บทที่ 3: บุกถ้ำเสือ... เพื่อลูบคม (และลูบไล้)
รัตติกาลมาเยือนจวนแม่ทัพเร็วกว่าที่คิด ดวงจันทร์เสี้ยวลอยเด่นอยู่เหนือยอดไม้ สาดแสงสีเงินยวบยาบลงมากระทบหลังคากระเบื้องเคลือบ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่กรีดปีกร้องระงม และเสียงฝีเท้าของเวรยามที่เดินตรวจตราเป็ระยะ
ณ เรือนใหญ่ อันเป็ที่พำนักส่วนตัวของแม่ทัพหยางเฟย แสงเทียนสว่างไสวลอดผ่านหน้าต่างกระดาษสาออกมาเป็เงาวูบวาบ บ่งบอกว่าเ้าของห้องยังไม่เข้าสู่นิทรา
ที่หน้าเรือน ทหารยามสองนายยืนเฝ้าประตูด้วยท่าทีเคร่งขรึม มือจับด้ามดาบเตรียมพร้อมตลอดเวลา นี่คือเขตหวงห้ามที่แม้แต่แมลงวันก็ยากจะบินผ่านเข้าไปได้ หากไม่ได้รับอนุญาต
ทว่า... คืนนี้กลับมีผู้บุกรุกที่มาพร้อมกับกลิ่นหอม
เงาร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งปรากฏขึ้นจากความมืด นางสวมชุดคลุมกันลมสีเข้มที่ปิดบังเรือนร่างมิดชิด ในมือถือตะกร้าไม้สานใบย่อม เดินตรงดิ่งมายังหน้าเรือนด้วยฝีเท้าแ่เบาแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
“หยุด! นี่คือเขตหวงห้าม... อะ... ฮูหยิน!”
ทหารยามที่ะโห้ามในตอนแรกถึงกับชะงักและรีบคุกเข่าลงทันทีเมื่อแสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าของผู้มาเยือน สตรีผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ ‘ไป๋ลี่หลิน’ ฮูหยินเอกผู้เลื่องชื่อ (ในทางลบ) ของท่านแม่ทัพ
“พวกเ้าจะเสียงดังไปไย เดี๋ยวท่านแม่ทัพก็ใตื่นกันพอดี” แพรวาเอ่ยเสียงดุแต่ไม่จริงจังนัก นางลดฮู้ดคลุมศีรษะลง เผยให้เห็นใบหน้าที่แต่งแต้มเพียงบางเบาแต่ดูยั่วยวนภายใต้แสงจันทร์
“ฮูหยิน... ดึกป่านนี้แล้ว ท่านมีธุระอันใดหรือขอรับ? ท่านแม่ทัพสั่งไว้ว่า...”
“ข้ารู้ว่าเขาสั่งว่าอะไร” แพรวาสวนขึ้นทันควัน “แต่ข้าเป็ภรรยา ไม่ใช่ศัตรู สามีาเ็ ข้าที่เป็ภรรยาจะนอนหลับลงได้อย่างไร? ข้าเตรียมยาสมานแผลสูตรพิเศษมาเปลี่ยนให้ท่านพี่”
“แต่ว่า...” ทหารยามมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ด้วยความเกรงกลัวในกิตติศัพท์ความเอาแต่ใจของนาง
“หลีกไป” น้ำเสียงของแพรวาเปลี่ยนเป็เ็าและทรงอำนาจ แววตาที่จ้องมองทหารยามทำเอาพวกเขาขนลุก “หากแผลของท่านแม่ทัพติดเชื้อเพราะไม่ได้รับการดูแลที่ดี พวกเ้าจะรับผิดชอบไหวหรือ?”
คำขู่นั้นได้ผลชะงัด ทหารยามทั้งสองรีบถอยฉากเปิดทางให้ทันที ไม่ใช่เพราะกลัวฮูหยินจะอาละวาด แต่กลัวท่านแม่ทัพจะเป็อะไรไปมากกว่า (และอีกใจหนึ่งก็ไม่อยากมีเื่กับนางมารร้ายผู้นี้)
แพรวายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ นางกระชับตะกร้าในมือแน่น ก่อนจะผลักบานประตูเรือนใหญ่เข้าไปอย่างเงียบเชียบ
...
ภายในห้องนอนกว้างขวางของแม่ทัพหยางเฟย ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูดุดัน ผนังแขวนดาบและแผนที่ยุทธภูมิ กลิ่นอายของบุรุษเพศอบอวลไปทั่วห้อง ผสมกับกลิ่นสมุนไพรจางๆ
กลางห้องมีฉากกั้นไม้ไผ่วาดลายพู่กันจีนตั้งอยู่ หลังฉากนั้นมีแสงเทียนส่องกระทบเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคน และเสียงน้ำกระเพื่อม...
ซ่า...
แพรวาหยุดยืนนิ่ง กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ‘แจ็คพอตแตก! กำลังอาบน้ำอยู่เหรอ?’
หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็จังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความตื่นเต้นที่จะได้เห็น ‘ของดี’ แบบ Full HD เธอค่อยๆ วางตะกร้ายาลงบนโต๊ะ แล้วย่องเท้าเบาๆ เข้าไปใกล้ฉากกั้น
ผ่านช่องว่างของฉากกั้น เธอเห็นถังไม้ขนาดใหญ่ที่มีไอน้ำลอยกรุ่น และร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มที่กำลังหันหลังให้เธอ แผ่นหลังกว้างตึงแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อรูปตัว V ที่สมบูรณ์แบบ ผิวสีแทนที่มีหยดน้ำเกาะพราวดูวาววับเมื่อต้องแสงเทียน รอยแผลเป็จางๆ หลายแห่งบนแผ่นหลังเป็เครื่องยืนยันถึงสมรภูมิที่เขาผ่านมา แต่มันไม่ได้ทำให้เขาดูน่าเกลียด กลับยิ่งส่งเสริมให้ดูเป็ลูกผู้ชายที่ดิบเถื่อนและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ
แพรวาไล่สายตาลงต่ำ... ไปยังบั้นท้ายสอบที่จมอยู่ใต้น้ำครึ่งหนึ่ง...
“ใคร!”
เสียงตวาดก้องพร้อมกับเสียงน้ำกระจายดังขึ้น หยางเฟยที่มีสาทััไวดั่งสัตว์ป่ารับรู้ถึงการมีอยู่ของผู้บุกรุกได้ทันที เขาคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันท่อนล่างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหมุนตัวคว้าดาบที่วางอยู่ข้างถังน้ำ ชี้ปลายดาบคมกริบมาทางผู้บุกรุก
“ว้าย! ท่านพี่! ใจเย็นๆ เ้าค่ะ ข้าเอง!”
แพรวาร้องเสียงหลง (แกล้งทำ) ยกมือสองข้างขึ้นระดับอกเป็เชิงยอมแพ้ แต่สายตาของเธอกลับไม่ได้ดูหวาดกลัวปลายดาบเลยแม้แต่น้อย สายตาคู่นั้นกลับจ้องมองไปที่... แผงอกเปียกชื้นและลอนหน้าท้องแปดลูกที่กำลังกระเพื่อมไหวตามแรงหายใจของเขา
หยางเฟยชะงักกึกเมื่อเห็นว่าเป็ใคร “ไป๋ลี่หลิน?!”
เขาลดดาบลงแต่ยังไม่คลายความระแวง คิ้วเข้มขมวดจนแทบจะผูกเป็เงื่อน “เ้าเข้ามาได้อย่างไร? ทหารหน้าห้องตายกันหมดแล้วหรือ!”
“อย่าไปว่าพวกเขาเลยเ้าค่ะ เป็ข้าเองที่ดื้อดึง” แพรวาตอบเสียงหวาน เดินอ้อมฉากกั้นออกมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มตัว
หยางเฟยถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มือกระชับผ้าเช็ดตัวที่พันเอวิ่เหม่แน่นขึ้น “ออกไปเดี๋ยวนี้! ข้าโป๊อยู่เ้าไม่เห็นรึ สตรีไร้ยางอาย!”
“เห็นเ้าค่ะ... เห็นชัดเต็มสองตาเลย” แพรวายิ้มกริ่ม สายตาโลมเลียอย่างเปิดเผย “และข้าก็บอกแล้วว่า เื่ของสามีภรรยาไม่ใช่เื่น่าอาย... อีกอย่าง ข้าเป็ห่วงท่าน”
“ห่วง?” หยางเฟยทวนคำเสียงสูงเหมือนไม่อยากจะเชื่อหู
“เ้าค่ะ เมื่อเช้าตอนข้าเช็ดเหงื่อให้ท่าน ข้าเห็นแผลที่หัวไหล่ท่านยังอักเสบอยู่” นางชี้ไปที่หัวไหล่ซ้ายของเขา ซึ่งมีรอยแผลยาวที่ขอบแผลเริ่มบวมแดง “แผลลึกขนาดนั้น หากปล่อยไว้แล้วโดนน้ำโดนเหงื่อ มันจะเน่าเอานะเ้าคะ”
หยางเฟยก้มลงมองไหล่ตัวเอง เขาเจ็บแผลนี้มาหลายวันแต่ก็ฝืนทนเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าอ่อนแอ และไม่อยากให้หมอหลวงมาวุ่นวาย “ไกลหัวใจนัก ไม่ตายหรอก” เขาตอบห้วนๆ “เ้ากลับไปซะ”
“ไม่กลับ”
แพรวาตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น เธอเดินตรงเข้าไปหาเขา หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่วางอยู่ใกล้มือขึ้นมา “มานี่... ข้าจะเช็ดตัวให้”
“ไม่ต้อง! ข้าทำเองได้!” หยางเฟยพยายามจะแย่งผ้า แต่แพรวาเบี่ยงตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว (ทักษะการหลบมือปลาหมึกของลูกค้าในผับช่วยได้เยอะ)
“อยู่นิ่งๆ สิเ้าคะ เป็แม่ทัพเสียเปล่า ทำไมกลัวเมียตัวเองขนาดนี้?” นางยั่วเย้า
คำว่า ‘กลัว’ ไปสะกิดต่อมศักดิ์ศรีของชายชาติทหารเข้าอย่างจัง หยางเฟยกัดฟันกรอด ยืดอกขึ้น “ใครกลัวเ้า! ข้าแค่รำคาญ!”
“ถ้ารำคาญก็อยู่นิ่งๆ ให้ข้าทำแผลให้เสร็จ ข้าจะได้รีบกลับ”
แพรวาฉวยโอกาสตอนเขาเผลอ เดินเข้าไปประชิดตัว ใช้ผ้าขนหนูซับหยดน้ำตามแผงอกและแขนของเขาอย่างแ่เบา ระยะห่างที่ลดลงทำให้หยางเฟยได้กลิ่นหอมจากตัวนางอีกครั้ง... คืนนี้กลิ่นมันชัดเจนกว่าเมื่อเช้า กลิ่นกุหลาบผสมกลิ่นอะไรบางอย่างที่หอมเย็นและยั่วยวน มันรบกวนสมาธิเขาอย่างรุนแรง
มือเล็กๆ ของนางลากไล้ผ้าผ่านิัของเขา สร้างความรู้สึกวูบวาบแปลกประหลาดที่แล่นปราดไปถึงไขสันหลัง นิ้วมือเรียวยาวของนางดูเหมือนจะจงใจััโดนผิวเนื้อเขามากกว่าผ้าเสียอีก
“หันหลังเ้าค่ะ” นางสั่ง
หยางเฟยยอมทำตามอย่างว่าง่ายเหมือนต้องมนต์ เขาหันหลังให้นาง นั่งลงบนตั่งเตียงกว้าง แพรวาเดินไปหยิบตะกร้ายาที่วางไว้ เดินกลับมานั่งซ้อนหลังเขา
“แผลลึกน่าดู...” เธอพึมพำเสียงเครียดเล็กน้อยเมื่อเห็นปากแผลชัดๆ นิ้วมือเย็นเฉียบแตะลงรอบๆ ปากแผลที่ร้อนผ่าว หยางเฟยสะดุ้งเฮือก กล้ามเนื้อหลังเกร็งตัวแน่น
“เจ็บหรือเ้าคะ?” นางถามเสียงนุ่ม ก้มหน้าลงไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอเขา “ทนหน่อยนะ... ข้าจะลงยาให้”
แพรวาบรรจงทายาสมุนไพรสีเขียวเข้มลงบนแผล ยานี้เธอผสมเองจากความรู้เดิม (บวกกับความรู้ของร่างนี้ที่มีพื้นฐานเื่สมุนไพร) มันจะแสบเล็กน้อยในตอนแรกแต่จะเย็นสบายในภายหลัง
“ซี๊ด...” หยางเฟยเผลอครางในลำคอด้วยความแสบ
“เพี้ยง!”
จู่ๆ แพรวาก็ก้มลงเป่าลมเบาๆ ที่แผลของเขา ความเย็นวาบจากลมปาก และความนุ่มหยุ่นของริมฝีปากที่เฉียดผิวเขาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ทำให้สติของหยางเฟยแทบกระเจิง
“เ้าทำอะไร!” เขาหันขวับกลับมา
ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ แพรวายิ้มหวาน ั์ตาพราวระยับสะท้อนแสงเทียน “เป่าคาถาไงเ้าคะ... ตอนเด็กๆ เวลาข้าหกล้ม ท่านแม่ก็เป่าให้แบบนี้ แล้วมันก็หายเจ็บ...”
นางขยับหน้าเข้าไปใกล้อีกนิด จนปลายจมูกรั้นๆ ของนางเกือบชนจมูกเขา “...หายเจ็บไหมเ้าคะ?”
หยางเฟยกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สายตาเลื่อนลงไปมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของนางโดยไม่รู้ตัว ใจเขาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความโกรธเกลียดที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาบางอย่างที่เขารู้จักดีแต่พยายามกดข่มมันไว้
“เ้า...” เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า “...เ้าเป็แม่มดหรือไร ถึงได้มีลูกไม้แพรวพราวเช่นนี้”
แพรวาหัวเราะคิกคัก ดึงตัวกลับมาพันผ้าพันแผลให้เขาต่อ “ถ้าข้าเป็แม่มด... ป่านนี้ท่านคงโดนข้าจับกินตับไปนานแล้วเ้าค่ะ ไม่ปล่อยให้รอดมาถึงป่านนี้หรอก”
เธอพันผ้าพันแผลรอบไหล่และอกกว้างของเขาอย่างคล่องแคล่ว จังหวะที่ต้องอ้อมแขนไปพันรอบตัวเขา หน้าอกนุ่มหยุ่นของเธอก็เบียดชิดกับแผ่นหลังเขาอย่างแแ่ เป็ความตั้งใจที่แเีที่สุด
หยางเฟยหลับตาแน่น ขบกรามจนปวดหนึบ ‘นุ่ม...’ ความคิดอกุศลผุดขึ้นในหัว ทั้งที่เขาเกลียดนาง แต่ร่างกายบ้านี่กลับทรยศ!
“เสร็จแล้วเ้าค่ะ”
แพรวามัดปมผ้าพันแผลเสร็จสรรพ แล้วลุกขึ้นยืน ปลดชุดคลุมตัวนอกสีเข้มออก หยางเฟยลืมตาขึ้นมอง แล้วก็ต้องตะลึงงันเป็ครั้งที่สองของคืนนี้
ภายใต้ชุดคลุมกันลมหนาเตอะนั้น... แพรวาสวมชุดนอนผ้าแพรสีขาวบางเบา ที่เมื่อย้อนแสงเทียนแล้ว... มันแทบจะมองทะลุเห็นทรวดทรงองค์เอวข้างในได้อย่างชัดเจน!
ชุดคอกว้างเผยเนินอกขาวผ่อง เอวคอดกิ่ว และสะโพกผายที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าเนื้อนิ่ม นางจงใจ... นางจงใจชัดๆ!
“เ้า... แต่งตัวอะไรของเ้า!” หยางเฟยถามเสียงสั่น ร่างกายส่วนล่างเริ่มตื่นตัวอย่างรุนแรงจนเขาต้องรีบดึงผ้าเช็ดตัวมาปิดให้มิดชิดกว่าเดิม
“ชุดนอนไงเ้าคะ” แพรวาหมุนตัวให้ดูหนึ่งรอบ “ข้าบอกแล้วว่ารีบมาดูท่าน เลยคว้าชุดไหนได้ก็ใส่มา... ไม่สวยหรือเ้าคะ?”
เธอเดินเข้ามาหาเขาที่นั่งอยู่บนเตียง ยืนแทรกเข้าไประหว่างขาแกร่งของเขาที่กางออก มือเรียววางบนบ่ากว้างทั้งสองข้างของเขา
“ท่านพี่...”
แพรวาก้มลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงยั่วยวนชวนฝัน “แผลที่ไหล่ข้ารักษาให้แล้ว... แต่ถ้าท่านมีอาการ ‘ปวดบวม’ ที่ตรงอื่น...”
นางเหลือบตามองต่ำลงไปที่กลางกายเขา แล้วช้อนสายตากลับขึ้นมามองตาเขา “...ข้าก็ยินดีช่วย ‘รักษา’ ให้นะเ้าคะ”
หยางเฟยหน้าแดงก่ำ เืลมสูบฉีดรุนแรงจนหูอื้อตาลาย เขาอยากจะจับแม่ตัวดีกดลงกับเตียงแล้วสั่งสอนให้นางรู้สำนึกว่าอย่ามาเล่นกับไฟ แต่ทิฐิและศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ทำให้เขาทำไม่ได้
เขาตัดสินใจผลักนางออก (เบาลงกว่าเมื่อวานมาก) แล้วลุกขึ้นยืนหนีไปอีกทาง “กลับไป!” เขาะโสั่ง แต่เสียงกลับไม่หนักแน่นเหมือนเคย “กลับเรือนเ้าไปซะ! ก่อนที่ข้าจะ... จะ...”
“จะอะไรเ้าคะ?” แพรวาเลิกคิ้วท้าทาย
“ก่อนที่ข้าจะโยนเ้าออกไป!”
แพรวาหัวเราะเสียงใสอย่างชอบใจ เธอรู้ดีว่าคืนนี้ ‘ได้แต้ม’ ไปมหาศาล ขืนรุกหนักกว่านี้ไก่จะตื่นเสียก่อน วันนี้แค่มา ‘หย่อนเบ็ด’ และ ‘ทดสอบระบบ’ เท่านั้น
“ก็ได้เ้าค่ะ ข้ากลับก็ได้...” นางหยิบชุดคลุมและตะกร้ายาขึ้นมาอย่างอ้อยอิ่ง เดินไปที่ประตู หันกลับมาส่งจูบให้เขาหนึ่งที
“ฝันดีนะเ้าคะท่านแม่ทัพ... หวังว่าคืนนี้ท่านคงไม่ต้องพึ่งพา ‘มือตัวเอง’ นะเ้าคะ”
ปัง!
ประตูห้องปิดลง ทิ้งให้แม่ทัพหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ยืนกำหมัดแน่นอยู่กลางห้อง เขามองต่ำลงไปที่ความคับแน่นภายใต้ผ้าเช็ดตัว แล้วสบถออกมาอย่างหัวเสีย
“นางปีศาจ! ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
คืนนั้น... แสงเทียนในห้องแม่ทัพดับลงช้ากว่าปกติ และเสียงน้ำกระทบถังไม้ดังขึ้นอีกครั้ง... พร้อมกับเสียงครางต่ำในลำคอของบุรุษที่ต้อง ‘จัดการ’ กับไฟราคะที่ภรรยาตัวแสบจุดทิ้งไว้แล้วชิ่งหนี!
ส่วนแพรวา... เดินฮัมเพลงกลับเรือนอย่างสบายใจ “ยกที่หนึ่ง... แพรวา ชนะน็อก!”
