดจะสร้างก็สร้างไปเรื่อยหรือ!”
จูเยี่ยนเอ่ย
“ผายลม
สร้างบ้านในเขตมนุษย์จะหมดเงินสักเท่าไหร่? ที่ยากกว่าก็คือ
ทำเล! ทำเล! ทำเล! เข้าใจมั้ย? รู้มั้ยว่าในเมืองเซียนใหญ่ๆ
ทั้งหลายน่ะ คิดซื้อที่ดินยากเย็นแค่ไหน?” หวังเค่อเหยียดหยาม
จูเยี่ยน “…!”
จูเยี่ยนไหนเลยจะรู้เื่ราวเหล่านี้? มันเป็ต้าอ๋อง
เสพสุขมัวเมาราวความฝันทุกวันวี่ มีอันใดที่ขาดตกบ้าง?
หวังเค่อไม่เสียเวลาคุย
มันมีที่มาถึงตัวคฤหาสน์ ลูกน้องที่เดินทางมาร่วมกันก็ถ่ายทอดความแก่ลูกน้องที่เคหาสน์
ไม่นานก็มีคนกลุ่มหนึ่งออกมาต้อนรับ
“หวังเค่อ
เ้ามาถึงเร็วปานนี้? ข้าเพิ่งมาที่นี่ได้ครึ่งเดือนเอง!”
จางเจิ้งเต้าทักทายทันที
“ท่านประมุข!”
พี่รองและคนอื่นๆ ออกมาต้อนรับ
“อ้าว แล้วนี่ใคร? ทำไมหน้าเป็อย่างนั้น?” จางเจิ้งเต้ามองดูจูเยี่ยน
จูเยี่ยนหน้าดำ
“มัน? ก็จูเยี่ยนไง
เ้าก็เคยเจอมัน!” หวังเค่อถาม
“มาร? หวังเค่อ
เ้าเอามันมาทำไม? ถ้าโดนพวกฝ่ายธรรมะเจอเข้า
เ้าจะแก้ตัวยังไง!” จางเจิ้งเต้าหน้าเปลี่ยนสี
“มีอะไรต้องแก้ต่าง? ช่างเถอะ เ้าไม่ต้องพูดจาไร้สาระ ่นี้เ้าขายประกันไปได้กี่เล่มแล้ว?”
หวังเค่อเอ่ยถามตรงๆ
จางเจิ้งเต้า “…!”
“เล่มเดียวก็ไม่ได้ขาย?
เ้าไม่ใช่ว่าอยู่ที่นี่มาครึ่งเดือนแล้วเหรอ? ระหว่างทางที่พวกเรามานี่เจอศิษย์สำนักเซียนตั้งเยอะตั้งแยะมาถึงเมืองหลงเซียน
คนตั้งมากมายไม่มีปัญญาขาย?” หวังเค่อจ้องเขม็ง
“มันขายง่ายยังงั้นที่ไหน?”
จางเจิ้งเต้าเอ่ยเสียงหม่น
“มีอะไรยากนักหนา
สินค้าของพวกเราดีจะตาย ทำไมจะไม่มีใครซื้อ?” หวังเค่อถลึงตา
“ข้าไปลองโน้มน้าวคนมาบ้างแล้ว
พวกมันด่าว่าข้าเสียสติ บอกว่าของเล่นแบบนี้ใครจะเชื่อ!
แถมยังมีคนที่เคยซื้อประกันมาก่อนคอยใส่ความอยู่ข้างๆ อีก ข้าเองก็ลำบากนะ!”
จางเจิ้งเต้ายิ้มแหย
“เ้าขายไม่ได้? งั้นคอยดูข้า!” หวังเค่อเน้นเสียง
“ได้ ได้ งั้นข้าจะคอยดู!”
จางเจิ้งเต้ายิ้ม
“ประกันของพวกเ้าน่ะ
คิดว่าคนอื่นโง่งั้นสิ จ่ายเงินห้าพันแลกกระดาษเปล่าแผ่นเดียว?” จูเยี่ยนทางด้านข้างมองแรง
“เ้าเกี่ยวอะไรด้วย!”
หวังเค่อถลึงตา
จูเยี่ยนหน้าดำ
“หาที่พักให้จูเยี่ยน
ไม่ต้องไปสนใจมัน! แล้วก็ มันคือดาวหายนะ พวกเ้าอยู่ห่างๆ มันเข้าไว้
ไม่งั้นตอนฟ้าผ่ามันขึ้นมาพวกเ้าอาจโดนลูกหลงได้ อย่าให้มันเดินเพ่นพ่านด้วย
ถ้ามันไม่ฟัง ให้มารายงานข้า!” หวังเค่อสั่ง
“ขอรับ!”
ลูกน้องของหวังเค่อรับคำอย่างนอบน้อม
“เฮอะ!”
จูเยี่ยนแค่นเสียงเย็น ก้าวเดินจากไป
หวังเค่อมองดูพี่รองของมัน “พี่รอง
ตามหลักแล้ว สำนักเซียนต่างๆ จะมาเปิดรับศิษย์ในงานชุมนุมประตูั
แต่พวกที่เปี่ยมพร์บางคนอาจมีการทาบทามเข้าสำนักล่วงหน้าได้!
พวกกลุ่มรุ่นเยาว์ที่ท่านพามาห้าร้อยคนนั่น มาถึงนี่ครึ่งเดือนแล้ว
มีผลลัพธ์อะไรบ้าง?”
“องครักษ์เสื้อแพรพร์สองร้อยนายตอนนี้ถูกรับเข้าสำนักเซียนไปแล้ว
ยังเหลืออีกสามร้อยที่ยังต้องใช้เวลาอีกหน่อย!” พี่รองรายงาน
“ดูสิๆ ดูพี่รองของข้า
เวลาครึ่งเดือนกระทำเื่ราวไปมากมายแค่ไหน แล้วดูเ้าสิ! จางเจิ้งเต้า
ข้าตั้งความหวังสูงส่ง ให้เ้าเป็ถึงผู้จัดการใหญ่ธุรกิจประกันของบริษัทเสินหวัง
ผ่านไปครึ่งเดือน เ้ากลับไม่ได้อะไรเลย?” หวังเค่อเหยียดหยัน
จางเจิ้งเต้าหน้าดำคร่ำเครียด
พี่รองเ้ามีหน้าที่นำเสนอผู้เปี่ยมพร์เข้าสำนักเซียน
สำนักเซียนพวกนั้นมีแต่ยินดีปรีดา ส่วนข้าไม่ต่างจากหมาป่าขาวมือเปล่าๆ
คิดว่าเื่มันจะง่ายงั้นสิ?
“งั้นเ้าจะเอายังไง? ข้าก็ทำเต็มที่แล้ว!” จางเจิ้งเต้าสีหน้าไม่น่าดู
“ศิษย์พี่รองข้าเถี่ยหลิวหยุน
แล้วก็ยังมีเ้าพรรคเซี่ยงชุนจ้าวซื่ออะไรนั่น มาถึงรึยัง?” หวังเค่อถาม
“พรรคเซียงชุ่น
ไม่ใช่เซี่ยงชุน! พวกมันมาถึงนานแล้ว ข้าเองก็เจอพวกมันมาบ้าง
พวกมันยังมาช่วยข้าขายประกันอยู่เลย เพียงแต่…!” จางเจิ้งเต้ายิ้มขื่น
“พรุ่งนี้ส่งจดหมายเชิญจากข้าไปชวนพวกมันมาสังสรรค์!
บอกแค่ว่าข้ามีเื่ขอร้องพวกมัน!” หวังเค่อสั่ง
“ขอรับ!”
กลุ่มลูกน้องของหวังเค่อรับคำพร้อมเพรียง
เมืองหลงเซียนกำลังจะมีงานชุมนุมประตูั
ดังนั้น นอกจากราษฎรของเมืองแล้ว ทุกค่ายพรรคสำนักเซียนตอนนี้ล้วนพำนักอยู่ในเมือง
หวังเค่อเข้าพักผ่อนในห้องโถง
จางเจิ้งเต้าห้อมล้อมมาติดๆ
“หวังเค่อ
เ้าจะเชิญคนมาเลี้ยงมื้อค่ำ?” จางเจิ้งเต้าถามอย่างสงสัย
“แน่นอน
่นี้เงินไม่ค่อยพอใช้!” หวังเค่อขมวดคิ้ว
จางเจิ้งเต้า “…!”
เงินไม่พอใช้?
“เ้าล้อเล่นอะไร? ตอนเปิดตัวบริษัทเสินหวังไป ไม่ใช่ว่าเ้าหลอกเงินไปได้ร่วมสิบล้านหรือ?
เ้ายังร่ำรวยยิ่งกว่าทารกแกนิญญาทั้งหลาย พูดมาได้ว่าเงินไม่พอ?”
จางเจิ้งเต้าไม่เชื่อ
“ไร้สาระ
เ้าไม่เห็นหรือว่าข้าต้องเลี้ยงดูคนตั้งกี่ปากท้อง! แค่เฉพาะเด็กห้าร้อยคนที่พี่รองพามาสมัครสำนักเซียนนั่น
หลังจากนี้จะกลายเป็บ่อผลาญศิลาิญญาบ่อใหญ่! เมื่อเข้าสำนักเซียน
พลังฝีมือของพวกมันย่อมก้าวะโ่ใหญ่ ยิ่งต้องผลาญศิลาิญญามากขึ้นไปอีก!”
หวังเค่อจิบชา
“พวกมัน? พวกมันเข้าสำนักเซียนไปแล้ว เ้ายังต้องคอยดูแล?” จางเจิ้งเต้าอัศจรรย์ใจ
“พวกมันคือพนักงานบริษัทเสินหวัง
เข้าสำนักเซียนแล้วยังไง? เข้าไปแล้วไม่ต้องจ่ายเงินเดือนหรือ?
พอเข้าสำนักเซียนแล้วก็ไม่รู้จักกันแล้วหรือไง? ต่อไปข้ายังต้องมีเื่ใช้ไหว้วานพวกมันในสำนักเซียนนะ!
ถ้าพลังฝีมือต่ำต้อยจะทำงานสำเร็จได้ยังไง?” หวังเค่อเอ่ย
“แต่ว่า นั่นไม่จำเป็
แบบนั้นสิ้นเปลืองเงินทองเ้าตั้งเท่าไหร่? เ้าหักใจได้หรือ?
เ้าไม่ใช่ไก่ขนเหล็กหรือยังไง?”
“ข้าต้องบอกเ้ากี่ครั้งกี่หนกัน
ข้าคนนี้ประหยัดมัธยัสถ์ ไม่ได้ขี้เหนียว! ในตลาดทุนแล้ว
การลงทุนแรกเริ่มคือจุดสำคัญ ่แรกคือ่ที่ผลาญเงินทองมากที่สุด
จากนั้นก็รอคอยเก็บเกี่ยวผล! พวกมันสิ้นเปลืองเงินทองตอนนี้
รอถึงจังหวะทำเงินในวันหน้า ก็จะสามารถตักตวงได้ เ้าเข้าใจหลักการเงินหรือไม่!” หวังเค่อเหยียด
จางเจิ้งเต้าหน้าดำ
“ข้าไม่เข้าใจการเงินอะไรแม้แต่น้อย แต่ข้าพอเดาความคิดของเ้าออก!”
“หือ?” หวังเค่อชะงัก
เ้าอ่านใจข้าออก?
“เ้าหมายตาูเาศิลาิญญาของแต่ละสำนักเซียนอยู่สินะ
ใช่มั้ย? เ้าส่งคนแฝงตัวเข้าไปเป็สายลับ รอคอยเวลา
จากนั้นก็จะยกเค้าศิลาิญญาแต่ละสำนักทั้งหมด?” จางเจิ้งเต้าชี้หน้าหวังเค่อ
หวังเค่อตะลึง อะไรนะ? จางเจิ้งเต้านี่มันทำไมรู้ใจข้าขนาดนี้
เป้าหมายสูงสุดของข้า มันกลับมองทะลุปรุโปร่ง?
“ฮ่าฮ่า ข้าพูดถูกใช่มั้ยล่ะ?”
จางเจิ้งเต้าลำพอง
“เหอะ!” หวังเค่อจิบชา ไม่สนท่าทางอวดดีของจางเจิ้งเต้า
“ที่สำคัญคือ
เ้าเชิญเถี่ยหลิวหยุนกับพวกจ้าวซื่อมาทำอะไร? พวกมันซื้อประกันเ้าไปแล้วนี่
ยังจะขูดรีดเส้นขนที่เหลือจากตัวพวกมันได้หรือไง?” จางเจิ้งเต้าสงสัยใจ
“ข้าคิดๆ ดูแล้ว
ที่ครึ่งเดือนเต็มๆ ผ่านมา เ้าไม่สามารถขายประกันได้เลยสักเล่ม
ที่จริงก็โทษเ้าทั้งหมดไม่ได้!” หวังเค่อนิ่วหน้า
“อ้อ?”
“ด้านหนึ่งเ้าไร้ประสบการณ์งานขาย
อีกด้าน เ้ายังขาดโอกาส!” หวังเค่อมุ่นคิ้ว
“โอกาส?”
“อีกไม่นานแล้วล่ะ
ไม่ต้องรีบร้อนไป! แต่ก่อนที่ฟ้าจะเปิด ข้าต้องขยายอิทธิพลของบริษัทเสินหวังก่อน!
เพิ่มส่วนแบ่งการตลาด!” หวังเค่ออธิบาย
“มีคนหลายคนกล่าวหาว่าบริษัทเสินหวังเป็บริษัทลวงโลก
แบบนี้เราจะขยายอิทธิพลยังไง? แล้วจะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้ยังไง?”
จางเจิ้งเต้าเอ่ยงงๆ
“ผายลม
ใครบอกว่าเป็บริษัทลวงโลก? พวกเราเป็บริษัทปกติ!”
หวังเค่อถลึงตา
“เอาเถอะ
เ้าบอกว่าปกติก็ปกติ ข้าเองก็ไม่มีวิธีอื่น แล้วตอนนี้จะขยายอิทธิพลยังไง?”
จางเจิ้งเต้าถามอย่างสงสัย
“สร้างอาคาร!”
หวังเค่อมองออกนอกประตู สายตาคาดหวัง
“อะไรนะ?”
วันต่อมา
คฤหาสน์ตระกูลหวังในเมืองหลงเซียน
หวังเค่อเชื้อเชิญเถี่ยหลิวหยุนและจ้าวซื่อมางานเลี้ยง คาดไม่ถึง
วันที่สองกลับมีคนยกโขยงกันมาขบวนใหญ่เพื่อร่วมงาน
“ฮ่าฮ่าฮ่า ศิษย์น้อง
เ้ามาถึงเมื่อวาน? ทำไมไม่มาหาข้าก่อน!” เถี่ยหลิวหยุนสาวเท้าเข้าประตู
พูดกลั้วหัวเราะ
“พี่หวัง ท่านดู ข้าพาใครมา?”
จ้าวซื่อตามมาติดๆ
ด้านหลังคือจ้าวซื่อคือกลุ่มคนที่หวังเค่อไม่รู้จัก
สร้างความตื่นตะลึงแก่หวังเค่อ
“ฮ่าฮ่าฮ่า
เมื่อวานข้าได้ยินว่าเ้าเชิญจ้าวซื่อมางานเลี้ยง ข้าก็เลยช่วยจัดแจงเป็การเฉพาะ รวบรวมคนคุ้นเคยทั้งหลายในเมืองหลงเซียนมาร่วมงานกัน!”
เถี่ยหลิวหยุนอธิบาย
“ศิษย์พี่รอง เหล่านี้คือ?”
หวังเค่อถามสงสัย
“พวกเราเคยพบกันมาแล้ว
น้องหวัง จากกัน ณ เกาะเทพั หวังว่าท่านสุขสบายดี!” หนึ่งในกลุ่มคนกล่าว
“พวกเ้า
พวกเ้าล้วนเป็นักโทษเกาะเทพั?” หวังเค่ออ้าปากค้าง
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า
ต้องขอบคุณพี่หวังที่ช่วยชีวิต วันนี้มาโดยไม่ได้รับเชิญ ยังขอพี่หวังอภัยด้วย!”
ทั้งหมดเอ่ยพลางแย้มยิ้ม
“ฮ่าฮ่าฮ่า ทุกท่านพูดอะไรกัน
สามารถได้พบพานทุกท่านอีกครั้ง จึงเป็ความสุขของหวังเค่อ ทุกท่านเชิญ!”
หวังเค่อต้อนรับอย่างอบอุ่น
“เด็กๆ เอาอาหารมาเพิ่ม!
เร็วเข้า!” หวังเค่อสั่งการ
จางเจิ้งเต้าคาดไม่ถึง
บุญคุณช่วยชีวิต? หมายความว่ายังไง? พวกเ้าล้วนเป็ดวงธาตุทองคำ
หวังเค่อไปช่วยชีวิตพวกเ้าได้ยังไง?
“พี่หวัง
ได้ยินจากเถี่ยหลิวหยุนว่าท่านกำลังขายประกัน ขายประกันอะไร? อีกเดี๋ยวช่วยเอาให้ข้าดูหน่อย!”
“ใช่แล้ว
ข้าเองก็อยากได้สักเล่ม!”
.........
“ข้าก็อยากได้!”
......
...
.........
ฝูงชนต่างแย่งกันะโขึ้นอย่างกระตือรือร้น
พริบตานั้นหวังเค่อตอบตกลงติดต่อกันไม่หยุด
มีแต่จางเจิ้งเต้าที่ยืนหน้าดำอยู่ข้างๆ
บ้าเอ๊ย
ข้าขอให้พวกเ้าช่วยซื้อก่อนหน้านี้ พวกเ้าไม่มีใครแยแสข้าแม้แต่น้อย
วันนี้พอมาเจอหวังเค่อกลายเป็ยกมือแย่งซื้อซะงั้น? อาถรรพ์แท้ๆ หวังเค่อ ไอ้หมอนี่มันปีศาจ
“ทุกท่านเชิญ!”
หวังเค่อเชิญทุกคนเข้ามานั่ง
ทั้งหมดไม่ได้ถือสาสถานที่อันจืดชืด
ต่างนั่งลงพร้อมรอยยิ้มแย้ม ต่างก็เคยนั่งอยู่ในคุกเดียวกันมาแล้ว
ทั้งหมดสนทนากันอย่างออกรส
“ข้าเกรงว่าท่านยังไม่ทราบ
ไม่นานมานี้ที่ชิงจิง หวังเค่อเข้าสู่รังมารเพื่อสืบเสาะลัทธิมารในเชิงลึก!
ยามนั้นมันไม่สนใจความเป็ตายของตนเอง
เสี่ยงออกหน้าเหนี่ยวรั้งพวกมารเอาไว้เพื่อให้พวกเราออกมาก่อน นี่ช่าง ช่าง
สร้างความละอายแก่ใจต่อข้านัก!” จ้าวซื่อเอ่ยด้วยความละอาย
“พี่จ้าว
ท่านพูดอะไรอย่างนั้น พวกเราต่างก็เป็ฝ่ายธรรมะด้วยกันทั้งสิ้น ในห้วงเวลาพิเศษ
ย่อมต้องรู้จักเลือกสรร!” หวังเค่อเอ่ยถ่อมตน
“โชคดีที่พี่หวังสามารถจากมาได้อย่างปลอดภัย
ไม่เช่นนั้น ข้าคงต้องรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต!” จ้าวซื่อทอดถอน
“พี่จ้าว อย่าพูดอย่างนั้นเลย
มา มา ดื่ม ดื่ม!” หวังเค่อแย้มยิ้ม
ชั่วเวลานั้น บนโต๊ะชนจอกร่ำสุรา อบอวลด้วยบรรยากาศชื่นมื่น
จางเจิ้งเต้านั่งด้านข้าง
สีหน้าแข็งทื่อ หวังเค่อนี่มันเข้าขากับคนอื่นง่ายขนาดนี้เลย เพราะอะไรกัน?
“หวังเค่อ
เ้าไปสืบข่าวพวกลัทธิมารในชิงจิง?” เถี่ยหลิวหยุนซัก
หวังเค่อผงกศีรษะ “ใช่แล้ว
ที่มางานชุมนุมประตูัครั้งนี้ก็เพื่อแจ้งข่าวแก่ศิษย์พี่รองและทุกท่าน
พวกท่านต้องระมัดระวังไว้! เกรงว่าจะมีอันตรายใหญ่หลวง!”
“หือ?” ทุกคนหน้าเคร่งเครียดลง
“พวกเ้าตำหนักลัทธิมารไม่ทราบ้าทำอะไร
แต่มันปลุกชีพจรัทองในชิงจิงขึ้นมา
เกรงว่าจะลอบโจมตีในงานชุมนุมประตูันี้!” หวังเค่อเอ่ย
“ปลุกชีพจรั?” ทุกคนสีหน้าพิศวง
“ใช่
พวกมันเคลื่อนไหวครั้งใหญ่! ข้าเองก็ทุ่มสุดกำลังเพื่อหาคำตอบ! ตอนนั้น
แทบถูกพวกมารเล่นงานจนสิ้นชื่อ!” หวังเค่ออธิบาย
“อะไรนะ?” ทุกคนสีหน้าแปรเปลี่ยน
“แน่นอน
ตอนนั้นเพื่อช่วยศิษย์อีกาทองคำที่ถูกจับไว้ ข้าเดิมพันกับเ้าตำหนักลัทธิมาร
รับฝ่ามือมารตนหนึ่งหนึ่งร้อยฝ่ามือเพื่อช่วยชีวิตศิษย์ฝ่ายธรรมะไว้! ทว่า
ไม่เพียงช่วยศิษย์อีกาทองคำได้ ยังได้รับความเชื่อมั่นจากสาวกลัทธิมารมาด้วย
ดังนั้นจึงสามารถเอาข่าวออกมาได้!”
“ถูกฟาดร้อยฝ่ามือ? พวกมันแค่ยืนดูเฉยๆ? พวกมารเดรัจฉาน!”
เถี่ยหลิวหยุนสบถด่า
“ศิษย์พี่ ท่านอย่าได้โกรธา
นี่เป็เื่ที่ข้าสมควรทำ! แน่นอน จากนี้อาจมีข่าวคราวแพร่ออกมา
พวกท่านรับรู้ไว้ก็พอแล้ว! อย่าได้พูดออกไป!” หวังเค่อโน้มน้าว
หวังเค่อต้องป้องกันไว้ก่อน
เกิดต่อไปมีคน้าให้ร้ายมันขึ้นมา จะได้ไม่ถูกใส่ความ
“พี่หวัง ลำบากท่านแล้ว!”
จ้าวซื่อตื้นตัน
“ไม่เป็ไร!
ข้าก็ยังอยู่ดีมีสุขไม่ใช่หรือ? แถมข้ายังสืบมาได้ว่าพวกลัทธิมารกำลังฝึกวิชามารบางอย่างอยู่ด้วย!”
หวังเค่อเอ่ย
“วิชามาร?” ทุกคนตะลึง
“ใช่ มัน้าจับคนที่เกิดในวันเฉพาะเจาะจง
เพื่อเอามาทำโอสถมาร!” หวังเค่ออธิบาย
“โอสถมาร? คืออะไร?” ทุกคนสงสัย
“ข้าเองก็ไม่ทราบ
สรุปแล้วคือการเอาคนเป็มาหลอมทำตัวยา ชั่วร้ายสุดสามานย์
เื่นี้สำคัญต่อลัทธิมารอย่างที่สุด!” หวังเค่อพูดต่อ
“ใครในลัทธิมาร?” เถี่ยหลิวหยุนถาม
“ข้าไม่ทราบ
สมควรเป็คนระดับสูงของลัทธิ แม้แต่ข้าสืบไม่ออก!” หวังเค่อโม้
“หรือจะเป็ตัวมารอริยะ?”
ทุกคนสีหน้าเปลี่ยน
มารอริยะ้าหลอมสกัดโอสถ? นี่ไม่ใช่เื่เล็กๆ!
“พี่หวัง
ท่านทราบหรือไม่ว่าคนแบบไหนที่ลัทธิ้าใช้เพื่อหลอมตัวยานี้?” จ้าวซื่อเอ่ย
“ข้าพอรู้มาบ้าง
เมื่อวานก็บอกจางเจิ้งเต้าไปแล้ว อีกเดี๋ยวข้าจะให้จางเจิ้งเต้าสรุปชื่อออกมา
รบกวนพวกท่านช่วยโน้มน้าวเหล่าศิษย์ฝ่ายธรรมะให้พวกมันระมัดระวังตัวให้ดี
ทางที่ดีให้รีบกลับเข้าพรรคไปกักตนโดยด่วน!” หวังเค่อจารนัย
“อันตรายถึงเพียงนั้น?”
จ้าวซื่อเอ่ยเสียงหนัก
“ที่จริง พี่จ้าว
ชื่อของท่านเองก็อยู่ในรายชื่อด้วย! ท่านเองก็ต้องระมัดระวัง
่เวลานี้สมควรกลับไปกบดานก่อน!” หวังเค่อพลันโพล่งออกมา
“ข้า?” จ้าวซื่อหน้าเปลี่ยน
ถูกมารอริยะหมายหัว
นั่นยิ่งกว่าอันตรายอีก! จ้าวซื่อแตกตื่นจนเหงื่อโซมหน้า
“ขอบคุณพี่หวัง!”
จ้าวซื่อเอ่ยอย่างสำนึกขอบคุณ
“พี่หวัง ลำบากท่านแล้ว!”
ทุกคนผงกศีรษะ
มีเพียงจางเจิ้งเต้าที่เหม่อมองจนโง่งม
โอสถมาร? นี่มันลูกไม้อะไร?
เมื่อวานเ้ามาบอกข้าไว้ตอนไหนก่อน?
หวังเค่อหลิ่วตาให้จางเจิ้งเต้า
จางเจิ้งเต้ามองดูจ้าวซื่อที่กำลังตื่นตระหนก ฉับพลันก็เข้าใจเื่ราว
โอสถมาร? โอสถมารผายลมน่ะสิ!
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเอาไว้ไล่คนไปไกลๆ
โดยเฉพาะพวกที่ซื้อประกันกับมันไปแล้วให้กลับพรรคไปกบดาน
เพราะถ้าจะมีศึกใหญ่ในงานชุมนุมประตูั
คนตายจะมากมายมหาศาล ถ้าเกิดพวกที่ซื้อประกันดันตายขึ้นมา อย่างงั้นบริษัทเสินหวังไม่ขาดทุนแย่?
ทางที่ดีคือไล่พวกมันไปไกลๆ ไม่
ให้พวกมันหลบหน้าหายไปเลยสักพักดีกว่า!
หวังเค่อ ข้ออ้างพรรค์นี้
ยังมีใครหน้าหนากว่านี้ได้อีก?
“ใช่
หวังเค่อบอกข้าไว้เมื่อวาน ให้ข้าเตรียมรายชื่อไว้ั้แ่ตอนนั้น
พวกท่านเองก็ช่วยข้าโน้มน้าวพวกมันด้วยเถอะ!” จางเจิ้งเต้าคล้อยตามหวังเค่อ
กุมอกทำท่าหวาดหวั่น
ทุกคนผงกศีรษะ
“ทุกท่าน ข้าเชิญท่านมาวันนี้
ยังมีอีกเื่ที่ข้า้าขอร้องพวกท่าน!” หวังเค่อเอ่ยเสียงจริงจังคร่ำเคร่ง
“พี่หวัง มีเื่ใดไหว้วาน
โปรดชี้แนะ!” ทุกคนมองมาทางหวังเค่อ
“ทุกท่านต่างก็ทราบว่าตอนนี้ข้าปะปนเข้าไปในลัทธิมาร
แม้จะยังไม่ถูกเปิดโปง แต่ก็ถูกมารหลายตนหมายหัวอยู่!
ข้าไม่ได้พูดเพื่อความปลอดภัยของตนเอง! แต่ข้าทำก็เพื่อช่วยศิษย์ฝ่ายธรรมะของเรา!
ดังนั้น ข้าอาจต้องเข้าสู่ลัทธิมารอีก!” หวังเค่อเอ่ย
“หวังเค่อ
เช่นนี้เ้าอันตรายยิ่ง!” เถี่ยหลิวหยุนวิตก
“ข้ารู้ว่าอันตราย
แต่ข้าต้องทำ! ข้ามาถึงขั้นนี้ ไม่อาจถอยหลังกลับได้อีกแล้ว
แต่การกระทำนี้ย่อมทำให้คนไม่เข้าใจ ขอเพียงมีพวกท่านที่เข้าใจหัวอกข้า
ข้าก็ซาบซึ้งมากแล้ว!” หวังเค่อกล่าว
“มีอะไรไม่อาจเข้าใจได้
หากมีใครกล้าใส่ความท่าน ข้า จ้าวซื่อ จะเสี่ยงตายกับมันเป็คนแรก!” จ้าวซื่อถลึงตา
“ใช่แล้ว
พี่หวังอยู่บนเกาะเทพั ช่วยเหลือพวกเรามา ไม่นานมานี้ในชิงจิง
ก็ยังเสี่ยงตายช่วยศิษย์พรรคอีกาทองคำไว้ พี่หวัง ถ้ามีใครกล้าใส่ร้ายท่าน
ข้าจะเสี่ยงกับมันเอง!” ทุกคนเอ่ยอย่างกระเหี้ยนกระหือ
“ขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจ
ทางค่ายพรรคฝ่ายธรรมะเราข้าล้วนวางใจ ที่สำคัญคือ
ข้าเกรงว่าพวกลัทธิมารจะระแวงสงสัยในตัวตนของข้า! ดังนั้น ข้าคิดแผนอำพรางไว้!
ต้องรบกวนพวกท่านทั้งหมด!” หวังเค่ออธิบาย
“จะปิดยังอย่างไร?” เถี่ยหลิวหยุนตั้งคำถาม
จางเจิ้งเต้าเองก็เบิกตากว้าง
จะอยากปกปิดไปทำไม เ้าตอนนี้มิใช่เปิดเผยยิ่งหรอกหรือ
เรียกว่าแทบจะะโใส่โทรโข่งให้คนรู้กันทั่วหล้าแล้ว
“ข้าต้องสร้างอาคารเสินหวังแห่งที่สองเพื่อตบตาพวกมัน!”
หวังเค่อเอ่ย
“หา?” ทุกคนงงงัน
“และยังต้องสร้างที่กลางเมืองหลงเซียนด้วย!”
หวังเค่อขยายต่อ
“เมืองหลงเซียนเป็สันฐานกลม
ตรงกลางคือสถานที่จัดงานชุมนุมประตูั เ้าจะสร้างตรงนั้น?” เถี่ยหลิวหยุนเบิกตากว้างด้วยความตะลึง
“ถูกต้อง
พื้นที่เมืองหลงเซียนนี้วุ่นวายซับซ้อน
เกี่ยวพันถึงผลประโยชน์ของประชากรเมืองหลงเซียนและการประชันระหว่างสำนักเซียนทั้งหลาย!
ข้า้าสร้างอาคารเพื่อตบตาลัทธิมาร!
ทั้งการสร้างอาคารบนพื้นที่นั้นย่อมนำมาซึ่งความเกลียดชังจากผู้คน!
โดยเฉพาะการต่อต้านจากสำนักเซียนทั้งหลาย!” หวังเค่ออธิบาย
“สำนักเซียนของพวกเราย่อมไม่คัดค้านพี่หวัง
ส่วนสำนักเซียนฝ่ายธรรมะอื่น พวกเราเองก็พอมีสหายที่อาจช่วยไกล่เกลี่ยให้ท่าน
แต่ท่านจะสร้างอาคารนี่ไปทำไม?” จ้าวซื่อถาม
“เพื่อรับใช้ศิษย์ลัทธิมาร!”
หวังเค่อลั่นวาจา
“หา?” ทุกคนขมวดคิ้ว
รับใช้ศิษย์ลัทธิมาร?
“เมื่อทำเช่นนี้ พวกสาวกมารที่สงสัยตัวตนของข้า
พวกมันจะเกิดความสับสน เมื่อข้าสร้างอาคารสำนักงานเพื่อบริการพวกมันขึ้นมา
พวกมันย่อมคิดว่าข้าทำเพื่อลัทธิ!
แต่พวกมันไหนเลยจะคาดคิดว่าข้าสร้างอาคารขึ้นมาเพื่อคอยจับตาดูพวกมันทุกความเคลื่อนไหว!
ข้าสามารถคอยดักฟังการสนทนาของพวกมันในตึกใหม่ สืบหาความลับ
เอามาให้ศิษย์ฝ่ายธรรมะของพวกเราใช้ประโยชน์!” หวังเค่อเอ่ยเสียงหนักแน่น
ทุกคนรับฟัง
อาคารใหม่นี้ใช้เพื่อกำกับ ควบคุม และจับตาดูพวกมาร? นี่ดีเลิศยิ่ง!
“พี่หวัง
แต่นี่เสี่ยงอันตรายยิ่ง!” จ้าวซื่อกังวลใจ
“ข้ารู้
แต่ทำเช่นนี้ประโยชน์มหาศาล! ศิษย์ฝ่ายธรรมะเราเองก็จะปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
นี่ถือว่าคู่ควร เพียงแต่ยุ่งยากวุ่นวายไม่น้อย!
ข้าจึงขอร้องพวกท่านช่วยไปยังสำนักเซียนแห่งต่างๆ ขอให้พวกมันอย่าได้ขัดขวาง!”
หวังเค่อเอ่ยเคร่งเครียด
“พี่หวังทำเพื่อฝ่ายธรรมะ
เข้าสู่รังมาร สร้างอาคารจับตาดูพวกมารเอาไว้
นี่ไม่ต่างจากการสร้างคุกไว้ขังพวกมัน! ใครกล้าขัดขวาง? ข้าจะไปทวงถามคำอธิบายจากพวกมันเอง!”
บุรุษผู้หนึ่งลั่นวาจาออกมา
“พี่หวัง
เื่นี้ให้ข้าจัดการเอง!” จ้าวซื่อรับปาก
“ศิษย์น้องหวัง
พรรคเทพหมาป่า์เราก็พอมีหน้ามีตาอยู่บ้าง เ้าวางใจ มีข้าอยู่
เ้าคิดสร้างอาคารแห่งที่สองขึ้นมา
รับประกันว่าไม่มีศิษย์ฝ่ายธรรมะที่ไหนกล้าสร้างปัญหา!” เถี่ยหลิวหยุนตบอก
มีเพียงจางเจิ้งเต้าที่สูดลมหายใจเย็นเยียบ
เบิกตาดูหวังเค่อ
คนอื่นไม่เข้าใจความหมายเบื้องลึกของหวังเค่อ
แต่มีหรือจางเจิ้งเต้าจะไม่เข้าใจ? บ้าเอ๊ย จับตาดูสาวกลัทธิมารอะไรกัน หวังเค่อ
“รับใช้ศิษย์ลัทธิมาร” นั่น จางเจิ้งเต้าเข้าใจปรุโปร่ง
ได้เวลาตบทรัพย์ลัทธิมารแล้วสินะ?
กรงเล็บขูดรีดเงินทองของหวังเค่อ
ในที่สุดก็คืบคลานมาถึงลัทธิมารแล้ว?
มัน มันกล้าได้ยังไง! หลังจากเขมือบกลืนฝ่ายธรรมะจนสิ้น ก็หันมาสูบเงินจากฝ่ายอธรรมต่อ?
มิน่าเล่ามันพูดว่าจะขยายอิทธิพล ขยายส่วนแบ่งการตลาด สร้างอาคารแห่งใหม่ นี่เรียกว่าสร้างอาคารที่ไหน เรียกว่าสร้างโรงรีดไถจะเหมาะกว่า! สาวกลัทธิมารเอ๋ย ดาวหายนะตามมาติดๆ แล้ว!
