บทที่5 แผนการลับ
แสงแดดยามเย็นทอแสงสีส้มรำไรทาบทับไปบนทางเดินหินลูกรังหน้าโรงเรียนมัธยมหลงหยุน เงาของต้นไม้ทอดยาวเป็สาย ไป๋เย่วหลี พยายามพยุงร่างกายที่ยังคงเจ็บแปลบจากการถูกผลักตกน้ำเมื่อวันก่อน เธอเดินกะเผลกด้วยจังหวะที่พยายามเร่งให้เร็วที่สุดเท่าที่สังขารจะเอื้ออำนวย ในใจพะวักพะวนถึงเรือประมงของพ่อที่จะเข้าฝั่งในยามเย็น
"ไป๋เย่วหลี"
เสียงทุ้มต่ำที่นิ่งสงบดุจผิวน้ำลึกดังขึ้นจากใต้ร่มเงาของต้นหางนกยูงข้างคอสะพาน เย่วหลีชะงักเท้าก่อนจะหันไปมอง เธอพบกับร่างสูงสง่าของ เซียวจิ่งเหิง ที่ยืนรออยู่เพียงลำพัง ปลอกแขนสีแดงที่ระบุตำแหน่งหัวหน้าหน่วยยุวชนสะท้อนแสงอาทิตย์ดูเด่นชัดและทรงพลัง
"รุ่นพี่เซียว..." เย่วหลีเอ่ยทักทายอย่างระแวดระวัง ท่ามกลางกลีบดอกหางนกยูงสีแดงที่ร่วงหล่น
จิ่งเหิงก้าวเข้ามาใกล้ แววตาของเขาไม่ได้มีความดูแคลนเหมือนนักเรียนคนอื่นๆ ในโรงเรียน แต่มันกลับแฝงไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเ็า "จื่อหลิงเป็คนเอาแต่ใจ พ่อของเธอมีอำนาจมากในโรงงานต่อเรือ... หากเธอยังดึงดันที่เรียนต่อจะอยู่ที่นี่ เธอจะถูกรังแกไม่หยุด"
"ขอบคุณที่เตือนค่ะรุ่นพี่ แต่ฉันไม่มีที่ให้ถอยไปไหน" เย่วหลีสบตาเขาอย่างแน่วแน่ แววตาของเด็กสาวสั่นคลอนเพียงครู่เดียวก่อนจะกลับมาแข็งแกร่ง "ความจนไม่ใช่บาป และฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมฉันต้องเป็ฝ่ายหนีด้วยล่ะคะ? อีกอย่าง... ถ้าจะให้ฉันย้ายไปเรียนที่ฝูโจว มันคงไกลเกินไปสำหรับครอบครัวฉันในตอนนี้ อย่างน้อยฉันต้องเรียนให้จบมัธยมปลายที่นี่ให้ได้ค่ะ"
จิ่งเหิงนิ่งอึ้งไปกับคำตอบที่เด็ดเดี่ยวเกินวัยของคนตรงหน้า เขาหยิบห่อกระดาษเล็กๆ ออกมาแล้วยื่นให้เธอ "ในนี้คือยาใส่แผลและน้ำตาลกรวดหนึ่งห่อ... ฉันเห็นเธอเอาแต่กินหมั่นโถวรำข้าว ร่างกายเธอมันซีดเกินไปแล้ว"
เย่วหลีมองห่อน้ำตาลกรวดของมีค่าและหาได้ยากยิ่งในยุค1975เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ทันได้ปฏิเสธ มือหนาของจิ่งเหิงก็ยัดมันใส่มือเธอ "รับไปเถอะน่า ถือว่าเป็การชดเชยที่โรงเรียนดูแลนักเรียนได้ไม่ทั่วถึง..."
เขาทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้เย่วหลียืนมองห่อน้ำตาลในมือพร้อมกับความรู้สึกประหลาดที่เริ่มผุดพรายขึ้นในใจราวกับยอดหญ้าที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า
เย่วหลีเดินข้ามสะพานไม้กลับสู่เกาะจินไห่ กลิ่นไอเกลือที่คุ้นเคยพัดมาปะทะใบหน้า ความเหนื่อยล้าและการถูกดูถูกในโรงเรียนมลายหายไปทันทีที่เห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยของพ่อกำลังทำบางอย่างให้กับเธอ
"อาหลี! กลับมาแล้วหรือลูก มาๆ พ่อเห็นเ้าบอกว่าอยากลองทำน้ำปลา พ่อก็เลยรีบล้างโอ่งดินเผาใบเก่าพวกนี้รอไว้ให้ดูซิมันพอใช้ได้มั้ยลูก?" ไป๋เถี่ยซาน ะโบอกพลางยกโอ่งที่เพิ่งล้างสะอาดเอี่ยมมาวางเรียงไว้ด้วยรอยยิ้มซื่อๆ เขาไม่รู้หรอกว่าน้ำปลาจะทำเงินได้อย่างไร แต่เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกสาวมีความสุข
"ขอบคุณค่ะพ่อ" เย่วหลีวางกระเป๋าลงแล้วเริ่มถกแขนเสื้อขึ้นทันที "แม่คะ! ในบ้านเรามีเกลือเหลืออยู่เท่าไหร่คะ หนู้ามันตอนนี้เลย"
หลินซิ่ว รีบยกโถดินเผาที่บรรจุเกลือหยาบๆ ออกมา ทันทีที่เย่วหลีเห็นเกลือในโถ หัวใจของเธอก็เหี่ยวแห้งไปวูบหนึ่ง เกลือพวกนี้มีสีเทาหม่น ผลึกขนาดไม่เท่ากันและจับตัวเป็ก้อนแข็งเพราะความชื้น ทั้งยังมีกลิ่นดินเจือปน
เย่วหลีหยิบผลึกเกลือขึ้นมาแตะปลายลิ้น สัญชาตญาณระดับ QC มือหนึ่งทำงานทันที “เกลือคุณภาพต่ำเกินไป... ทั้งเค็มขมและขุ่นมัว ถ้าหมักตรงๆ น้ำปลาจะเสียรสชาติแน่ๆ'
แต่ในวิกฤตยังมีโอกาส เธอสูดหายใจลึกก่อนจะเริ่มลงมือด้วยทักษะอัจฉริยะตามสูตรแป๊ะ
"เพียงเท่านี้เราก็รอเวลาค่ะพ่อ..." เย่วหลีพึมพำ "โอ่งใบนี้คืออนาคตของครอบครัวเรา ใครจะเรียกว่าปลาขยะก็ปล่อยเขาไป แต่ในนี้คือทองคำเหลวที่คนทั้งมณฑลต้องแย่งชิงกัน!"
เถี่ยซานและหลินซิ่วต่างมองหน้ากันด้วยความทึ่ง "อาหลี... ลูกไปจำเื่พวกนี้มาจากไหนกัน?"
เย่วหลียกยิ้มจางๆ "ที่โรงเรียนมีห้องสมุดค่ะแม่ หนูอ่านเจอในหนังสือก็เลยอยากลองทำดู" พ่อกับแม่พยักหน้าตามด้วยความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็เลือกที่จะไม่ซักไซ้ต่อ
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ท้องฟ้าก็แปรเปลี่ยนเป็สีดำสนิท ลมทะเลเริ่มกรรโชกแรงตามจังหวะน้ำขึ้น เย่วหลีเดินออกมายืนหน้าเรือนไม้ของพวกเขา เธอมองไปยังลานหน้าบ้านเห็นพ่อและแม่กำลังเตรียมอุปกรณ์ประมงเพื่อออกเรือรอบค่ำตามวิถีชีวิตชาวเลที่ต้องสู้กับความหิวและหาเลี้ยงชีวิต
"พ่อกับแม่ระวังตัวด้วยนะคะ" เธอะโบอกขณะที่เรือประมงลำน้อยเริ่มเคลื่อนตัวออกจากท่า เสียงเครื่องยนต์ดีเซลดัง “แต็ก... แต็ก... แต็ก...” ค่อยๆ หายลับไปในความมืด
เย่วหลีหันกลับมาหา อาเป่า ที่นั่งเล่นอยู่บนธรณีประตู "อาเป่า... พี่ถามหน่อย ปกติพ่อกับแม่หยุดออกเรือวันไหนบ้างนะ?"
เด็กชายเงยหน้ามองพี่สาวด้วยสายตาฉงน "พี่ใหญ่... พี่ตกน้ำจนความจำเสื่อมไปแล้วจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?"
"ถามก็ตอบมาเถอะน่า" เย่วหลีเอ็ดเบาๆ
"ก็หยุดทุกวันเสาร์ไงพี่ แล้วก็วันที่มีพายุแรงๆ พี่ลืมไปได้ยังไง ปกติวันเสาร์พ่อต้องซ่อมเรืออยู่บ้านตลอด" อาเป่าทำหน้ามุ่ย
เย่วหลีนิ่งคิดตามคำบอกของน้องชาย "อื้อ!วันเสาร์สินะ..."
เธอยกยิ้มในใจ วันที่พ่อแม่หยุดพัก คือ่เวลาที่เธอจะสามารถจัดการ สกัดเกลือบริสุทธิ์ และดูแลโอ่งน้ำปลาได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะสงสัยในวิธีการที่ดูล้ำสมัยเกินยุคสมัยไปไกล
ท่ามกลางความมืดมิด ไป๋เย่วหลีมองดูโอ่งใบแรกที่เธอลงมือทำ ความแค้นจากโรงเรียนและความลำบากของครอบครัวกลั่นตัวเป็พลังที่ทำให้เธอมั่นใจว่า... แผนการปฏิวัติชีวิตของเธอเริ่มมีเวลาที่ใกล้ลงตัวแล้ว!
