...
ในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างถกเถียงกันอย่างดุเดือดถึงมูลค่าทรัพย์สินของเฉินเฟิง ว่าปัจจุบันมีมูลค่ามหาศาลเพียงใด
หากย้อนกลับไปในปี 2022 มูลค่าทางการตลาดของเพนกวินกรุ๊ปทะยานสูงถึงห้าล้านล้านหยวน
ในขณะที่อาลีกรุ๊ปก็ไม่น้อยหน้า ด้วยมูลค่าที่สูงถึง 4.5 ล้านล้านหยวน
ส่วนจิ้วล่างกรุ๊ปและเวยป๋อรวมกันแล้วมีมูลค่าถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นล้านหยวน
เมื่อคำนวณโดยอิงจากตัวเลขเหล่านี้ ส่วนแบ่งที่เฉินเฟิงถือครองอยู่ทำให้มูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวของเขาเฉียดห้าแสนล้านหยวน
ซึ่งทำให้เฉินเฟิงกลายเป็มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในแดนหลงอย่างไม่ต้องสงสัย
หรืออาจจะสูสีกับแจ็คหม่า ผู้ถือครองหุ้นส่วนใหญ่ของอี่ลี้กรุ๊ป
แท้จริงแล้ว หลังจากการเจือจางหุ้น สัดส่วนการถือหุ้นของแจ็คหม่าและชิวเอ๋อหม่าในอาลีกรุ๊ปและเพนกวินกรุ๊ปของพวกเขาเอง อยู่ระหว่างห้าเปอร์เซ็นต์ถึงสิบเปอร์เซ็นต์
แต่พวกเขาก็ยังคงควบคุมอำนาจการออกเสียงได้อย่างเบ็ดเสร็จ
อย่างไรก็ตาม เื่เหล่านี้ไม่ได้กระทบกับเฉินเฟิงมากนัก
เขาแค่ต้องถือหุ้นห้าเปอร์เซ็นต์ของบริษัทั์ใหญ่ทั้งสามแห่งนี้ก็เพียงพอแล้ว
เมื่อชาวเน็ตผู้รอบรู้คำนวณมาถึงจุดนี้ พวกเขาจึงตระหนักได้ว่า
แท้จริงแล้ว ภายในประเทศหลงแห่งนี้ ยังมีมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยอย่างเฉินเฟิงซุกซ่อนอยู่
เขาไม่เคยปรากฏชื่อบนรายชื่อมหาเศรษฐีเพราะไม่้าทำตัวเด่น
กระแสการถกเถียงเื่เฉินเฟิงบนโลกออนไลน์ ส่งผลให้เพลงใหม่เสียงผู้หญิงของเขา ‘The Great Director’ พุ่งทะยานขึ้นครองอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงอย่างมั่นคง
ส่วนเื่ชาร์ตเพลงในหมวดต่างประเทศนั้น ดูเหมือนว่าระบบจะไม่ได้เข้มงวดโหดหินเกินไป เนื่องจากในเนื้อเพลงไม่มีภาษาอังกฤษ
เขาจึงไม่จำเป็ต้องผลักดันให้เพลงนี้ขึ้นแท่นชาร์ตเพลงต่างประเทศแต่อย่างใด
ติ๊ง!
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ เพลง ‘The Great Director’ สามารถขึ้นแท่นอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงต่างๆ ในประเทศหลงได้สำเร็จก่อนกำหนดเป็เวลาครึ่งวัน
ภารกิจย่อยแรกสำเร็จลุล่วง ระบบจะทำการมอบรางวัลเป็เสียงเสี่ยวเยี่ยนจื่อ พร้อมข้อมูลทุกอย่างของภาพยนตร์ ‘The Thousand Faces of Dunjia [1]’ เวอร์ชันโลกของคุณ คุณสามารถใช้เสียงเสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็เสียงพูดได้โดยไม่ต้องทำการสะอื้นอีกต่อไป
ประกาศภารกิจย่อยที่สอง: ภายในหนึ่งเดือน คุณต้องทำให้ภาพยนตร์ ‘The Thousand Faces of Dunjia’ เข้าฉายบนแพลตฟอร์มวิดีโอเพนกวิน และทำรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศหนึ่งร้อยล้าน]
เป็ตอนนี้เองที่เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหัวเฉินเฟิง
ราวกับเป็การตอบสนองต่อคำพูดโอ้อวดของเขาก่อนหน้านี้ ที่ว่าจะใช้เงินสามสิบล้านสร้างหนัง แล้วต้องทำกำไรให้ได้ถึงเก้าสิบล้าน
อาจเป็รางวัลพิเศษที่เฉินเฟิงทำภารกิจย่อยสำเร็จก่อนกำหนดถึงครึ่งวัน ระบบจึงมอบรางวัลพิเศษและภารกิจใหม่ให้
แม้ได้รับข้อมูลหนัง The Thousand Faces of Dunjia แต่เฉินเฟิงกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย เพราะขณะนี้เขารู้สึกคันคอยิบๆ
เขาพยายามไม่สะอื้น แล้วพยายามเปล่งเสียงอันแหบพร่าที่ไม่ได้ใช้มาตลอดสิบปี
เฉินเฟิงพูดได้จริงๆ เสียงที่ออกมาคือเสียงอันเป็เอกลักษณ์ของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ
"สาวน้อยนางหนึ่งทั้งเอาแต่ใจ ทั้งยังอวดดี [2] …"
หลังลองร้องเพลงประจำตัวของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เฉินเฟิงรู้สึกตื้นตันจนแทบร้องไห้
แม้จะมีหุ้นนับพันล้านหยวนกองอยู่ตรงหน้า ก็ยังไม่อาจเทียบความปลาบปลื้มที่เขากลับมาพูดได้อีกครั้ง
ถึงน้ำเสียงจะเป็ของเสี่ยวเยี่ยนจื่อจะไม่ใช่เสียงผู้ชายของเขาเองก็ตาม
แต่แค่นี้ก็ดีกว่าการพูดด้วยการสะอื้นมากโข
เมื่อลองเปล่งเสียงจนมั่นใจว่าพูดได้จริงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เฉินเฟิงถึงได้หันมาสนใจข้อมูล ‘The Thousand Faces of Dunjia’
ก่อนหน้านี้ เขาเคยประกาศบนเวยป๋อว่าจะใช้เงินสามสิบล้านสร้างหนังทำกำไรสุทธิหกสิบล้าน โดยในใจนึกถึงภาพยนตร์ออนไลน์เื่นี้พอดี
ตอนนั้น เฉินเฟิงคิดจะใช้คะแนนชื่อเสียงแลกบทภาพยนตร์ The Thousand Faces of Dunjia ฉบับสมบูรณ์จากระบบ
แต่โชคดีที่เขาทำภารกิจสำเร็จก่อนกำหนด จึงได้รับข้อมูลภาพยนตร์ทั้งหมดจากระบบ
เมื่อเฉินเฟิงหลับตาลง เขาเห็นภาพทุกฉากทุกขั้นตอนของ The Thousand Faces of Dunjia เวอร์ชันในโลกของเขา
'ฮ่าๆ ดูเหมือนว่าต่อจากนี้จะมีงานล้นมือแล้วนะ ตอนแรกวางแผนไว้ว่าหนังต้องใช้เวลาประมาณเดือนครึ่ง ไม่คิดเลยว่าระบบจะให้เวลาแค่เดือนเดียว แถมยังกำหนดรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศที่เวอร์กว่าเป้าหมายตอนแรกอีก ในใจตั้งไว้เก้าสิบล้าน แต่ระบบดันตั้งเป้าภารกิจสูงตั้งร้อยล้าน เป็เป้าหมายที่ยากเย็นแสนเข็ญสุดๆ'
เฉินเฟิงพึมพำพลางยิ้มให้ตัวเอง แต่สีหน้าก็แฝงความกังวลอยู่บ้าง
เพราะถ้าหาก้ารายได้บ็อกซ์ออฟฟิศออนไลน์สูง ก็ต้องทำสเปเชียลเอฟเฟคให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
The Thousand Faces of Dunjia เป็หนังออนไลน์ทำเงินสูงสุด แต่รายได้หลังหักค่าแบ่งปันกลับเหลือเพียงห้าสิบห้าล้านเท่านั้น
ยังห่างไกลจากเป้าหมายเก้าสิบล้านที่เฉินเฟิงตั้งไว้ ซึ่งก็คือกำไรสุทธิหกสิบล้าน
แต่ด้วยเส้นสายระหว่างเฉินเฟิงกับชิวเอ๋อหม่า ยังพอจะปรับอัตราส่วนแบ่งให้สูงขึ้นได้ เพื่อให้แตะเป้าเก้าสิบล้าน
แต่ต่อให้อัตราส่วนแบ่งจะยังเหมือนเดิม เฉินเฟิงก็ไม่กลัว
เพราะตอนนี้ชื่อเสียงของเขากำลังโด่งดังไปไกลมีพลังดึงดูดผู้คนมากมาย เอาลงฉายในโรงตรงๆ ไปเลยยังได้
เฉินเฟิงรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากจนอยากแบ่งปันความรู้สึกนี้ลงบนเวยป๋อ
แต่เมื่อเขาเข้าเวยป๋อ เขาก็เห็นลูกศิษย์ทั้งสามกำลังคุยโต้ตอบกันโดยมีเขาเป็ตัวละครหลัก
เฉินเฟิงจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายวิดีโอเซลฟี่
[สวัสดีทุกท่าน เฉินเฟิงเองนะครับ ผมมีความยินดีเป็อย่างมากที่จะแจ้งให้ทุกท่านทราบโดยทั่วกันว่าตอนนี้ผมสามารถพูดได้แล้ว ไม่ต้องใช้เสียงสะอื้นจากท้องเหมือนก่อนหน้า
แม้ว่าตอนนี้เสียงของผมจะยังเป็เสียงผู้หญิงอยู่ก็ตาม แต่เสียงผมตอนนี้ก็ฟังดูรื่นหูมากกว่าเสียงสะอื้นอ้อนแอ้นก่อนหน้านี้ เออแล้วก็ ชิวเอ๋อหม่า ภาพยนตร์ออนไลน์เื่ ‘The Thousand Faces of Dunjia’ จะออกอากาศบนแพลตฟอร์มเพนกวินวิดีโอในหนึ่งเดือนนับจากนี้นะ
ถึงเวลานั้นก็ช่วยๆ กันดูแลด้วย ถ้ารายได้จากการแบ่งปันผลกำไรไม่ถึงเป้าหนึ่งร้อยล้าน ผมจะถอนตัวออกจากเพนกวินแล้วย้ายเงินทุนไปจิ้วล่างเวยป๋อ]
อันที่จริง ในเมื่อทุกคนต่างคาดเดาความสัมพันธ์ของเขากับบริษัททั้งสามได้อยู่แล้ว เฉินเฟิงจึงไม่จำเป็ต้องปิดบังอะไร
กฎหมายไม่ลงโทษคนหมู่มาก
ระบบก็ไม่สามารถตำหนิได้
ตัวสองหม่าก็พูดอะไรไม่ชัดเจน เป็เพียงชาวเน็ตค้นหาข้อมูลกันเอง
หลังจากพูดจบ เฉินเฟิงก็รีบเข้าไปในห้องทำงานที่บ้าน เริ่มพิมพ์บทภาพยนตร์ด้วยตัวเอง
ทันทีที่ข้อความในเวยป๋อของเฉินเฟิงถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตต่างตื่นเต้นถึงขีดสุด
ส่วนใหญ่เป็การพูดคุยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเฉินเฟิง ชิวเอ๋อหม่า และจิ้วล่างเฉา
เพราะน้ำเสียงของเฉินเฟิง ไม่ได้ฟังดูเหมือนเป็การพูดคุยกับเพื่อนร่วมรุ่นหรือการสนทนาระหว่างผู้ถือหุ้นรายย่อยกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่
แต่ฟังดูเหมือนเป็ผู้ใหญ่ที่กำลังสั่งสอนเด็ก
เดี๋ยวก่อน
ปีนี้เฉินเฟิงอายุเท่าไหร่? อายุ 33 ปีเท่านั้น!
ในขณะที่ชิวเอ๋อหม่า แจ็คหม่าหรือแม้แต่จิ้วล่างเฉาล้วนมีอายุสี่สิบห้าสิบปีกันทั้งนั้น
เฉินเฟิงในวัยสามสิบกว่ากลับใช้ท่าทีผู้ใหญ่สั่งสอนชิวเอ๋อหม่า
ซึ่งสิ่งที่เหนือความคาดหมายของชาวเน็ตคือชิวเอ๋อหม่ารีบโพสต์ข้อความที่สองบนเวยป๋อที่เพิ่งสมัครใหม่
[ครับ เยี่ยมไปเลยครับ ถ้าหนังครูคุณภาพดีพอ ครูเอาส่วนแบ่งผลกำไรไปเลยเก้าในสิบ แต่ว่า หนึ่งเดือน อ่า ครูจะทำให้มันมีคุณภาพได้ทันจริงเหรอครับ?]
ข้อความของชิวเอ๋อหม่ามีความหมายแฝงสองชั้น
ชั้นแรกเขาเรียกเฉินเฟิงว่า ‘ครู’ เป็การยืนยันสถานะของเขา และยินยอมที่จะให้สัดส่วนการแบ่งปันผลกำไรสูงสุด
ชั้นสอง เขายืนหยัดในมุมมองของนักธุรกิจที่แสดงความสงสัยเกี่ยวกับภาพยนตร์ของเฉินเฟิง
ความสงสัยนี้เอง จะทำให้ชาวเน็ตตั้งตารอคอย ‘The Thousand Faces of Dunjia’ ที่จะออกฉายเดือนหน้า
เฉินเฟิงวุ่นวายอยู่ครึ่งวัน พิมพ์บทภาพยนตร์จากในหัวด้วยตัวเอง เมื่อเขาพิมพ์บททุกอย่างจนเสร็จสิ้น มือของเขาพิมพ์ตัวหนังสือจนปวดระบมไปหมด
เชิงอรรถ
[1] The Thounsand Faces of Dunjia (Qí mén dùnjiǎ) เป็ภาพยนตร์จีนที่ถูกสร้างเมื่อปี 2017 กำกับโดยหยวนหวูปิง ผู้กำกับเดียวกับ หย่งชุนหมัดสั้นสะท้านบู๊ลิ้ม ปี 2537 และหนังเก่าอีกหลายเื่ด้วยกัน
[2] เป็เนื้อร้องส่วนหนึ่งจากเพลงประกอบละคร องค์หญิงกำมะลอ
