เสียงมือถือของแทนคุณดังขึ้น เขากดรับในทันทีที่หยิบขึ้นมาดู เมื่อรายชื่อผู้โทรแสดงเด่นชัดว่าเป็ “ทีภพ”
“แทนทั้งสามร้าน ทำรายได้ยอดขายได้ดี อยู่ในทำเลที่ดี ซึ่งแตกต่างกันไม่มากเท่าไหร่นัก ฉัน้าไปดูที่ร้านทั้งหมดนายพอจะว่างไปไหม” ทีภพตัดสินใจไม่ได้หากเห็นแต่เพียงยอดที่แจ้งมาในแผ่นกระดาษ เขา้าประเมิน สภาพร้านทั้งหมด ทั้งระบบการบริหาร ทั้งภาพรวม
“ได้ ฉันจะไปรับนายเดี๋ยวนี้แหละ” แทนคุณวางมือจากการอ่านหนังสือ หันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเร่งฝีเท้าออกจากห้องมาอย่างรวดเร็ว
“ป้านาล่ะ” ชายหนุ่มถามหาแม่บ้านคนสนิทจากคนใช้อีกคนที่เหลืออยู่เมื่อเขาเห็นว่าคนที่ถือของว่างออกมาจากในครัวไม่ใช่ป้านา
“ป้านาไม่สบาย เลยให้หนูมาดูแลแทนค่ะ”
“อะไรนะ” เขาถามย้ำอีกครั้ง
“แล้วเป็อะไรมากไหม”
“ไม่มากค่ะ อาหารว่างนี่ป้านาเป็คนทำ แกอยู่ในครัวน่ะค่ะ” ชายหนุ่มเ้าของบ้านพยักหน้า เขาดูเบาใจขึ้นหากป้าแม่บ้านคนสนิทมีแรงทำขนมได้อาการคงไม่หนักหนาน่าเป็ห่วงเท่าไรนัก ชายหนุ่มหยิบขนมในจานมาใส่ปากพร้อมเดินออกจากบ้านไป หญิงชราที่แอบดูสถานการณ์ระหว่างน้อยกับแทนคุณครู่หนึ่ง รีบเดินออกมาทันที
“น้อย คุณแทนไปแล้วแน่นะ” ป้านาปรี่เข้ามาหาน้อยซึ่งกำลังมองหญิงชราด้วยความกังวลใจ
“ไปแล้วค่ะ ป้านาทำไมไม่บอกคุณแทนไปตรงๆ ล่ะคะ ดูหน้าป้าสิซีดเป็ไก่ต้ม เดินจะไม่ไหวอยู่แล้ว”
“เอาน่า กินยาเดี๋ยวเดียวก็หาย ปล่อยคุณแทนไปทำงานเถอะ” หญิงชราพยายามบ่ายเบี่ยงกลัวว่าตนจะเป็ภาระของเ้านายจึงเลี่ยงไม่บอกความจริง แม้จะเดินแทบไม่ไหวก็ตามที
“น้อยไปทำงานเถอะไป” หลังจากหญิงชราเอ่ยปากไล่น้อยแล้ว เธอเองจึงหันกลับไปพักผ่อนในห้อง หวังให้ยาที่พึ่งกินไปออกฤทธิ์บรรเทาอาการป่วย
หลังเลิกเรียนจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ทั้งสองเรียนอยู่ สองสาวเดินทางมาทำหน้าที่ของตนตามปกติเหมือนในเช่นทุกๆ วัน วันนี้นันทิชาสังเกตเห็นพริมเหมือนมีอะไรในใจ ไม่สดใสร่าเริงเหมือนเดิม และมีอาการผิดปกติมาั้แ่ตอนเที่ยงหลังทานอาหารกลางวัน
“มีอะไรหรือเปล่า ฉันเห็นเธอเอาแต่จับมือถือ”
“ฉันโทรหาป้านาทั้งวัน แต่ป้าไม่ยอมรับสายเลยโทรั้แ่เช้าแล้ว ตอนเที่ยงป้าก็ไม่ยอมโทรกลับ และตอนนี้ก็ยังไม่ยอมโทรมาอีก แปลกจริงๆ นะทิชา”
พริมพูดด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างเป็กังวลอย่างมาก แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ระบายอะไรออกมาพี่รินเ้าของร้านก็เรียกประชุมทันทีประจวบกับได้เวลาทำงาน วันนี้ก็เป็เหมือนในทุกๆ วัน ในเวลางานทุกคนแทบไม่ได้หยุดพักมือไม้พัลวันกันไปหมด ลูกค้าบางโต๊ะใจดี บางโต๊ะค่อนไปทางเื่มาก พนักงานทุกคนถูกอบรมมาอย่างดีต่างรับมือได้อย่างมืออาชีพ เมื่องานเสร็จก็ทยอยเดินไปรับเงินรายวันจากพี่รินเ้าของร้านและเดินมายังห้องพัก เพื่อเปลี่ยนชุดกลับบ้าน
“ป้ายังไม่โทรกลับมาเหรอ” นันทิชาหันไปเห็นเพื่อนรักจับมือถือที่ขึ้นมาดูอีกครั้ง สีหน้าของพริมยังคงเป็กังวลไม่ต่างจากเดิม
“นี่มันห้าทุ่มแล้วนะทิชา ป้านาไม่เคยเป็แบบนี้เลย” พริมพยายามหาเหตุผล ก่อนจะหันไปเห็นมือเรียวเล็กของนันทิชาค่อยๆ ปลดกระดุมชุดพนักงานออก
“เดี๋ยวก่อนทิชา! ฉันเป็ห่วงป้านา เธอไปบ้านนั้นเป็เพื่อนฉันหน่อยได้ไหม” พริมซึ่งอยู่ๆ ก็หันมาขอให้นันทิชาช่วยไปบ้านหลังนั้นอีกครั้งเอาเสียดื้อๆ
“แต่...” นันทิชาพูดค้าง ดวงตากลมโตเปิดกว้างเล็กน้อย และกำลังใกับคำขอร้องของพริม มันทำให้นันทิชาคิดอะไรไม่ทันในตอนนั้นได้แต่ยืนงง เธอไม่อยากทำผิดด้วยการแอบเข้าไปบ้านคนอื่นแบบนั้นอีก ก่อนที่มือของพริมจะดึงเธอวิ่งออกจากร้านไป
บ้านใหญ่หลังงามยามค่ำ เปิดไฟสว่าง นันทิชาและพริมสองสาวกำลังมองหาทางเข้าแต่รั้วใหญ่ปิดสนิท พวกเธอพยายามก้มๆ มองๆ อยู่หลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครมาพบเข้าในตอนนี้ เมื่อมองเข้าไปภายในบริเวณบ้านแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่ สองสาวจึงตัดสินใจปีนรั้วข้ามเข้ามา
“พริมเธอจำทางไปห้องป้านาได้ใช่ไหม” นันทิชามองซ้ายมองขวาพร้อมส่งคำถาม ภายใต้แสงไฟสีส้มอ่อนเห็นเงาตะคุ่มๆ ของสองสาวนั้น ไม่ผิดเลยถ้าใครมาพบเข้าแล้วอาจคิดไปได้ว่าพวกเธอคือขโมยสาวตัวแสบ
“ฉันมาหลายรอบ ฉันพอจำได้” สองสาวจูงมือกัน กึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อไปให้ถึงห้องป้านาเร็วที่สุดก่อนเ้าของบ้านหรือใครจะมาพบเข้า
“ป้านา ป้านา ป้านา”
เสียงเคาะประตูพร้อมเสียงเรียกของพริมดังขึ้นเป็ระยะ นันทิชาที่เป็ฝ่ายดูต้นทางพะวงใจเป็อย่างมาก แม้พริมจะใช้เวลาเรียกอยู่พักใหญ่แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับของผู้อาศัยภายในห้อง ทั้งสองจึงตัดสินใจงัดประตูเข้าไปโดยใช้มือล้วงผ่านบานเกล็ดที่เปิดทิ้งไว้ซึ่งอยู่ใกล้กับลูกบิดประตู วิชาพวกนี้พริมเรียนรู้มาเยอะพอสมควรเพราะก่อนเธอจะเข้ามหาลัยเพื่อนของเธอล้วนแล้วแต่เป็ผู้ชายแทบทั้งสิ้น
“ไม่มีใครอยู่นี่พริม”
นันทิชาเอ่ยขึ้นเมื่อประตูถูกเปิดออก พริมแสดงอาการดูเป็กังวลมากขึ้นหลายเท่าตัว เธอเดินสำรวจรอบห้อง รวมไปถึงในห้องน้ำ เมื่อไม่พบป้าของตนเธอจะแทบจะหยุดหายใจเพราะเอาเข้าจริงป้านาเปรียบเสมือนแม่อีกคนของเธอ หากเกิดอะไรขึ้นกับหญิงชราเธอคงเ็ปไม่น้อย
“นี่ไงมือถือป้านา” นันทิชาหยิบมือถือที่วางทิ้งอยู่บนเตียงขึ้นมายื่นให้เพื่อน พริมรีบออกจากห้องน้ำเดินตรงมายังนันทิชา หญิงร่างอวบกดมือถือดูด้วยมือที่สั่นระริกด้วยความแคลงใจ เป็เบอร์เธอทั้งหมดที่ขึ้นไม่ได้รับ
“ปกติป้านาต้องพักแล้ว หมดเวลางานตั้งนานแล้ว” พริมพูดพร้อมหันมายังนันทิชา ตอนนี้หัวใจของพริมแทบเต้นไม่เป็จังหวะ เป็ครั้งแรกที่สาวร่างอวบ มือไม้สั่นด้วยความเป็ห่วงป้าของตน
“ไปเรือนหลังใหญ่กัน ป้านาน่าจะอยู่ที่นั่น” จิตที่เป็กังวลทำให้ความกลัวหายไปในพริบตา พริมหญิงสาวที่ในเวลานี้แทบคลั่งเพราะป้าแท้ๆ หายไปอย่างปริศนา
“แต่...แต่เราแอบเข้ามานะ” นันทิชาเตือนเพื่อนรักอีกครั้ง
“ถ้าเขาจะเอาเื่ ฉันจะรับเอง” พริมเป็ห่วงป้าของตน จนลืมที่จะกลัวความผิดข้อหาบุกรุกเข้ามาบ้านคนอื่น
เมื่อเข้ามาภายในเรือนหลังใหญ่ห้องโถงกว้างขวางใหญ่โต ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดตบแต่งไว้อย่างดี แต่เวลานี้บางจุดถูกปิดไฟไว้ พริมและนันทิชาแยกย้ายกันตามหาในชั้นล่างอยู่หลายนาทีแต่กลับไม่พบหญิงชรา
“ทิชา ขึ้น้าเถอะ”
พริมเอ่ยเรียกเพื่อนสาวที่ยังยืนหาอยู่ด้านล่าง ร่างบางๆ วิ่งตามพริมขึ้นมายังชั้นบน ห้องหลายห้องทำให้ทั้งสองสับสนไม่น้อย บางห้องเปิดได้ บางห้องเปิดไม่ได้ สองสาวแยกย้ายกันเข้าห้องนั้นออกห้องนี้อยู่พักใหญ่ นันทิชาหยุดวิ่งค้นหา ก่อนที่จะจับประตูห้องหนึ่งค้างไว้เพื่อพักหายใจ บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะหาได้ครบทุกซอกทุกมุม ยังไม่ทันที่ลมหายใจหอบนั้นจะจางหาย
“ป้านา! “เสียงของพริมดัง จนทำให้นันทิชารีบหันวิ่งมายังห้องต้นเสียงทันที
“ป้านาได้ยินพริมไหม มานอนอะไรตรงนี้” พริมพยุงร่างสูงอายุขึ้นนั่งอย่างช้าๆ ข้างๆ มีเครื่องดูดฝุ่น ไม้ถูพื้น กับผ้าผืนเล็กไว้เช็ดทำความสะอาดกองอยู่
“ตัวร้อนด้วย คนอื่นไปไหนกันหมด” พริมเสียงดังโวยวาย เธอเริ่มไม่พอใจเมื่อเห็นสภาพป้าของตน ที่มานอนกองอยู่กับอุปกรณ์ทำความสะอาดโดยไม่มีใครสนใจ แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองที่เห็นป้าแท้ๆ ต้องมานอนซมอยู่กับพื้นโดยไร้คนเหลียวแลแบบนี้
“มีป้ากับน้อย น้อยอาจจะกลับไปห้องแล้ว ส่วนคุณแทนคงยังไม่กลับ” ป้านาได้สติจากเสียงดังโวยวายของหลานรัก จึงค่อยๆ ลุกยืนขึ้นด้วยตัวเอง แล้วพยายามอธิบายให้หลานฟัง ถึงแม้จะไร้เรี่ยวแรงด้วยพิษไข้ก็ตามที
“ป้าจะทำต่ออีกหน่อย นี่ก็ใกล้เสร็จแล้ว” หญิงสูงอายุพูดเสร็จค่อยๆ ก้าวไปหยิบไม้ถูพื้น ยังไม่ทันที่มือของเธอจะเอื้อมถึง นันทิชารีบแย่งเอามาถือไว้เอง เธอแทบทนไม่ได้ที่เห็นหญิงชราดื้อรั้นจะทำความสะอาดเองทั้งที่ป่วยจนแทบเดินไม่ไหว
