“ซินหยางหลายปู่เก่งมาก หลานรู้ได้ยังไงว่าในหอย ที่เหมือนก้อนหินมีไข่มุกที่สวยงามอยู่ข้างใน”
“ข้าไม่รู้เ้าค่ะ อยู่ๆมันก็มองเห็นมาเอง ตอนแรกนั่งมองอยู่นานก็ไม่เห็น”เด็กน้อยตอบผู้เป็ปู่
“ถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับกันเถอะ พรุ่งนี้ถ้าขายได้พวกเ้าก็จะมีข้าวกิน แต่วันนี้จะเอาอะไรกินที่ดี”
“ท่านปู่มันมีหัวที่อยู่ใต้ดิน ตรงนั้นมีหินสีสวยด้วย แต่ไม่รู้ว่าหัวกลมๆที่อยู่ตรงนั้นกินได้หรือไหม”ซินหยางซีมือไปข้างต้นไม้ใหญ่ ที่มีเถาวัลย์แห้งตายพันอยู่
“ข้างต้นไม้อย่างงั้นรึ ไม่ใช่ว่าเป็หัวของเถาวัลย์หรอกหรือ มันพันอยู่กับต้นไม้ แล้วก้อนหินสีสวยที่เ้าว่า อยู่ตรงไหนไปชี้ให้ปู่ดูสิ”
“ตรงนี้เ้าค่ะ แล้วก็ตรงนี้ด้วย ตรงนี้ก็มีมันเป็หัวกลม หินสีสวยอยู่ข้างต้นไม้ตรงนี้ ท่านปู่กับพ่อมาขุดได้เลยเ้าค่ะ”ทั้งสี่คนที่เป็ผู้ใหญ่ ต่างหันมามองหน้ากัน หลังจากเด็กน้อยชี้จุดให้
สองพ่อลูกช่วยกันขุด ตรงที่ซินหยางชี้ “ท่านพ่อมันคือหัวมัน! หัวใหญ่มาก เอาไปทำแป้งหรือตากแห้ง เก็บกินได้นานเลย”ลี่กันพูดด้วยความดีใจเมื่อขุดเจอหัวมัน
“ลูกคนนี้นี่ จะกินวันนี้ยังไม่มียังจะเก็บไปทำแป้งอีก เอาออกมาดูว่ามีกี่หัว จะได้เอามาเผากินกัน”ผู้เป็ย่าพูดขึ้น
“ท่านแม่หัวใหญ่เอาไว้ทำแป้งกินดีกว่า อาจจะมีหัวเล็กด้วย ถ้าหิวก็ก่อไฟได้เลย ดูจากเถาวัลย์ที่แห้งแถวนี้ ต้องมีอีกหลายหัวเป็แน่”
“ซินหยางปู่เจอหินสีที่เ้าว่าแล้ว ไม่รู้ว่ามันจะขายได้ไหมเก็บไว้ก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้จะได้เอาไปถามร้านค้า ตรงนี้ก็มีหัวมันขนาดกลางอยู่ วันนี้พวกเรามีอาหารกินแล้ว”ลี่จูพูดจบ ทุกคนต่างมองหน้า ซินหยางเป็ตัวนำโชค
“หลานย่าเก่งมาก มองเถาวัลย์ที่ไม่มีใครสนใจ ให้กลายเป็และหัวมันที่กินได้ แม้แต่ย่ายังมองไม่ออก”ลู่อินพูดชมหลานมือก็ก่อไฟ หวังฟางตัดไม้แห้งมาทำฟืน มีลูกสาวคนโตมาช่วยขน
“ท่านแม่น้องเล็ก มีความสามารถแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่หรือเ้าคะ พวกเราก็อยู่กับน้องมาทุกวัน แบบนี้อีกหน่อยพวกเราก็คงจะสบายใช่ไหมเ้าคะท่านแม่”หวังจิ้งพี่สาวคนโตวัยเก้าขวบ
“คงเป็แบบนั้นแหละลูกเราโชคดี น้องเล็กของเ้าบังเอิญมองเห็นสิ่งของ ที่อยู่ในใต้ดินและก้อนหินได้”
วันนั้นพวกเขาขุด หัวมันได้มาเต็มถุงย่ามสองใบ และเผากินไปสามหัว ก่อนจะพากันรีบกลับบ้าน เพราะเดินเข้ามาลึกมากกว่าจะกลับถึงบ้าน ก็เป็เวลาพลบค่ำ ทุกคนแทบหมดแรง
“เอาหัวมันมาไว้ในบ้าน พรุ่งนี้ข้าจะหั่นชิ้นเล็กเอาไว้ทำแป้ง หัวเล็กก็เอาไว้ ทำกับข้าว”ผู้เป็ย่าสั่งลูกชาย
ทุกคนเช็ดเนื้อเช็ดตัว ด้วยน้ำที่เหลือน้อยนิด วันรุ่งขึ้นก็ต้องไปเข้าแถวในหมู่บ้าน แบ่งน้ำกันคนละถังไม้ เอาไว้ดื่มกิน
เช้ามืดลี่จูและลูกชาย เดินทางเข้าไปในเมือง ตรงเข้าร้านขายเครื่องประดับขนาดใหญ่ สมัยก่อนเขาเคยเดินเข้ามา ซื้อของอยู่บ้าง
“ออกไปจากร้านข้าเดี๋ยวนี้ เอาเท้าอันสกปรกของพวกเ้าออกไป”
“พวกขอทาน เดินเข้าร้านั้แ่เข้าเลย ซวยอะไรอย่างนี้ ออกไปจากข้าเสีย ฮุยฮุยเอาน้ำเกลือมาล้างไล่เสนียด ออกจากหน้าร้าน”เสียงที่ดังลั่น ของหญิงสาววัยยี่สิบ เถ้าแก่เนี้ยเ้าของร้านเครื่องประดับ
สองพ่อลูกยืนตกตะลึง ทำอะไรไม่ถูก พวกเขาไม่ได้เข้าที่ตรงนี้นานหลายปีแล้ว ถ้ามาก็จะเป็ร้านขายพวกข้าวสาร หรือร้านขายเนื้อสัตว์ ถ้าโชคดีล่าสัตว์ได้แต่ก็นานมาแล้ว
“ไล่แล้วยังไม่ไปอีก หูหนวกหรืออย่างไร”นางหยิบถังน้ำจากสาวใช้ สาดใส่ทั้งสองคน “ซ่า!”
“ถึงพวกเราจะแต่งตัวแบบนี้ ข้าได้พูดหรือยังว่ามาขอสิ่งได้จากเ้า ไปเถอะท่านพ่อ ยืนอยู่นานเสนียดของร้านก็จะติดเท้าเราไปเหมือนกัน”
“ท่านพ่อไปร้านอื่นดีกว่า ปากแบบนี้ต่อไปขอให้ไม่มีลูกค้าเข้าร้าน”ลี่กันเดินออกจากหน้าร้าน เขาอยากจะสาดโคลนเข้าไปในร้านยิ่งนัก
“เดินหาร้านที่เล็กหน่อยก็ได้ ไปร้านตรงหัวมุมโน้น”ผู้เป็พ่อเดินนำลูกชายไป
“พวกเ้าจะมาขายไข่มุกและหินหยกอย่างนั้นหรือ”เ้าของร้านเป็หญิงวัยกลางคน ถามขึ้นเมื่อสองพ่อลูกะโถามอยู่หน้าร้าน กลัวเจอเถ้าแก่แบบร้านก่อนหน้านี้
“เข้ามาข้างใน เอาไข่มุกออกมาให้ข้าดูก่อน”สองพ่อลูกได้ยินก็ดีใจรีบเดินเข้าไปในร้าน แกะห่อผ้าที่มีไข่มุก ให้เถ้าแก่เนี้ยดู
“ไข่มุกเม็ดใหญ่สีสวย ถ้าเป็สมัยก่อนคงขายได้หลายตำลึงทอง แต่ตอนนี้คงไม่ได้แล้ว ข้าจะรับซื้อไว้ก็แล้ว ไม่แน่ว่าอีกหลายปีข้างหน้าราคาของมันจะดีขึ้น ข้าให้ทั้งหมดนี้ หนึ่งตำลึงทองก็แล้ว”
“ได้เถ้าแก่เนี้ย แค่นี้ข้าก็พอใจแล้ว เออ!แล้วหินหยกและหินสีแหละ เถ้าแก่ยังไม่ได้ดูเลย”ลี่กันเอาหินสีออกมาวางให้ เ้าของร้านดู
“อืม!เป็หยกที่ดีสีสวย แล้วแร่อัญมณีพวกนี้อีก ข้าจ่ายเพิ่มให้พวกเ้าอีกหนึ่งตำลึงทองก็ได้”สองพ่อลูกดีใจได้มาตั้งสองตำลึงทองรีบเดินออกจากร้าน ไปตลาดสดหาซื้อข้าวสาร
หลังสองพ่อลูกเดินออกไป เถ้าแก่เนี้ยเ้าของร้านยิ้มอย่างดีใจ ของพวกนี้ถ้าเอาไปขายที่เมืองหลวง ราคาต้องเพิ่มขึ้นมาเป็ร้อยเท่าแน่นอน
สองพ่อลูกดีใจได้ไม่เท่าไหร่ พอเดินมาถึงร้านค้าแล้วพบว่าข้าวสารมีราคาแพงมาก หนึ่งตำลึงทองได้แค่ ยี่สิบจินแถมยังเป็ข้าวชั้นเลวอีก
“ข้าวสารชั้นดีข้าไม่เอามาขายหรอก ราคาแพงใครจะซื้อ ต้องขนมาจากต่างเมืองมาขาย”สองพ่อลูกรับข้าวสารมาแบ่งกันถือคนละครึ่ง
“ท่านพ่อเราซื้อผ้าพับเนื้อหยาบ ไปให้ท่านแม่และภรรยาข้าตัดเย็บให้พวกเราใส่ดีไหม เพื่อพวกเราเดินทางไกลจะได้ ไม่ใส่เสื้อผ้าที่เก่าและขาดรุ่งริ่งแบบนี้”
“แวะไปดูก่อนก็ได้ ถ้าราคาไม่แพงก็ซื้อ เวลาอดไม่มีข้าวกินเสื้อผ้าก็ช่วยไม่ได้”ชายชราบ่นแต่ก็เดินเข้าร้าน ขายผ้าเล็กร้านหนึ่ง
“เลือกดูก่อนได้ ผ้าเนื้อหยาบพับละ ห้าร้อยอีแปะเท่านั้น”พนักงานเดินมาแนะนำ
“เอาผ้าเนื้อหยาบสีพื้นธรรมดามาหกพับ ผ้าเนื้อดีราคาเท่าไหร่ อยากได้สีที่เปื้อนยากสำหรับเด็กผู้หญิง มาให้ข้าสัก หนึ่งพับ”
“เด็กผู้หญิงเปื้อนยากก็คงเป็สีเทา หรือสีน้ำตาล ข้าคิดเพิ่มอีกแปดร้อยอีแปะ และแถมด้ายกับเข็มให้ด้วย”สองพ่อลูกจ่ายค่าเสื้อผ้าแล้ว เดินไปดูร้านขายอาหารสด ทีแรกตั้งใจว่าจะซื้อเนื้อสัตว์ติดมือไปด้วย แต่ราคาค่อนข้างแพง
“ถ้าซื้อเนื้อตำลึงพวกเราก็จะหมด ตอนนี้เหลืออยู่แค่หกตำลึงเงินเอง กลับกันเถอะวันหลังค่อยมาดูใหม่”ทั้งคู่เดินกลับบ้าน
“ได้ข้าวยี่สิบจิน ได้ผ้าพับมาอีกดีๆเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งปะแล้วปะอีก ข้าจะตัดเย็บลี่จูและซินหยางเอง หวังฟางเ้าก็เย็บให้สามี และลูกสองคนของเ้าแล้วกัน”
พวกเขามีข้าวกิน ผักก็เริ่มมีสีเขียวขึ้นมา ผู้หญิงสามคนตัดเย็บอยู่บ้าน ผู้ชายสามคนและเด็กน้อย ซินหยางเดินทางเข้าป่า พอได้อาหารพวกหัวมันติดมือกลับมาบ้าง
“ซินหยางเช็ดตัวแล้ว มารองชุดย่าเย็บให้เ้า สองชุดเลยน่ะ”เสียงหญิงวัยกลางคนดังขึ้น เมื่อเห็นเด็กน้อยเดินเข้าบ้านมา พร้อมด้วยกับผู้ชายสามวัย
ทุกคนเช็ดตัวใส่เสื้อผ้าใหม่ ผู้ใหญ่ได้คนละหนึ่งชุด ส่วนเด็กได้คนละสองชุด ถ้ามีคนสั่งเกตจะเห็นว่าลูกสาวคนโตหวังจิ้น ได้ใส่ชุดที่มีเนื้อดีกว่าเพื่อน
“มากินข้าวกันเถอะ มีข้าวและน้ำแกงผัก กินให้อิ่มพรุ่งนี้จะได้ มีแรงเข้าป่า”
คืนนั้นเด็กน้อย ที่ใส่ชุดใหม่นอน หลับฝันว่ามีอัญมณีสีทองลอยมาหา แล้วนางก็วิ่งไล่จับ จนหกล้มอัญมณีสีทอง ลอยเข้ากลางคิ้ว เด็กน้อยร้องไห้จนคนทั้งบ้าน ตื่นมาพร้อมกัน
“ซินหยางฝันร้ายหรือลูก นอนต่อน่ะยังกลางดึกอยู่เลย” ผู้เป็แม่ตบหลังเบาๆให้เด็กน้อยนอนหลับต่อ
หลังจากเหตุการณ์ที่ฝันวันนั้น ทำให้ซินหยางมีความจำดีขึ้น ท่านปู่สอนอ่านหนังสือ ก่อนนอนนางสามารถจดจำได้ มากกว่าพี่ทั้งสอง
วันนี้ทั้งสี่คนเดินทางเข้าป่าเหมือนเคย “ท่านปู่ไปทางนี้เ้าค่ะ ทางนั้นเราไปทุกวันแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว”เด็กน้อยชี้นิ้วไปทางที่พวกเขาไม่เคยไป
“ท่านพ่อ ต้นสีดำนั้นคือสมุนไพรเก็บไปขายได้”ซินหยางชี้ให้ดู เด็กน้อยต้องเดินสลับขี่หลังพ่อ
“มันใช่หรือลูก มันเป็ต้นไม้แห้งๆต้นหนึ่งเท่านั้น”เขาพูดไปก็เท่านั้น ผู้เป็ปู่เดินไปตัดใส่ถุงย่าม
“น้องสาว เ้าไม่เห็นก้อนหินสีอีกหรือ พวกเราจะได้มีข้าวกินทุกวัน ถ้าท่านพ่อกับท่านปู่เอาไปขาย”
“พี่รองข้ามองหาอยู่ แต่หาไม่เจอ ต้องเดินเข้าไปลึกกว่านี้”
ทางใหม่ไม่เคยมา เดินยากเป็ป่าไม้แห้งและเถาวัลย์ ต้องใช้มีดตัดถึงผ่านไปได้ เจอต้นหญ้าแห้งที่ซินหยางบอกว่าเป็สมุนไพรก็เก็บ เดินทางจนถึง่บ่าย
“โอ้!พวกเ้าดูต้นไม้พวกนั้นสิ มันมีสีเขียว ต้นไม้แถวนี้มีเขียว”ลี่จูพูดแล้ววิ่งนำหน้า ลูกชายที่อุ้มหลานอยู่
“ท่านปู่ต้นไม้สีเขียว เราจะมีอาหารกินใช่หรือไม่”ลี่ถังหลานชายถามขึ้น
“ต้นไม้สีเขียว ต้องมีน้ำอยู่ใกล้ๆแถวนี้ มีต้นไม้ก็ต้องมีผักและผลไม้อย่างไรล่ะ หลานชายมาช่วยกันมองหาผลไม้กันเถอะ”สองปู่จูงแขนเดินเข้ายังป่าไม้สีเขียว
“ท่านพ่อปล่อยข้าลงเ้าค่ะ ข้าจะเดินเอง”ลี่กันนั่งลงให้ลูกสาวลงจากหลัง “ระวังอย่าวิ่งไวเดี๋ยวจะหกล้ม”
พูดไม่ทันจบเด็กน้อย สะดุดก้อนหินหัวคะมำไปข้างหน้า แต่…เด็กน้อย ลอยตัวได้ด้วยไม่รู้ตัว แทนจะเจ็บตัว แต่เด็กน้อยไปยืนอยู่ ใต้ต้นไม้ใหญ่อยากปลอดภัย
ลี่กันไม่เชื่อสายตาตัวเอง ยกมือขึ้นมาขยี้ตานึกว่าตาฝาดไป ถึงมองเห็นแบบนั้น “คงจะมองผิดไปเป็แน่ ลูกจะลอยตัวแบบคนที่ฝึกวิทยายุทธได้ยังไงกัน”
“ซินหยางเ้าเป็อย่างไงบ้าง พ่อเห็นเ้าหกล้ม แต่เ้ามายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรกัน”เด็กน้อยมองหน้าผู้เป็พ่อ “ข้าไม่รู้เ้าค่ะ ข้าตัวเบาลอยได้”
“จริงรึ!ถ้าอย่างนั้นพ่อก็ไม่ได้มองผิดน่ะสิเ้าลอยได้ ไหนลองลอยให้พ่อดูใหม่สิ”เด็กน้อยมองหน้า แล้วทำท่าะโ แต่ก็อยู่ที่เดิมไม่ลอยไปไหน
“ท่านพ่อข้าทำไม่ได้เ้าค่ะ ะโลอยตัวไม่ได้”เด็กน้อยพูดขึ้นขนาดที่ะโขึ้นลงหลายรอบ จนเหนื่อย
“ช่างมันเถอะลูก รีบตามท่านปู่และพี่รองเ้าไปดีกว่า ไม่รู้เดินไปถึงไหนกันแล้ว”ซินหยาง รีบเดินตามรอยท่านปู่ไป
“พวกเ้ามาดูนี้ มีน้ำหลงเหลือเป็แอ่งน้ำอยู่ตรงนี้”ลี่จูร้องออกมาด้วยความดีใจ ที่เห็นขอบแอ่งมีต้นหญ้าสีเขียวขึ้นอยู่เต็ม เขาไม่ได้เห็นภาพนี้มาหลายปีแล้ว หลังจากที่แห้งแล้ง
“จริงด้วยท่านพ่อ พวกเราเอากระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำให้เต็ม จะได้หิ้วไปกินที่บ้าน”
“ท่านพ่อข้าอยากอาบน้ำ”ซินหยางพูดขึ้น “ข้าอยากอาบน้ำด้วยท่านพ่อ”ลี่ถังวิ่งมาหาพ่อ เขามีแต่เช็ดตัวไม่เคยได้อาบน้ำมานานแล้ว
“พ่อไปหาดูลำไม้ไผ่ต้นใหญ่ก่อน ถ้ามีจะตัดเอามาวางไว้ให้พวกเ้าได้อาบน้ำกัน อย่าพากันทำให้น้ำขุ่นเสียก่อนล่ะ”
“ท่านพ่อฝากดูเด็กด้วยนะ ข้าจะไปหาตัดลำไม้ไผ่ต้นใหญ่ มาทำเป็ถังตักน้ำให้เด็กพวกนี้ได้อาบน้ำกัน”ลี่กันหายไปครู่หนึ่งกลับมาพร้อมกับ กระบอกใส่น้ำและลำไผ่ต้นใหญ่ ที่ถูกตัดมาใส่น้ำให้เด็กอาบ
ค่าของตำลึง 1000 อีแปะ=1ตำลึงเงิน 10ตำลึงเงิน=1ตำลึงทอง
