เนี่ยเทียนที่ถูกสายตามากมายจับจ้องกลับไร้ซึ่งความหวาดเกรงใดๆ กลับแสยะปากยิ้มส่งให้ด้วยซ้ำ
“ต่อเลย!” เขาออกคำสั่งต่อโครงกระดูกปีศาจเือีกครั้ง
โครงกระดูกปีศาจเืที่พื้นที่แห่งความตายหดเล็กลงเหลือแค่หนึ่งร้อยเมตรเดินหน้าต่อไปท่ามกลางปราณปีศาจเข้มข้น ทั้งยังใช้วิธีการเดิมมากวาดเอาชีวิตของภูตผีปีศาจชั้นต่ำ
ภูตผีปีศาจชั้นต่ำตัวแล้วตัวเล่าพลังชีวิตสูญสิ้น ตายตกไปตามๆ กัน
เนี่ยเทียนที่นั่งอยู่บนไหล่ของโครงกระดูกปีศาจเืสั่งการมันพลางสังเกตการณ์สมรภูมิรบอย่างเงียบๆ ไปด้วย
ในน้ำวนปราณปีศาจ เส้นสายตาของเขาได้รับผลกระทบ แต่เขาได้ใช้กระแสจิตที่ห่อหุ้มด้วยแสงสะเก็ดดาวเจ็ดดวงมาก่อตัวขึ้นเป็ “ทิพย์จักษุ” เจ็ดข้างรออยู่นานแล้ว
อาศัย “ทิพย์จักษุ” เจ็ดข้างนั้น เขาถึงสามารถมองเห็นสถานการณ์ในน้ำวนปราณปีศาจได้อย่างชัดเจน
เขาสังเกตเห็นว่านอกจากเขาแล้ว ผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ทุกคนที่กล้าต่อสู้อยู่ในน้ำวนปราณปีศาจล้วนไม่ได้รับอิทธิพลจากปราณปีศาจเท่าไหร่นัก
กุ่ยถงเ้าสำนักภูตผีใช้ิญญาฟ้าสองตน บวกกับผีดินเก้าตนต่อสู้อย่างดุเดือดอยู่กับภูตผีปีศาจชั้นสูงสองตน
ภูตผีปีศาจชั้นสูงสองตนนั้นต่างก็เป็เหมือนกุ่ยถงที่มองดูเหมือนเรือนกายจะผอมบาง หนึ่งในภูตผีปีศาจชั้นสูงสองตนต่อกรกับิญญาฟ้าและผีดินโดยเฉพาะ ส่วนอีกตนหนึ่งกำลังต่อสู้อยู่กับกุ่ยถง
พลังจิติญญาที่เหมือนมีตัวตนจริงๆ กระเพื่อมรุนแรงอยู่รอบด้านกุ่ยถงและภูตผีปีศาจสองตนนั้น ทำให้ปราณปีศาจที่เชี่ยวกรากถูกพัดให้ไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง
เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้ระหว่างกุ่ยถงและพวกมันยังเกี่ยวพันไปถึงการต่อสู้ทางจิติญญาด้วย
หลีจิ้งที่นั่งนิ่งอยู่บนแท่นดอกบัวสีเืก็รับมือกับศัตรูสองตนเช่นกัน เงาโลหิตที่บินออกมาจากแท่นดอกบัวสีเืไล่กวดโจมตีภูตผีปีศาจชั้นสูงตนหนึ่งอย่างต่อเนื่อง
ตัวของหลีจิ้งเองมือใช้ทั้งสองสร้างตราประทับมหัศจรรย์บางอย่างขึ้นมา ใช้เวทลับเืไหลย้อนกลับมาเล่นงานภูตผีปีศาจชั้นสูงอีกตนหนึ่ง
และยังมีชายฉกรรจ์ร่างกายสูงใหญ่บึกบึนที่สวมอาภรณ์ผ้าป่านเนื้อหยาบซึ่งกำลังถือกระบี่เล่มใหญ่ประมืออยู่กับภูตผีปีศาจชั้นสูงอีกตนที่สวมเกราะปีศาจสีดำคลุมไปทั่วร่าง และมีเรือนกายสูงกว่าเขาเกือบเท่าตัว
การต่อสู้ดุเดือดระหว่างชายฉกรรจ์คนนั้นกับภูตผีปีศาจชั้นสูงดึงดูดความสนใจจากเนี่ยเทียนได้ทันใด
ทิพย์จักษุข้างหนึ่งของเนี่ยเทียนที่ล่องลอยอยู่รอบด้านค่อยๆ เข้าไปใกล้ชายฉกรรจ์และภูตผีปีศาจชั้นสูงที่สวมชุดเกราะอย่างเงียบเชียบ เขา้าตรวจสอบพลังในการสู้รบที่แท้จริงของภูตผีปีศาจชั้นสูงตนนั้น
ทว่าเมื่อทิพย์จักษุข้างนั้นเข้าไปใกล้จนอยู่ห่างจากภูตผีปีศาจชั้นสูงตนนั้นประมาณสองร้อยเมตร ภูตผีปีศาจชั้นสูงที่ต่อสู้อยู่กับชายฉกรรจ์ก็พลันััถึง
ภูตผีปีศาจชั้นสูงที่ห่อหุ้มไปด้วยเกราะปีศาจสีดำตลอดร่าง ซึ่งแม้แต่ใบหน้าก็ยังมีหน้ากากปกปิด เผยให้เห็นเพียงดวงตาสีม่วงคู่เดียวพลันย้ายสายตามามองทิพย์จักษุข้างนั้นของเนี่ยเทียนด้วยสายตาเ็า
“ปัง!”
ทิพย์จักษุข้างนั้นที่ด้านในรวบรวมแสงสะเก็ดดาวดวงหนึ่งเอาไว้ะเิกระจายทันทีเพียงแค่เขามองมาเท่านั้น
ความเ็ปรวดร้าวซึ่งส่งตรงมาถึงจิติญญาทำให้เนี่ยเทียนตัวสั่นเยือก ดวงตาของเขาพลันเคว้งคว้าง
ในใจเขาบังเกิดความหวาดกลัว เข้าใจทันทีว่าภูตผีปีศาจชั้นสูงที่สวมเกราะสีดำตลอดร่างตนนั้นน่าจะเป็ภูตผีปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาภูตผีปีศาจทั้งหมดที่อยู่ในน้ำวนปีศาจ
ทิพย์จักษุเจ็ดข้างเหลืออยู่เพียงหกข้าง ข้างที่ะเิกระจายมิอาจดึงกลับคืนมาได้อีก
เขาไม่กล้าเอาทิพย์จักษุเข้าไปใกล้ภูตผีปีศาจที่แข็งแกร่งตนนั้นอีกแล้ว ได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ
เขาสังเกตเห็นว่า ขณะที่ภูตผีปีศาจชั้นสูงที่แข็งแกร่งตนนั้นต่อสู้กับชายร่างใหญ่ กลับไม่ได้ใช้อาวุธปีศาจใดๆ
ภูตผีปีศาจชั้นสูงตนนั้นอาศัยเพียงแค่มือเปล่าสองข้าง ทุกครั้งที่มือใหญ่ั์ของมันกำเป็หมัด ปราณปีศาจที่อยู่รอบด้านก็จะถูกดึงมาจนเกลี้ยงแล้วก่อตัวขึ้นมาเป็กลุ่มแสงสีม่วงที่ส่องประกายแวววาว
ในกลุ่มแสงสีม่วงนั้นสามารถมองเห็นปราณเืสีม่วงเป็กลุ่มๆ ได้รำไร และในปราณเืก็มีแสงระยิบระยับคล้ายผลึกใสสีม่วงผลุบๆ โผล่ๆ ให้เห็น
กลุ่มแสงสีม่วงคล้ายหมัดที่พกพาพลังงานน่าหวาดกลัวพุ่งกระแทกดาบเล่มใหญ่ของชายฉกรรจ์เผ่ามนุษย์
ทุกครั้งที่กระทบกัน พื้นที่บริเวณนั้นจะต้องมีเสียงกัมปนาทะเืเลือนลั่นฟ้าดินดังลอยมา ท่ามกลางเสียงดังสนั่นหวั่นไหว กลุ่มแสงสีม่วงแตกกระจาย ปราณเืสีม่วงไหลนอง สะเก็ดแสงสีม่วงก็สาดกระเซ็นไปทั่วพื้นดิน
สายตาของเนี่ยเทียนมองไปตามสะเก็ดแสงราวผลึกใสสีม่วงเ่าั้ ใช้ทิพย์จักษุจับตามองทิศทางการเคลื่อนไหวของพวกมัน
แล้วเขาก็เห็นทันทีว่าแสงผลึกสีม่วงที่สาดลงบนพื้นดินล้วนร่วงลงไปโดนตัวของผู้ฝึกลมปราณของวังยมบาล สำนักภูตผีและภูตผีปีศาจชั้นต่ำที่ต่อสู้กันอยู่รอบเมืองโบราณหินเขียวของสำนักภูตผี
ขณะที่ต่อสู้ หากคนเ่าั้ัักับแสงผลึกม่วงโดยไม่ทันระวัง ไม่ว่าจะเป็ภูตผีปีศาจชั้นต่ำ หรือผู้แข็งแกร่งของสำนักภูตผีและวังยมบาล เรือนกายที่มีเืเนื้อก็จะะเิออกเป็เศษเล็กเศษน้อย ตายอนาถจนมิอาจทนมองได้
เนี่ยเทียนตะลึงลาน
เขาตระหนักได้ทันทีว่าในกลุ่มแสงสีม่วงที่ภูตผีปีศาจชั้นสูงสวมชุดเกราะสีดำสร้างขึ้นแฝงเร้นไว้ด้วยพลังสายเืของมัน
จุดแสงที่คล้ายผลึกใสสีม่วงเ่าั้ก็คือพลังงานพลุ่งพล่านที่ซ่อนอยู่ในพลังงานสายเืของมัน ลำพังเพียงแค่สะเก็ดแสงก็สามารถสังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำและผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ขอบเขตต้น์ได้อย่างง่ายดาย
พลังงานสายเืที่สาดกระเซ็นออกมาจากร่างของภูตผีปีศาจชั้นสูงผู้น่าครั่นคร้ามคือการโจมตีที่มิอาจต้านทานได้ ไม่ว่าจะเป็ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์หรือภูตผีปีศาจชั้นต่ำ แค่ััโดนก็ต้องตายทันที
ดูเหมือนว่าในสายตาของมัน แม้แต่ภูตผีปีศาจชั้นต่ำที่ทนรับกับพลังสายเืของมันไม่ไหวก็สมควรตายตกตามไปด้วย
มันมองข้ามทุกชีวิตที่อ่อนแอและฐานะต่ำต้อยกว่ามัน ซึ่งรวมไปถึงพวกภูตผีปีศาจชั้นต่ำที่ซื่อสัตย์ภักดีต่อมันด้วย
“แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
เนี่ยเทียนแอบใ จากนั้นก็เดาออกถึงฐานะของชายฉกรรจ์เผ่ามนุษย์ที่ต่อสู้กับภูตผีปีศาจชั้นสูงตนนั้นได้ทันที
บุคคลอันดับหนึ่งของอาณาจักรหลีเทียน---ฉางเซินแห่งวังยมบาล!
และก็มีเพียงฉางเซินแห่งวังยมบาลที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรหลีเทียนเท่านั้นถึงจะสามารถรับมือกับภูตผีปีศาจชั้นสูงทรงพลังตนนั้นได้ และไม่มีวี่แววว่าจะแพ้ มีแต่ทัดเทียมสูสีกัน
เมื่อตระหนักได้ว่าภูตผีปีศาจชั้นสูงตนนั้นร้ายกาจมากเพียงใด เวลาเนี่ยเทียนออกคำสั่งกับโครงกระดูกปีศาจเือีกครั้งจึงจงใจหลีกห่างจากพื้นที่การต่อสู้ระหว่างฉางเซินและภูตผีปีศาจชั้นสูงตนนั้น
ในสายตาของเขา แม้แต่โครงกระดูกปีศาจเืเองก็ใช่ว่าจะเอาชนะภูตผีปีศาจชั้นสูงที่แข็งแกร่งตนนั้นได้
เขาไม่สนใจการต่อสู้ดุเดือดระหว่างฉางเซินและภูตผีปีศาจชั้นสูงอีก ใช้ทิพย์จักษุหกข้างที่เหลืออยู่ไปสังเกตเมืองโบราณหินเขียวของสำนักภูตผี และก็มองเห็นทันทีว่าผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์ของสำนักภูตผีและวังยมบาลหลายคนเดินออกมาจากเมืองโบราณแห่งนั้น เปิดฉากต่อสู้กับภูตผีปีศาจชั้นต่ำมากมายที่โอบล้อมอยู่รอบเมืองโบราณ
ผู้ที่เฝ้าอยู่ในเมืองโบราณหินเขียวมีเพียงคนที่ขอบเขตต่ำกว่าต้น์เท่านั้น ซึ่งเป็ผู้อ่อนแอที่ไม่มีแม้แต่พลังในการต่อกรกับภูตผีปีศาจชั้นต่ำ
ผู้อ่อนแอได้แค่เพียงรออยู่ในค่ายกลใหญ่ “หมื่นผีร่ำไห้” ของเมืองโบราณเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย
แม้แต่ผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์ก็ยังได้แค่เข่นฆ่ากับภูตผีปีศาจชั้นต่ำ ส่วนคู่ต่อสู้ของภูตผีปีศาจชั้นสูงมีเพียงผู้แข็งแกร่งเขตสามัญและเขตลี้ลับเท่านั้น
คนเหล่านี้ถึงจะเป็ผู้ตัดสินสถานการณ์ของอาณาจักรหลีเทียน คือบุคคลที่ทำให้พวกภูตผีปีศาจชั้นสูงเห็นความสำคัญได้อย่างแท้จริง
“ทางนั้น!”
เนี่ยเทียนที่พอจะมองสถานการณ์ออกบ้างแล้วจึงคอยชี้นิ้วไปยังจุดที่มีภูตผีปีศาจชั้นต่ำรวมตัวกันเป็ระยะ ให้โครงกระดูกปีศาจเือาศัยพื้นที่แห่งความตายที่ยังไม่หายไปมาสังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำที่มีกำลังไม่มากพอ
ภูตผีปีศาจชั้นต่ำตนแล้วตนเล่าถูกสังหารด้วยพื้นที่แห่งความตายสีเทาซึ่งถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของโครงกระดูกปีศาจเื ทว่าปราณเืเข้มข้นรวมไปถึงพลังแห่งชีวิตที่เนี่ยเทียนถ่ายโอนให้กับโครงกระดูกปีศาจเืที่กำลังประหัตปะาไปรอบด้านกลับไหลหายไปอย่างรวดเร็ว
“ผิดปกติ พลังแห่งชีวิตของโครงกระดูกปีศาจเื...ไหลหายไปเร็วเกินไป”
เนี่ยเทียนพลันค้นพบว่านับั้แ่ที่โครงกระดูกปีศาจเืปลดปล่อยพื้นที่แห่งความตายออกมา พลังชีวิตที่เขากรอกลงไปในหัวใจของโครงกระดูกปีศาจเืก็หายไปเร็วกว่าเดิมหลายสิบเท่า
เวลาแค่ครู่เดียวนี้ เขาก็รู้สึกได้ว่าพลังชีวิตของโครงกระดูกปีศาจเืกำลังจะหมดลง
เดิมทีที่เขาวิเคราะห์เอาไว้ก็คือ พลังชีวิตของเขาจะทำให้โครงกระดูกปีศาจเืดำรงอยู่ได้นานถึงสิบวัน
ทว่าหลังจากที่โครงกระดูกปีศาจเืสังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำอย่างเต็มกำลังและสร้างพื้นที่แห่งความตายขึ้นมา เขาก็รู้สึกได้ว่าอีกไม่นานโครงกระดูกปีศาจเืจะหลับลึกลงไปอีกครั้ง
“พลังแห่งความตายขัดแย้งกับพลังแห่งชีวิต หากโครงกระดูกปีศาจเืใช้พลังแห่งความตาย พลังแห่งชีวิตก็จะเผาผลาญไปมหาศาล และไม่นานก็จะไหลหายไปจนเกลี้ยง” เนี่ยเทียนประจักษ์แจ้งขึ้นมาในบัดดล
“ฟิ้ว!”
และเวลานี้เอง มีแสงปีศาจสีม่วงสองเส้นบินมาจากทิศไกล เนี่ยเทียนใช้ทิพย์จักษุมองก็พบว่าแสงปีศาจสีม่วงสองเส้นนั้นก็คือเก๋อหลู่เท่อและปีศาจสาวซาลาที่เคยปรากฏตัวก่อนหน้านั้น
หน้าของเขาพลันถอดสี
ปีศาจสาวซาลามีฝีมือในการต่อสู้เทียบเคียงได้กับหลีจิ้งแห่งสำนักโลหิต การมาของนางบางทีอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในตอนนี้อีกครั้ง
เนี่ยเทียนแอบเป็กังวล
แต่เขากลับค้นพบทันทีว่าเก๋อหลู่เท่อและปีศาจสาวซาลาผู้นั้นดูเหมือนว่าจะอ่อนแออย่างถึงที่สุด แม้แต่แสงปีศาจที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างของพวกมันก็ยังมีๆ หายๆ
เนี่ยเทียนไม่เข้าใจ
“ฝ่าาจื่อเหลียน! ใต้เท้าข่าหลัว!”
หลังจากที่พุ่งเข้ามาในน้ำวนปีศาจ ปีศาจสาวซาลาก็พูดขึ้นด้วยภาษาภูตผีปีศาจ “มีผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งที่ไม่ใช่คนของอาณาจักรหลีเทียนซุ่มโจมตีพวกเราขณะที่พวกเราเดินทางกลับมา นอกจากฝ่าาเก๋อหลู่เท่อและข้าแล้ว คนอื่นๆ ล้วนตายกันหมด คนผู้นั้นมีพลังในการต่อสู้เทียบเคียงได้กับใต้เท้าข่าหลัว เดิมทีเขาสามารถสังหารข้าและฝ่าาเก๋อหลู่เท่อได้ แต่กลับยอมเว้นชีวิต”
“อะไรนะ? แข็งแกร่งเท่ากับท่านอาข่าหลัวอย่างนั้นรึ?” จื่อเหลียนร้องอุทานด้วยความใ “ซาลา เ้าแน่ใจนะ?”
“ข้ามั่นใจมาก!” บนใบหน้างดงามของซาลาเต็มไปด้วยความใและหวาดหวั่น “ฝ่าาจื่อเหลียน พวกเราควรกลับตระกูลกันได้แล้ว ข้าเดาว่าผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ของอีกแปดอาณาจักรอาจจะยื่นมือเข้าแทรก และมีคนมาถึงอาณาจักรหลีเทียนล่วงหน้าแล้ว”
จื่อเหลียนหน้าเปลี่ยนสีไม่แน่นอน นางเงียบงันอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้ารับเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้ว”
......
ตรงจุดตัดระหว่างสำนักภูตผีและสำนักโลหิต
ผู้เฒ่าเผ่ามนุษย์คนหนึ่งนั่งพิงต้นไม้โบราณด้วยท่าทางเกียจคร้าน เขาเงยหน้าขึ้นมองปราณิญญาบนท้องฟ้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
รัศมีห้าร้อยเมตรรอบกายเขามีร่างของภูตผีปีศาจชั้นสูงสี่ตนที่เข้าร่วมการโจมตีสำนักโลหิตพร้อมกับเก๋อหลู่เท่อและซาลาก่อนหน้านี้นอนกองระเกะระกะ
แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะตายกันมานานมากแล้ว
“ตระกูลอาซือข่าเท่อของอาณาจักรปีศาจ เนิ่นนานมาแล้วอาณาจักรหลีเทียนก็คือหนึ่งในสถานที่เลี้ยงสัตว์ของตระกูลอาซือข่าเท่อ เวลาห่างไปหลายปี ตระกูลอาซือข่าเท่อกลับมาเยือนอาณาจักรหลีเทียนอีกครั้งก็น่าจะรู้ว่าดินแดนดาวตกสูญเสียการควบคุมนานแล้ว ด้วยพลังของตระกูลอาซือข่าเท่อตระกูลเดียว ต่อให้สามารถ่ชิงอาณาจักรหลีเทียนกลับคืนมาได้ก็ฮุบทั้งดินแดนดาวตกไม่ไหว”
“ถ้าเช่นนั้นการที่ฝ่าาทั้งสองของอาซือข่าเท่อมาเยือนอาณาจักรหลีเทียนก็น่าจะเป็เพียงแค่การฝึกประสบการณ์เท่านั้น”
“การฝึกประสบการณ์ อย่างไรก็ต้องมีวันสิ้นสุด”
“ในเมื่อข้าลงมือแล้ว ถ้าเช่นนั้นการฝึกประสบการณ์ของลูกหลานสายตรงของตระกูลอาซือข่าเท่อสองคนนั้นก็น่าจะยุติลงเพียงเท่านี้”
“รอจนข้าไปถึงพื้นที่ของสำนักภูตผีเมื่อใด คนของตระกูลอาซือข่าเท่อก็น่าจะจากอาณาจักรหลีเทียนกลับไปยังอาณาจักรปีศาจของตัวเองแล้ว”
ผู้เฒ่าเผ่ามนุษย์พึมพำแล้วจึงลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า เดินเตร่ไปยังทิศทางที่ตั้งของสำนักภูตผีอย่างไม่รีบไม่ร้อน
หากเนี่ยเทียนอยู่ที่นี่ด้วยก็จะพบว่าผู้เฒ่าเผ่ามนุษย์ที่ระหว่างทางลอบสังหารพวกภูตผีปีศาจชั้นสูง และไว้ชีวิตแค่เก๋อหลู่เท่อกับซาลาก็คือคนที่เคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ทั้งยังบอกความลับเื่ที่ประตู์จะเปิดขึ้นให้เขารู้---หัวมู่!
-----
