ครั้นหยวนเหล่าเอ้อร์และจ้าวซื่อกลับถึงบ้าน ภายในบ้านทั้งเงียบและมืดสนิทดังเช่นเมื่อวาน จ้าวซื่อเดินไปที่เล้าไก่อย่างคุ้นเคย ว่าคราวนี้กลับไม่มีไก่เลยสักตัว นางจึงรีบวิ่งไปบอกสามี คนในบ้านคนอื่นต่างหลบอยู่ในห้อง ฟังเสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกพร้อมกับยิ้มเย้ยหยัน ‘เพ้ย เมื่อวานถูกขโมยไก่ไปครั้งหนึ่งแล้ว คิดว่าวันนี้พวกเขาจะยอมปล่อยให้ซ้ำรอยเดิมอีกหรือ ฝันหวานเกินไปแล้ว!’
หยวนเหล่าเอ้อร์ที่กำลังต้มน้ำอยู่ในห้องครัวฟังแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างเ็า ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน หยิบมีดทำครัวขึ้นมาแล้วเดินไปลับมีดข้างนอกบ้าน
“ท่านพี่ ท่านจะทำอะไร จะไปขโมยไก่ที่บ้านชาวบ้านคนอื่นหรือ” จ้าวซื่อเดินออกจากห้องครัวตามไปถาม
หยวนเหล่าอ้อร์มองไปทางประตูของบ้านใหญ่ ก่อนจะหันไปตอบด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่จะดีนัก “เช่นนั้นจะให้ทำอย่างไร หากไม่ขโมยพวกเราได้หิวตายเป็แน่”
“เช่นนั้นก็ขโมยไก่ อย่าขโมยสุนัข เมื่อตอนที่ข้าคลอดเ้าหก ด้วยเพราะไม่มีเนื้อให้กินเลยก็เลยไม่มีน้ำนมให้นางดื่ม ท่านจึงไปขโมยสุนัขมาให้ข้ากิน ซ้ำยังทำให้ขาของตนเองถูกกัดจนเนื้อแหว่งหายไปส่วนหนึ่ง ข้าเองไม่รู้ว่าเนื้อที่กินอยู่คือเนื้อของสุนัขหรือเนื้อของท่านกันแน่” จ้าวซื่อกำชับ
หยวนเหล่าเอ้อร์กลอกตามองภรรยา นี่ภรรยาผู้โง่เขลาของเขากำลังด่าว่าตนคือสุนัขอย่างนั้นหรือ
“รีบไปต้มน้ำเถิด อย่ามัวชักช้า” เขาบอกกล่าว ก่อนจะใช้นิ้วโป้งลูบด้านคมของมีด ใช้ได้ มีดคมดีแล้ว
หยวนเหล่าเอ้อร์จงใจเดินเสียงดังไปทางประตูใหญ่ ยื่นมือออกผลักเปิดประตูเบาๆ จากนั้นถึงค่อยๆ ย่องเดินไปทางข้างหลังบ้าน แล้วออกไปทางประตูหลัง
หยวนเหล่าเอ้อร์เพิ่งจะเดินออกไป ประตูของบ้านใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออก ผู้เฒ่าหยวนและหยวนเหล่าต้าที่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยหันไปมองตามทางที่หยวนเหล่าเอ้อร์เพิ่งเดินไป
“ข้าจะไปบ้านผู้นำสกุล ส่วนเ้าไปบ้านผู้ใหญ่บ้าน” ผู้เฒ่าหยวนชี้ไปยังสองทิศทางซึ่งอยู่กันคนละทางกัน
หยวนเหล่าต้าพยักหน้า จากนั้นทั้งคู่จึงจะแยกย้ายกันไป
หยวนเหล่าต้าวิ่งไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านพร้อมกับคิดในใจ ‘เฮอะ อย่างไรวันนี้ต้องจับหัวขโมยอย่างเ้ารองให้จงได้ เขาจะให้ผู้นำสกุลไล่มันออกจากสกุลไปเสีย คนอะไรช่างหน้าไม่อาย หากเ้ารองยอมแยกสกุลออกไปแต่โดยดีั้แ่ทีแรก พวกเขาก็คงไม่ต้องทำเช่นนี้ ยื่นสุราคารวะให้ไม่ยอมดื่ม กลับชอบดื่มสุราลงทัณฑ์[1] เช่นนั้นละก็ได้!’
ยามที่ผู้เฒ่าหยวนไปถึงบ้านผู้นำสกุล เ้าของบ้านได้ล้างเท้าเตรียมตัวจะเข้านอนแล้ว ครั้นได้ยินบุตรชายมารายงานว่าผู้เฒ่าหยวนมาหา เขารีบแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนออกไปพบ พอเจอตัวคนมาก็ถามด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก “ยามนี้ฟ้าก็มืดแล้ว เกิดเื่อันใดขึ้นหรือ”
เื่ที่เ้าใหญ่สลับการแต่งงานกับเ้าหกทำให้เกิดเสียงซุบซิบนินทาในหมู่บ้านอย่างมาก ซึ่งล้วนแล้วมีแต่คำไม่น่าฟังทั้งสิ้น นั่นย่อมทำให้ชื่อเสียงของสกุลหยวนเสียหายไม่น้อย หากผู้นำสกุลจะมีท่าทีไม่ดีต่อผู้เฒ่าหยวนก็มิใช่เื่แปลก
“ผู้นำสกุล ข้าเองก็จนปัญญาถึงได้มาหาท่าน ใครใช้ให้ข้ามีลูกไม่รักดีเล่า เ้ารองออกไปขโมยไก่ขโมยสุนัขอีกแล้ว ข้าคิดว่าหากปล่อยให้ผู้อื่นจับได้ ไม่สู้พวกเราเป็คนจับเองจะดีกว่า จะได้เป็การให้ญาติพี่น้องจัดการกันเองเพื่อรักษา...รักษาอันใดนะ?”
“รักษาความเป็ธรรมของสังคม” บุตรชายของผู้นำสกุลเอ่ยคำ
ผู้เฒ่าหยวนพยักหน้ารัว “ใช่ๆ เพื่อรักษาความเป็ธรรมของสังคม หากจับได้ครั้งนี้ขอให้ท่านไล่มันออกจากสกุลไปเสีย ต่อไปคนในหมู่บ้านจะได้ไม่มาต่อว่าด่าทอสกุลหยวนของเราอีก มูลของหนูแค่ตัวเดียวทำน้ำแกงเสียทั้งหม้อ[2] ในสกุลหยวนมีคนเนรคุณเช่นนี้เกิดออกมาก็แล้วไปเถิด แต่อย่าให้มันต้องทำให้ชื่อเสียงของสกุลและญาติพี่น้องต้องเสียไปด้วยเลย”
ครั้นผู้นำสกุลได้ยินว่าผู้เฒ่าหยวน้าขับไล่หยวนเหล่าเอ้อร์ออกจากสกุล ใจที่เคยเต็มไปด้วยไฟโทสะพลันลดลงไม่น้อย เขายื่นมือไปตบไหล่อีกฝ่ายอย่างพึงพอใจ “ในที่สุดเ้าก็คิดได้”
กล่าวจบหันไปสั่งบุตรชายให้ไปเรียกคนหนุ่มในสกุลมา และให้บอกกล่าวเื่นี้แก่ผู้เฒ่าผู้แก่ในสกุล จากนั้นสั่งให้บุตรชายคนรองไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน
ผู้เฒ่าหยวนได้แจ้งว่าตนได้สั่งให้บุตรชายคนโตไปรายงานเื่นี้ให้ผู้ใหญ่บ้านทราบเรียบร้อยแล้ว ผู้นำสกุลขมวดคิ้วเล็กน้อย กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกไป ในใจเกิดลางสังหรณ์คล้ายว่าสองพ่อลูกคู่นี้ได้เตรียมวางแผนเื่นี้ไว้นานแล้ว แต่ก็คิดว่าเื่นี้เป็เื่ของอีกฝ่าย หาได้เกี่ยวข้องอันใดกับเขาไม่
ขโมยของถือว่าเป็การกระทำที่ผิดกฎระเบียบของสกุล การขับไล่ออกจากสกุลนับเป็การเชือดไก่ให้ลูกหลานดู บนโลกนี้มีทางเดินมากมายหลายทาง อย่าได้เลือกทางเดินที่ผิดเป็อันขาด!
หลังจากนั้นไม่นานคนในหมู่บ้านต่างจุดคบเพลิงและออกมาตรวจตราดูภายในบ้านว่ามีไก่หรือเป็ดหายไปหรือไม่ ขณะเดียวกันผู้ใหญ่บ้านต่างนำคนหนุ่มในหมู่บ้านออกตรวจแต่ละบ้าน ขณะที่ผู้นำสกุลหยวนพาบุตรชายคนโตและคนหนุ่มในสกุลออกตรวจแต่ละบ้านด้วยเช่นกัน ทว่าน่าเสียดายที่ไม่พบว่าบ้านไหนมีสิ่งใดหายไป
“เ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้เข้าใจผิด” ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยถามผู้เฒ่าหยวน
ผู้เฒ่าหยวนยังไม่ทันจะได้ตอบ หยวนเหล่าต้าเป็ฝ่ายพูดตอบออกมาเสียก่อน “พวกเรามั่นใจ เหล่าเอ้อร์ออกไปขโมยของบ้านอื่นจริง!”
“หรือจะไปขโมยที่หมู่บ้านข้างๆ อย่างไรเสียในหมู่บ้านนี้เขาก็แทบไม่มีหน้าจะไปพบผู้ใดได้อีกแล้ว ไม่น่าขโมยบ้านใดได้” หนึ่งในชาวบ้านเอ่ยออกมา
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย หากผู้เฒ่าหยวนกลับเอ่ยว่า “ไม่น่าเป็ไปได้ เ้ารองเป็คนี้เี ไม่มีทางยอมเดินไปไกลเพื่อขโมยของจากหมู่บ้านอื่นเป็แน่ ไม่แน่ว่าตอนนี้อาจจะขโมยมาได้แล้ว และนำกลับไปที่บ้านแล้วก็เป็ได้ ไม่สู้พวกเราไปดูที่บ้านมันดีหรือไม่”
ผู้นำสกุลหยวนไพล่มือทั้งสองไว้ด้านหลังก่อนจะเดินนำ “เช่นนั้นก็ไปดูที่บ้านสกุลหยวน!”
ทุกคนพากันมุ่งหน้าไปบ้านสกุลหยวน ครั้นไปถึงพบว่าบริเวณลานหน้าบ้านมีหม้อขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ด้านข้างคือหมูที่ตายแล้ว เืไหลนองเต็มพื้น อีกด้านคือหวางซื่อที่กำลังด่าทอด้วยสีหน้าเจ็บแค้นใจ โดยมีเจียงซื่อกับเ้าใหญ่ช่วยประคองคนละข้าง ขณะที่มือหนึ่งถือผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาซึ่งคลออยู่ตรงหางตา และปากพูดปลอบไปพลาง
หวางซื่อสบถด่าบุตรชายคนรองกับจ้าวซื่อไม่หยุด แต่ไม่ว่าจะด่าทออย่างไรทั้งคู่กลับยังคงนิ่งเฉย ประหนึ่งไม่ได้ยินเสียงใด ทั้งคู่นั่งยองอยู่ข้างซากหมู คนหนึ่งแล่เนื้อ อีกคนนำเนื้อที่แล่แล้วไปล้าง ยุ่งจนมือไม้เป็ระวิง หากใบหน้ากลับแต้มไปด้วยรอยยิ้มสุขสม
ทุกคนที่เพิ่งมาถึงต่างอ้าปากค้างตาโตด้วยความตกตะลึง ไม่ขโมยไก่ขโมยสุนัข แต่ถึงขั้นกล้าขโมยหมูแล้วหรือนี่! นับวันหยวนเหล่าเอ้อร์จะใจกล้ามากขึ้นทุกวัน หมูตัวใหญ่เช่นนี้ลากมาที่บ้านได้อย่างไร คงไม่ใช่ว่าขี่กลับมาแล้วค่อยฆ่ากระมัง!
หยวนเหล่าเอ้อร์หันไปยิ้มทักทายทุกคน “อ้าว มากันแล้วหรือ ท่านผู้นำสกุลก็มาด้วยหรือ ท่านพ่อของข้าช่างเป็คนใจกว้างเสียนี่กระไร ที่บ้านมีเนื้อหมูกินก็ไปเชิญให้คนในหมู่บ้านมากินด้วยกัน เช่นนี้ก็ดีมากินด้วยกันจะได้ครึกครื้น เนื้อหมูจะยิ่งอร่อย เช่นนั้นทุกคนรีบกลับบ้านไปนำถ้วยกับตะเกียบมาเถิด ที่บ้านข้ามีไม่เพียงพอ ไม่ต้องรีบๆ ข้าเพิ่งจะเอาเนื้อหมูลงหม้อ ยังต้องใช้เวลาอีกสักครู่กว่าจะสุก”
ทุกคน “…”
การกระทำนี้ของหยวนเหล่าเอ้อร์เรียกได้ว่าใจกล้าอย่างยิ่ง เวลานี้อีกฝ่ายควรต้องใกลัวจนหน้าซีดเผือดมิใช่หรือ ไฉนถึงยังมีแก่ใจมาเชื้อเชิญทุกคนมานั่งล้อมวงกินเนื้อหมูอีก ขโมยหมูมาแล้วยังลอยหน้าลอยตาประหนึ่งไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาเช่นนี้ ในหมู่บ้านแห่งนี้มีแค่หยวนเหล่าเอ้อร์ผู้เดียวเท่านั้นที่ทำออกมาได้
[1] ยื่นสุราคารวะให้ไม่ยอมดื่ม กลับชอบดื่มสุราลงทัณฑ์ หมายถึงพูดดีๆ ไม่ชอบ ชอบให้ลงไม้ลงมือ
[2] มูลของหนูแค่ตัวเดียวทำน้ำแกงเสียทั้งหม้อ หมายถึง คนไม่ดีเพียงคนเดียวนำความเสื่อมเสียมาสู่หมู่คณะ
