แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงของกรมทหารรักษาเมือง ส่องกระทบฝุ่นละอองที่ลอยละล่องในอากาศ ชาร์ลส์นั่งอยู่ในห้องเก็บเอกสาร หลังจากผ่านขั้นตอนการขออนุญาตอันยุ่งยาก ทั้งการเขียนคำร้อง การประทับตราอนุมัติ และการลงบันทึกในสมุดทะเบียน
บนโต๊ะไม้เก่าตรงหน้าเขา กองเอกสารถูกวางเรียงอย่างเป็ระเบียบ ขวดหมึกสีดำที่ยืมมาจากเ้าหน้าที่ถูกวางไว้มุมโต๊ะ ข้างๆ มีปากกาขนนกที่เพิ่งถูกเหลาใหม่ ชาร์ลส์จุ่มปลายขนนกลงในหมึก ก่อนจะเริ่มจดบันทึกลงบนกระดาษเปล่าที่เตรียมมา
'เริ่มต้นที่การหายตัวไปของไมเคิล เขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ทิ้งจดหมายหรือข้อความใดๆ ไว้เลย แต่ก่อนหน้าที่จะหายตัวไป มีคนพบเห็นเขาที่เขตเมืองเก่าบ่อยครั้ง พร้อมกับกระเป๋าสีน้ำตาลที่ตอนแรกเรายังไม่รู้ว่าภายในมีอะไร แต่หลังจากสำรวจสถานพยาบาลเซนต์มาร์กาเร็ตจึงคาดว่าภายในบรรจุเอกสารเกี่ยวกับงานวิจัยยาวิเศษเอาไว้'
'แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือ ทำไมไมเคิลถึงไม่ไปขอความช่วยเหลือจากเ้าหน้าที่พิทักษ์เมือง? เขารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังถูกตามล่า? แทนที่จะพึ่งเ้าหน้าที่ที่มีกำลังพลมากกว่า เขากลับเลือกที่จะไปหา 'นายท่าน' เ้าของตลาดมืดตามคำแนะนำของโรแลนด์'
'ทางด้านของโรแลนด์ก็เช่นกัน เขาเลือกที่จะทำแบบเดียวกัน ข้อความคุ้มครองจากนายท่าน จนกระทั่งถูกเราพบตัวและถูกปล่อยให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย'
'ทว่าจุดร่วมที่น่าสนใจที่สุดคือ สถานพยาบาลเซนต์มาร์กาเร็ต สถานที่ที่เชื่อมโยงทุกคนเข้าด้วยกัน จากข้อมูลที่เขียนไว้ เป็สถานพยาบาลการกุศลที่ถูกก่อตั้งโดย…' ชายหนุ่มถึงกับชะงัก นึกเหตุการณ์เมื่อคืน "เฮนรี่ แบลคเวลล์... คนเดียวกับที่…'
ชาร์ลส์รีบอ่านบันทึกประวัติของสถานพยาบาลทันที 'ย้อนกลับไปสิบปีก่อน สถานพยาบาลเปิดให้บริการด้วยหมอประจำสี่คน โรแลนด์ ไมเคิล ฮัมฟรีย์ และไอแซค แบล็กธอร์น บริการรักษาในราคาถูกสำหรับผู้ยากไร้ในเขตเมืองเก่า ได้รับการสนับสนุนจากเงินบริจาคและภาครัฐ'
'แต่แล้วเมื่อเจ็ดปีก่อน ในฤดูหนาว... เกิดเหตุไฟไหม้ใหญ่ พร้อมกับแผ่นดินไหว ไฟโหมกระหน่ำจนไม่สามารถดับได้ ไอแซคและภรรยาเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น ตัวอาคารถูกทำลายจนทางการไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปเพราะเกรงอันตรายจากโครงสร้างที่ผุพัง'
เมื่ออ่านถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ ความทรงจำของชาร์ลส์ย้อนกลับไปถึงวันที่เขาได้เข้าไปสำรวจซากสถานพยาบาลนั้นด้วยตัวเอง ภาพของห้องลับในชั้นใต้ดินยังคงชัดเจนในความทรงจำ ห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับการทดลองและวิจัยยาวิเศษโดยเฉพาะ สิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในสถานพยาบาลการกุศลธรรมดา
ชาร์ลส์ก้มลงอ่านประวัติของเฮนรี่ แบลคเวลล์อีกครั้ง ทุกอย่างดูธรรมดาเกินไป เขาเป็เพียงเศรษฐีใจบุญที่บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้อยู่เสมอ ไม่มีประวัติด่างพร้อย ไม่มีข้อสงสัย ไม่มีเื่ฉาวใดๆ เป็ที่นับหน้าถือตาในสังคมชั้นสูง และได้รับการยกย่องจากการก่อตั้งสถานพยาบาลการกุศล
ความธรรมดาที่มากเกินไปนี้กลับยิ่งทำให้น่าสงสัย โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงห้องทดลองลับที่พบ ต้องมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่านี้ แต่เอกสารในแผนกเ้าหน้าที่พิทักษ์เมืองคงมีไม่ครบถ้วน
ชาร์ลส์เริ่มเก็บเอกสารที่กระจายอยู่บนโต๊ะ การสืบค้นประวัติบุคคลในระดับลึกไม่ใช่ความเชี่ยวชาญของเขา เขา้าคนที่มีความสามารถเฉพาะทางด้านนี้ และที่หน่วยพิเศษ... น่าจะมีคนที่เหมาะสมกับงานนี้
ขณะที่รวบรวมบันทึกและจัดเรียงเอกสารให้เป็ระเบียบ เขาตัดสินใจว่าจะกลับไปที่หน่วยพิเศษ บางทีที่นั่นอาจมีคนที่สามารถขุดความลับที่ซ่อนอยู่เื้ัชายผู้นี้ได้ลึกกว่าที่เขาทำได้
ชาร์ลส์เดินทางกลับมาที่กรมปราบปรามและป้องกันภัยเหนือธรรมชาติ เขาตรงไปที่ห้องทำงานของเอ็ดเวิร์ด หัวหน้าของเขา เพื่อขอความช่วยเหลือสองประการ
หนึ่งคือ้าสมาชิกที่เชี่ยวชาญด้านการสืบประวัติบุคคล และสองคือขออนุญาตเบิกอุปกรณ์จากหน่วยวิทยาการสำหรับงานสำรวจชั้นใต้ดินของสถานพยาบาลที่ถูกปิดตาย
"มีอะไร?" เอ็ดเวิร์ดเงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่กำลังเขียน
"ผม้าความช่วยเหลือสองเื่ครับ" ชาร์ลส์เริ่มอธิบายพลางยื่นบันทึกที่เขาจดมาให้เอ็ดเวิร์ดดู
"เื่แรก ผม้าคนที่เชี่ยวชาญด้านการสืบประวัติบุคคล ผมพบความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างเฮนรี่ แบลคเวลล์กับคดีของไมเคิล แต่ประวัติที่ผมหาได้จากกรมทหารดูจะไม่ครบถ้วน"
เอ็ดเวิร์ดอ่านบันทึกอย่างพินิจ "แล้วเื่ที่สอง?"
"ผม้าเบิกอุปกรณ์จากหน่วยวิทยาการครับ มีห้องลับที่ถูกปิดตายอยู่ในสถานพยาบาลเซนต์มาร์กาเร็ต ผมกับโจเซฟเคยเข้าไปสำรวจมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ยังมีบางส่วนที่เข้าไม่ถึง น่าจะต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการเปิดทาง"
เอ็ดเวิร์ดหยุดคิดพิจารณาครู่หนึ่ง "เื่อุปกรณ์ไม่มีปัญหา ฉันจะทำเื่ให้ ส่วนเื่คนช่วยสืบ..." เขาลุกขึ้นจากโต๊ะ "ฉันพอมีคนที่เหมาะกับงานนี้อยู่ เดี๋ยวผมจะให้คนไปตาม"
ขณะที่เอ็ดเวิร์ดเดินไปที่ประตูเพื่อเรียกเ้าหน้าที่ เขาหันมาถามชาร์ลส์อีกครั้ง "แต่บอกก่อนว่า เธอพร้อมจะทำงานร่วมกับใครก็ตามที่ฉันจัดหามาให้ใช่ไหม?"
"แน่นอนครับ" ชาร์ลส์ตอบโดยไม่รู้ว่ากำลังจะได้เจอกับใคร "ตราบใดที่พวกเขาช่วยให้คดีนี้คืบหน้าได้"
เอ็ดเวิร์ดเปิดประตูห้องทำงาน สั่งให้เอมีเลียเลขานุการที่นั่งอยู่หน้าห้องไปตามคนที่เขา้า
"นั่งรอสักครู่" เอ็ดเวิร์ดหันมาบอกชาร์ลส์ "เขาน่าจะอยู่แถวห้องเก็บเอกสารลับ กำลังทำงานที่ฉันมอบหมายให้"
ชาร์ลส์นั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเอ็ดเวิร์ด "เื่เมื่อคืน..." ชาร์ลส์เริ่มถาม "มีความคืบหน้าอะไรไหมครับ?"
"ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ" เอ็ดเวิร์ดตอบพลางกระดาษขึ้นมาดู "หน่วยวิทยาการตรวจสอบชิ้นส่วนร่างกายที่เหลืออยู่ของเฮนรี่ แต่เรายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร มันไม่เหมือนสิ่งที่เราเคยพบเจอมาก่อน"
เสียงฝีเท้าดังมาจากระเบียงทางเดิน ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ชาร์ลส์เหลือบมองประตูที่เปิดแง้มไว้
"อ้อ..." เอ็ดเวิร์ดเอ่ยขึ้น ราวกับนึกอะไรได้ "ฉันควรบอกเธอก่อน เกี่ยวกับคนที่จะมาช่วย..."
แต่ก่อนที่เอ็ดเวิร์ดจะพูดจบ ประตูก็เปิดออกธีโอดอร์ปรากฏขึ้น ทำเอาชาร์ลส์ต้องขมวดคิ้วด้วยความขุ่นเคือง ความทรงจำเก่าๆ เกี่ยวกับการปะทะกันในตรอกเมืองเก่าและเหตุการณ์ในคุกผุดขึ้นมาในความคิด
เอ็ดเวิร์ดรีบลุกขึ้นยืน สายตามองสลับไปมาระหว่างชายทั้งสอง เขารู้ดีถึงประวัติความบาดหมางระหว่างพวกเขา "ฉันรู้ว่ามันอาจจะไม่สะดวกใจนัก... แต่ธีโอดอร์เป็คนที่เหมาะสมที่สุดกับงานนี้"
"มีเื่อะไรหรือครับหัวหน้า?" ธีโอดอร์เอ่ย
ชาร์ลส์ยังจำรู้สึกถึงแผลที่ขาจากคมดาบได้แม้มันจะหายไปแล้ว "ใช่ เื่สืบประวัติบุคคล ได้ยินว่านายเก่งเื่นี้"
"แปลกใจเหมือนกัน" ธีโอดอร์ตอบ สายตาจับจ้องชาร์ลส์นิ่ง "ที่นายยอมให้ฉันช่วย หลังจาก..." เขาไม่พูดจบประโยค แต่ทั้งคู่รู้ดีว่ากำลังพูดถึงอะไร
"ฉันไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะเลือกได้มากนัก" ชาร์ลส์ตอบ น้ำเสียงเรียบแต่แฝงความขุ่นเคือง "และหลังจากเื่กับองค์กรแปรอักษร... ฉันว่าเราคงพอทำงานด้วยกันได้"
ธีโอดอร์นิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังครุ่นคิดถึงเหตุการณ์วันนั้น วันที่เขาพยายามช่วยเด็กที่เป็ตัวประกัน "นายช่วยชีวิตเด็กคนนั้นไว้ได้" เขาพูดในที่สุด "ทำได้ดีทีเดียว"
เอ็ดเวิร์ดมองการสนทนาด้วยความโล่งใจที่ไม่มีการปะทะรุนแรง แม้จะยังรู้สึกถึงความตึงเครียดในอากาศ
"งั้นมาเข้าเื่กันเลยดีกว่า" เอ็ดเวิร์ดรีบฉวยจังหวะที่บรรยากาศผ่อนคลายลง "ชาร์ลส์ ลองเล่าสิ่งที่เธอพบมาให้ธีโอดอร์ฟังหน่อย"
ชาร์ลส์พยักหน้า ดึงบันทึกและกระดาษที่จดสรุปออกมาวางบนโต๊ะ "เฮนรี่ แบลคเวลล์ ผู้ก่อตั้งสถานพยาบาลเซนต์มาร์กาเร็ต ดูเหมือนจะเป็แค่เศรษฐีใจบุญธรรมดา จนกระทั่งเกิดเหตุเมื่อคืน"
"ฉันเห็นรายงานแล้ว" ธีโอดอร์เอ่ย ก้มลงตัวอักษรในกระดาษตรงหน้า "นายคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของไมเคิล?"
"มันต้องเกี่ยวกัน" ชาร์ลส์ตอบ "ฉันพบห้องทดลองลับในชั้นใต้ดิน ที่นั่นไม่ใช่แค่สถานพยาบาลการกุศลธรรมดา"
ธีโอดอร์ครุ่นคิด "ฉันมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งทำงานในสำนักงานเก็บเอกสารราชการ เธออาจจะช่วยได้"
"สำนักงานเก็บเอกสารราชการ?" ชาร์ลส์ขมวดคิ้ว
"บางครั้งความลับไม่ได้ถูกซ่อนไว้ในที่ลับ" ธีโอดอร์ตอบ "แต่ถูกฝังอยู่ในกองเอกสารเก่าที่ไม่มีใครสนใจจะค้น" เขาหันไปทางเอ็ดเวิร์ด "ขอตัวไปติดต่อคนรู้จักก่อน คงใช้เวลาสักพัก"
เมื่อธีโอดอร์เดินออกจากห้องไป ชาร์ลส์หันไปมองเอ็ดเวิร์ด "หัวหน้าแน่ใจนะครับว่าไว้ใจเขาได้?"
"เขาอาจจะมีวิธีทำงานที่... แปลกไปหน่อย" เอ็ดเวิร์ดตอบ "แต่เขาไม่เคยทำให้ผิดหวัง อย่างน้อยก็ในแง่ผลลัพธ์แล้วอีกอย่าง ฉันคิดว่าเธอเองก็พอจะรู้แล้วว่าเขาไม่ใช่คนเลว ถึงแม้จะมีอดีตที่ไม่ค่อยดีต่อกัน"
"หวังว่าหัวหน้าจะพูดถูก" ชาร์ลส์พึมพำ สายตาจับจ้องไปที่ประตูที่ธีโอดอร์เพิ่งเดินออกไป
"มาจัดการเื่อุปกรณ์ที่เธอ้ากันดีกว่า" เอ็ดเวิร์ดเอ่ยขึ้น พลางหยิบกระดาษออกมาจากลิ้นชักโต๊ะ "เอาใบเบิกนี่ไปที่หน่วยวิทยาการ อธิบายสภาพของทางเข้าที่ถูกปิดตายให้พวกเขาฟัง แล้วพวกเขาจะจัดเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมให้เอง"
ชาร์ลส์รับกระดาษมา เดินออกจากห้องทำงานของเอ็ดเวิร์ด ขณะที่กำลังมองใบเบิกในมือ ความทรงจำเกี่ยวกับกระดาษปริศนาที่พบในแดนลับแลก็ผุดขึ้นมา จดหมายรักที่เขียนด้วยภาษาแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับอ่านออกอย่างน่าพิศวง ภาษาเดียวกับที่พบในกระดาษที่เขาเก็บได้ในบ้านของ โรเบิร์ต ธอร์น คนร้ายที่ใช้ยาผิดฆ่าคน
คำว่า 'อาณาจักรมหาบาป' ที่พ่อค้าพูดถึงดังก้องในความคิด แล้วเขาก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมาได้ อบิเกล ฮันทิงตัน ตอนที่แนะนำตัวสมาชิกในหน่วย เขาจำได้ว่าหัวหน้าเอ็ดเวิร์ดแนะนำว่าเธอเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและตำนานโบราณของหน่วย เธอน่าจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับอาณาจักรปริศนานี้
ชาร์ลส์มองใบเบิกในมืออีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจ อุปกรณ์สำหรับเปิดทางที่ถูกปิดตายคงรอได้อีกนิดหน่อย เื่อาณาจักรมหาบาปนี้อาจจะเป็กุญแจสำคัญ ว่าทำไมเขาถึงอ่านมันออกได้ทั้งที่ไม่เคยเห็นหรือเคยเรียนมาก่อน เขาจึงเปลี่ยนทิศทาง มุ่งหน้าไปหาอบิเกลแทน
