“อย่าขยับ!” ใบหน้าของกงจื้อิก็แดงก่ำเช่นกัน เขา้าดึงจินตนาการอันแสนงดงามของเขากลับมา แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อสายตาของเขาไม่อาจละจาก “ทิวทัศน์” ที่หน้าอกของติงเหว่ยไปได้ เมื่อเห็นนางดิ้นไปมา ความเ็ปใน่ท้องส่วนล่างของเขาก็ขยายเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเขาจึงรีบพูดขอร้องออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“ตกลง” ติงเหว่ยตอบด้วยเสียงเบาๆ ราวกับยุง จากนั้นนางก็เขินอายจนหลับตาปี๋ และพยายามซ่อนใบหน้าเข้าไปในคอเสื้อ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดกงจื้อิก็ระงับความปรารถนาเอาไว้ได้ เขาใช้แรงที่เอวพลิกตัวกลับมา จากนั้นก็ล้มลงไปในน้ำ
ติงเหว่ยะโขึ้นมาเหมือนกระต่ายที่หวาดกลัวทันที “นายน้อย ท่านรอสักครู่ ข้าจะให้เฟิงจิ่วมาปรนนิบัติรับใช้ท่านเดี๋ยวนี้!”
ในขณะที่พูดอยู่นางก็รีบวิ่งออกไปทันที
ไม่รู้ว่าเป็เพราะความบังเอิญหรือไม่ ผู้าุโเหว่ยกำลังหยิบกล่องยาเข้าไปในห้องพอดีจนเกือบจะชนเข้ากับนาง ผู้าุโว่องไวหลบไปด้านข้าง อดไม่ได้ที่จะตำหนิลูกศิษย์ว่า “เ้าเด็กคนนี้ถูกสุนัขไล่ล่ามาหรือยังไง เ้าวิ่งหนีอะไรมา?”
ติงเหว่ยไม่กล้าพูดว่าเมื่อครู่นี้นางรู้สึกเขินอาย นางสุ่มสี่สุมห้าตอบกลับไปประโยคหนึ่งและรีบก้มหน้าวิ่งออกจากห้องไป
ผู้าุโเหว่ยมองเสื้อผ้าด้านหลังที่เปียกโชกของนางก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว และเมื่อเขาเข้าไปในห้องก็เห็นกงจื้อิเปียกโชกเหมือนกัน หากเขายังเดาไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นเขาก็ใช้ชีวิตอย่างสูญเปล่าไปหลายสิบปี!
“ฮึ่ม!” ชายชราวางกล่องลงบนโต๊ะอย่างแรง และในขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรออกมา เฟิงจิ่วกับซานอีก็เข้ามาปรนนิบัติรับใช้กงจื้อิพอดี
ผู้าุโจึงทำได้แค่อดทนและอดทนเอาไว้ก่อนโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเปิดกล่องอย่างลวกๆ แล้วก็เริ่มฝังเข็มอย่างรวดเร็วจนทำให้กงจื้อิเป็เม่น
กงจื้อิทำหลังตรงไม่ไหวอีกต่อไป แต่เมื่อครู่เขาลวนลามลูกศิษย์ของผู้าุโ ในใจเขาเองก็รู้สึกผิดนิดหน่อย เขาจึงทำได้เพียงอดทนให้ถึงที่สุด ทว่าซานอีที่สังเกตเห็นสิ่งแปลกๆ เกาหลังศีรษะด้วยความสับสน และสงสัยว่าเหตุใดผู้าุโถึงทำเหมือนว่านายท่านของเขาเป็ศัตรูอย่างไรอย่างนั้น
ติงเหว่ยวิ่งกลับไปที่ห้องของนางและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกโชกอย่างรวดเร็ว และนางก็นั่งลงดื่มชาเพื่อคลาย “ความใ” ของนาง โชคดีที่วันนี้อวิ๋นอิ่งพาอันเกอเอ๋อร์กลับไปเล่นที่บ้านสกุลติง มิเช่นนั้นยังต้องเสียเวลาอธิบายอีกรอบหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่นางก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงอีกครั้ง ที่แท้ผู้ชายก็เป็แบบนี้นี่เอง นางยังจำได้ ในฝันคืนนั้น ผู้ชายคนนั้น…
“เอ๊ะ!” มือของติงเหว่ยที่จับถ้วยชาพลันแข็งทื่อขึ้นมาทันที และทันใดนั้นนางก็จำได้ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ดูคุ้นเคย ราวกับว่าบุรุษในคืนนั้นที่ทำให้นางตั้งครรภ์อันเกอเอ๋อร์ แผ่นอกของคนคนนั้นก็กว้างหนาขนาดนี้ เป็ไปได้ไหมว่า…
……
“แม่นางน้อย!” ในขณะที่ติงเหว่ยกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ผู้าุโกลับถามออกมาจากด้านนอกหน้าต่างว่า “เ้าอยู่ในห้องหรือไม่? ”
“เอ๋ ข้าอยู่ในนี้ท่านอาจารย์” ติงเหว่ยรีบขจัดความคิดเล็กๆ น้อยๆ ในใจของนาง แล้วก็เปิดประตูต้อนรับผู้าุโให้เข้ามาด้วยความเคารพ
นางรินน้ำชาให้ท่านอาจารย์พร้อมถามด้วยรอยยิ้มไปด้วยว่า “ท่านอาจารย์ฝังเข็มให้นายน้อยเสร็จแล้วอย่างนั้นหรือ? วันนี้ก็ทะลวงเส้นลมปราณเพิ่มได้อีกหลายจุด หากเป็เช่นนี้ต่อไปสักเจ็ดแปดวันนายน้อยก็น่าจะฟื้นตัวได้แล้ว!”
ผู้าุโเหว่ยเห็นลูกศิษย์ของเขาพูดไปยิ้มไป ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความสุขจึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจในใจ เขาคิดไปคิดมา สุดท้ายก็ถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “แม่นางน้อย เ้าเคยคิดบ้างไหมว่าในอนาคตจะใช้ชีวิตยังไง? จะแต่งงานใหม่หรือว่าจะเลี้ยงอันเกอเอ๋อร์ด้วยตนเอง?”
ติงเหว่ยไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ผู้าุโจึงถามถึงเื่นี้ นางยังทำอะไรไม่ถูกจึงตอบไปอย่างคลุมเครือว่า “ท่านอาจารย์ ตอนนี้ข้ายังไม่ได้คิดไกลขนาดนั้น ขอเพียงอันเกอเอ๋อร์เติบโตอย่างแข็งแรงและปลอดภัย พ่อแม่และคนใกล้ตัวต่างมีความสุขและแข็งแรง ใช้ชีวิตอย่างมีกินมีใช้ ข้าเองก็ไม่ขออะไรมากไปกว่านี้”
ผู้าุโเหว่ยมองลูกศิษย์ของเขาแล้วไม่รู้สึกเหมือนว่านางกำลังโกหก ทว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะใจแข็งเทน้ำเย็นราดศีรษะของนาง [1] “ถ้าเช่นนั้นแล้วเ้าเริ่มมีความรู้สึกกับกงจื้อิหรือเปล่า?”
“เอ่อ” ติงเหว่ยไม่คาดคิดว่าอาจารย์จะถามคำถามแบบหมดเปลือกขนาดนี้ นางตั้งตัวไม่ทันจึงตอบอย่างติดๆ ขัดๆ ด้วยใบหน้าสีแดงก่ำว่า “ท่านอาจารย์ ท่าน…เอ่อ ไม่ต้องกังวลไป ข้ากับนายน้อยก็แค่ ก็แค่ต่างชื่นชมกันเท่านั้น”
“ชื่นชมกันอย่างนั้นหรือ?” ผู้าุโเหว่ยตะคอกออกมาเสียงดังและพูดด้วยความโกรธว่า “ข้าว่าหากยังชื่นชมกันต่อไป เ้าก็คงจะกลายเป็คนในสกุลกงจื้อไปแล้วงั้นสิ?”
ติงเหว่ยที่ได้ยินความไม่พอใจอย่างมากในน้ำเสียงของอาจารย์ นางละทิ้งความเขินอายและแทนที่ด้วยความประหลาดใจ แล้วถามว่า “อาจารย์ หรือว่าท่านไม่พอใจสกุลกงจื้อตรงไหนหรือ?”
“ข้าไม่ได้ไม่ชอบอะไรในสกุลกงจื้อ แต่เ้านั่นแหละที่ทำให้ข้าโกรธ!” ผู้าุโเหว่ยสีหน้าถมึงทึงขึ้นไปอีก เขาอดไม่ได้ที่จะตบโต๊ะซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“แม่นางน้อยเ้าเติบโตมาในครอบครัวชาวนา บางทีอาจไม่ตระหนักถึงเื่สกปรกมากมายของพวกตระกูลชั้นสูงพวกนั้น วันนี้ข้าถึงได้บากหน้ามาอย่างไม่อายเพื่อคุยความจริงกับเ้าเื่นี้ แม่นางน้อย เ้ารู้ตื้นลึกหนาบางของสกุลกงจื้อหรือไม่?”
ติงเหว่ยส่ายหน้า ผู้าุโเองก็ไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็เหล็กกล้า เขาถลึงตามองและพูดด้วยความโกรธออกมาว่า “เ้าไม่รู้อะไรเลย แล้วทำไมยังอยากกระโจนลงไปในบ่อโคลนตมอีก เ้าไม่กลัวจมน้ำตายหรอกหรือ?”
ผู้าุโยกแก้วชาสมุนไพรขึ้นมาแล้วดื่มหมดในรวดเดียว จากนั้นเขาก็เริ่มเล่าเื่ในอดีตอย่างละเอียด
“หากจะพูดเื่นี้ขึ้นมา บรรพบุรุษของสกุลกงจื้อกับราชวงศ์ซือหม่าร่วมกันพิชิตแผ่นดินซีเฮ่า พวกเขาควบคุมอำนาจทางทหารของซีเฮ่ามาหลายยุคสมัย จนกระทั่งถึงเ้าหนุ่มน้อยกงจื้อก็เป็รุ่นที่หกแล้ว อำนาจของหัวหน้าตระกูลกงจื้อทุกรุ่นเรียกได้ว่าอยู่ใต้คนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น [2] แม้กระทั่งอัครมหาเสนาบดีตำแหน่งจงซูเสิ่ง [3] ยังต้องถอยให้ถึงสามส่วน ครั้งนี้เ้าหนุ่มน้อยกงจื้อสามารถปราบความวุ่นวาย ความดีความชอบครั้งนี้มากพอที่จะให้คนทั้งโลกรับรู้ แล้วเหตุใดเขาถึงถูกวางยาฉือฮว่าเฟินในถ้วยน้ำชาระหว่างเดินทาง ถูกทำร้ายจนเกือบจะกลายเป็คนไร้ค่าและเกือบจะไม่มีทางอื่นนอกจากรอความตาย สาเหตุนั้นก็ไม่ใช่สิ่งอื่นใด เป็เื่การบ่อนทำลายอำนาจกันก็เท่านั้น ข้าไม่ยอมเชื่อง่ายๆ หรอกว่าที่เมืองหลวงจะไม่มีคนล่วงรู้ถึงแผนการของเศษสวะซือหม่าเชวี่ยน ผู้าุโซือหม่าจะนึกไม่ถึงเลยหรือว่าบุตรชายของเขาจะลงมือทำร้ายบุตรบุญธรรม?
ความมั่งคั่งและอำนาจเป็สิ่งที่ดี แต่ก็มีปีศาจชั่วร้ายที่คอยล่อลวงมนุษย์ให้ก่อกรรมทำชั่วเพื่อมันเช่นกัน พอเ้าหนุ่มน้อยกงจื้อเห็นว่ากำลังจะแก้พิษและฟื้นตัวกลับไปเป็เหมือนเดิม ยังไงเขาก็ต้องเรียกรวมกองกำลังเก่าของเขา ไม่ต้องพูดถึงการแก้แค้น สำหรับเขาแล้วแม้กระทั่งแผ่นดินซีเฮ่าก็สามารถได้มาอย่างง่ายดาย
เ้าเป็หญิงสาวในครอบครัวชาวนา ต่อให้เ้ามีความรู้สึกดีๆ กับเ้าหนุ่มน้อยกงจื้อจริงๆ ทุกวันนี้เขาก็เหมือนพยัคฆ์ที่ร่วงสู่พื้นราบ ปฏิบัติต่อเ้าอย่างสนิทสนมและใจกว้าง แต่ในอนาคตล่ะ เ้าจะตามเขาเข้าไปในสกุลกงจื้ออย่างนั้นหรือ และเ้าจะเป็ภรรยาหรือจะเป็อนุภรรยากันล่ะ?
ในฐานะภรรยาสถานะของเ้าก็ต่ำต้อยจนเกินไป ยังไงก็คงจะเป็ไปไม่ได้ ในฐานะอนุภรรยายิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเ้าจะอดทนต่อกฎเกณฑ์ที่แสนโหดร้ายเ่าั้ได้ไหม แล้วอันเกอเอ๋อร์ก็ยังต้องลำบากไปกับเ้าด้วยเช่นกัน”
ในตอนแรกติงเหว่ยไม่เห็นด้วยอยู่บ้าง แต่ยิ่งฟังมากเท่าไรนางก็ยิ่งรู้สึกหวั่นใจ ทว่าในใจของนางก็แอบมีความไม่พอใจอยู่ จนทำให้นางเอ่ยปากโต้กลับว่า “ท่านอาจารย์ เหตุใดท่านจึงแน่ใจนักว่าเขาจะไม่สามารถรับข้าเป็ภรรยาเพียงคนเดียวได้?”
“เมื่อวานเ้าไข้ขึ้นจนโง่เขลาไปแล้วอย่างนั้นหรือ!” ผู้าุโเหว่ยพูดอย่างไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย เขาเริ่มพูดด่าทอ “ั้แ่สถาปนาประเทศ สกุลกงจื้อก็สืบทอดกันมาถึงหกรุ่น คำสอนของบรรพบุรุษคือให้แต่งภรรยาและอนุภรรยามากมายเพื่อจะได้แผ่กิ่งก้านสาขา สืบทอดสายเืของสกุลกงจื้อต่อไป ถึงแม้ในแต่ละรุ่นจะมีสายเืเพียงคนเดียว ทว่าอู่โฮ่วฝูที่ใหญ่โตขนาดนั้น หรือแม้กระทั่งวังหลังของซีเฮ่า จะมีหญิงสาวแค่คนเดียวได้ยังไงกัน ทั้งยัง…ทั้งยังมีลูกที่ยังไม่รู้ว่าพ่อเป็ใครเลยด้วยซ้ำอีก!”
“ข้า ข้า…นายน้อย เขาจะไม่…” ติงเหว่ยล้มลงบนม้านั่งและพึมพำออกมาด้วยใบหน้าซีดเซียว
ผู้าุโเหว่ยที่ปฏิบัติต่อลูกศิษย์เหมือนลูกสาวของเขามาโดยตลอด เมื่อเห็นเช่นนี้เขาเองก็ไม่สบายใจเหมือนกัน แต่เื่ที่ควรพูดอย่างไรเขาก็ต้องพูด เขาท่องยุทธภพมานานหลายปีได้เห็นความรักและความเกลียดชังมามากมาย แล้วส่วนมากก็เป็สตรีที่หลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น กับบุรุษที่เห็นสตรีเป็แค่ของเล่น เขายอมให้ลูกศิษย์ของเขาทุกข์ทรมานตอนนี้เสียยังดีกว่าให้นางไปหลั่งน้ำตาอาบแทนน้ำข้างหลังกำแพงที่สูงชันในอนาคต
ลูกศิษย์หมอปีศาจหัตถ์เทวดาอย่างเขาจะต้องไม่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องรู้สึกผิดต่อตนเองเช่นนั้น และไม่ควรจะต้องรู้สึกผิดต่อตนเองเช่นกัน หากว่าวันนั้นเป็จริงขึ้นมา ต่อให้เขาต้องวางยาพิษฆ่ากงจื้อิเขาก็จะไม่ลังเล แต่วันนี้ยังสามารถป้องกันเื่ที่จะเกิดขึ้นได้ การรีบกำจัดความรู้สึกดีๆ เล็กๆ ที่กำลังจะเบ่งบานของลูกศิษย์เขาไปแต่เนิ่นๆ น่าจะเป็วิธีที่ดีที่สุด
เมื่อคิดถึงตรงนี้เขาก็กัดฟันแล้วพูดว่า “อีกอย่าง หากเ้าหนุ่มน้อยกงจื้อคนนี้ได้ปกครองแผ่นดิน ครอบครัวสืบทอดยาวนานกว่า 100 ปี สืบราชสันตติวงศ์ กุมอำนาจขุนนางไว้ในมือ ไหนเลยจะไม่้าสิ่งใดไว้ผูกมัดอำนาจ? การขยายวังหลังก็คือวิธีการที่ดีที่สุด ต่อให้เ้าหนุ่มน้อยกงจื้อจะมีเ้าในใจจริงๆ ยังไงก็ต้องแต่งเข้ามาอีกหลายสิบคน ต่อให้เ้าจะอดทนได้ แต่คนอื่นก็ไม่อาจยอมแพ้ต่ออุปสรรคเช่นเ้า เ้ามีใจให้กับเ้าหนุ่มน้อยกงจื้อิ และยอมทำเพื่อเขาทุกอย่างด้วยความเต็มใจ แต่อันเกอเอ๋อร์หลานชายที่รักของข้าล่ะ เขาก็ต้องรู้สึกผิดต่อตนเองไปกับเ้าด้วยอย่างนั้นหรือ จะต้องถูกด่าทอและทุบตี และต้องคอยระมัดระวังตัวอยู่เสมอว่าจะมีใครเอาชีวิตไปเมื่อไรก็ไม่รู้? เ้าฝันไปเถอะ! ยังไงเื่ของพวกเ้าทั้งสองคนข้าก็ไม่มีทางเห็นด้วย เ้าถือโอกาสนี้รีบตัดใจซะ! รอให้กงจื้อิแก้พิษได้ ก็ถือว่าเ้าเองก็จบงานของเ้าแล้ว ขาดเงินทองอีกเท่าไรอาจารย์จะชดใช้ให้เ้าเอง พวกเ้าสองแม่ลูกไปกับข้า หากว่าเ้าไม่แต่งงานอาจารย์จะคอยปกป้องเ้าให้ปลอดภัยเอง หากว่าเ้าอยากแต่งงานอาจารย์ก็จะหาคนดีๆ ให้กับเ้าเอง!”
หลังจากพูดจบ ชายชราก็ลุกขึ้นและเดินออกไปด้วยความโกรธ เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็กำลังโกรธกับการคาดเดาของตนเช่นเดียวกัน ลูกศิษย์ที่เขารักและหลานชายที่เขารัก ใครจะมารังแกไม่ได้ แม้จะแค่คิดก็ไม่ได้!
……
ติงเหว่ยนั่งเหม่อลอยอยู่บนม้านั่ง แก้วชาในมือของนางเปลี่ยนจากร้อนเป็เย็น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับความสนใจจากเ้าของ
สิ่งที่ผู้าุโพูดออกมา ใช่ว่านางจะไม่เคยคิดมาก่อน ทว่าทุกครั้งที่กำลังจะคิดขึ้นมาก็มักจะกดปุ่มหยุดชั่วคราวโดยไม่รู้ตัว
ในชาติก่อนนางหมกมุ่นอยู่กับการทำอาหาร ในใจหวังเพียงว่าจะสืบทอดกิจการครอบครัวที่มีชื่อเสียงมากกว่าร้อยปี เดิมทีไม่เคยคิดเื่จับมือกับเพื่อนผู้ชายหรือมีความรักมาก่อน แต่แล้วิญญาของนางกลับข้ามเวลามาอย่างไม่มีเหตุผล นางเองก็ไม่เคยเห็นชายหนุ่มมาก่อน หากว่านางไม่ได้คลอดอันเกอเอ๋อร์ นางก็ยังสามารถตบหน้าอกและพูดออกมาได้เลยว่าร่างกายและจิตใจของนางบริสุทธิ์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้
หากจะพูดกันอย่างจริงจัง กงจื้อิก็คือรักแรกของนาง ั้แ่ตอนที่ทะเลาะกันเมื่อครั้งรู้จักกันครั้งแรก ต่างฝ่ายต่างไม่ชอบหน้ากัน จนกระทั่งดูแลอย่างใกล้ชิด การนวด และการทำงานอย่างหนักด้วยกันเพื่อความก้าวหน้าทีละเล็กทีละน้อย ทั้งสองคนต่างก็มีความสุขเหมือนกับเด็กๆ และไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไรที่นางเอาเขาเข้าไปอยู่ในหัวใจ
นางชอบที่จะแอบดูเขานั่งอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่าง เสื้อคลุมสีเขียว ปิ่นหยก นิ้วเรียวยาว และใบหน้าด้านข้างที่โครงหน้าคมชัด นางชอบเขาที่ต่อให้เขาจะเคลื่อนไหวไม่สะดวกแต่เวลาที่นางมีปัญหากลับคอยปกป้องนางเอาไว้ข้างหลังอย่างเอาแต่ใจ ราวกับว่าเขาสามารถขจัดหมอกควันทั้งหมดในโลกของนางให้มลายหายไปด้วยการโบกมือของเขา นางชอบที่เขาอุ้มอันเกอเอ๋อร์และยิ้มอย่างอบอุ่น ชอบแผ่นอกกว้างของเขา สายตาที่ร้อนแรง ฝ่ามือที่อ่อนนุ่ม…
แต่นางเองก็รู้ว่าัอย่างเขาที่ถูกลิขิตให้เดินทางไปทั่วทั้งแผ่นดินไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงอย่างนางจะเก็บเอาไว้ได้ นางมีความมั่นใจที่จะช่วยให้ครอบครัวในชนบทของนางร่ำรวย นางมีความมั่นใจที่จะเลี้ยงดูอันเกอเอ๋อร์ด้วยความสามารถของนาง และเลี้ยงดูพ่อแม่ไปจนแก่เฒ่า นางมั่นใจว่านางสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ทว่าเขาไม่ได้อยู่ในขอบเขตเ่าั้…
หรือว่าความหวั่นไหวเพียงครั้งเดียวของนางในทั้งสองยุคสมัยจะต้องหยุดแค่ตรงนี้หรือ ความรักครั้งเดียวของนางยังไม่ทันได้เริ่มต้นก็ต้องจบลงแล้วอย่างนั้นหรือ?
อวิ๋นอิ่งกอดอันเกอเอ๋อร์เดินกลับมาจากเรือนด้านนอก เมื่อนางเห็นว่าในครัวไม่มีควันไฟเลยแม้แต่น้อย ในใจนางก็รู้สึกกังวลจึงรีบเดินเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่านายหญิงกำลังนั่งบนเก้าอี้อย่างเหม่อลอยหัวใจของนางก็เต้นรัวขึ้นมา นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ะโเสียงดังออกมาว่า “แม่นาง ท่านเหนื่อยแล้วอย่างนั้นหรือ? ข้าเห็นว่าใกล้จะถึงเวลากินข้าวเที่ยงแล้ว หรือว่าท่านมาเล่นกับอันเกอเอ๋อร์สักครู่ดีไหม เดี๋ยวข้ากับเสี่ยวชิงจะจัดการทำอาหารสักสองสามอย่างเอง”
-----------------------------------------
[1] เทน้ำเย็นราดศีรษะ 搬起了凉水盆 หมายถึง คำอุปมาที่ใช้เรียกบุคคลที่ราดน้ำเย็นใส่ผู้อื่นเพื่อกีดกันคนเ่าั้เมื่อทำสิ่งใดด้วยจิตใจเบิกบาน หรือก็คือเป็การทำลายความกระตือรือร้นของผู้อื่น
[2] อยู่ใต้คนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น 一人之下,万人之上 หมายถึง ผู้มีอำนาจเหนือคนทั้งปวง เป็รองจากฮ่องเต้เท่านั้น
[3] จงซูเสิ่ง 中书省 หมายถึง แผนกเสมียนกลาง ซึ่งเป็หนึ่งในสามแผนกที่ขึ้นตรงกับฮ่องเต้
