สิบก้าวฆ่าหนึ่ง หนึ่งพันเมตรไม่มีเหลือ
ซุนเฟยก้าวไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว แม้จะเป็การกระทำที่เรียบง่าย ทว่าบนร่างของเขากลับะเิพลังที่น่าเกรงขามออกมาประหนึ่งเขื่อนแตก ราวกับมีูเาั์กดทับลงมา ทำให้ทหารรับจ้างดาบโลหิตที่โชคดีรอดจากบอลไฟมาได้ ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงอยู่แล้วเมื่อเจอกับแรงกดดันมหาศาลนี้เข้า ก็ทำให้ร่างของพวกเขาคุกเข่าลงกับพื้นอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่
ส่วนใหญ่แล้วทหารรับจ้างที่คุกเข่าอยู่บนพื้นต่างเป็นักรบระดับหนึ่งดาวขึ้นไป แต่ความแข็งแกร่งของซุนเฟยในโหมดคนเถื่อนเทียบเท่ากับนักระดับหกดาว หัวเข่ากระแทกกับพื้นเสียงดังจนแตกละเอียด ร่างของพวกเขาสั่นระริกราวกับลูกเจี๊ยบบังเอิญเจอเสือ
ยิ่งซุนเฟยเดินเข้ามาใกล้มากเท่าไร พวกเขาก็ได้ยินเสียงเหมือนลูกโป่งแตกดังขึ้นมากเท่านั้น นอกจากหัวหน้าแฮร์รี่ ชายที่ถือค้อนั์แปดเหลี่ยมแล้ว คนอื่นต่างถูกแรงกดดันที่มองไม่เห็นกดทับร่างเอาไว้ แม้แต่เสียงโหยหวนก็ไม่ทันจะได้ร้องออกมาสักคำ ก็ถูกแรงกดดันมหาศาลกดทับจนกลายเป็โคลนเนื้อ
พลังที่ทรงอำนาจเช่นนี้ ทำให้ผู้คนรู้สึกอกสั่นขวัญหายไปตามๆ กัน
คนทั้งภายในและภายนอกค่ายต่างเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด พวกเขารู้สึกหวาดกลัวมากจนหน้าซีดเซียว ดวงตาแต่ละคนเบิกกว้างขึ้น ปากก็อ้าค้าง ร่างกายพลันรู้สึกหนาวสั่นไปทั่วร่าง ตอนนี้พวกเขาเห็นซุนเฟยไม่ต่างอะไรกับมัจจุราชหรือาาแห่งภูตผีปีศาจ
ระดับของคนเถื่อนที่สูงขึ้น บวกกับประสบการณ์ในการต่อสู้กับยอดฝีมือ ทำให้ซุนเฟยสามารถควบคุมพลังของคนเถื่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตลอดทางที่เขาเดินผ่าน ซุนเฟยได้ควบคุมพลังของตัวเองไม่ให้ไปส่งผลกระทบกับร่างกายของฝ่ายไบแซนไทน์ นอกจากตัวแฮร์รี่ที่ถือค้อนคู่ั์แล้ว คนอื่นๆ ไม่มีค่าอะไรให้ซุนเฟยต้องลงมือ อันที่จริงแล้วในค่ายทหารแห่งนี้ไม่ใครคู่ควรที่จะให้ซุนเฟยต้องลงมือเองเสียด้วยซ้ำ
“เ้า...เ้าเป็ใคร?” แฮร์รี่ตวาดออกมาเสียงดังในขณะที่โคจรคลื่นพลังในร่างของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง หากเขาไม่โคจรคลื่นพลังไว้ เกรงว่าแรงจะยืนก็คงไม่มี เขาตะเบ็งเสียงออกมาทั้งๆ ที่หน้าของตัวเองซีดลงด้วยความกลัว “พวกข้าคือคนของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต เ้าจะใจกล้าเกินไปแล้ว ไม่รู้จักที่ตายหรือไง ถึงได้กล้าลงมือกับพวกข้า?”
“ก็แค่ฆ่าคนชั่ว!” ซุนเฟยหัวเราะอย่างเ็า เดิมทีก็ไม่จำเป็ต้องพูดเื่ไร้สาระกับคนพวกนี้ เขาปล่อยหมัดตรงออกไป
แฮร์รี่ยังคิดที่จะใช้ค้อนั์เข้าต่อต้าน เขาเหวี่ยงค้อนในมือทุบลงไปที่หัวของซุนเฟย
แต่วินาทีต่อมาเขาก็ได้ยินเสียงดังปึง! ตามมาด้วยแผ่นเหล็กสีดำลอยละลิ่วเต็มท้องฟ้า ค้อนั์สีดำที่ไร้เทียมทานเมื่อวันวาน ตอนนี้ได้กลายเป็เศษเหล็กบางๆ ที่แสนเปราะบาง ค้อนั์ถูกทำลายด้วยหมัดของซุนเฟย ขณะเดียวกันก็ยังทำลายแขนทั้งสองข้างของแฮร์รี่ พลังมหาศาลที่โจมตีเข้ามายังร่างกายตรงๆ ทำให้จอมวายร้ายที่เพิ่งข่มขู่าาแห่งไบแซนไทน์เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนลอยละลิ่วปลิวออกไปไกล หยดเืสีแดงชโลมเกล็ดน้ำแข็งที่ตกลงมาจากท้องฟ้าให้กลายเป็สีแดง กระดูกของเขาหักในชั่วพริบตา
ั้แ่ต้นจนจบใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบวินาทีเท่านั้น ั้แ่ควบคุมลูกกระจ๊อกของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตให้อยู่กับที่เพื่อจะสังหารพวกมันทั้งหมด โดยที่ไม่มีใครเหลือรอดไปได้สักราย ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายห่างชั้นกันมากเกินไป
หยดเืไม่แม้แต่จะกระเด็นโดนร่างของซุนเฟย เขายืนนิ่งๆ อยู่กับที่โดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ดวงตาดุจคมมีดกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดลงที่ร่างของาาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์
“เ้า...เ้าเป็ใคร?” เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาของมัจจุราชตรงหน้ากำลังจับจ้องมา าาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์ก็ไม่ลังเลที่จะดึงร่างบอบบางของอิซาเบลล่ามาอยู่ด้านหลังตน าาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองแล้วถามซุนเฟยออกมาเสียงดัง
ซุนเฟยก้มหน้า ครุ่นคิดบางอย่างไม่ยอมตอบคำถาม
บรรยากาศก็พลันเงียบไปชั่วขณะ
ทุกคนทั้งในและนอกค่ายทหาร หรือแม้กระทั่งฝูงชนที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ต่างก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่มีใครกล้าขยับตัวแม้แต่นิดเดียว กระทั่งหายใจเสียงดังก็ไม่กล้า พวกเขากลัวว่าถ้าส่งเสียงดังออกไปเพียงเล็กน้อย อาจจะทำให้มัจจุราชผู้แข็งแกร่งคนนั้นพุ่งเข้ามาบดขยี้เขาให้กลายเป็โคลนเนื้ออย่างแน่นอน
ราวกับว่าทั้ง์และพื้นพิภพถูกหยุดเวลาไว้
ทันใดนั้นเองซุนเฟยก็เงยหน้าขึ้นมา
ก่อนจะยื่นมือออกไป พลังมหาศาลที่มองไม่เห็นก็ยึดร่างของาาไบแซนไทน์เอาไว้ จากนั้นร่างของเขาก็ถูกดึงเข้ามาหา แม้ว่าาาไบแซนไทน์จะพยายามดิ้นรนแต่ก็ไม่อาจหลบหนีไปจากอำนาจที่มองไม่เห็นนี้ได้ ทันใดนั้นก็มีของเหลวสีเขียวขนาดหยดหมึกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายแปลกๆ ผุดออกมาจากฝ่ามือของซุนเฟย ก่อนจะไหลเข้าไปในปากของาาไบแซนไทน์
“อ๊าก...เจ็บ...เจ็บ...เ้าทำอะไรข้า? ข้าเจ็บจะตายอยู่แล้ว!” ไม่ช้า ร่างของาาไบแซนไทน์ก็เริ่มสั่นเทิ้มขึ้นมา เขาพยายามดิ้นรนต่อสู้กับความเ็ปที่รุมเร้าในร่างของเขา
“ปล่อยฝ่าานะ...ไม่! ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้! เ้าคิดจะทำอะไร? เ้าคนชั่ว!!!”
ใบหน้าขาวผ่องของอิซาเบลล่าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นชายคนรักของนางถูกมัจจุราชในชุดคลุมสีดำบังคับให้กลืนยาพิษสีเขียวเข้มเข้าไป เสียงกรีดร้องของเขาทำให้นางหวาดกลัวจับใจ นางพยายามเข้ามาช่วยคนรักของนาง
แต่ด้วยความของอ่อนแอของนาง ทำให้นางไม่สามารถเข้าใกล้าาไบแซนไทน์ได้ แค่เดินเข้ามาใกล้ก็ถูกพลังที่มองไม่เห็นผลักออกไป
“นังผู้หญิงโสโครก เ้าคิดจะทำอะไร? อยากให้นายท่านคนนี้โมโหขึ้นมาหรือไง คิดจะสร้างความฉิบหายให้แก่อาณาจักรไบแซนไทน์อย่างนั้นหรือ?” เลขานุการร่างอ้วนตวาดออกมา เขาทั้งกลัวทั้งใ มันเปลี่ยนสีหน้าเป็ประจบสอพลอทันควัน ดูไม่ต่างกับโอเลเกร์ในยามที่เป็ภูติตูดม้าเลยสักนิด ชายวัยกลางคนยิ้มแหยๆ ไปให้ซุนเฟย พลางะโโลดเต้นแล้วะโสั่งการว่า “มานี่เร็วเข้า! รีบจับนังผู้หญิงโสโครกไปเสีย อย่าได้ให้มันไปรบกวนนายท่านคนนี้”
เหล่าผู้คุ้มกันสองสามคนที่จงรักภักดีต่อไอค์ก็รีบวิ่งเข้ามาลากอิซาเบลล่าไปยังด้านหลัง
าาไบแซนไทน์ที่ถูกควบคุมด้วยพลังที่มองไม่เห็นกรีดร้องออกมาอย่างเ็ป ยิ่งนานก็ยิ่งดัง ผิวนอกร่มผ้าของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็สีเขียวเข้มน่ากลัว ดูเหมือนกำลังจะกลายพันธุ์เป็ปีศาจที่น่าเกลียดน่ากลัว เส้นโลหิตสีดำปูดโปนขึ้นมา แม้แต่หลอดเืก็ยังนูนออกมาอย่างชัดเจน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเ็ป ส่งเสียงแหกปากร้องคร่ำครวญอย่างทรมานออกมาไม่หยุด เรี่ยวแรงที่จะดิ้นรนค่อยๆ หายไปอย่างช้าๆ
ฉากที่น่ากลัวตรงหน้าทำให้ผู้คนรอบข้างเงียบเป็เป่าสาก
พวกเขามองไปยังาาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์ที่กำลังแสดงสีหน้าเ็ปออกมา เพียงเท่านี้ก็พอจะจินตนาการได้แล้วว่าชายหนุ่มตรงหน้าต้องอดทนแบกรับความเ็ปมากมายขนาดไหน บางคนมองมาที่ซุนเฟยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป นอกจากความกลัวแล้ว พวกเขายังมองซุนเฟยไม่ต่างอะไรกับปีศาจร้ายจากนรก
บางคนก็รู้สึกดีใจ
พวกเขารู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดีที่คนที่ถูกเลือกโดยปีศาจชุดคลุมสีดำคนนั้นไม่ใช่ตัวเอง หากตกไปอยู่ในเงื้อมมือปีศาจตรงหน้า พวกเขายอมกัดลิ้นตายดีกว่าต้องทนรับความเ็ปแบบนี้ สายตาที่มองไปยังาาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์เต็มไปด้วยความรู้สึกสงสาร
แต่ตอนนี้เอง เหตุการณ์แปลกๆ ก็เริ่มเกิดขึ้น
ไม่รู้ว่ามันเริ่มั้แ่เมื่อไรที่แสงสีเขียวๆ บนร่างของาาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์เริ่มจางลง สีหน้าของเขาดูเหมือนจะไม่เ็ปอีกต่อไป เส้นโลหิตสีดำและหลอดเืที่นูนขึ้นมาจากิัก็ค่อยๆ ยุบลง ใบหน้าเริ่มกลับมาเป็ปกติ ไม่แสดงสีหน้าบิดเบี้ยวอีกต่อไป
ห้าหกนาทีผ่านไป
ทุกคนก็พบว่าแสงสว่างสีเขียวๆ ที่คลอบคลุมร่างของาาไบแซนไทน์สลายหายไปจนหมดสิ้น ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้สักนิด ถ้าไม่ใช่เพราะทั้งร่างของเขาเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อที่ไหลโทรมกายจากการดิ้นรนและไอร้อนๆ ที่ไหลออกมาจากร่างของเขา บางทีทุกคนคงหลงคิดไปว่าฉากเมื่อไม่กี่นาทีก่อนอาจจะเป็เพียงภาพลวงตาก็ได้
ตุบ!
ซุนเฟยสะบัดมือเบาๆ พลังที่ควบคุมร่างของาาไบแซนไทน์ก็หายไป ก่อนจะหล่นลงมาบนพื้นอย่างรุนแรง
“ฝ่าา...ฝ่าาไม่เป็อะไรใช่ไหม? ฮือ ฝ่าา ท่านาเ็ตรงไหนบ้างเ้าคะ ฮึก ดีเหลือเกิน ข้ากลัวแทบตาย...” อิซาเบลล่าไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนถึงสามารถสะบัดตัวหลุดจากการจับกุมของพวกผู้คุ้มกันได้ นางพุ่งเข้าไปประคองร่างของาาไบแซนไทน์ขึ้นมาพลางร้องไห้ออกมา ทั้งใทั้งดีใจ จากนั้นก็คุกเข่าลงตรงหน้าซุนเฟยพลางอ้อนวอนทั้งน้ำตา “ได้โปรด ได้โปรดเถอะท่าน อย่า อย่าทำร้ายเขา อย่า...”
น้ำเสียงที่เจือไปด้วยความร้าวรานใจกับน้ำตาที่ไหลพรากไม่หยุดทำให้คนฟังรู้สึกโศกเศร้า
“เอ๋...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับข้า? ข้า...พลังนี่...ร่างของข้าเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง!”
ทันใดนั้น เสียงร้องอย่างตื่นใก็ดังขึ้น าาไบแซนไทน์มองสองมือของตัวเองตาค้าง เขารู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่กำลังไหลเวียนอยู่ในร่างของเขาประหนึ่งแม่น้ำขนาดใหญ่ ในใจก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อ เขาตกตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะกำหมัดตัวเองแน่นแล้วชกลงไปบนพื้นดินตูม! พื้นดินแข็งๆ ถูกต่อยจนยุบลงไปหลายนิ้ว พร้อมๆ กับลายปริแตกของพื้นที่กระจายออกมาเหมือนใยแมงมุม
วินาทีต่อมา ผู้คนที่อยู่รอบๆ ต่างอ้าปากค้างจนน้ำลายแทบไหล
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ทำไมถึงเป็แบบนี้เล่า?
ปาฎิหาริย์!
นี่มันปาฎิหาริย์!
ความแข็งแกร่งของาาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์เพิ่มขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ดูจากความแข็งแกร่งของหมัดนี้ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะระดับสองดาว ก่อนหน้านื้เขายังเป็เพียงนักรบระดับหนึ่งดาวระยะต้นเท่านั้นเอง นี่มันเกิดอะไรขึ้น? บางคนที่หัวไวก็รีบเบนสายตาไปยังร่างที่สวมชุดคลุมสีดำที่ยืนอย่างเงียบๆ ทันที เื่มหัศจรรย์แบบนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับเขาอย่างแน่นอน อย่างน้อยๆ ก็เจ็ดแปดส่วน สายตาของพวกเขาพลันเร่าร้อนขึ้นมาทันที
“นี่...” หลังจากาาไบแซนไทน์ชะงักไปชั่วครู่ ไม่ช้าเขาเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ข้างๆ สาวคนรักและคุกเข่าลงข้างๆ นางเพื่อแสดงความขอบคุณกับบุรุษชุดคลุมสีดำตรงหน้า ทว่าเขากลับไม่สามารถคุกเข่าลงได้เนื่องจากมีพลังที่มองไม่เห็นหยุดการกระทำของเขาไว้
“สถานะของเ้าและข้าต่างเท่าเทียมกัน เ้าเป็าาดังนั้นจะคุกเข่าให้ข้าไม่ได้” ซุนเฟยพูดออกมา
“นี่...ข้าขอบคุณท่านมากจริงๆ ข้า...” ในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ แต่ไม่อาจเรียบเรียงออกมาเป็คำพูดได้ เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดี ชายตรงหน้าเป็คนดี เขาไม่เพียงช่วยสังหารคนของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต แต่ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่เขาอีกด้วย และยังทำให้คนอื่นเกือบจะเข้าใจเขาผิดอีกตะหาก
“ท่าน ได้โปรดยกโทษให้กับการกระทำอันไร้มารยาทของอิซาเบลล่าด้วยเถอะ ข้าไม่รู้ว่าที่แท้ท่าน...” สาวน้อยตรงหน้ายิ้มออกมา ใบหน้านวลเริ่มหยุดร้องไห้ สายตาของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและละอายใจ นางย่อกายแสดงความขอโทษให้แก่ซุนเฟยอย่างสุภาพ
ซุนเฟยหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหันหน้าไปหาาาไบแซนไทน์แล้วถามออกมาว่า “ในตอนที่เ้ากำลังเจ็บเจียนตาย เ้าสามารถเลือกที่จะกัดลิ้นตายเพื่อให้พ้นจากความเ็ปพวกนั้นได้ แต่ทำไมเ้าถึงยืนหยัดที่จะทนต่อไปเล่า?”
“เพราะอาณาจักรไบแซนไทน์้าข้า และข้าก็ไม่อาจทอดทิ้งประชาชนของข้าได้...”
ซุนเฟยส่ายหัวและขัดจังหวะคำตอบของเขาจากนั้นก็จ้องไปที่ดวงตาของเขาอย่างจริงจังและถามอีกครั้งว่า “นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้วยังมีเหตุผลอื่นหรือไม่?”
“ข้า...” าาไบแซนไทน์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะผงกหัวลงแล้วกำหมัดของตัวเองแน่น “ข้าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อปกป้องอิซาเบลล่า นางไม่อาจอยู่คนเดียวได้โดยที่ไม่มีข้า!”
ซุนเฟยยิ้มออกมา
------------------------------
