เล่มที่ 3 บทที่ 76 หลอมละลาย
หลังจากกลับถึงหุบเขาอวี้เหิง หลินเฟยก็ปล่อยปราณกระอิ๋นเหวินออกมา ในตอนนี้มันถูกน้ำแข็งห้าสีกัดกร่อนจนเหลือเป็พลังปราณดวงน้อย แสงขาวของมันเลือนรางราวกับแสงหิ่งห้อย
“สมกับเป็น้ำแข็งห้าสี…” ขนาดปราณกระบี่อิ๋นเหวินยังถูกกัดกร่อนไปได้ขนาดนี้ หลินเฟยไม่ได้รู้สึกเ็ปแม้แต่น้อย กลับชื่นชมพลังของน้ำแข็งห้าสีด้วยซ้ำ
เพราะหลินเฟยเห็นชัดว่าท่ามกลางปราณทีขาวที่อ่อนแอ มีกลุ่มควันดำสายเล็กๆแฝงอยู่ บัดนี้มันดูคล้ายกับงูสีดำตัวน้อย เลื้อยไปมารอบๆปราณกระบี่อิ๋นเหวิน หลินเฟยลองโคจรพลังปราณใส่มัน ทว่าไม่ทันจะส่งพลังปราณเข้าไป เ้าควันดำก็กระสับกระส่ายขึ้นมาทันที ทั้งบุกชน ทั้งฉีกกระชาก ราวกับมันกำลังกลืนกินพลังปราณที่ส่งเข้าไป
แต่น่าเสียดายที่กลุ่มควันดำนี้อ่อนแอเกินไป เพียงแค่หลินเฟยส่งพลังปราณเข้าไป พร้อมกับโคจรเคล็ดวิชาหมื่นกระบี่จูเทียนที่หลอมละลายได้แม้แต่แร่ขั้นเซียนเทียน เ้ากลุ่มควันดำเล็กกระจ้อยร่อยนี้ก็ยังไม่อาจจะสู้ได้ด้วยซ้ำ ไม่นานก็ถูกสะกดลงไป ถึงแม้จะพยายามดิ้นรนขนาดไหน ก็ไม่สามารถดิ้นหลุดออกไปได้ บัดนี้ทั้งพลังปราณและกลุ่มควันดำกำลังต้านทานซึ่งกันและกัน อย่างไม่มีใครยอมใคร
หลินเฟยไม่รีบร้อน กลับค่อยๆส่งพลังปราณเข้าไปครั้งแล้วครั้งเล่า…
‘จะว่าไปเ้าควันดำนี่ก็ร้ายกาจไม่เบาเลย…’
หลินเฟยส่งพลังปราณเข้าไปที่ปราณกระบี่กว่าสิบครั้ง แต่ทุกครั้งก็จะถูกกัดกร่อนจนหายไปกว่าครึ่ง กระทั่งถึงครั้งที่สิบ พลังปราณที่ส่งเข้าไปถึงได้เพียงพอที่จะห่อหุ้มควันดำนั้นได้ทั้งหมด
“สำเร็จ!” หลินเฟยยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้า ก่อนจะค่อยๆบรรจงโคจรพลังเพื่อหลอมละลายกลุ่มควันดำนั้น
‘ตอนนี้ก็แค่รออย่างเดียวเท่านั้น’
ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ หลินเฟยก็หลอมควันดำจนเสร็จสิ้น
จะว่าไปก็แปลก เดิมปราณกระบี่อิ๋นเหวินถูกทำลายจนเหลือเป็ไฟดวงน้อยเท่านั้น แต่หลังจากหลอมกลุ่มควันดำได้ มันก็ราวกับได้กลืนกินยาบำรุงเข้าไป ในตอนนี้มันกลับกลายเป็ปราณกระบี่สีขาวยาวประมาณหนึ่งฉื่อ ลอยอยู่บนฝ่ามือของหลินเฟยแทนแล้ว หากสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่าปราณกระบี่อิ๋นเหวินมีลักษณะแตกต่างไปจากเดิมอยู่เล็กน้อย…
สิ่งเดียวที่เห็นได้ชัดก็คือ ท่ามกลางลำแสงสีขาวของปราณกระบี่ มีรอยริ้วสีดำหลายสายปะปนรวมอยู่ด้วย…
“ไปซะ!” หลินเฟยลองส่งพลังปราณออกไป ทันใดนั้นปราณกระบี่อิ๋นเหวินก็ะเิออก จากเดิมที่มีขนาดประมาณหนึ่งฉื่อ ทว่าเมื่อะเิออกกลับสูงเกือบสามจ้างเลยทีเดียว ริ้วสีดำบนปราณกระบี่ก็พลันกลายเป็พายุหมุนนับไม่ถ้วน…
เมื่อมองรูปลักษณ์ของมันเพียงเผินๆ ก็คงคิดว่าปราณกระบี่อิ๋นเหวินมีร่องรอยเหมือนถูกฟันมา แน่นอนว่าในตอนนี้มันมีรอยบุบลึกประมาณสามฉื่อเลยทีเดียว…
“น้ำแข็งห้าสี่ร้ายกาจไม่เบาเลย” หลินเฟยยกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะเก็บปราณกระบี่
ถังเทียนตูโชคดีไม่น้อย ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่นใดเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่กระบี่อู๋ชางในมือ ก็เพียงพอที่จะให้ทุกคนอิจฉาแล้ว หลินเฟยเองก็เช่นกัน ก่อนที่จะขึ้นประลอง หลินเฟยก็รู้อยู่ก่อนแล้วว่าน้ำแข็งห้าสีมีสายเสิ่นทงแต่กำเนิดอยู่สายหนึ่ง ถึงแม้ปราณกระบี่อิ๋นเหวินจะเป็ปราณกระบี่ที่มีกระแสไอเย็นและพลังหยินมาก ทุกครั้งที่ปราณกระบี่พาดผ่าน ล้วนแช่แข็งได้ทุกสิ่ง แต่หลินเฟยย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าปราณกระบี่อิ๋นเหวินของตัวเองยังไม่สมบูรณ์แบบเพียงพอ…
จนกระทั่งได้เห็นน้ำแข็งห้าสีของถังเทียนตูด้วยตาตัวเอง
เพียงแค่เห็นแวบแรก ก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือสิ่งที่เขาตามหา…
หากได้หลอมน้ำแข็งห้าสีให้รวมเข้ากับปราณกระบี่อิ๋นเหวินแล้วล่ะก็ จึงจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง
หลินเฟยจึงตั้งใจปล่อยปราณกระบี่ออกไปให้น้ำแข็งห้าสีกัดกร่อน
ในตอนนั้นถังเทียนตูก็คงจะสะใจไม่น้อยเลย
แต่น่าเสียดายที่ถังเทียนตูไม่รู้ว่านอกจากหลินเฟยจะชำนาญปราณกระบี่ทั้งสองสายแล้ว เขายังชำนาญเคล็ดวิชากระบี่ของสำนัก และที่สำคัญเขายังสามารถหลอมรากฐานตนเองเข้ากับเคล็ดวิชาจูเทียนฝูถู จนเป็หมื่นกระบี่จูเทียนฝูถูได้อีกด้วย…
เคล็ดวิชาจูเทียนฝูถูคืออะไร?
กล่าวได้ว่าเคล็ดวิชาจูเทียนฝูถูนั้นเป็เคล็ดวิชาหลอมอาวุธยุคาเลยทีเดียว…
แม้แต่แร่ไท่อี๋เองก็ยังหลอมละลายได้
แล้วน้ำแข็งห้าสีล่ะ...จะเหลือหรือ?
ดูเพียงผิวเผิน จะรู้สึกเหมือนว่าน้ำแข็งห้าสีกำลังเข้ากัดกร่อน
แต่ความเป็จริงก็คือเคล็ดวิชาจูเทียนฝูถูนั้นกำลังค่อยๆหลอมละลายน้ำแข็งห้าสีต่างหาก…
น่าเสียดายที่ถังเทียนตูดันชะล่าใจ ทะนงตนคิดว่าตนเองเก่ง จึงไม่สังเกตว่าน้ำแข็งห้าสีที่แสนภาคภูมิใจนักหนา กำลังค่อยๆถูกหลินเฟยขโมยไปทีละนิด จนกระทั่งปราณกระบี่ถูกกัดกร่อนจนหมดสิ้น เหลือเพียงดวงไฟดวงน้อยเท่านั้น นั่นก็แปลว่าหลินเฟยได้หลอมเอาน้ำแข็งห้าสีไปหมดจนเรียบร้อยแล้วนั่นเอง
จากนั้นหลินเฟยก็อัดอักขระกระบี่หยินหลีเข้าสู่ร่างของถังเทียนตู…
“ได้ยินว่าที่หุบเขาเทียนเฉวียนมีเจดีย์ผนึกปีศาจอยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่าหากอักขระกระบี่หยินหลีเกิดทำงานขึ้นมา ถังเทียนตูจะถูกจับเข้าไปในนั้นหรือไม่…”
ในเวลาเดียวกันถังเทียนตูที่ใบหน้าขาวซีด เนื้อตัวเย็นเฉียบสั่นเทาราวกับเป็ลูกนก กำลังถูกเหล่าศิษย์น้องหุบเขาเทียนเฉวียนพยุงกลับไป…
“ศิษย์พี่ถังเป็อะไรหรือเปล่า…” หลังจากที่พยุงถังเทียนตูนั่งลงแล้ว พอสบเข้ากับใบหน้าที่ขาวซีดของอีกฝ่าย ก็อดที่จะหวาดกลัวกับสภาพเช่นนั้นไม่ได้
“ไม่…ข้าไม่เป็ไร” ถังเทียนตูส่ายหน้า เอื้อมมือเข้าไปล้วงเอายาสองเม็ดจากกระเป๋าเสื้อ เม็ดหนึ่งคือยารักษาอาการาเ็ ส่วนอีกเม็ดคือยาขับไอเย็น หลังจากกลืนลงไป ก็ทำการโคจรพลังเพื่อให้ยาออกฤทธิ์
หลังจากกลืนยาลงไปแล้ว สีหน้าถังเทียนตูก็ดีขึ้นเล็กน้อย ไอเย็นที่แผ่ออกมาก็เหมือนจะทุเลาลงไป แต่ไม่รู้เพราะอะไร ศิษย์ทุกคนที่มองอยู่ ถึงรู้สึกว่าแววตาของถังเทียนตูดูน่ากลัวยิ่งนัก…
“ศิษย์พี่ถัง…” ศิษย์หุบเขาเทียนเฉวียนที่ค่อนข้างขี้ขลาดคนหนึ่งก็อดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้ เมื่อเห็นสภาพของถังเทียนตูในตอนนี้
“ข้าไม่ได้เป็อะไร” บัดนี้ถังเทียนตูกำลังจดจ้องไปยังทิศทางที่หลินเฟยอยู่ ในหัวก็เอาแต่ทบทวนถึงการประลองที่ผ่านมา…
จนกระทั่งตอนนี้ก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่าตนเองพ่ายแพ้ได้อย่างไร…
เพราะเมื่อฝึนฝนกระบี่ไร้พ่ายจนเกิดเป็ัเก้าตนได้แล้ว นั่นหมายความว่าถังเทียนตูสามารถเข้าถึงแก่นของวิชากระบี่ไร้พ่ายแล้วนั่นเอง กระบี่อู๋ซางในมือก็จะยิ่งมีพลังของน้ำแข็งห้าสี ทั่วทั้งสำนักเวิ่นเจี้ยน คงมีแค่เซียนหญิงหุบเขาอวี้เหิงคนเดียวเท่านั้นที่พอจะมีฝีมือทัดเทียม ส่วนคนอื่นๆ ล้วนเทียบไม่ติดฝุ่น
และในการประลองครึ่งแรกก็เป็ตามคาด
หลังจากน้ำแข็งห้าสีปรากฏขึ้นมา มันก็ทำลายปราณกระบี่ที่หลินเฟยแสนภูมิใจได้ในทันที หลังจากนั้นัเก้าตนก็ปรากฏกายขึ้น ยิ่งข่มกดหลินเฟยจนไม่มีโอกาสโต้กลับ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ แน่นอนว่าหลินเฟยไม่มีทางที่จะพลิกเอาชนะได้เลย
แล้วเหตุใด สุดท้ายถึงกลับเอาชนะไปได้?
ถังเทียนตูพยายามรำลึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง…
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
