หลังจากที่ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว โจวหยางิก็สั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ยกอาหารเข้ามาในห้อง พอเสี่ยวเอ้อร์นำอาหารมาวางบนโต๊ะแล้วก็รีบร้อนออกไป เนื่องจากจำได้ว่าบุรุษผู้นี้เป็คนเดียวกับคนที่ตัดนิ้วของคุณหนูตู่ถิงอัน
ภาพนั้นยังคงติดตาเขาอยู่เลย ไม่รู้ว่าท่านเ้าเมืองพ่อของคุณหนูตู่ถิงอันทราบเื่นี้หรือยัง ทางที่ดีเขาควรอยู่ให้ห่างจากอีกฝ่ายดีกว่า ถ้าไม่อยากถูกลูกหลงไปด้วย
เย่วชิงได้กลิ่นอาหารก็รู้สึกหิวขึ้นมา พลันลืมเื่ร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นไปชั่วขณะ เขาผละตัวออกจากอ้อมกอดโจวหยางิแล้วเดินไปนั่งอยู่ตรงหน้าอาหารอย่างเรียบร้อย
เมื่อครู่เขาวิ่งหนีจนเหนื่อย เสียพลังงานไปเยอะ้าอาหารมาทดแทนส่วนที่หายไป
ฟุดฟิด จมูกเปือกชื้นขยับเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นหอมของอาหาร
น่ากินทุกจานเลย เย่วชิงคิดในใจ
“ เช็ดปากหน่อย น้ำลายเ้าหกเลอะเต็มโต๊ะหมดแล้ว ” ั์ตาคมเปล่งประกายอ่อนโยนยามทอดมองลูกเสือดำตัวน้อย
“ ไหน…ไม่มีเถอะ ท่านมั่วแล้ว ” เย่วชิงว่าพลางมองค้อน
เขาเช็ดปากแล้วไม่เห็นมีน้ำลายจริงอย่างที่อีกฝ่ายพูดเลย พอเห็นสายตาที่ล้อเลียนของร่างสูงที่มองมาก็รู้ได้ทันทีว่าตัวเองโดนแกล้ง
แทนที่องค์รัชทายาทจะสลดกลับยกยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะรีบป้อนอาหารให้เสือที่กำลังหิวโซอย่างเอาใจ
เย่วชิงบอกให้โจวหยางิตักกับข้าววางบนข้าวเปล่าเพราะเขาสามารถกินเองได้ นอกจากอีกคนจะไม่ฟังที่เขาพูดแล้วยังตั้งหน้าตั้งตาจะป้อนเขาอย่างเดียว
พอเขาอ้าปากจะพูด อีกคนก็ป้อมอาหารใส่ปากเป็การปิดปาก ซึ่งเขาก็กินทุกอย่างที่ป้อนอย่างไม่ขัด เพราะว่าอาหารอร่อย
ฮึ่ยยย คนอะไรเอาแต่ใจตัวเองชะมัด
ว่าแล้วก็อ้าปากรับอาหารที่โจวหยางิป้อน เคี้ยวอาหารอย่างมีความสุข
โจวหยางินั่งเท้าคางกับมือข้างที่ว่าง อีกข้างหนึ่งก็คอยคีบอาหารให้ลูกเสือดำตัวน้อยกิน ั์ตาคมจ้องมองปากเล็ก ๆ ที่อ้าปากรับอาหารที่ป้อนไม่หยุดอย่างเพลินตา มองเท่าไรก็ไม่เบื่อ
“ อิ่มแล้วหรือ ”
“ อือ แน่นท้องไปหมดเลย ท่านดูหน้าท้องข้าสิจะแตกอยู่แล้ว กินต่อไปไม่ไหวแล้ว ”
โจวหยางิหลุบตามองตามที่เ้าลูกเสือดำตัวน้อยบอก ก็จริงอย่างที่เ้าตัวบอก ท้องกลมเชียว เขาลองยื่นมือออกไปจิ้มหน้าท้องที่กลม ๆ นั้นดู
“ อืม แน่นจริง ๆ ด้วย ”
“ อ๊ะ ท่านทำอะไรน่ะ ” เย่วชิงเบิกตากว้างอย่างใพร้อมกับเดินถอยหลัง
“ จิ้มท้องเ้า ” เอ่ยเสียงเรียบ
“ ค ใครเขาให้มาจิ้มท้องคนอื่นเล่นแบบนี้กัน ” เย่วชิงจ้องหน้าอีกคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามตาเขม็ง คนอะไรหน้าไม่อาย มีอย่างที่ไหนมาจิ้มท้องคนอื่นเล่น แล้วยังพูดออกมาได้หน้าตาเฉย
ถ้าจิ้มอีกที เขาจะฟาดเข้าให้
ทั้งสองสบตากันนิ่ง และเป็โจวหยางิที่ยอมถอยออกมา “ ข้าจะออกไปบอกให้คนมาเก็บจาน ”
พอหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อย คำนี้ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ใช้ได้ตลอด เย่วชิงรู้สึกอิ่มมาก ปรือตาจะปิดลง เสียงคำพูดขาด ๆ หาย ๆ พอจะจับใจความได้บางส่วนว่าพรุ่งนี้เช้าโจวหยางิจะเดินทางกลับเมืองหลวงแล้ว
“ อ อื้อ ”
เขาครางเสียงตอบรับในลำคอ ก่อนทุกอย่างจะมืดดับลงไม่ได้ยินเสียงที่อีกฝ่ายพูดอีกเลย เสียงหายใจเข้าออกสม่ำเสนอ บ่งบอกว่าตอนนี้เ้าตัวได้ไปนอนเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้แล้ว
มือหนารวบร่างของลูกเสือดำตัวน้อยที่นอนอยู่บนโต๊ะขึ้นมาในอ้อมกอดแล้วเดินไปที่เตียงนอน ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนโดยที่เขาอุ้มเย่วชิงให้นอนบนหน้าอกของตนแล้วเข้าสู่นิทราไปในที่สุด
ยามเหม่า (05:00-06:59) โจวหยางิตื่นขึ้นหลังจากได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เมื่อคืนเขาหลับสนิทอย่างที่ไม่เคยเป็แบบมาก่อน
องค์รัชทายาทถูกฝึกในตื่นตัวตลอดเวลา กระทั่งยามนอนหลับ หากมีเสียงดังเล็กน้อยไม่ว่าจะเบาแค่ไหนเขาจะตื่นขึ้นทันที เพราะถ้าไม่ทำอย่างนี้อาจจะโดนใครเข้ามาลอบทำร้ายได้
ถึงแม้ว่าเขาจะมีองครักษ์คอยเฝ้าตลอดเวลาก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป ด้วยตำแหน่งและหน้าที่จำเป็ต้องระวังตัวมากกว่าคนปกติทั่วไป
องค์รัชทายาทหนุ่มมองลูกเสือดำตัวน้อยที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนตัวเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยน มือหนาลูบขนบนลำตัวของเย่วชิงอย่างเบามือ เพราะกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายตื่น
นึกถึงท่าทางตอนที่ดวงตากลมโตมองค้อน ความน่ารัก สดใสและเสียงพูดเจื้อยแจ้ว ช่างทำให้คนที่เห็นรู้สึกเอ็นดูไม่หยอก
เมื่อวานหลังจากที่โจวหยางิสั่งงานลูกน้องเสร็จแล้วเขาก็รีบกลับทันที ไม่คิดว่าลูกเสือตัวตัวน้อยจะตื่นจนเกิดเื่ขึ้น
ตัวเขามีองครักษ์อยู่สองกลุ่มกลุ่มแรกคือกลุ่มที่คอยปกป้องยามที่เขาอยู่ในอันตราย กลุ่มที่สองเป็องครักษ์เงาที่แฝงตัวอยู่รอบตัวเขาตลอดเวลา หากไม่มีคำสั่งจากสั่ง ต่อให้เขาจะตกในสถานการณ์ที่เลวร้ายแค่ไหน พวกเขาก็ห้ามปรากฏตัวเด็ดขาด
แต่เมื่อวันก่อนในป่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดว่าจะมีกลุ่มนักฆ่า ทำให้ทุกคนต้องแยกกันออกไปคนละทิศทาง องครักษ์ทุกคนล้วนเป็ศิษย์ร่วมสำนักเดียวที่เรียนมาพร้อมกับเขา เพื่อให้เกิดความจงรักภักดี ไม่คิดทรยศต่อผู้เป็เ้านาย มีความรักใคร่กลมเกลียวกันดุจพี่น้อง
ทุกคนล้วนฝึกฝนเหมือนกันหมด ไม่มีการแบ่งชนชั้นว่าใครมียศสูงกว่า เมื่ออยู่ในสำนักทุกคนมีความเท่าเทียบกัน แต่ทุกคนรับรู้ดีว่าใครเป็เ้านายในอนาคตที่ตนจะถวายชีวิตให้
โจวหยางิส่งคนไปส่งข่าวให้กับครอบครัวที่อยู่วังหลวงว่าตนเองปลอดภัย และจะเดินทางกลับไปให้เร็วที่สุด
เื่ครั้งนี้ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าใครเป็คนสั่งให้นักฆ่ามาสังหารเขา แต่ฆ่างูต้องตีให้ตาย
หากมันไม่ตายมันจะแว้งมากัดเราทันทีที่เผลอ เขาก็เช่นกันในเมื่อเขายังไม่ตาย พวกมันก็เตรียมรับผลกรรมที่ตามมาได้เลย
เขาจะถอนรากถอนโคนพวกมันจนไม่สามารถยึดติดกับอะไรได้อีก จะทำไม่ให้มีที่ยืนอีกต่อไป เื่ทุจริตโกงเงินในคลัง และเื่ไม่ดีอีกมากไม่ใช่ว่าไม่มีใครรู้ เพียงแต่ต้องหาหลักฐานให้มากพอที่จะเอาผิดนั้นยาก เขาอยากจับโดยที่มันจะดิ้นไม่หลุด หมดข้อแก้ตัวที่จะมาแก้ต่างให้กับตัวเอง
โจวหยางิรู้ดีว่าผู้ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็รัชทายาทนั้นไม่ง่าย ต้องรอบคอบและระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ หากทำพลาด คนที่จ้องจะเล่นงานพร้อมที่จะเข้ามาเหยียบซ้ำ
ถึงจะมีองครักษ์เงาฝีมือเก่งกาจอยู่ข้างกายก็ไม่อาจวางใจได้
เส้นทางของการเป็องค์รัชทายาทไม่ได้สบายอย่างที่ใครคิด หลายครั้งที่มีคนพยายามจะฆ่าเขา
ดังนั้นโจวหยางิจะหวังพึ่งแต่ผู้อื่นอย่างเดียวไม่ได้ ทางเดียวจะสู้กับศัตรูคือเขาต้องแข็งแกร่ง
โจวหยางิมองลูกเสือดำตัวน้อยที่เริ่มขยับตัว อ้าปากหาวจนเห็นเขี้ยวขาวซี่เล็ก ๆ ดูท่าเ้าตัวคงกำลังจะตื่น มันปรือตามองเขาแล้วถูไถศีรษะบนหน้าอกแกร่งตามที่เ้าตัวชอบทำั้แ่ที่เจอกันครั้งแรก แต่ก็ยังไม่ยอมลุกขึ้น
“ ตื่นแล้วหรือ ”
“ อือ ข้ามาอยู่บนตัวท่านได้ยังไง ” ลุกขึ้นยืนเท้าหน้าไปข้างหน้าแล้วโก่งก้นขึ้นสูงเพื่อคล้ายความเมื่อยล้า แล้วะโลงจากหน้าอกอุ่น
ใจจริงเขาก็ไม่อยากลุกหรอก กำลังนอนสบายเลย เพราตัวของโจวหยางิอุ๊นนนนอุ่น แถมยังห๊อมมมมหอมด้วย
“ ข้าเป็คนอุ้มเ้าขึ้นมานอนเอง ”
“ คราวหลังท่านวางข้าไว้บนเตียงก็พอ ทำแบบนี้ท่านจะนอนหลับไม่สบายเพราะมีข้ามานอนทับอยู่ ”
“ ไม่เป็ไร ข้าเต็มใจ ”
“ แต่ข้าตัวหนัก ”
“ ตัวเ้าเบา ”
“ หนักสิ เมื่อวานข้ากินไปตั้งเยอะ ” เย่วชิงเถียง
โจวหยางิเงียบไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เย่วชิงของเขาตัวเล็กนิดเดียว กินเยอะแค่ไหนตัวก็ยังเบา กลับไปเมืองหลวงคราวนี้เขาว่าต้องขุนเ้าตัวให้กินเยอะ ๆ แล้ว อ้วนกว่านี้อีกนิดจะได้จับเต็มไม้เต็มมือหน่อย
“ เ้าหิวหรือไม่ ถ้าไม่ข้าจะขอตัวไปอาบน้ำสักหน่อย แล้วค่อยให้เสี่ยวเอ้อร์ยกอาหารเข้ามา "
“ ท่านไปอาบน้ำเถอะ ข้าเพิ่งตื่นยังไม่ค่อยหิว ”
“ เ้าอยากมาอาบกับข้าด้วยหรือไม่ ” รอยยิ้มเ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้า
ดวงตาคู่สีน้ำเงินเบิกกว้าง ก่อนเ้าตัวจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแทน “ ใครจะอาบกับท่านกัน ”
“หึ ” ร่างสูงกระตุกยิ้มบาง ๆ อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำ
หลังจากทั้งคู่ทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว โจวหยางิ ก็ออกเดินทางต่อทันที เขาเดินออกจากโรงเตี้ยมแล้วผ่านตลาด เพื่อไปเอาม้าที่ฝากเอาไว้ก่อนหน้า และนี่ก็คือหนึ่งในธุระที่เขาไปทำเมื่อวานเพื่อดูว่าม้ายังอยู่ดีหรือไม่
โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าหลังจากที่ตนออกไปนั้นก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งบุกเข้ามาในโรงเตี้ยม ทำให้ชาวบ้านที่พักในโรงเตี้ยมใเป็อย่างมาก
ซึ่งชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นเป็คนของท่านเ้าเมืองที่ได้ส่งคนฝีมือดีมาจับกุมคนที่ทำร้ายบุตรสาวที่แสนน่ารักของตน
ตอนที่ท่านเ้าเมืองเห็นบุตรสาวร้องไห้กลับมาพร้อมชุดที่ใส่เปื้อนเื หัวใจของเขาก็แตกสลาย ปรี่เข้าไปประคองบุตรสาวอย่างทะนุถนอม ตวาดบ่าวไพร่เสียงดังให้รีบไปตามหมอ
ระหว่างนั้นก็เค้นถามจากบ่าวรับใช้ ได้ความว่าบุตรสาวของตน้าเลี้ยงลูกเสือดำ แต่เ้าของไม่ให้และตัดนิ้วมือของคุณหนูตู่ถิงอัน ท่านเ้าเมืองได้ฟังก็โกรธจนตัวสั่น
“ มันอยู่ที่ไหน ไปจับตัวมันมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ”
ในคืนนั้นบุตรสาวของท่านเ้าเมืองไข้จับนอนไม่ได้สติ ทำให้คนเป็พ่อรู้สึกปวดใจ ท่านเ้าเมืองนั่งเฝ้าบุตรสาวทั้งคืนไม่ได้หลับไม่ได้นอน
เมื่อเช้ามาเขาก็ได้สั่งให้คนไปจัดการคนที่ทำตัดนิ้วบุตรสาว แต่ตู่ถิงอันห้ามไว้บอกให้จับตัวมาก็พอ บอกว่าอยากจะจัดการด้วยตนเอง
ท่านเ้าเองก็ตามใจจึงสั่งให้คนจับตัวมาแทน จะใช้วิธีใดก็ได้ หากอีกฝ่ายขัดขืนก็ใช้กำลังได้เลย ขอเพียงจับตัวมาได้ก็พอ
ด้านเย่วชิงและโจวหยางิก็กำลังเพลิดเพลินกับการเดินชมตลาดสองข้างทางที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ต่างจากอีกด้านคนอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังตามหาพวกเขาให้วุ่น
เย่วชิงที่เพิ่งเคยเห็นตลาดในยุคโบราณแบบนี้เป็ครั้งแรกก็อดตื่นเต้นไม่ได้ เมื่อก่อนเขาทำแต่งานจนไม่มีเวลาไปเที่ยวไหน ห้างก็ไปไม่บ่อยนัก นาน ๆ จะไปดูหนังที่ชอบสักเื่
ตลาดที่นี่คล้ายกับยุคปัจจุปัน อาจจะต่างกันที่เสื้อผ้าที่พวกเขาสวม สินค้าที่ขายดูแปลกตา แต่ก็มีบางส่วนที่เขาเห็นว่ามีเหมือนกันอยู่ ศีรษะกลมสีดำเล็ก ๆ หันมองไปทางนู้นทีทางนั้นที
ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่ออกมาจับจ่ายซื้อของ ดูคึกคัก ทำให้เขาได้เห็นวิถีชีวิตของคนในยุคจีนโบราณ
มาถึงจีนแล้ว ก็ต้องกินถังหูลู่สิ
ในตลาดน่าจะมีขายอยู่
สิบปากว่าไม่เท่ากับเราชิมเองใช่ไหมล่ะ เย่วชิงก็อยากจะลองชิมดูสักครั้ง เขาอยากรู้ว่ามันอร่อยเหมือนกับที่คนอื่นพูดกันหรือเปล่า
ว่าแต่ร้านมันอยู่ไหนกันนะ มองหาอยู่นานก็ไม่เห็นจึงหันมาถามโจวหยางิที่อุ้มเขาอยู่แทน ร่างสูงน่าจะรู้
“ หยางิ ข้าเรียกท่านแบบนี้ได้หรือไม่ ”
“ ได้ เ้ามีอะไรหรือ ” โจวหมางิสื่อสารกับลูกเสือดำตัวน้อยทางความคิดภายในหัว มันคงไม่ดีนักหากมีใครเห็นเขาพูดกับสัตว์ได้
“ แถวนี้มีถังหูลู่ขายหรือไม่ ”
“ เ้าอยากกินหรือ ” ศีรษะกลมเล็กพยักหน้าหงึก ๆ เป็คำตอบ
“ ถ้าอย่างนั้นก็ไปซื้อถังหูลู่ให้เ้าก่อน แล้วพวกเราค่อยไปเอาม้า ” กลับช้าหน่อยก็ไม่เป็ไร เห็นว่าทำตัวน่ารัก วันนี้เขาใจดีจะตามใจสักวันแล้วกัน
โจวหยางิไม่ได้รีบร้อนกลับเมืองหลวงเหมือนตอนแรกที่คิดเอาไว้ เขาเดินอย่างเชื่องช้า ไม่รีบร้อน จนกระทั่งถึงร้านขายถังหูลู่ร้านหนึ่ง
“ นายท่าน รับถังหูลู่สักไม้หรือไม่ขอรับ ไม้ละสองอีแปะ ”
“ ข้าเอาสองไม้ ”
“ นี่ขอรับนายท่าน ”
“ อืม นี่เงิน ” โจวหยางิรับถังหูลู่มาถือไว้ในมือพร้อมส่งเงินให้คนขายถังหูลู่ แล้วหันหลังเดินออกไปจากร้าน
เขาป้อนถังหูลู่ให้เสือดำตัวน้อยในอ้อมกอด เ้าตัวก็อ้าปากรับลูกของถังหูลู่เข้าปากพลางเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“ อร่อย ”
เมื่อกินไปหนึ่งลูกเย่วชิงก็นึกเสียดาย เขาน่าจะบอกให้โจวหยางิซื้อมาหลาย ๆ ไม้
“ หากเ้าชอบครั้งหน้าข้าจะซื้อให้อีก ”
“ ท่านพูดจริงหรือ ”
“ อืม ”
“ ท่านใจดีที่สุดเลย ” ถูไถศีรษะกับอกแกร่งอย่างออดอ้อน
ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงโรงฝากม้า ที่นี่เปิดให้เช่าม้า ขายม้า และฝากม้า หากมีนักเดินทางผ่านมาหรือคนในพื้นที่้าใช้ม้าก็สามารถมาใช้บริการได้
ม้าส่งเสียงร้องเมื่อเห็นผู้เป็เ้านาย มันยื่นจมูกมาดมสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในอ้อมกอดของเ้านาย เย่วชิงใกลัวว่าม้าจะทำอะไร เขาเกาะเสื้อโจวหยางิแน่นเพื่อหาที่พึ่งพิง เ้าม้าเห็นว่าไม่เป็อันตรายก็ถอยกลับไปยืนนิ่ง ๆ เหมือนเดิม
เย่วชิงเห็นว่าม้าไม่ทำอะไรก็โล่งใจ ั์ตาประกายเมื่อเห็นม้าตัวใหญ่ในระยะประชิด ร่างสูงจูงม้าออกจากคอกแล้วส่งถุงเงินให้ผู้ดูแลม้า เขาจะะโขึ้นหลังม้าแล้วควบม้าออกไป
