“ผู้าุโอวี๋ ท่านพอจะมีผลึกิญญาให้ข้ายืมสักหนึ่งพันห้าร้อยก้อนหรือไม่?” เซินถูเสวี่ยเหลือบมองผู้าุโอวี๋ที่โกรธจนใกล้จะสิ้นสติเต็มทน ก่อนจะเอ่ยปากขออย่างไร้ยางอาย
“เซินถูเสวี่ย เ้าอยากได้ผลึกิญญามากมายขนาดไปทำไมกัน?” ผู้าุโอวี๋ตะคอกใส่ด้วยสีหน้าดำทะมึน
แม้ว่าเขาจะเป็ผู้าุโของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ ทุกเดือนจะได้รับมอบผลึกิญญาจำนวนหนึ่งอยู่แล้ว แต่ผลึกิญญาหนึ่งพันห้าร้อยก้อนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ มาขอยืมกันแบบกะทันหันเช่นนี้เขาจะไปหามาจากไหน
“ข้าสัญญาว่าจะชดเชยผลึกิญญาให้เยี่ยเฉินเฟิงสองพันก้อน” เซินถูเสวี่ยกัดฟันพูด
“ผลึกิญญาสองพันก้อน!” ผู้าุโอวี๋ผ่อนลมหายใจเย็นะเืออกมา “ไอ้หนู เ้านี่มันโเี้ชะมัด”
“โเี้? ผลึกิญญาสองพันก้อนแลกกับสามชีวิต ไม่ทราบว่าการค้าขายครั้งนี้คุ้มค่าพอไหมล่ะ” เยี่ยเฉินเฟิงเอ่ยขึ้นอย่างเฉยชา
“ผู้าุโอวี๋ ถ้าท่านยอมให้ข้ายืมผลึกิญญาหนึ่งพันห้าร้อยก้อน ข้าสัญญาว่าจะหามาคืนให้ท่านหนึ่งพันหกร้อยก้อน”
เมื่อถูกเยี่ยเฉินเฟิงกำจุดอ่อนที่อันตรายถึงชีวิตเอาไว้ เซินถูเสวี่ยที่อับจนหนทางจึงจำเป็ต้องต่อรอง
“ไม่มี แม้แต่ก้อนเดียวก็ไม่มี”
ผู้าุโอวี๋รู้สึกว่าตัวเองซวยซ้ำซวยซ้อนเหลือเกิน ไม่เพียงล่วงเกินอัจฉริยะที่มีพลังแฝงไร้ขีดจำกัดโดยไร้สาเหตุแล้วยังต้องสูญเสียเม็ดยาเก้าลำนำที่มีมูลค่ามหาศาลไปให้เขาอีก
แล้วยามนี้เซินถูเสวี่ยยังจะมาขอยืมผลึกิญญาจากตนเองไปชดใช้ให้เยี่ยเฉินเฟิงท่ามกลางสายตาของทุกคนอีก เื่นี้ทำให้ผู้าุโอวี๋โกรธเสียจนปอดแทบะเิ กล่าวปฏิเสธแบบไม่คิด
“เซินถูเสวี่ย ความอดทนของข้ามีขีดจำกัด ถ้าพวกเ้าหาของตามข้อตกลงมาให้ข้าไม่ได้ อย่ามาหาว่าข้าไม่ให้โอกาสพวกเ้าก็แล้วกัน” เยี่ยเฉินเฟิงเอ่ยขึ้นอย่างไม่ทุกข์ร้อน สายตาเหลือบมองเซินถูเสวี่ยที่ใบหน้าเดี๋ยวดำเดี๋ยวแดง อัดอั้นตันใจจนแทบะเิ
“ให้เวลาข้าหนึ่งชั่วโมง ข้าจะกลับไปที่สำนักฝึกยุทธ์อัคคี์แล้วเอามาให้” เซินถูเสวี่ยกัดฟันกรอดๆ พลางกล่าว
“ได้ เช่นนั้นข้าจะให้เวลาเ้าหนึ่งชั่วโมง ถ้าภายในหนึ่งชั่วโมงนี้เ้ายังไม่ยอมกลับมา ข้าก็จะไม่เกรงใจแล้ว” เยี่ยเฉินเฟิงเอ่ยเตือนเสียงเยือกเย็น
“ข้าจะกลับมาแน่นอน”
กล่าวจบ เซินถูเสวี่ยผู้มีใบหน้าดำทะมึนก็หมุนตัวขวับ ก่อนจะหายตัวไปท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง
“ผู้าุโอวี๋ เม็ดยาเก้าลำนำทั้งสองเม็ดนั่น ท่านจะมอบมันให้ข้าได้หรือยัง”สายตาเยือกเย็นมองตามแผ่นหลังของเซินถูเสวี่ยไปจนลับตา เยี่ยเฉินเฟิงยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาไปทางใบหน้าหมองคล้ำของผู้าุโอวี๋แล้วเอ่ยถาม
“ก็ได้! ก็ได้! ก็ได้!”
ท่ามกลางสายตาจำนวนมากที่จับจ้องมา ผู้าุโอวี๋จึงไม่อาจตระบัดสัตย์ได้ ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาเองก็หวาดกลัวพร์ของเยี่ยเฉินเฟิงด้วย เมื่อสิ้นไรทางเลือกเขาจึงทำได้เพียงข่มกลั้นความปวดใจยกสมบัติที่เก็บรักษาอยู่หลายปีที่ผ่านมาไม่กล้าหยิบออกมาใช้อย่างเม็ดยาเก้าลำนำให้เยี่ยเฉินเฟิงไป
เมื่อเปิดกล่องหยกที่บรรจุเม็ดยาเก้าลำนำออกดู กลิ่นอายสดชื่นของเม็ดยาเก้าลำนำสีขาวน้ำนม ขนาดเท่าดวงตาัก็ลอยมาแตะจมูกของเยี่ยเฉินเฟิง เยี่ยเฉินเฟิงก็รู้สึกถึงกลิ่นยาหอมสดชื่นที่แผ่กระจายออกมาจากเม็ดยาเก้าลำนำทั้งสองเม็ดซึ่งมีสีขาวน้ำนมและขนาดเท่าดวงตาั จนเขาอดใจไม่ไหวต้องสูดดมเข้าไปหนึ่งครา สติพลันกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา
“สมแล้วที่เป็เม็ดยาระดับเก้า เพียงแค่กลิ่นอย่างเดียวก็ทำให้คนฮึกเหิมขึ้นมาได้ หากกินเข้าไปอย่างน้อยๆ ก็ต้องทะลวงผ่านได้หนึ่งเขตแดน” เยี่ยเฉินเฟิงจัดแจงเก็บเม็ดยาเก้าลำนำทั้งสองไว้กับตัวอย่างดี ก่อนจะหันมองใบหน้ามืดครึ้มจนแทบจะบิดน้ำออกมาได้ของผู้าุโอวี๋ กล่าวว่า “ขอบคุณผู้าุโอวี๋ที่มอบเม็ดยาให้ข้า”
“ผู้าุโหลิว ที่นี่ไม่มีธุระให้ข้าต้องจัดการแล้ว ข้าขอตัวก่อนล่ะ”
ผู้าุโอวี๋ที่ไฟสุมทรวงอยู่รู้สึกว่าตนเองทนต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว ขืนอยู่ต่ออาจจะถูกเยี่ยเฉินเฟิงยั่วโทสะจนกระอักเืได้จึงสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปทันที
“เฉินเฟิง เ้าเป็ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดในการทดสอบเข้าสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ในครั้งนี้ เม็ดยาเก้าลำนำเม็ดนี้เป็รางวัลของเ้า” หลังจากผู้าุโอวี๋จากไปแล้ว ผู้าุโหลิวที่เริ่มแจกจ่ายของรางวัลก็ยื่นเม็ดยาเก้าลำนำให้กับเยี่ยเฉินเฟิง
“ซั่งกวนเผิง เซินถูเหยี่ย พวกเ้าได้อันดับที่สองและสามในการทดสอบเข้าสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ นี่คือรางวัลของพวกเ้า เม็ดยาปฐีกับเม็ดยาหยกขาวตะวันชาด”
หลังจากมอบรางวัลให้เยี่ยเฉินเฟิงแล้ว ผู้าุโหลิวก็นำรางวัลมาแบ่งให้กับซั่งกวนเผิงและเซินถูเหยี่ย
“ซั่งกวนเผิง เซินถูเหยี่ย ของรางวัลในมือของพวกเ้ามันควรจะเป็ของข้ามากกว่านะ” ซั่งกวนเผิงและเซินถูเหยี่ยที่เพิ่งจะได้รับของรางวัลมาหมาดๆ มือยังไม่ทันจะอุ่น น้ำเสียงของเยี่ยเฉินเฟิงก็ดังเสียดแทงเข้ามาในหูเสียแล้ว
“เอาไป!”
ไม่ว่าจะด้วยจุดอ่อนถึงตายในมือของเยี่ยเฉินเฟิงหรือเพราะมีผู้าุโหลิวที่เป็พยานก็ตาม พวกเขาก็ไม่กล้าผิดสัญญาทั้งนั้น ทั้งสองคนยื่นเม็ดยาระดับแปดที่แสนล้ำค่าในมือให้เยี่ยเฉินเฟิงด้วยความเสียดายอย่างสุดซึ้ง
เม็ดยาระดับเก้าสามเม็ด เม็ดยาระดับแปดสองเม็ด การเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เช่นนี้ทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นทั้งหมดอิจฉาริษยาจนแทบดิ้นตาย
“เยี่ยเฉินเฟิง เขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ สินะ”
เมื่อเห็นรูปร่างสูงสง่าผ่าเผย ร่างกายที่ราวกับเกิดใหม่ั้แ่หัวจรดเท้าของเยี่ยเฉินเฟิง จีชิงเสวี่ยก็รู้สึกราวกับว่านางไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลย
“เฟิงเซียวเซียว จีชิงเสวี่ย เซินถูปิง พวกเ้าได้อันดับสี่ถึงหกในการทดสอบเข้าสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ในครั้งนี้ นี่เป็รางวัลของพวกเ้าทุกคน”
หลังจากมอบรางวัลให้สามอันดับแรกครบแล้ว ผู้าุโหลิวก็นำรางวัลไปมอบให้พวกจีชิงเสวี่ย
“เอาล่ะ ตอนนี้ข้าจะขอประกาศให้พวกเ้าทั้งหกคนเป็ศิษย์อย่างเป็ทางการของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ รอให้เื่ของเยี่ยเฉินเฟิงได้รับการสะสางเสียก่อน พวกเ้าค่อยตามข้าเข้าไปในสำนักแล้วจัดการลงทะเบียนตามขั้นตอน นับจากวันนี้ไปพวกเ้าก็สามารถเข้าไปฝึกฝนในสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ได้แล้ว” ผู้าุโหลิวประกาศขึ้น
ได้ยินคำพูดของผู้าุโหลิว เฟิงเซียวเซียวและจีชิงเสวี่ยต่างก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่เล็กน้อย ทว่าเซินถูปิงที่อยู่ข้างๆ พวกนางกลับยืนตัวสั่นงันงก รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไปหาเื่เยี่ยเฉินเฟิงในตอนนั้น
เวลาไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า เมื่อเห็นว่าใกล้จะครบหนึ่งชั่วโมงเต็มทนแล้ว ในที่สุดเซินถูเสวี่ยก็เดินทางกลับมาด้วยใบหน้ามืดครึ้ม
“เยี่ยเฉินเฟิง ของที่เ้า้าทั้งหมดข้าหามาให้แล้ว แต่ก่อนที่ข้าจะให้ของทั้งหมดนี้แก่เ้า เ้าต้องรับปากก่อนว่าจะจบเื่ทุกอย่างลงในวันนี้และจะไม่ขุดมันขึ้นมาอีกในภายหลัง รวมทั้งส่งศิลาบันทึกความจำในมือเ้ามาให้ข้าด้วย” เซินถูเสวี่ยที่ดูอิดโรยอยู่พอสมควรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
เพื่อจะรวบรวมสิ่งของที่เยี่ยเฉินเฟิง้าให้ครบภายในหนึ่งชั่วโมง เขาต้องยอมแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายมหาศาลที่ยากจะจินตนาการถึง กล่าวได้ว่าอีกหลายปีต่อจากนี้ไป เขาต้องทำงานชนิดยอมขายิญญาให้คนอื่นเลยทีเดียว
“ได้ ข้ารับปากเ้า หลังจากเ้าส่งของทุกอย่างมาให้ข้าแล้ว เื่นี้ก็เป็อันเลิกแล้วต่อกันไป ภายภาคหน้าหากมีใครในพวกเรายกเื่นี้ออกมาพูดอีกขอให้โดนทัณฑ์สายฟ้าห้าสายไม่ตายดี” เยี่ยเฉินเฟิงพยักหน้าพร้อมกล่าวสาบานต่อหน้าทุกคน
“เอาของของเ้าไป แล้วนำศิลาบันทึกความจำส่งมาให้ข้า”
ได้ยินเยี่ยเฉินเฟิงเอ่ยสาบานต่อหน้าคนทั้งหมด สีหน้าที่เย็นะเืของเซินถูเสวี่ยก็อ่อนลงหลายส่วน เขาโยนถุงเอกภพในมือให้เยี่ยเฉินเฟิงไปเพื่อแลกเปลี่ยนกับศิลาบันทึกความจำในมือของอีกฝ่าย
“จริงสิเซินถูเสวี่ย ก่อนเ้าจะไปข้ามีเื่บางอย่างจะบอก” เยี่ยเฉินเฟิงยัดถุงเอกภพลงในอกเสื้อ ก่อนจะเอ่ยรั้งเซินถูเสวี่ยที่เตรียมจะกลับไปให้อยู่ต่อ กล่าวว่า “ที่จริงแล้วข้าโกหกพวกเ้าทั้งหมด ข้าไม่เคยใช้ศิลาบันทึกความจำถ่ายภาพเหตุการณ์ที่พวกเ้าไล่ล่าข้าและปลิดชีพเหวินเฟยหงเลยสักนิด”
“ว่าไงนะ...”
เยี่ยเฉินเฟิงกล่าวจบประโยค สีหน้าของพวกเซินถูเสวี่ยก็เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เซินถูเสวี่ยรีบเข้าไปค้นดูในศิลาบันทึกความจำ ปรากฏว่าเหมือนอย่างที่เยี่ยเฉินเฟิงพูดเอาไว้ไม่มีผิด ภายในศิลาไม่ได้บันทึกภาพเหตุการณ์อะไรเอาไว้เลย
“ข้าเพิ่งรู้ว่าพวกเ้าโง่เขลาโดยแท้ ในสถานการณ์ฉุกละหุกเช่นนั้น พวกเ้าคิดว่าข้ามีเวลาเปิดใช้งานศิลาบันทึกความจำได้หรือ?” เยี่ยเฉินเฟิงถามกลับทั้งสามคนที่มีสีหน้าโกรธจัด
“เยี่ยเฉินเฟิง เ้าหล้าหลอกข้าเรอะ...”
เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอก เซินถูเสวี่ยก็ไม่อาจข่มกลั้นโทสะในใจได้อีกต่อไป เขาพุ่งเข้าใส่เยี่ยเฉินเฟิงพร้อมเปล่งเสียงคำรามราวกับราชสีห์ดุร้ายที่กำลังเกรี้ยวกราด
ส่วนซั่งกวนเผิงและเซินถูเหยี่ยก็โมโหจนแทบลมจับ จ้องเยี่ยเฉินเฟิงอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน อยากจะสับเขาให้ขาดเป็หมื่นๆ ชิ้น
“เอาล่ะ เอาล่ะ อย่าโกรธกันนักเลย เดี๋ยวโกรธจนเป็ลมเป็แล้งไปมันจะแย่เอานะ” เยี่ยเฉินเฟิงเหลือบมองทั้งสามคนที่กำลังโกรธจัด พลางเอ่ยขึ้นอย่างเฉยชา
“เ้า...”
เมื่อคิดถึงว่าตัวเองจ่ายค่าตอบแทนไปมากมายแค่ไหนเพื่อเื่นี้ ความอัปยศที่ไม่อาจทนรับไหวก็แผ่ขยายไปทั่วจิตใจของเซินถูเสวี่ย ความอัปยศอดสูที่เสียดแทงลึกถึงขั้นหัวใจซึ่งเขาไม่เคยต้องพบพานมาก่อน มันทำให้เขาโกรธจัด บ้าคลั่งและแทบจะสูญเสียสติสัมปชัญญะที่มีไป
“พรวด...”
เมื่อโทสะไต่ระดับขึ้นจนสูงสุด เซินถูเสวี่ยที่บ้าคลั่งจนเสียสติก็รู้สึกลำคอหวานวูบ เืสดๆ กระอักใหญ่พวยพุ่งออกไปจากปากของเขา
เซินถูเสวี่ยที่ไม่อาจยอมรับความจริงเื่ที่ถูกเยี่ยเฉินเฟิงปั่นหัวจนเละก็โมโหจัดจนกระอักเื สาดกระเซ็นจนเต็มพื้นดิน ปรากฏเป็รอยเืแปดเปื้อนอยู่ประปราย
