แววตาของชายหนุ่มผมสีทองพลันลุกเป็ไฟ เด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์จะสามารถดึงพลังอานุภาพของวิชามหาอำนาจออกมาได้ขนาดนั้นเชียวหรือ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือวิชามหาอำนาจ
วิชากายมหาอำนาจนั้นพบเจอได้ยากเป็อย่างมาก ยิ่งเป็วิชาที่แข็งแกร่งยิ่งไม่อาจหามาโดยง่าย ของสิ่งนี้ถึงแม้ว่าจะเป็ขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่ก็ยังไม่มี
“เ้าคิดว่าเ้าจะมีชีวิตรอดอย่างนั้นหรือ” เต้าหลิงแสยะยิ้ม ชายหนุ่มคนนี้คิดที่จะฆ่าเขา เขาจึงได้ปลดปล่อยจิตสังหารคุกคาม
ชายหนุ่มผมสีทองยิ้มเย็นะเื เขายิงธนูเรืองแสงออกไป มวลอากาศฉีกขาดจนเกิดเสียงดัง หมายจะฆ่าเด็กหนุ่มให้ตายเสีย
เต้าหลิงไม่สามารถจะประมือกับอาวุธล้ำค่าได้ เขาเอียงตัวหลบหลีก ลูกธนูพุ่งเข้าใส่ก้อนหินก้อนหนึ่ง จนมันะเิแตกออกเป็เสี่ยง
ชายเสื้อของเขาปลิวไสว หลังจากที่เอียงตัวหลบก็กำหมัดแล้วซัดสวนออกไป กำปั้นเปล่งแสงสว่างจ้า
แขนของชายหนุ่มผมสีทองนั้นหยาบกระด้างและแข็งแกร่งเป็อย่างยิ่ง ตามลักษณะที่เห็นมันไม่ใช่แขนของมนุษย์ พริบตานั้นกลับปรากฏกรงเล็บอสูรยื่นออกมาพร้อมปะทะเข้ากับหมัดของเต้าหลิง
ตูม เสียงดังสนั่นหวั่นไหว บริเวณทั่วทั้งสี่ทิศสั่นคลอน แขนแข็งแกร่งของชายหนุ่มผมสีทองชาวาบ ขาของเขาซวนเซจนแทบจะล้มลงไปกับพื้น ภายในใจรู้สึกตกตะลึงกับพลังกายของเต้าหลิงยิ่งนัก ชายหนุ่มไม่โกรธกลับยิ้มแล้วกล่าว “ดี เป็วิชากายมหาอำนาจที่น่ากลัวมาก ข้าขอก็แล้วกัน”
เต้าหลิงไม่โต้ตอบวาจาใด ร่างของเขาพุ่งทะยานเข้าใส่ เืลมทั่วร่างระอุเดือด แสงสีทองแดงจ้าจัดขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับูเาปีศาจที่ตั้งตระหง่าน แรงกดดันทำให้ผู้เป็อริตัวสั่นเทา
“โฮก” ชายหนุ่มผมสีทองไม่อยากจะเสียเวลาให้มากไปกว่านี้ เขาได้เปิดเผยร่างที่แท้จริง กลายสภาพเป็สัตว์อสูรร่างสีทองอร่าม ขนาดของมันสูงราวสามเมตร คลื่นอักขระเรืองรองถูกปลดปล่อยออกมาเป็ระลอกๆ ดุดันไร้ที่เปรียบ
“เอาชีวิตของเ้ามาให้ข้าซะ” สัตว์อสูรดุร้ายคำราม มันได้ใช้วิชามหาอำนาจของตระกูล เสียงขู่กระโชกนั้นดุจเสียงสายฟ้า ทำให้ต้นไม้ที่อยู่รอบๆ สั่นไหว ใบไม้ปลิวว่อน ก่อนที่ต้นไม้เก่าแก่จะถูกทำลายไปจนสิ้น
คลื่นอักขระสีเหลืองแวววาวพุ่งออกไป ร่างของเต้าหลิงพลันสั่นสะท้าน ดวงตาของเขาเบิกกว้างก่อนที่จะแผดเสียงร้องคำรามเช่นเดียวกัน
สายฟ้าลั่นร้องดังครืนๆ เหมือนกับวันสร้างโลก แก้วหูสั่นะเื ที่ปากของเต้าหลิงมีคลื่นอำนาจเรืองแสงล่องลอยทั้งยังแฝงไปด้วยตัวอักขระ
ราวกับฟ้าดินถูกบดละเอียดจนแหลกเป็ผุยผง ก้อนหินแต่ละก้อนล้วนะเิออก ฝุ่นผงปลิวว่อน พวกมันม้วนตัวขึ้นก่อร่างเป็พายุ
“เสียงกลองสายฟ้า์” ชายหนุ่มผมสีทองอึ้งไป เป็แค่มนุษย์สามารถฝึกภาพนิมิตที่ร้ายกาจเหลือล้นได้ด้วยอย่างนั้นหรือ เขาที่อยู่ในขั้นหล่อกายาจะต้องมีพลังล้ำเลิศมากแน่
“ตายซะ” ั์ตาของมันปล่อยแสงสังหารแหลมคมพลางตะเบ็งเสียงแล้วพุ่งทะยานออกไป
เต้าหลิงยืนนิ่งไม่ขยับ หมัดทั้งสองกำแน่น ในตอนนั้นดวงตาทั้งสองของเขาก็มีแสง์สองเส้นะเิออกมา พร้อมกับร่างกายซึ่งดูดุดันกล้าแกร่ง
ครืน ครืน
เสียง์กัมปนาทดังขึ้นภายในร่างกายของเขา นั่นเป็สิ่งที่น่ากลัวยิ่ง ร่างของเต้าหลิงกลายเป็เตาเผา แสงหมอก์ส่องประกายทั่วทั้งร่าง ลมเืเดือดพล่านดุจคลื่นลูกั์โหมซัดะเิกระจายเป็วงกว้าง
พลังมหาศาลโลดลิ่วขึ้นท้องฟ้า ทั้งยังร้อนระอุ ร่างกายของเขาน่าเกรงขามขึ้นราวกับเด็กหนุ่มเทพ์ซึ่งเดินลงมาจากท้องนภา กล้ามเนื้อแต่ละมัดอัดแน่นไปด้วยพลังรุนแรง มันได้หลอมรวมกับร่างกายจนกลายเป็หนึ่งเดียว
“อะไรกัน” สัตว์อสูรสีทองตัวสั่น เหมือนกับมันได้เห็นเทพอสูรปรากฏกายตรงหน้าพร้อมมองต่ำมายังตน พลังนั้นน่าพรั่นพรึงยิ่งเป็ผลให้ร่างของมันสะท้านไหวอย่างยากระงับ
“ไสหัวไปซะ” เต้าหลิงข่มขู่ลั่น หมัดประกายแสงวาบวาวสว่างแฝงไปด้วยพละกำลังเดือดพล่านยามพุ่งทะยานออกไป สัตว์อสูรตกตะลึงชะงักงัน มันใช้แขนั์ของมันต้านเอาไว้ ทว่ากลับรู้สึกคล้ายถูกขุนเขาขนาดใหญ่พุ่งชน ทั่วร่างของมันสั่นะเื มีเสียงกระดูกแตกลั่นดังมาจากแขน อีกนิดเดียวก็เกือบถูกบดขยี้ให้แหลกสลาย
สัตว์อสูรสีทองตระหนกจนหัวใจแทบวาย มันคิดจะหันหลังหนีเพราะรู้สึกได้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน ไม่คิดเลยว่าจะแอบซ่อนพลังเอาไว้มากขนาดนี้
ขาขวาของเต้าหลิงตวัดออกไป แสงจ้าเหมือนกับกระบี่์ที่ฟันผ่าทะลวงอากาศ ลมเืร้อนระอุพรั่งพรูท่วมท้น ก่อนที่ขาของเขาจะโจมตีเข้าใส่อกของสัตว์อสูรทำให้ร่างของมันแหลกเป็สี่ห้าส่วน
สัตว์อสูรสีทองนอนจมกองเื สายตาคงมีแต่ความหวาดผวา มันคิดไม่ออกเลยว่าเหตุใดคนคนนี้ถึงได้โเี้ดุร้ายเช่นนี้
ไม่นานนัก การต่อสู้ก็ได้จบลง มีร่างเงาหลายร่างพุ่งทะลวงเข้ามา เด็กหนุ่มคนหนึ่งมองภาพที่เกิดขึ้นพลางกล่าวออกมาด้วยหัวใจที่สั่นเทา “เมื่อครู่ ข้าเหมือนกับััได้ถึงพลังปราณน่าหวาดหวั่น”
“ข้าเองก็ััได้เช่นเดียวกัน หรือว่าจะมีสัตว์อสูรโบราณมาอาละวาดที่นี่ แล้วเกิดาขึ้นกัน?”
“ไม่รู้เหมือนกัน ทว่าข้ารู้สึกได้ว่าพลังนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์อสูรโบราณเสียอีก ไม่รู้ว่าใครเป็คนทำ”
พวกเขาต่างหวั่นกลัว เมื่อครู่เต้าหลิงััได้ว่าจะมีคนมา เขาจึงะเิพลังแล้วลงมือสังหารสัตว์อสูรสีทองเสีย
“รีบไปเถอะ เมื่อครู่กลุ่มขององค์หญิงได้กล่าวว่าภายในส่วนลึกเหมือนจะมีวิหารดาราที่ถูกปิดผนึกเอาไว้อยู่ ข้าว่าข้างในนั้นจะต้องมีของล้ำค่าอยู่แน่ ไปเถอะ”
กลุ่มคนต่างก็ตาร้อนผ่าว วิหารดาราแต่ละแห่งนั้นมีอยู่มาั้แ่สมัยโบราณกาล ทว่ามีบางวิหารที่เปิดได้ยากเป็อย่างมาก กระนั้นถ้าเปิดมันออกย่อมเป็ไปได้ว่าอาจมีของล้ำค่าเกินจะจินตนาการอยู่
“วิหารดาราที่ถูกปิดผนึกเอาไว้” มีร่างเงาหนึ่งปรากฏขึ้นบนวิหารดารา ั์ตาของเต้าหลิงเป็ประกายขึ้นทันใด ตามการคาดเดาของเขา องค์หญิงราชวงศ์กันและพวกเขา์โบราณคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อไข่มุกดารา หรือว่าพวกเขามาที่นี่ก็เพื่อตามหาของล้ำค่า
คิดได้ดังนั้น เขาก็เดินตามกลุ่มคนเข้าไปข้างใน เพราะอยากจะรู้ว่าพวกเขากำลังตามหาอะไรกันอยู่
บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยวิหาร แสงดวงดาวสาดส่องลงมา ทั้งเงียบและสงบเป็อย่างมาก บนท้องฟ้าสามารถมองเห็นดวงดาวขนาดใหญ่ซึ่งลอยเคว้งอยู่ ถึงแม้จะเป็แค่ภาพลวงตา ทว่ามันเป็นิมิตที่น่าครั่นคร้ามอย่างยากจะพบเห็นได้บ่อยครั้ง
เหล่าผู้คนกรูเข้าไปเหมือนผึ้งแตกรัง พวกเขา่ชิงไข่มุกดาราไปจนหมดเพราะพวกเขารู้ดีว่าถ้าหากหมดคืนพระจันทร์เต็มดวงไป แม่น้ำดาราจะหยุดการเคลื่อนไหว และหดตัวกลับลงไปเฉกเช่นเดียวกับกำแพงดาราที่ยากจะทะลวง ดังนั้น พวกเขาจึงต้องพยายามออกไปจากที่นี่ให้ไวที่สุด
“หากรวมไข่มุกดาราจากเ้าเต้าประหลาดนั่น ตอนนี้ข้าก็มีไข่มุกดาราอยู่ด้วยกันสิบเอ็ดเม็ดแล้ว จำนวนขนาดนี้ข้าจะต้องทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาหกชั้นฟ้าได้แน่”
ร่างของเต้าหลิงปรากฏขึ้นบนวิหารดาราแห่งหนึ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความปีติจ้องมองไปที่ไข่มุกดารา ของสิ่งนี้อุดมไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์ ซึ่งนี่เป็ทางลัดที่จะทำให้การฝึกฝนของเขาก้าวหน้าขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าหลังจากทะลวงขั้นสถิติญญาหกชั้นฟ้าแล้ว ความเร็วในการฝึกฝนของเขาก็ช้าลงมาก เพราะว่าในขั้นพลังนั้นจะต้องใช้พลังจำนวนมหาศาล
เขาเก็บไข่มุกดาราลงไป ในขณะที่เขากำลังจะทะยานออกไปข้างหน้า หนังตาของเขากระตุกขึ้น เขาััได้ถึงพลังที่น่าหวั่นเกรงบางอย่างซึ่งถูกปลุกขึ้นมาจากที่ไกลออกไป
เต้าหลิงชะโงกหน้ามองทอดออกไป เขาพบว่าภายในส่วนลึกมีพลังงานดาราจำนวนมหาศาลไหลบ่าทะลักเหมือนกับมหาสมุทรดาราที่ถูกปลดปล่อย เสียงครืนๆ ดังสนั่นจนทำให้ท้องฟ้าสั่นไหว
แม่น้ำดาราแต่ละสายลอยเคว้งปลดปล่อยแสงพร่างพราวงดงาม พวกมันเรียงตัวกันอยู่กลางอากาศ แสง์ร่วงตกลงมาเหมือนกับกำลังจะสร้างดินแดนดาราขึ้น
“พระเ้า วิหารดาราเปิดแล้ว อีกทั้งยังเป็วิหารที่อยู่ด้านในสุด”
“นั่นเป็วิหารดาราที่คงอยู่มาั้แ่สมัยโบราณเลยนะ ว่ากันว่าวิหารนั่นเป็วิหารของจอมยุทธ์เก่าแก่ ข้างในนั้นจะต้องซ่อนมรดกสืบทอดที่มีค่าเหลือล้นเอาไว้แน่”
“กลุ่มขององค์หญิงจะต้องเป็คนเปิดวิหารนั้นขึ้น พวกเรารีบไปดูกันเถอะ อาจจะได้ของดีกลับมาก็ได้”
เสียงของผู้คนโดยรอบดังเซ็งแซ่ พวกเขารีบโผนไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง เต้าหลิงเองก็ไม่เว้น เขามองเห็นประตูดาราขนาดใหญ่ซึ่งอยู่มาหลายยุคสมัยได้ถูกเปิดออก พลังดารามหาศาลได้ม้วนตัวลอยขึ้น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นน่าตื่นตาเป็อย่างมาก โดยเฉพาะพลังงานซึ่งเข้มข้นจนถึงขีดสุด เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าไป ทั่วร่างของเขาก็พลันเปล่งแสงเซียน พลังงานภายในร่างหนาแน่นขึ้น และนั่นทำให้เขาใเป็อย่างมาก
เขามาถึงหน้าประตู บริเวณนั้นมีผู้คนกำลังยืนลังเลอยู่ หลังจากนั้นเขาก็กัดฟันกรอดพลางเอาไข่มุกดาราออกมาแล้วเดินเข้าไปข้างใน
“หากใครที่อยากจะเข้าไปก็เอาไข่มุกดาราออกมาห้าเม็ด ถ้าไม่มีก็ห้ามเข้า” ผึ้งทองคำเอ่ยเสียงเย็น
“เพื่ออะไร? แต่เดิมทีที่นี่ก็เป็สถานที่ลับของสำนักซิงเฉิน ทำไมข้าจะต้องให้ไข่มุกดารากับเ้าด้วย” เด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดอย่างขุ่นเคือง ใบหน้ากลายเป็สีแดงก่ำ
ภายในคงมีของล้ำค่าอยู่ พวกเขาจึงอยากที่จะเข้าไป ทว่าไข่มุกดาราห้าเม็ดนี่มันปล้นกันชัดๆ ใครจะอยากส่งออกไปให้กัน
ั์ตาของผึ้งทองคำพลันเย็นะเื ปีกของมันกระพือขึ้นราวกับใบพัด พลังงานส่องประกายน่ากลัวเส้นหนึ่งเอ่อล้นพวยพุ่ง มันรวมตัวกันกลายเป็กระบี่ล้ำค่า ก่อนจะทะลวงผ่ามวลอากาศแล้วฟันเข้าที่แขนของเด็กหนุ่มคนนั้น
เด็กหนุ่มร้องออกมาด้วยความเ็ป แขนซึ่งถูกฟันจนขาดมีเืไหลจากาแไม่หยุด จนเกือบจะเป็ลมสลบไป
คนที่อยู่ข้างๆ ใจนตัวสั่นเทิ้ม ผึ้งทองคำทำเกินไปแล้ว ถึงขนาดลงมือตัดแขนของเขาทิ้งเลยอย่างนั้นหรือ
“นี่ก็คือคำสั่งสอน ใครกล้ามีปัญหาอะไรอีกหรือไม่” ผึ้งทองคำไม่แม้แต่ชายตามองเด็กหนุ่ม พลางเอ่ยเสียงเย็นกับคนอื่น ตัวมันเป็ุ์ที่มาจากเขา์โบราณ เกิดมาพร้อมกับความจองหอง แน่นอนว่ามันไม่เกรงกลัวสำนักซิงเฉิน
อีกทั้งคนเหล่านี้เป็คนที่มันชักชวนเข้ามา อย่างไรเสียก็ต้องส่งมอบของที่มีให้กับมัน หรือว่าพวกมันคิดจะเอาไข่มุกดาราออกไปอย่างนั้นหรือ ฮึ พวกมันก็เป็แค่กลุ่มคนที่ไร้ซึ่งฝีมือก็เท่านั้น
เด็กหนุ่มผู้ถูกตัดแขนอายุพอๆ กับเต้าหลิง เขากัดฟันพลางสบถแค่นเสียง เหงื่อเย็นไหลออกมาจากหน้าผาก คนที่อยู่ข้างๆ ก็รู้สึกไม่พอใจเช่นเดียวกัน ทว่ากลับไม่มีใครกล้าเอื้อนเอ่ย
“รีบเอาไข่มุกดาราออกมาซะ” ผึ้งทองคำตะเบ็งเสียงออกคำสั่ง สายตากวาดมองไปรอบๆ เมื่อมันสังเกตเห็นเต้าหลิง สีหน้าของมันก็ดูไม่ดีนัก เหตุใดเ้านี่ถึงยังไม่ตายอีก
“เ้า ส่งไข่มุกดาราออกมาซะ” ผึ้งทองคำเอ่ยเสียงเย็น “สิบเม็ด”
“เ้าผึ้ง เ้ามาข่มขู่ผู้คนเช่นนี้ คิดว่าตัวเองเป็เทพ์หรืออย่างไร เ้ามันก็แค่ลิ่วล้อตัวหนึ่งเท่านั้น” เต้าหลิงก้าวเท้าเดินพร้อมมองเขม่นไปที่มัน
------------------------------------
***อนุญาตเปลี่ยนคำว่าซิงเฉิน แปลเป็คำว่า ดารา ค่ะ
