ไอร้อนกรุ่นจากกะละมังใบใหญ่ลอยอบอวลไปทั่วห้อง ซู่เวย์ยืนเปลือยเปล่าท่ามกลางความขาดแคลน ไม่มีห้องอาบน้ำ ไม่มีฝักบัว มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กและขันน้ำบุบเบี้ยว แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ชำระล้างร่างกายมาครึ่งปี นี่คือกิจกรรมที่สำคัญยิ่งกว่าการเซ็นสัญญาพันล้าน
เธอต้มน้ำไปถึงสามรอบ ขัดถูทุกซอกมุมอย่างพิถีพิถันราวกับกำลังเจียระไนเพชร ิัที่เคยกร้านดำจากคราบไคลเริ่มเผยเนื้อแท้ที่ซ่อนอยู่... ผิวน้ำผึ้งนวลเนียน สว่างใสขึ้นจนสังเกตได้ชัด
ซู่เวย์ยกมือขึ้นลูบจี้หยกรูปน้ำเต้าที่ห้อยคอ ััอุ่นวาบแผ่ซ่านสู่ปลายนิ้ว... นอกจากลดน้ำหนักและปลูกผักแล้ว เ้านี่ยังเป็สปาชั้นเลิศได้ด้วยเหรอเนี่ย?
เธอกุมจี้ไว้แนบอก อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงเ้าของเดิม... แผงอกแกร่งที่เคยัั เสียงทุ้มพร่าที่กระซิบข้างหู ใบหน้าของเธอร้อนวูบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
"พี่สาว พี่สาวเวย์แย่แล้ว"
เสียงแหลมสูงดังแว่วมาจากหน้าบ้าน น้ำเสียงตื่นตระหนกแกมร้อนรน ประตูห้องถูกผลักเปิดออกผัวะโดยไร้การเคาะขออนุญาต
ซู่เวย์สะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองผู้มาเยือน
เด็กสาวร่างเล็กบอบบาง ผิวขาวซีด ผมเปียสองข้างดูไร้พิษสง ดวงตากลมโตฉายแววตื่นกลัว... 'ซู่เสี่ยวเหมย' ลูกสาวของลุงรองซู่เอ้อร์หนิว
ในความทรงจำของร่างเดิม นี่คือน้องสาวผู้แสนดีเพียงคนเดียวที่คอยเอาอกเอาใจและเป็ที่ปรึกษา (แลกกับของกินของใช้) แต่สำหรับซู่เวย์คนปัจจุบัน ผู้ผ่านสมรภูมิธุรกิจและมองคนได้ทะลุปรุโปร่ง เธอมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ลึกในดวงตาคู่นั้น...
แววตาที่สอดส่ายสายตาไปทั่วห้องอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องสแกน ก่อนจะมาหยุดกึกที่ลำคอของเธอ... ทันทีที่เห็นเชือกห้อยจี้หยก มุมปากของเด็กสาวกระตุกยิ้มขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าตื่นกลัวเช่นเดิม
'นังงูพิษ...' ซู่เวย์สบถในใจ มือข้างหนึ่งกุมจี้หยกไว้แน่น
"ออกไป ใครใช้ให้แกทะเล่อทะล่าเข้ามา" เธอตวาดเสียงแข็ง
ซู่เสี่ยวเหมยสะดุ้งตัวโยน น้ำตาคลอเบ้า "พี่สาว... อาซานพาคนมากันเต็มเลย พี่สาวต้องหนีเร็ว"
"หนี? ทำไมต้องหนี?" เสียงเย็นเยียบของปู่ซู่เฉียงดังมาจากห้องโถง
ซู่เสี่ยวเหมยหน้าซีดเผือด รีบก้มหน้าซ่อนสายตาหลุกหลิก
ซู่เวย์ปะติดปะต่อเื่ราวได้ทันที... ทุกครั้งที่ปู่อาการทรุด หรือมีความขัดแย้งเกิดขึ้น 'น้องสาวแสนดี' คนนี้มักจะโผล่มาคาบข่าวเป็คนแรกเสมอ... ไม่ได้มาเพื่อเตือน แต่มาเพื่อ 'ปั่นป่วน' และ 'เร่งสถานการณ์' ให้เลวร้ายลง
เพี๊ยะ
ฝ่ามืออวบอูมของซู่เวย์ตบฉาดเข้าที่ใบหน้าของซู่เสี่ยวเหมยเต็มแรง ร่างบางกระเด็นไปกองกับพื้น
เด็กสาวร้องไห้โฮทันที เสียงแหลมบาดแก้วหู ปู่ซู่เฉียงถอนหายใจยาวแต่ไม่คิดห้ามปราม เพราะลึกๆ ท่านก็รู้กำพืดหลานคนนี้ดี
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากดังใกล้เข้ามา ซู่เวย์ขยับตัวไปยืนบังปู่ไว้ เตรียมรับมือกับกองทัพผู้รุกราน
ที่ลานหน้าบ้าน... 'ซู่ซาน' ชายชราร่างใหญ่หนวดเครากระเซิง ยืนนำหน้าขบวนลูกชายและหลานชายชายฉกรรจ์อีกเกือบสิบคน ทุกคนถือจอบถือเสียม หน้าตาถมึงทึงราวกับจะไปออกรบ
"โอ้โฮ อาซาน พี่ๆ ลุงๆ มากันพร้อมหน้าเลย มาเยี่ยมปู่เหรอคะ?"
ซู่เวย์ฉีกยิ้มกว้าง ยิ้มที่ไปถึงดวงตา สดใสและไร้เดียงสาราวกับเด็กน้อยที่ดีใจเมื่อเห็นญาติผู้ใหญ่
เหล่าชายฉกรรจ์ชะงักกึก พลังฮึกเหิมที่เตรียมมาปะทะกับ 'นางหมีดำขี้โมโห' ถูกตีกลับด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อย... ผิดแผนไปหมด
"เอ่อ... คือพวกเรา..." ซู่ซานอึกอัก
"แหม... หนูก็ว่าแล้ว" ซู่เวย์ชิงพูดแทรกเสียงใส "ปู่ป่วยมาตั้งเดือนกว่า คนอื่นในหมู่บ้านมาเยี่ยมจนหัวกระไดไม่แห้ง แต่พี่น้องท้องเดียวกันอย่างอาซานกลับเงียบหาย หนูก็เพิ่งบ่นกับปู่ไปหยกๆ ว่าอาซานคงงานยุ่ง แต่วันนี้ก็มากันจนได้ ชาวบ้านจะได้เลิกนินทาสักทีว่าพี่น้องทิ้งกัน"
ฉึก
คำพูดหวานๆ แต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก ซู่ซานหน้าชาไปครึ่งแถบ ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ไกลๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วย พลางซุบซิบกันเซ็งแซ่
"เอาล่ะๆ" ซู่ซานรีบตัดบทแก้เก้อ หันไปสั่งลูกหลานเสียงดัง "พวกแก รีบไปช่วยกันขุดดิน วันนี้ต้องพลิกหน้าดินให้เสร็จ"
"เดี๋ยวค่ะ"
ซู่เวย์ะโขัดจังหวะ แววตาที่เคยยิ้มแย้มแปรเปลี่ยนเป็คมกริบ "อาซานใจดีจัง พาคนมาช่วยเยอะแยะ... หนูขอถามตรงๆ นะคะ มาช่วยฟรีใช่ไหม? ไม่คิดค่าแรงแน่นะ?"
"จะ... เ้าพูดบ้าอะไร ญาติกันใครเขาคิดเงิน" ซู่ซานหน้าแดงก่ำ
"ดีค่ะ แล้วก็... จะไม่มีการมาทวงบุญคุณทีหลังใช่ไหมคะ? ประเภทว่า... เมล็ดพันธุ์ก็ของอาซาน แรงก็ของอาซาน เพราะงั้นผักที่โตขึ้นมา อาซานจะเก็บไปกินหมด... แบบนั้นไม่มีใช่มั้ยคะ?"
ทั้งลานบ้านเงียบกริบ... เสียงจอบเสียมที่กำลังจะสับลงดินชะงักค้างกลางอากาศ
ซู่ซานเม้มปากแน่น จ้องหลานสาวตัวแสบตาแทบถลน
"หนูพูดกันไว้ก่อนนะอาซาน" ซู่เวย์ยืดอก เอามือเท้าเอว "ลานบ้านหนู หนูปลูกผักไว้กินเอง ลำพังตัวหนูคนเดียวก็กินจุเท่าหมูสิบตัวแล้ว ถ้าจะมาช่วยแล้วหวังส่วนแบ่ง บอกเลยว่าไม่มีทาง ถ้าไม่บริสุทธิ์ใจ ก็กลับไปเถอะค่ะ"
ซู่ซานกัดฟันกรอด จ้องมองดวงตากลมโตที่จ้องกลับมาอย่างไม่ลดละ
เด็กคนนี้... มันไม่ใช่แค่ซู่เวย์คนเดิม มันร้ายกาจกว่าเดิมร้อยเท่า อ่านเกมขาดดักทางได้ทุกเม็ด แถมยังใช้ชาวบ้านเป็เกราะป้องกันตัวอีกต่างหาก
"กลับ"
ซู่ซานตะคอกสั้นห้วน ไม่ต้องรักษาภาพพจน์ผู้ใหญ่ใจดีอีกต่อไป ในเมื่อไม่ได้ประโยชน์ก็ไม่จำเป็ต้องเสแสร้ง เขาหมุนตัวเดินกระแทกเท้าออกไป โดยมีลูกสมุนเดินตามเป็พรวน สายตาอาฆาตมาดร้ายของพวกเขาจ้องซู่เวย์ราวกับจะกินเืกินเนื้อ
ซู่เวย์จ้องตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน แต่ภายในสมองกำลังคำนวณยุทธวิธีอย่างเคร่งเครียด
ปู่ป่วยหนัก... ร่างกายเธอยังไม่พร้อมรบ... ศัตรูมีกำลังพลนับสิบและหน้าด้านไร้ยางอาย...
สมการนี้เสียเปรียบเห็นๆ... เธอ้า 'ตัวแปร' ใหม่... ตัวช่วยที่จะพลิกเกมนี้ได้
