วิชาของลัทธิเต๋าเป็วิชาแห่งความเที่ยงธรรมและรักสันติ มิว่าใครก็ฝึกฝนได้ แตกต่างกับวิชาอำมหิตเหี้ยมของสำนักปีศาจอย่างสิ้นเชิง
ลัทธิเต๋านับว่าเป็หนึ่งในสามขุมพลังมหาอำนาจ แน่นอนว่าย่อมมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว
เหตุการณ์ครั้งนั้นที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวน ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเฉินเซียนบุตรของเฉินเต้าถึงได้จองหองเฉกเช่นนั้น การปรากฏของกระบี่ัเหินสร้างความตกตะลึงให้กับจอมยุทธ์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนยิ่งยวด
พอนึกถึงกระบี่ัเหิน จูชิงก็อดหัวเราะไม่ได้ กระบี่ัเหินเป็ศัสตราวุธคู่กายของเฉินเต้า แต่กลับถูกทำลายจนแหลกเป็กองเศษเหล็ก การทำเช่นนั้นไม่ต่างอะไรกับตบหน้าเฉินเต้า ไม่รู้ว่าเพลานี้อีกฝ่ายจะเกลียดชังเขามากขนาดไหน
“เก้าหาง ฝากดูแลจินหลิงเอ๋อร์ด้วย ถ้ามีใครเปิดประตูเข้ามาก็ฆ่าทิ้งให้หมด!” จูชิงกำชับ
อสูรกลืนิญญาพยักหน้า “วางใจเถอะ ถ้าใครล่วงเกินข้า ข้าจะทำให้พวกเขาเสียใจตลอดชีวิต”
อย่างไรเสียอสูรกลืนิญญาก็เป็อสูริญญาที่ทำให้คนนับไม่ถ้วนในยุคดึกดำบรรพ์ต้องอกสั่นขวัญแขวน และเพราะจูชิงให้สมุนไพรกับมันทุกวัน อสูรกลืนิญญาจึงแข็งแกร่งยิ่งกว่าแต่ก่อนหลายเท่า
มันมีความสามารถพิเศษ สามารถสยบจอมยุทธ์ที่อยู่ระดับต่ำกว่าขั้นสั่งสมได้โดยไม่ใช่ปัญหาใหญ่
ถ้าจูชิงไม่มีศิลาผนึกิญญาพิชิต์ในจิติญญา เขาก็คงไม่กล้าเลี้ยงอสูรกลืนิญญาไว้ข้างกาย ใครเล่าจะรู้ว่าอสูรกลืนิญญาจะเกิดบ้ากลืนกินจิติญญาของเขาเมื่อไหร่
“ัคะนองน้ำน้อยกับสุนัขโลกันตร์สามหัวมากับข้า พวกเราจะไปหอสุราลัย” จูชิงเรียกัคะนองน้ำน้อยกับสุนัขโลกันตร์สามหัว
ัคะนองน้ำหดตัวเล็กจิ๋วเลื้อยพันรอบแขนจูชิง ส่วนสุนัขโลกันตร์สามหัวทำหน้าเอือมระอา ขยายตัวใหญ่ขึ้นเป็สัตว์ขี่ให้กับจูชิง
จูชิงมองสุนัขโลกันตร์สามหัวที่ดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นักพลางพูดว่า “เ้ากินของล้ำค่าไปตั้งเยอะยังไม่พอใจอีกรึ!”
“โฮ่งๆ!” สุนัขโลกันตร์สามหัวเห่าสองสามครั้ง
“ประเดี๋ยวพอกลับมาจากหอสุราลัย ข้าจะให้ของเ้ากินอีกตกลงหรือไม่” จูชิงลูบหัวสุนัขโลกันตร์สามหัว
“แค่ก!” สุนัขโลกันตร์สามหัวกระทืบเท้าพาจูชิงโจนทะยานะโขึ้นฟ้า พริบตาเดียวก็หายวับไปจากสายตาของจินหลิงเอ๋อร์
มันเป็สัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ มิด้อยไปกว่าอสูรกลืนิญญา อีกทั้งยังสุนัขโลกันตร์สามหัวก็ติดตามจูชิงมานานมากแล้ว สมุนไพรดึกดำบรรพ์ที่มันกินเยอะกว่าอสูรกลืนิญญาหลายเท่า อย่างน้อยๆ ขั้นพลังก็น่าจะอยู่ที่ขั้นสั่งสมแรกเริ่ม
อย่างไรก็ตาม สุนัขโลกันตร์สามหัวยังอ่อนแอกว่าัคะนองน้ำน้อย เพราะัคะนองน้ำน้อยติดตามจูชิงมาั้แ่แรก ถึงมันเป็พวกี้เีตัวเป็ขน ชอบนอนอยู่นิ่งๆ ไม่ชอบขยับตัว ทว่าในกายานั้นมีสายเืัแท้จริงไหลเวียนอยู่ กระทั่งสุนัขโลกันตร์สามหัวยังััได้ถึงความอันตรายจากเ้าัที่มีลักษณะเหมือนงูตัวนี้
“หยุดที่ประตูเขาหอสุราลัย พวกเราไม่ได้มีเจตนาร้าย เจรจากันด้วยเหตุผลก่อน หากล้มเหลวค่อยใช้กำลัง!” จูชิงกล่าว
สุนัขโลกันตร์สามหัวกลอกตา แม้แต่มันยังรู้ว่าการเจรจาย่อมไม่มีทางราบรื่น หอสุราลัยเกลียดชังจูชิงยิ่งกว่าอะไรดี อยากฉีกทึ้งร่างเขาแทบทนไม่ไหว
“กลอกตาอะไรของเ้า ข้าแค่อยากได้คำแนะนำ” ไม่ใช่แค่สุนัขโลกันตร์สามหัว กระทั่งัคะนองน้ำน้อยเองก็กลอกตาเช่นกัน
ัคะนองน้ำน้อยเบะปาก เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อสิ่งที่จูชิงพูด ถ้าไม่ได้ไปหาเื่ เหตุใดต้องพาพวกเขาสองคนไปด้วย เห็นได้ชัดว่าจะไปหาเื่ชัดๆ
“กันเอาไว้ดีกว่าแก้ ถึงข้าจะมาดี แต่ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะดีเช่นเดียวกันกับข้า” จูชิงอธิบาย
ครืนนน! ทันใดนั้น เงาทมิฬพุ่งลงมาจากท้องฟ้าเหนือประตูหอสุราลัย จูชิงเห็นดังนั้นก็ะโลงมาจากหลังสุนัขโลกันตร์สามหัว
“เ้าเก็บตราประทับหินฟ้าทะมึนไว้ เดิมทีมันเป็ของเ้า เ้าน่าจะรู้ว่ามันใช้งานอย่างไร” จูชิงโยนตราประทับหินฟ้าทะมึนให้กับสุนัขโลกันตร์สามหัว มันอ้าปากแล้วกลืนตราประทับลงไป ตอนแรกสุนัขโลกันตร์สามหัวอาศัยความสามารถของตราประทับหินฟ้าทะมึนเกือบสังหารผู้าุโยอดลองกระบี่ เพลานี้มันแข็งแกร่งขึ้นแล้ว พลานุภาพของตราประทับหินฟ้าทะมึนก็น่าจะเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน
ความสามารถในการผนึกลมปราณของตราประทับฟ้าทะมึนเรียกได้ว่าเป็มือปราบจอมยุทธ์โดยเฉพาะ ไม่รู้ว่าผู้อำมหิตเหี้ยมคนไหนเป็คนหลอมมันออกมา
เฉินเหวินลืมตาอย่างแช่มช้า ครั้นเห็นคนหนึ่งคนกับสุนัขหนึ่งตัวอยู่เบื้องหน้า รอยยิ้มพลันปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ข้ารอเ้ามาสองวันแล้ว เดิมทีคิดว่าเ้าจะขึ้นเขามาในไม่ช้า ไม่คิดเลยว่าเ้าจะอดทนอดกลั้นรอถึงสองวัน”
“ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายกับหอสุราลัย พวกเขาสามคนคงคิดว่าข้าเป็ศัตรูงั้นสินะ” จูชิงส่ายหัว
“หืม? เ้าไม่ได้บุกรุกหรอกรึ แล้วเ้ามาทำอะไรที่หอสุราลัย?” เฉินเหวินเอ่ยถาม
“ข้ามีเื่อยากถามเกี่ยวกับมหาทวีปชางอู๋หลิง แล้วก็อยากรู้ว่าจะไปมหาทวีปิเจี้ยนเทียนได้อย่างไร!” จูชิงพูด
“มหาทวีปิเจี้ยนเทียน!” เฉินเหวินขมวดคิ้ว ถึงจะไม่ได้เอ่ยชื่อขุมพลังอำนาจนั้น แค่นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมหาทวีปิเจี้ยนเทียนก็ทำให้หอสุราลัยเป็โทสะแสนพรรณนาแล้ว
จูชิงยิ้มเล็กน้อย “ข้าคือจูชิง ขุนเขากระบี่เทียนหยวน ไม่รู้ว่าเคยได้ยินชื่อของข้ามาบ้างหรือไม่!”
ัคะนองน้ำน้อยกับสุนัขโลกันตร์สามหัว ถ้าพวกมันมีมือก็อดที่จะเอามือทาบหน้าผากไม่ได้ จูชิงจงใจยั่วโทสะหอสุราลัยชัดๆ
“จูชิง! ขุนเขากระบี่เทียนหยวน!” เฉินเหวินเบิกตาทั้งสองกว้าง มันเป็ชื่อที่หอสุราลัยเกลียดมากที่สุด
“เ้ายังไม่ตายงั้นรึ!” ลมปราณมหาศาลแผ่ซ่านทั่วทั้งกายาเฉินเหวิน
“เ้าหนู เ้าโชคดีจริงๆ เขาเป็ขั้นเหินนภาสูงสุด ใกล้สำเร็จเป็ขั้น์ปฐี ทั้งยังเป็ผู้ที่มีสถานะสูงส่งในหอสุราลัย” เฒ่าปีศาจยิ้ม
“ขั้นเหินนภาสูงสุดเป็ผู้พิทักษ์ประตูงั้นรึ?” จูชิงตะลึงงัน
“เ้าเตรียมตัวไว้ให้ดี ข้าไม่รู้ว่าขั้นเหินนภาของหอสุราลัยจะทนได้นานแค่ไหน” จูชิงพูดกับสุนัขโลกันตร์สามหัว
ทุกครั้งที่เฉินเหวินก้าว ลมปราณแข็งแกร่งขึ้นหนึ่งระดับ เมื่อเดินมาหยุดอยู่หน้าจูชิง ลมปราณกับความร้อนแรงพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด
าครั้งนั้นที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวน หอสุราลัยขายหน้าแทบแทรกแผ่นดินหนี เฉินเต้าพ่ายแพ้ เฉิยนเซียนก็แพ้พ่าย สองผู้แข็งแกร่งแห่งหอสุราลัยต่างก็แพ้ให้กับจูชิง
แม้ว่าทุกคนจะรู้ว่าพลังอันน่าสะพรึงนั้นไม่ใช่ของจูชิง ทว่าสุดท้ายแพ้ก็คือแพ้ เป็ความอัปยศอดสูที่ไม่มีทางลบล้าง
เดิมทีพวกเขานึกว่าจูชิงจะตายไปแล้ว เพราะพลานุภาพน่าพรั่นพรึงยิ่งหยั่งถึงเกินขีดจำกัดที่ขั้นหลอมกายาจะรับไหว
แล้วจู่ๆ จูชิงก็ประจักษ์ในมหาทวีปชางอู๋หลิง ปรากฏตัวในหอสุราลัย!
เฉินเหวินไม่รู้ว่าจูชิงมามหาทวีปชางอู๋หลิงจากมหาทวีปิเจี้ยนเทียนได้อย่างไร อย่างไรเสียสิ่งที่เขา้าก็มีเพียงแค่การฆ่าเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าให้ตายซะ
“เ้าเป็ขั้นเหินนภาสูงสุด ส่วนข้าเป็ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า จะสู้กันทั้งที ไม่อยากทำให้มันเท่าเทียมกันหน่อยรึ” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
“เ้าอยากสู้กับข้างั้นรึ?” เฉินเหวินยิ้ม นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เจอเด็กที่น่าสนใจเฉกเช่นนี้
“ใช่แล้ว ข้าจะสู้กับเ้าด้วยขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า!” จูชิงพยักหน้า
“หากข้าอยู่ในขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า เ้ามั่นใจแค่ไหนว่าจะเอาชนะข้าได้!” เฉินเหวินแค่นเสียงหึ
“ถ้าเป็ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าเหมือนกัน ข้ามั่นใจว่าข้าไม่มีทางแพ้เ้าอย่างแน่นอน!” จูชิงพลิกมือ ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตพลันประจักษ์
เฉินเหวินแค่นเสียงหึ “ถึงข้าจะยับยั้งขั้นพลังเหลือขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า แต่วิชากับประสบการณ์เหนือกว่าเ้าหลายขุม เ้าไม่ใช่คู่ประมือของข้า”
“เป๊าะ!” จูชิงดีดนิ้ว สุนัขโลกันตร์สามหัวอ้าปาก ทันใดนั้น ม่านแสงทมิฬประจักษ์ครอบคลุมจูชิงกับเฉินเหวินเอาไว้ข้างใน
เฉินเหวินหน้าเปลี่ยนสี ภายในม่านแสงทมิฬนี้มีพลังลึกลับบางอย่างที่ทำให้ลมปราณของเขาถูกยับยั้งเหลือเพียงขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า!
“หากเ้าอยากถอนคำพูด เกรงว่าคงไม่ทันแล้ว!” จูชิงยิ้ม
“ถอนคำพูดงั้นรึ วันนี้เป็วันตายของเ้า!” เฉินเหวินสืบเท้าไปเบื้องหน้า เสียงัคำรณอึกทึก กระบี่เล่มหนึ่งปรากฏลักษณะเหมือนกับกระบี่ัเหินยิ่งยวด
“กระบี่ัเหิน!” จูชิงตาเป็ประกาย
กระบี่เล่มนี้ถูกสร้างพร้อมกับกระบี่ัเหิน เพียงแต่จิติญญาอสูรที่อยู่ภายในมีเพียงเก้าตัว ต่ำกว่ากระบี่เหินัระดับหนึ่ง ทว่าพลานุภาพน่าสะพรึงแสนพรรณนา!
“ข้าลืมบอกเ้าไป ในขั้นพลังเดียวกัน ในด้านประสบการณ์การต่อสู้ไม่มีใครเทียบข้าได้ เ้าเองก็เช่นกัน!” จูชิงแสยะยิ้ม ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตแปรเปลี่ยนเป็กระบี่ยาว
เฉินเหวินคร้านจะสนทนา ไม่อยากพูดพล่ามอะไรกับจูชิงต่อ เขาขยับฝีเท้า รูปแบบดวงดาราทั้งเจ็ดค่อยๆ ประจักษ์!
“วิชาก้าวย่างเจ็ดดารา!” ณ หอสุราลัย เฉินเต้าลืมตาขึ้นทันใด
“มันเป็ใคร ท่านลุงถึงต้องใช้วิชาก้าวย่างเจ็ดดารา!” เฉินเต้าขมวดคิ้ว
ครั้นเฉินเต้าเห็นม่านแสงทมิฬที่เชิงเขา ใบหน้าพลันเปลี่ยนสี
“เขตแดนลมปราณ?” เฉินเต้าตะลึงงัน
ใครก็ตามที่อยู่ในเขตแดนลมปราณ ลมปราณจะถูกยับยั้งเหลือเพียงขั้นพลังระดับหนึ่ง ซึ่งความแข็งแกร่งของเขตแดนลมปราณนั้นจะแตกต่างกันออกไป เขตแดนลมปราณบางแห่งก็เปราะบาง เขตแดนลมปราณบางแห่งก็แข็งแกร่ง และเขตแดนลมปราณที่อยู่บริเวณเชิงเขาจัดอยู่ในประเภทแข็งแกร่ง
เฉินเต้าคิดไม่ออกเลย หลังจากยุคดึกดำบรรพ์แล้ว ยังมีขุมพลังอำนาจไหนสามารถสำแดงเขตแดนลมปราณเฉกเช่นนี้
เขตแดนลมปราณถึงฟังดูแล้วแข็งแกร่ง ทว่ามันเป็ดาบสองคม เพราะคนที่เข้าไปในเขตแดนลมปราณจะถูกยับยั้งลมปราณ ซึ่งไม่ได้แยกระหว่างผู้ใช้กับศัตรู
แม้ว่าจะมีคนไม่น้อยพยายามหาหนทางไม่ให้ถูกยังยั้งขั้นพลัง แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวไม่เป็ท่า
“วิชาก้าวย่างเจ็ดดารา วิชาขั้นลึกลับระดับสูง!” ดวงตาของจูชิงสาดแสงจรัสแจ้ง
ขณะนั้น เฉินเหวินแยกร่างเป็เจ็ดคน ฟันกระบี่ข้างหน้าพร้อมกัน!
