หยางเหวินโจวรีบนำหยกสีม่วงไปให้แก่หยางลั่ว ปฏิกิริยาของมันก็เป็อย่างที่คาดไว้ "ใช่จริงๆ! พวกมันคือกองโจรมายา!"
แต่หยางเหวินโจวที่สังเกตเห็นความผิดปกติก็กล่าวแทรกขึ้นด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ "พี่ใหญ่ พวกกองโจรมายาเป็กลุ่มที่มีความระมัดระวังตัวเป็อย่างสูง มันจะทำตราสัญลักษณ์กองโจรและหยกที่ขโมยมาหล่นเรี่ยราดตามท้องถนนจริงๆหรือ?"
กองโจรมายาขึ้นชื่อว่าเฉลียวฉลาดและตั้งตระหง่านอยู่ในเมืองเทียนหยุนมานานนับหลายปี จะพลาดพลั้งง่ายดายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
แม้แต่เทพเ้าาไป๋หนานเทียนยังมิอาจกวาดล้างพวกมันได้ทั้งหมด หากจะกล่าวว่ากองโจรมายาเป็กองกำลังที่แข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าตระกูลอันดับสามอย่างตระกูลลู่ ซ้ำยังมีเครือข่ายกว้างขวางอย่างยิ่งภายในเมืองเทียนหยุน
เพียงแค่นี้พอจะคาดเดาได้ว่าแล้วว่ากองโจรเงามายานั้นมีกองกำลังที่แข็งแกร่งเพียงใด
คิ้วของหยางลั่วมุ่นลงอย่างสับสน แม้นว่ามันจะคิดเช่นนั้น แต่พอหวนนึกไปถึงการตายที่น่าสังเวชของบุตรชายมัน มันกลับกลบความเป็เหตุเป็ผลไปจนสิ้น "ข้าไม่สนใจ! ไม่ว่าอย่างไรค่ำคืนนี้กองโจรมายาจะไม่มีอยู่ภายในเมืองเทียนหยุนอีกต่อไป!"
หยางเหวินโจวถอนหายใจยาวอย่างช่วยไม่ได้ เขาโบกมือนำทัพม้าต่อไป ก่อนที่จะกล่าวถามชายชราข้างกาย "เฒ่าสาม ข้า้าข้อมูลกองกำลังของกองโจรมายา เ้าพอจะจดจำได้หรือไม่?"
ชายชราที่ถูกเรียกว่าเฒ่าสามผงกศีรษะก่อนจะกล่าวขึ้น "ผู้นำของกองโจรเงามายารุ่นที่สองคือสตรีนามหลิงซู ไม่ทราบแซ่และที่มา นางเป็ผู้บำเพ็ญระดับปราณลึกลับ ขั้น 2 มีข่าวคราวว่านางไม่มีที่มาให้สืบค้นไปถึงเื้ัได้ แต่มีข่าวลือมาว่านางเป็หนึ่งในบุคคลสำคัญจากเมืองเทียนเฟิง"
"ปราณลึกลับงั้น? เมืองเทียนเฟิง?" หยางเหวินโจวเริ่มจะใจคอไม่ดี หากผู้นำกองโจรมายามีระดับการบำเพ็ญทัดเทียมกับหยางลั่วคงยากจะคาดเดาได้ว่าตระกูลหยางของพวกเขาจะสามารถเอาชนะกองโจรมายาได้หรือไม่
"และที่เหลือคือผู้บำเพ็ญปราณ์อีกหกคนและผู้บำเพ็ญปราณหลากหลายอีกกว่าหลายร้อยคน..." เฒ่าสามยังคงกล่าวต่อในลักษณะไม่แน่ใจ แค่เพียงผู้นำกองโจรมีระดับการบำเพ็ญปราณลึกลับแล้วก็นับว่ามิใช่งานง่ายสำหรับตระกูลหยางเป็แน่
"ฮ่าย~ ช่างมันเถอะ ไว้ให้เป็หน้าที่ของพี่ใหญ่ในการตัดสินใจ บางทีเขาเพียงแค่้าระบายอารมณ์เท่านั้น" หยางเหวินโจวถอนหายใจในขณะนำทัพไปยังฐานที่มั่นที่อยู่ในระยะสายตาเป็ระยะทาง 500 เมตร
. . .
บนอาคารสูงตระหง่านแห่งหนึ่งมีใกล้คฤหาสน์กองโจรมายามีร่างสีดำสองร่างนอนราบอยู่บนหลังคา หนึ่งในนั้นสวมหน้ากากไหมสีดำ แน่นอนว่าเขาคือไป๋เฉิน ข้างกายของเขาคือหลิวอี้หลิวที่เตรียมพร้อมสำหรับจดรายละเอียดข้อมูลทั้งหมด
"อี้หลิว เ้าสามารถััได้ถึงปราณของกลุ่มนั้นหรือไม่?" ไป๋เฉินเหลือบมองหลิวอี้หลิวพลางเอ่ยถาม
ไป๋เฉินมีระดับการบำเพ็ญต่ำเกินไป เขาจึงไม่สามารถระบุได้ว่าแต่ละบุคคลนั้นมีระดับขั้นเท่าใด
หลิวอี้หลิวพยักหน้าก่อนจะกล่าวพลางทอดสายตามอง "กองกำลังที่นำมาในครานี้มีผู้บำเพ็ญปราณ์ห้าคน ปราณปฐีห้าสิบคนและส่วนที่เหลือคือขั้นก่อกำเนิดปราณ"
ไป๋เฉินอุทาน "โอ้? ปราณ์ห้าคน? นั่นหมายความว่ามันยังทิ้งผู้าุโบางคนไว้ที่ตระกูลหยางใช่หรือไม่?
"ถือได้ว่ามันมีสติปัญญาพอสมควรที่เหลือใครบางคนไว้ที่ตระกูลหยาง แต่ทว่า... ฮี่ฮี่ฮี่!" ไป๋เฉินลูบคางเปล่งเสึยงหัวเราะด้วยสีหน้าที่ชั่วร้าย หลิวอี้หลิวที่มองอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านไปจนถึงก้นบึ้ง
'ฉิบหายแน่! ครานี้ตระกูลหยางได้ฉิบหายจริงๆ!'
"เอาล่ะ ในระหว่างการต่อสู้อย่าลืมจดระดับขั้นของพวกมันโดยละเอียด ข้าจะมาชำระบัญชีในภายหลัง" เมื่อกล่าวจบ ร่างของไป๋เฉินร่อนลงสู่ข้างอาคาร ก่อนที่ร่างสีดำทมึนทึบแสงหายลับไปในทิศทางคฤหาสน์กองโจรมายาอย่างเงียบงัน
.
.
.
ณ อาคารหลักตระกูลฉิน
ฉินเหยียนได้รับข้อความจากสายลับในเมืองเทียนหยุนว่าตระกูลหยางได้นำทัพและรวบรวมกองกำลังเข้าบุกจู่โจมกองโจรมายาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาจึงรีบติดต่อกับชายชราในอาภรณ์สีฟ้าและยืนอยู่เบื้องนอกระเบียงตระกูลฉินเหม่อมองไปยังทิศทางของฐานที่มั่นกองโจรมายาด้วยสีหน้าที่แปลกประหลาด
"พี่ใหญ่ ในฐานะที่พวกเราเป็เ้าเมือง พวกเราควรจะเข้าไปไกล่เกลี่ยสถานการณ์หรือไม่?" ฉินเหยียนเอ่ยถามชายชราในอาภรณ์สีฟ้าอย่างลังเลใจ
แต่ชายชราส่ายศีรษะไม่เห็นด้วย "พวกมันเป็หนึ่งในกลุ่มคนที่ทำให้ตระกูลไป๋ล่มสลายไป เ้ายังคิดจะไกล่เกลี่ยสถานการณ์ให้คนเช่นนั้นอีกหรือ!?"
ปรากฏว่าฉินเหยียนและชายชรารับรู้มานานแล้วว่าตระกูลหยางมีส่วนเกี่ยวข้องกับยุทธการัเขมือบในครานั้น แต่เขาไม่มีความกล้าหาญพอที่จะแก้แค้นให้พี่ชายร่วมสาบานของตนเอง
"แต่หากเรายอมให้ตระกูลหยางและกองโจรมายาสูญเสียกำลังพลไป ความแข็งแกร่งโดยรวมของเมืองเทียนหยุนจะลดลงจนกลับกลายเป็อ่อนแอที่สุดภายในทั้งสี่เมือง และหากเป็เช่นนั้น..." ฉินเหยียนก้มหน้าลงกล่าวอย่างไม่กล้าสบตา
ชายชราถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ และตัดสินใจให้คำแนะนำเล็กๆน้อยๆ "เ้ายังใจอ่อนเกินไป เหตุใดเ้าไม่ดูหนานเทียนเป็ตัวอย่าง? สิ่งใดที่อยุติธรรมหรือมีความชั่วร้ายใดๆ เขาก็ล้างผลาญพวกมันโดยไม่สนใจว่าจะเหลือกองกำลังของเมืองเทียนหยุนเท่าใด หากสูญเสียกองกำลังไปก็แค่สร้างมันขึ้นมาใหม่ หรือไม่ก็ต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมเพื่อทดแทนส่วนที่ขาดหายไปเท่านั้น เ้าควรจะเอาแบบอย่างหนานเทียนบ้างในบางส่วน...มิเช่นนั้นเ้าจะไม่มีวันที่จะปกป้องใครได้อีกต่อไป"
"หากเ้าตัดสินใจเด็ดขาดและไม่เชื่อในคำของฉินฟงในครานั้น หนานเทียนก็คงจะไม่ตกตายไปและไป๋เฉินคงจะไม่เป็อยู่อย่างทุกวันนี้...เมื่อมองดูไป๋เฉินเ้าไม่รู้สึกผิดเลยหรือไรกับการตัดสินใจของเ้าในวันนั้น?"
ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักหน่วงราวกับค้อนปอนทุบเข้าที่หัวใจของฉินเหยียนอย่างรุนแรง
"หากพวกเราเข้าไปช่วยเหลือไป๋หนานเทียนได้ทันเวลา ข้าเชื่อว่าตระกูลฉินของพวกเราและตระกูลไป๋อาจจะรุ่งโรจน์มากกว่านี้...ความแข็งแกร่งของหนานเทียนนั้นเหนือกว่าผู้นำเมืองเทียนเฟิง เทียนเตี้ยนและเทียนเหล่ยเป็ไหนๆ มิเช่นนั้นด้วยเขาเพียงผู้เดียวคงจะเป็ไปไม่ได้ที่จะเข่นฆ่าศัตรูไปนับหมื่น"
"น่าเสียดายที่เขาไม่เคย้าอยากจะครอบงำอำนาจหรือทะเยอทะยานใดๆ แต่เพื่อน้องชายเช่นเ้าแล้ว เขายอมทำลายล้างศัตรูทั้งหมดเพื่อที่จะให้ตระกูลฉินมีทุกวันนี้เพื่ออะไร?"
"เหตุใดหนานเทียนจึงไม่เคยเอ่ยขอสิ่งใดจากเ้าเป็การตอบแทน? แน่นอนว่าเขาให้ความสำคัญกับคนรอบข้าง ต่อให้ตัวและจิติญญาสลายไป เขาก็ยังทิ้งความรุ่งโรจน์ไว้ให้แก่เ้าได้มัน ไม่ว่าจะเป็ชื่อเสียง อำนาจลาภยศ หรือแม้แต่ความมั่งคั่ง เ้าได้รับมันมาทุกอย่างในขณะที่เขาสูญเสียทุกอย่าง"
"ในสายตาของคนนอกอาจจะมองว่าไป๋หนานเทียนนั้นโง่เขลายิ่ง แต่ในสายตาของข้าไป๋หนานเทียนคือวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอมา หากเขามีความทะเยอทะยานตระกูลฉินคงจะล่มสลายเฉกเช่นตระกูลหลินไปเสียแล้ว"
"...เฮ้อ~ ต่อจากนี้ขึ้นอยู่กับเ้าแล้วว่าจะตัดสินใจเช่นไร" เมื่อกล่าวจบชายชราในอาภรณ์สีฟ้าเดินกลับเข้าไปในอาคารโดยไม่มีแม้แต่จะหันกลับมามอง
ฉินเหยียนเงียบงันในบรรยากาศที่เงียบสงัด เขากลับก้มหน้าลงโดยที่มิได้กล่าวแม้แต่ครึ่งคำ รอบกายมีความรู้สึกอ้างว้างและโดดเดี่ยว สายลมเบาๆทำให้ั์ตาของเขาเปียกชื้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
ไม่นานเขาเหม่อมองไปยังหมู่เมฆก่อนจะกล่าวพึมพำในขณะเดียวกันน้ำตาสองสายไหลพรากลงจากหางตาด้วยความรู้สึกคะนึงหา "พี่ไป๋ ข้าทำผิดพลาดจริงๆงั้นหรือ?..."
.
.
.
"ไป! ไป! ไป! ทำลายล้างพวกมัน!" หยางลั่วยกหอกสั่งการด้วยแววตาเ็า ฝูงชนกว่า 500 ชีวิตทะลวงผ่านกำแพงชั้นนอกฐานที่มั่นกองโจรมายาไปโดยไม่มีแม้แต่การสนทนาหรือเจรจาใดๆ
"โฮ้!"
"โฮ้!"
"โฮ้!"
เสียงโห่ร้องมาพร้อมกับหลายฝีเท้าเหยียบย่ำผืนหญ้าเขียวขจีหลั่งไหลเข้าสู่อาณาเขตคฤหาสน์กองโจรมายาอย่างบ้าดีเดือด
"ศัตรูบุกรุก!"
"ตระกูลหยาง! นั่นคือธงศึกของตระกูลหยาง!"
"เร็วเข้า! รีบแจ้งท่านหัวหน้า!"
"พวกมันฆ่าพวกพ้องของเรา! ฆ่ามัน!"
"จู่โจ- อ๊าก!!!"
เสียงฝั่งกองโจรเปี่ยมไปด้วยความชุลมุนชุลเก พวกมันไม่คาดคิดว่าจะมีคนบ้าหาญกล้าจะจู่โจมกองโจรมายาจริงๆ
"ปัง!"
"ปัง!"
"ปัง!"
ผ่านไปครึ่งก้านธูปการต่อสู้ภายนอกฐานที่มั่นคฤหาสน์หรูหราของกองโจรมายาเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น
ฐานที่มั่นของกองโจรมีเพียงแค่ทหารยามที่อ่อนแอกว่าไม่กี่ร้อยนายเท่านั้น ซ้ำแล้วพวกมันยังไม่มีการป้องกันที่หนาแน่นอย่างที่ควรจะเป็
กองโจรมายาขึ้นชื่อเื่ความเก่งกาจและความชั่วร้าย ผู้นำของพวกเขาคงจะไม่คาดคิดว่าตระกูลหยางจะหาญกล้าบุกรุกกองโจรมายาของพวกเขาจริงๆ
โดยที่ไม่มีแม้แต่การเสวนาหยางลั่วออกคำสั่งบุกรุกและสังหารสมาชิกของกองโจรมายาั้แ่หน้ากำแพงทางเข้ายันไปยังใจกลางคฤหาสน์
กองโจรมายาถูกจู่โจมอย่างกะทันหันถึงสองด้าน พวกมันเข่นฆ่าทุกคนที่ขวางทางบังเกิดเป็สายธารโลหิตย้อมผืนหญ้าเขียวขจี
ก่อนที่กองโจรมายาจะได้ตอบโต้ พวกมันก็สูญเสียกองกำลังไปกว่าสามในสิบส่วน
โลหิตผู้คนนับร้อยไหลเป็สายธาร!
