บทที่ 7 ความจริงที่ซ่อนเร้น
บรรยากาศภายในเพนท์เฮาส์หรูระยับบนชั้นสูงสุดของอาคารระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ เงียบสงัดราวกับตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแ่เบาและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกาแฟคั่วบดที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ
ั นั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มถูกปลดกระดุมลงมาเผยให้เห็นแผงอกแกร่งและผ้าพันแผลสีขาวสะอาดที่ต้นแขนซ้าย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักฉายแววดุดัน วันนี้กลับดูผ่อนคลายลงเล็กน้อยขณะทอดสายตามองแผ่นหลังของใครบางคนที่กำลังง่วนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว
“กาแฟครับ ไม่หวานตามสั่ง”
วาโย วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะตรงหน้าเ้าของห้อง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม ร่างโปร่งอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งของัที่ยาวคลุมลงมาถึงต้นขา ทำให้ดูเหมือนเด็กน้อยที่สวมเสื้อผู้ใหญ่ ขัดกับแววตาภายใต้กรอบแว่นที่ยังคงฉายความดื้อรั้นไม่เปลี่ยนแปลง
“แผลเป็ไงบ้าง?”
ัถามเสียงเรียบ ยกกาแฟขึ้นจิบ
“แห้งดีครับ ถ้าไม่ซ่าไปหาเื่ใครอีก สัปดาห์เดียวก็น่าจะตัดไหมได้”
วาโยตอบพลางหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาเปิดอ่าน ทำทีเป็ไม่สนใจสายตาคมกริบที่จ้องมองมา
ักระตุกยิ้มมุมปาก วางแก้วกาแฟลงแล้วโน้มตัวไปข้างหน้า
“เป็ห่วงกู?”
วาโยชะงักมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษ เงยหน้าขึ้นสบตา
“กลัวเ้าหนี้ตายแล้วหนี้สูญต่างหาก”
คำตอบกวนประสาทที่มาพร้อมกับใบหน้านิ่งเฉยทำเอาัหัวเราะหึในลำคอ เขาชอบชอบความไม่ยอมคนของเด็กคนนี้ มันเหมือนแมวป่าที่ขู่ฟ่อๆ ตลอดเวลาแต่ก็ยอมให้เ้าของเกาคา
“วาโย...” น้ำเสียงของัเปลี่ยนเป็จริงจังขึ้น
“่นี้อย่าเพิ่งกลับไปที่หออยู่ที่นี่ไปก่อน”
“ผมต้องไปเรียน แล้วของใช้ส่วนตัวผมก็อยู่ที่นั่น” วาโยแย้ง
“เดี๋ยวกูให้คนไปขนมาให้ ส่วนเื่ไปเรียน กูจะไปส่ง” ัสั่งเสียงเด็ดขาด “ไอ้เสือมันกัดไม่ปล่อย มันเห็นหน้ามึงแล้วในคืนนั้น มึงกลายเป็เป้านิ่ง”
วาโยเม้มปากแน่น รู้ดีว่าสิ่งที่ัพูดคือความจริง เหตุการณ์ไล่ล่าเมื่อคืนก่อนยังคงตามหลอนเขาในฝัน กลิ่นดินปืนและเสียงะุยังดังก้องในหู แต่การต้องมาถูกขังอยู่ในกรงทอง (แม้จะเป็กรงของั) ก็ทำให้เขารู้สึกอึดอัดไม่น้อย
“ผมดูแลตัวเองได้...” วาโยพึมพำเสียงเบา
“อย่าอวดเก่ง” ัลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังวาโย โน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดใบหู
“โลกของกูมันโหดร้ายกว่าที่เด็กสถาปัตย์อย่างมึงจะจินตนาการออก... และกูจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องสมบัติของกู”
จมูกโด่งกดลงสูดดมกลิ่นหอมเย็นของ ดอกราตรี ที่ซอกคอขาวอย่างถือวิสาสะ กลิ่นนั้นเบาบางลงเพราะวาโยกินยาตามกำหนด แต่ก็ยังหอมรัญจวนใจสำหรับทรูอัลฟ่าอย่างเขาเสมอ
“เข้าใจไหม?”
วาโยขนลุกซู่ หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เขากัดริมฝีปากแน่นก่อนจะพยักหน้าช้าๆ อย่างจำนน “เข้าใจแล้วครับ...”
ัยิ้มพึงพอใจ ยีหัวทุยๆ นั้นเบาๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องทำงานไป ทิ้งให้วาโยนั่งใจเต้นรัวอยู่ลำพัง ท่ามกลางความรู้สึกปลอดภัยที่เจือปนไปกับความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
-----
ณ บ่อนคาสิโนใต้ดิน ย่านฝั่งธนฯ
แสงไฟสลัวสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วห้องทำงานที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สักทองราคาแพง แต่บรรยากาศกลับอึมครึมและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ควันซิการ์หนาทึบลอยฟุ้งบดบังใบหน้าของชายผู้เป็เ้าของสถานที่
‘เสือ’ มาเฟียหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ คู่ปรับตลอดกาลของั นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังเสือโคร่ง นิ้วมือที่สวมแหวนทองคำขาวเคาะลงบนโต๊ะเป็จังหวะเนิบนาบ สายตาจับจ้องไปยังจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ที่กำลังฉายภาพวงจรปิด
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน รถสปอร์ตของัที่พุ่งชนกองวัสดุ และภาพของเด็กหนุ่มร่างเล็กที่ถือท่อนเหล็กฟาดลูกน้องของเขาจนร่วงลงไปกอง
“เด็กสถาปัตย์งั้นเหรอ...”
เสือพึมพำ แววตาคมกริบดุจนักล่าหรี่ลงพิจารณา
“ไอ้ัยอมเอาตัวมารับะุแทนเด็กคนนี้แถมยังพาหนีไปด้วยกัน ไม่ทิ้งไว้เป็เหยื่อล่อเหมือนที่มันเคยทำกับคนอื่น”
“ครับนาย...” ลูกน้องคนสนิทรายงานเสียงสั่น
“สายข่าวรายงานว่าเด็กนั่นชื่อ วาโย เป็ลูกหนี้ที่ไอ้ัไปตามทวงเองถึงคณะ ดูเหมือนจะตัวติดกันตลอดเวลา่นี้”
“น่าสนใจ...” เสือแสยะยิ้มที่มุมปาก หยิบรูปถ่ายของวาโยที่ถูกแอบถ่ายไว้ขึ้นมาดู
“หน้าตาจืดชืดใส่แว่นหนาเตอะ ดูยังไงก็แค่เบต้าธรรมดาๆ ไอ้ัมันเปลี่ยนรสนิยมั้แ่เมื่อไหร่?”
แต่แล้ว สายตาของเสือก็ไปสะดุดเข้ากับจุดหนึ่งในคลิปวิดีโอ จังหวะที่ัดึงวาโยเข้าไปกอดแนบอกท่ามกลางดงะุ ท่าทางนั้นไม่ใช่แค่การปกป้อง... แต่มันคือการ ‘หวงแหน’ และ ‘’
สัญชาตญาณของอัลฟ่ากระตุกวูบ เสือหัวเราะในลำคอเสียงต่ำ
“มันไม่ใช่แค่เบต้าธรรมดาแน่...” เสือวางรูปถ่ายลง แล้วหยิบขวดแก้วใบเล็กที่มีของเหลวสีชมพูใสบรรจุอยู่ภายในขึ้นมาแกว่งเล่น
“ไอ้ัมันเป็พวกจมูกไว... ถ้ามันยอมให้ใครเข้าใกล้ขนาดนั้น แสดงว่าเด็กนี่ต้องมี ‘กลิ่น’ ที่ถูกใจมัน”
“นายหมายความว่า...”
“ไปจับตัวมันมา” เสือสั่งเสียงเหี้ยมเกรียม ั์ตาวาวโรจน์ด้วยแผนการชั่วร้าย
“กูอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่างถ้าเด็กนี่เป็โอเมก้าที่ซ่อนกลิ่นไว้ ยานรกขวดนี้จะกระชากหน้ากากมันออกมาเอง”
“แล้วถ้ามันเป็โอเมก้าจริงๆ ล่ะครับ?”
“หึ...” เสือแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว
“ถ้ามันเป็โอเมก้า... การได้เห็นไอ้ัคลุ้มคลั่งเพราะเมียตัวเองโดนรุมโทรมต่อหน้าต่อตา คงเป็ภาพที่สวยงามพิลึก ว่าไหม?”
-----
เวลา 17.30 น. บริเวณหลังคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
แสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มโรยรา ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็สีส้มอมม่วงหม่นหมอง วาโยเดินแบกกระเป๋าใส่โมเดลขนาดใหญ่ออกมาจากตึกคณะด้วยความเร่งรีบ เขาแอบหนีออกมาส่งงานโดยไม่บอกั เพราะไม่อยากให้เื่ใหญ่โตถึงขั้นต้องมีการ์ดมาคุม
“รีบกลับก่อนที่คุณัจะตื่นดีกว่า”
วาโยพึมพำกับตัวเอง เดินลัดเลาะไปตามทางเดินเชื่อมตึกที่ค่อนข้างเปลี่ยวเพื่อไปยังจุดที่เขาจอดรถมอเตอร์ไซค์ทิ้งไว้ แต่ทว่า... บรรยากาศรอบตัวกลับเงียบผิดปกติ เสียงนกกาที่มักจะส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวยามเย็นกลับเงียบกริบ
สัญชาตญาณระวังภัยทำงานทันที วาโยชะงักฝีเท้า กระชับสายกระเป๋าแน่น สายตากวาดมองไปรอบๆ
ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากด้านหลัง วาโยไม่รอช้า รีบสาวเท้าเดินหนี แต่ทันใดนั้น รถตู้สีดำทึบก็พุ่งเข้ามาจอดปาดหน้าขวางทางไว้!
ครืดดด!
ประตูรถตู้เปิดออก ชายฉกรรจ์สวมหน้ากากอนามัยสีดำสามคนะโลงมาอย่างรวดเร็ว วาโยทิ้งกระเป๋าโมเดลทันทีโดยไม่เสียดาย เตรียมตั้งท่าสู้
“เฮ้ย! จะทำอะไร!”
วาโยะโลั่น เหวี่ยงหมัดใส่คนแรกที่พุ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ
ผัวะ!
หมัดหนักๆ กระแทกเข้าที่ปลายคางจนคนร้ายเซถอยหลัง แต่คนที่สองและสามก็พุ่งเข้ามาล็อคแขนเขาไว้จากด้านหลัง วาโยดิ้นรนสุดชีวิต ทั้งถีบ ทั้งศอก
“ปล่อยกู! ช่วยด้วย!”
“ฤทธิ์เยอะนักนะมึง!” หนึ่งในคนร้ายสบถ ก่อนจะงัดเอาสเปรย์กระป๋องเล็กๆ ออกมาฉีดใส่หน้าวาโยเต็มๆ
ฟู่ววว!
ละอองฝอยที่มีกลิ่นหอมหวานเอียนเลี่ยนพุ่งเข้าจมูกและปากของวาโยทันที เขาสำลักไอโขลก ความแสบร้อนแล่นปราดลงไปในคอและปอด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความร้อนรุ่มที่วาบหวามอย่างประหลาด
“แค่กๆ ... นี่มัน...”
โลกทั้งใบเริ่มหมุนคว้าง ขาแข้งของวาโยอ่อนแรงลงจนทรุดฮวบ ร่างกายร้อนผ่าวเหมือนมีไฟสุมอยู่ข้างใน เหงื่อกาฬแตกพลั่ก กลิ่น ดอกราตรี ที่เคยซ่อนเร้นไว้ เริ่มะเิออกมาอย่างรุนแรงจนคนร้ายที่เป็เบต้ายังต้องย่นจมูก
“กลิ่นแรงชิบหาย... หัวหน้าเดาถูกจริงๆ ด้วย”
คนร้ายหัวเราะเยาะ ก่อนจะลากร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของวาโยโยนเข้าไปในรถตู้
ประตูรถปิดลง กระชากความหวังและแสงสว่างสุดท้ายของวันให้ดับวูบลงไป พร้อมกับรถตู้ที่แล่นออกไปจากมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว
ทิ้งไว้เพียงกระเป๋าโมเดลที่พังยับเยิน และโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอแตกกระจาย มีสายเรียกเข้าจากชื่อ ‘เ้าหนี้ (ั) ’ สว่างวาบขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางความมืด
ณ โกดังร้างชานเมือง (รังของเสือ)
น้ำเย็นจัดถังใหญ่ถูกสาดโครมเข้าใส่ร่างที่นอนคุดคู้เนอยู่บนพื้นปูนสกปรก
“เฮือก!”
วาโยสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความทรมาน ร่างกายเปียกโชกและสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะความร้อนรุ่มจากฤทธิ์ ‘ยาปลุกเซ็กส์ชนิดรุนแรง’ ที่กำลังออกฤทธิ์กัดกินสติสัมปชัญญะของเขา
ผิวขาวเนียนแดงก่ำราวกับกุ้งต้ม ลมหายใจหอบกระเส่าหนักหน่วง มือเรียวจิกเล็บลงบนพื้นปูนจนเืซึมเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน
“อึก... ร้อน... ทรมาน...”
เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้า ปลายรองเท้าขัดมันเชยคางวาโยให้เงยขึ้น
“สวัสดี เด็กน้อยของั”
เสือย่อตัวลงนั่ง มองดูเหยื่อที่กำลังดิ้นรนด้วยสายตาพึงพอใจ กลิ่นดอกราตรีต้องฝนที่ฟุ้งกระจายออกมาจากตัววาโยตอนนี้รุนแรงมาก... รุนแรงจนแม้แต่เขาที่เป็อัลฟ่ายังรู้สึกปั่นป่วนที่ท้องน้อย
“คุณ... เป็ใคร...” วาโยกัดฟันถาม พยายามโฟกัสสายตาที่พร่ามัว
“เรียกฉันว่า... ฝันร้ายของผัวเธอดีกว่า” เสือหัวเราะ หึ เขาเอื้อมมือไปกระชากคอเสื้อที่เปียกชุ่มของวาโยจนกระดุมหลุดกระเด็น เผยให้เห็นแผ่นอกบางที่กระเพื่อมไหว
“ซ่อนรูปนี่หว่า... มิน่าไอ้ัถึงได้หลงหัวปักหัวปำ”
เสือไล้นิ้วมือไปตามไหปลาร้าของวาโย ัันั้นทำให้วาโยสะดุ้งเฮือก ร่างกายที่ไวต่อััเพราะฤทธิ์ยาตอบสนองด้วยการแอ่นอกเข้าหาโดยไม่รู้ตัว
“อ๊ะ! อย่านะ...”
วาโยร้องห้าม แต่เสียงกลับแ่เบาและสั่นพร่าราวกับเสียงคราง
“ปากบอกอย่า แต่ร่างกายซื่อสัตย์จังนะ” เสือยิ้มเหยียด หยิบกล้องวิดีโอขึ้นมาจ่อถ่าย
“เอาล่ะ มาเริ่มการแสดงกันดีกว่า”
เขาหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องนับสิบคนที่ยืนล้อมวงอยู่
“ใครอยากลองชิมของดีของไอ้ับ้าง? กูอนุญาต”
เสียงเฮดังลั่น เหล่าชายฉกรรจ์มองวาโยด้วยสายตาหื่นกระหายราวกับฝูงไฮยีน่าที่รุมล้อมลูกกวางาเ็
วาโยถดตัวหนีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด น้ำตาไหลพรากออกมา
“ไม่... อย่าเข้ามานะ! ไอ้พวกสารเลว!”
“ร้องดังๆ สิ... กูจะส่งคลิปนี้ไปให้ผัวมึงดู” เสือกระซิบ
“ดูสิว่ามันจะรีบแจ้นมาตายเพื่อมึงไหม”
ในวินาทีที่มือสกปรกของลูกน้องคนหนึ่งเอื้อมมาจับที่ข้อเท้าของวาโย ความสิ้นหวังก็ถาโถมเข้ามาจับขั้วหัวใจ วาโยหลับตาแน่น กรีดร้องในใจเรียกชื่อคนเพียงคนเดียวที่เขาเชื่อว่าจะมาช่วยเขาได้
พี่ั... ช่วยด้วย...
----
ตัดกลับมาที่ เพนท์เฮาส์ของั
เพล้ง!
โทรศัพท์มือถือราคาแพงถูกปาอัดกำแพงจนแหลกละเอียดเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ร่างสูงใหญ่ของัยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง แผ่รังสีอำมหิตที่รุนแรงจนลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ด้านหลังต้องก้มหน้าตัวสั่น
บนหน้าจอทีวีขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่ออยู่ ยังคงค้างภาพคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่เพิ่งถูกส่งมา ภาพของวาโยที่กำลังนอนดิ้นรนด้วยความทรมาน ใบหน้าแดงก่ำและเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ท่ามกลางเสียงหัวเราะของพวกไอ้เสือ
“ไอ้เสือ...”
เสียงคำรามต่ำในลำคอของัดังลอดไรฟัน มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์อีกต่อไป แต่เป็เสียงของสัตว์ร้ายที่าเ็และกำลังคลุ้มคลั่ง
เส้นเืในตาของัปูดโปนจนแดงก่ำ กลิ่นฟีโรโมน ดินปืน ะเิออกมาอย่างรุนแรงจนกระจกหน้าต่างห้องร้าวเป็ทางยาว ความโกรธแค้นที่พุ่งพล่านดั่งลาวาทำให้สติของเขาขาดผึง
“เตรียมรถ... และเอาปืนทุกกระบอกที่มีออกมา”
ัหันกลับมาสั่งลูกน้อง เสียงนั้นเย็นะเืจนน่าขนลุก ยิ่งกว่าความตาย
“กูจะไปเผารังมัน ใครขวาง กูฆ่าหมด!”
คืนนี้กรุงเทพมหานครจะต้องลุกเป็ไฟ เพราะัที่กำลังคลั่งรักและหวงแหนสมบัติของตน จะไม่ออมมือให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น!
----
