“บ้าจริง!”
สตรีผู้ถูกเยือกแข็งไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับจะยึดร่างกายของเยี่ยเฉินเฟิงเพื่อหลบหนีการไล่ล่าสังหารจากตัวนาง
ถ้าหากนางฝืนทำลายก้อนน้ำแข็งที่ผนึกร่างของเยี่ยเฉินเฟิงเอาไว้ ร่างกายของเขาก็มีสิทธิ์จะโดนทำลายไปพร้อมกับก้อนน้ำแข็งด้วย
นอกเสียจากตนเองจะตัดใจลงมืออย่างโเี้ ฆ่าเยี่ยเฉินเฟิงทิ้งซะ แล้วค่อยโจมตีใส่วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับอีกที
ทว่าเยี่ยเฉินเฟิงถือว่ามีบุญคุณติดค้างกับนางอยู่ เพราะถ้าเยี่ยเฉินเฟิงไม่หลงเข้ามายังที่แห่งนี้ และหันเหความสนใจของวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับไป ลำพังแค่พลังของนางเพียงอย่างเดียว เกรงว่าคงยากที่จะหนีออกไปจากที่นี่ได้
อีกอย่างหากเยี่ยเฉินเฟิงตายไป ด้วยสภาพร่างกายของนางในยามนี้ คิดจะควบคุมวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับก็แทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
“ทำอย่างไรดีล่ะ? ต้องช่วยเขาออกมาอย่างไรดี? ถ้าหากวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับฟื้นฟูตัวเองอยู่ภายในร่างของเขา คงได้ซวยกันหมดแน่”
สตรีเยือกแข็งจ้องมองเยี่ยเฉินเฟิงที่ถูกผนึกในก้อนน้ำแข็ง พลางขบคิดวิธีต่างๆ อย่างเคร่งเครียด
“หนาวชะมัด ข้าต้องจบชีวิตลงที่นี่หรือเนี่ย”
เยี่ยเฉินเฟิงไม่คิดว่าวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับจะแปลกประหลาดถึงเพียงนี้ ถูกตนฟันขาดเป็สองท่อนแล้วยังสามารถแทรกซึมเข้ามาในร่างของเขา แล้วใช้น้ำแข็งปิดผนึกได้อย่างสิ้นเชิงอีก
ในขณะเยี่ยเฉินเฟิงคิดว่าร่างกายของตนจะต้องถูกวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับกลืนกินเป็แน่ ต้นเทวะโกลาหลที่ดูดซับน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์เข้าไปจำนวนมากและตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ก็ััได้ถึงการคงอยู่ของวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ จึงงอกเงยรากไม้ที่สร้างขึ้นจากเส้นใยสีเขียวหลอมรวมกันคล้ายกับม้วนเชือก เข้าโอบล้อมพันรัดวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ
“หึ่ง หึ่ง!”
เมื่อถูกต้นเทวะโกลาหลจู่โจมอย่างกะทันหัน วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับที่รับรู้ได้ถึงอันตรายจึงดิ้นรนขัดขืนในทันที มันปลดปล่อยปราณเหมันต์อันแข็งแกร่งออกมาเพื่อผนึกรากไม้สีเขียวที่ล้อมรอบตนเอง
ทว่ารากไม้สีเขียวที่ต้นเทวะโกลาหลสร้างขึ้นกลับไม่ได้รับผลกระทบเลยสักนิด มันสามารถแทรกผ่านปราณเหมันต์ที่เย็นเสียดแทงกระดูกไปได้อย่างง่ายดาย แล้วห่อหุ้มอีกฝ่ายเอาไว้อย่างแ่าเหมือนกับห่อบ๊ะจ่าง
“ต้นเทวะโกลาหล!”
เยี่ยเฉินเฟิงที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายััได้อย่างกะทันหัน ว่าต้นเทวะโกลาหลออกตัวจู่โจมวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับในยามที่ตนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายอย่างถึงที่สุด และคิดขึ้นมาได้ว่าต้นเทวะโกลาหลสามารถกลืนกินพลังทุกรูปแบบในห้วงฟ้าดินได้ จึงถือว่าเป็ศัตรูตัวฉกาจของวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับพอดิบพอดี เขาพลันบังเกิดความหวังขึ้นในใจ
“ต้นเทวะโกลาหล จงกลืนกินมันให้ข้า”
เยี่ยเฉินเฟิงต้านทานปราณเหมันต์อันหนาวเหน็บไปพร้อมๆ กับการสื่อสารหาต้นเทวะโกลาหล ควบคุมพลังกลืนกินอันยิ่งใหญ่ของมันให้ดูดกลืนวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ
ขอเพียงต้นเทวะโกลาหลกลืนกินวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับจนหมดสิ้น ตนไม่เพียงแต่รอดพ้นจากภัยอันตรายเท่านั้น แต่ยังได้ไพ่ลับอันทรงพลังมาด้วย
ตามพลังดูดกลืนของต้นเทวะโกลาหลที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ การขัดขืนดิ้นรนของวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับก็ค่อยๆ อ่อนแอลง รากไม้สีเขียวที่ต้นเทวะโกลาหลสร้างขึ้นแทรกซึมเข้าไปในร่างของมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ และกลืนกินร่างิญญาของมันเข้าสู่ลำต้นทีละเล็กทีละน้อย
เมื่อร่างิญญาถูกดูดกลืนไปทีละเล็กทีละน้อย วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับก็หวาดกลัวอย่างมาก จึงคิดจะดิ้นรนให้หลุดจากการัดกุมของต้นเทวะโกลาหล และหนีออกจากร่างกายของเยี่ยเฉินเฟิง
“อ้าว เกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย”
ในขณะที่สตรีเยือกแข็งกำลังทุกข์ใจว่าจะทำอย่างไรดี ก้อนน้ำแข็งที่ห่อหุ้มร่างกายของเยี่ยเฉินเฟิงเอาไว้ก็เกิดเสียงปริแตกดังขึ้น รอยแยกจำนวนมากปรากฏขึ้นบนผิวก้อนน้ำแข็ง กลิ่นอายบ้าคลั่งหลากหลายขุมแทรกซึมออกมาจากภายใน
“เป็ไปได้อย่างไรกัน หรือว่าในร่างกายของเขาจะมีของวิเศษที่ต้านทานวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับได้”
คิ้วโก่งดุจใบหลิวของสตรีผู้ถูกเยือกแข็งกระตุกเล็กน้อย ความคิดที่ไม่น่าเป็ไปได้ผุดขึ้นมาในห้วงสมองของนาง
เพราะว่าของวิเศษระดับนั้นนางยังไม่มีไว้ในเลย หากเยี่ยเฉินเฟิงที่เป็บุคคลธรรมดาและเพิ่งจะทะลวงเขตแดนจอมพลอสูรโลการะดับหนึ่งกลับมีของวิเศษอยู่ สำหรับนางคงเป็เื่ที่ยากจะทำใจให้เชื่อลง
ครึ่งก้านธูปผ่านไป วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับถูกต้นเทวะโกลาหลกลืนกินไปมากกว่าครึ่ง เรี่ยวแรงในการดิ้นรนขัดขืนก็แทบจะไม่มีเหลือ เยี่ยเฉินเฟิงจึงรอดพ้นวิกฤตเสี่ยงตายในครานี้ไปได้ในท้ายที่สุด
เมื่อเห็นว่าวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับกำลังจะถูกต้นเทวะโกลาหลกลืนกินจนหมดสิ้น ทันใดนั้นจิติญญาแห่งการรับรู้อันแรงกล้าก็พรั่งพรูออกมาจากร่างวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ ทะลุผ่านรากไม้สีเขียวที่เกาะกุมอยู่หลายชั้นและแทรกซึมเข้าสู่สมองของเยี่ยเฉินเฟิงไป
ในยามนี้ วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับยอมเทจนหมดหน้าตัก เพื่อจะเข้ายึดจิตสำนึกของเยี่ยเฉินเฟิงโดยตรง และควบคุมร่างกายของเขาแทน เมื่อทำเช่นนี้มันก็จะสั่งให้ต้นเทวะโกลาหลหยุดการกลืนกินตนเองได้
ทว่าในยามที่จิตแห่งการรับรู้ของวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับแทรกซึมเข้าไปในห้วงสมองของเยี่ยเฉินเฟิงและคิดจะยึดครองสติสัมปชัญญะของอีกฝ่ายนั้น กลับััได้ถึงตัวตนของสมองกลืนเทวะ ที่ไม่เพียงแต่ป้องกันการรุกรานจากจิตแห่งการรับรู้ของมัน แต่ยังเป็ฝ่ายดูดกลืนมันเข้าไปแทนด้วย
มันไม่เคยคิดฝันเลยแม้แต่น้อยว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะแปลกประหลาดได้ขนาดนี้ ทั้งห้วงสมองและร่างกายล้วนมีแต่สิ่งที่ควบคุมตนเองได้ทั้งนั้น มันตกอยู่ในสภาพสิ้นหวังอย่างมาก
เมื่อถูกสมองกลืนเทวะดูดกลืน จิตแห่งการรับรู้ของวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับก็ขัดขืนอย่างรุนแรง ทว่าสมองกลืนเทวะเป็ตัวตนที่อยู่เหนือล้ำกว่ามาก จึงสามารถควบคุมจิตแห่งการรับรู้อันแรงกล้าของมันได้อย่างอยู่หมัด
ผ่านไปประมาณสิบนาทีกว่าๆ เห็นจะได้ จิตแห่งการรับรู้ของวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับก็ถูกสมองกลืนเทวะกลืนกินจนหมด
หลังจากกลืนกินจิตแห่งการรับรู้ของวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับที่เทียบเคียงกับยอดฝีมือบรรพชนอสูรลี้ลับ สมองกลืนเทวะก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอันแปลกประหลาดขึ้น เซลล์สมองจำนวนมากขยับขยายแตกแบ่งเซลล์ใหม่อย่างเชื่องช้า
“เกิดอะไรขึ้น สมองกลืนเทวะเป็อะไรไปแล้ว?”
เมื่อััถึงการเปลี่ยนแปลงของสมองกลืนเทวะได้ เยี่ยเฉินเฟิงก็ใจกระตุกวูบ ตั้งสติรวบรวมสมาธิของตัวเองในทันที เพราะกลัวว่าสมองกลืนเทวะจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา
ประมาณหนึ่งก้านธูปผ่านไป สมองกลืนเทวะก็ทำการแบ่งเซลล์เป็สมองอีกหนึ่งก้อนที่เหมือนกับตัวมันทุกประการ คล้ายกาฝากเกาะติดพื้นผิวของสมองกลืนเทวะ
จากนั้น ภายในห้วงสมองของเยี่ยเฉินเฟิงก็ปรากฏข้อมูลของสมองแยกย่อยก้อนนั้น
ร่างแยกสมองกลืนเทวะ สามารถกลืนกินจิติญญาการรับรู้ของทุกสิ่งทุกอย่างได้ เมื่อจิตแห่งการรับรู้เ่าั้ถูกดูดกลืนเข้ามาแล้ว อีกฝ่ายก็จะเสียตัวตนและสติสัมปชัญญะไป และถูกสมองกลืนเทวะควบคุมโดยสมบูรณ์
“คิดไม่ถึงเลยนะว่าสมองกลืนเทวะจะสามารถสร้างร่างแยกออกมาได้อีก”
เมื่อได้ทราบความสามารถอันพลิกฟ้าพลิก์ของร่างแยกสมองกลืนเทวะ ใบหน้าของเยี่ยเฉินเฟิงก็ปรากฏความปีติยินดีอย่างชัดเจน เมื่อมีร่างแยกสมองกลืนเทวะอยู่กับตัว ตนก็จะสามารถรับมือกับยอดฝีมือระดับสูงได้อย่างสบายใจ และไม่ต้องกลัวว่าจะถูกอีกฝ่ายทรยศหักหลัง
ที่สำคัญไปกว่านั้น เยี่ยเฉินเฟิงรู้สึกว่าหากสมองกลืนเทวะยังกลืนกินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง วันหน้าอาจจะแบ่งเซลล์สมองออกมาเพิ่มอีกก็ได้ ถึงตอนนั้นเขาก็ยืมพลังของร่างแยกสมองกลืนเทวะ สร้างขุมกำลังมหาอำนาจที่พร้อมจะจงรักภักดีต่อเขาเพียงผู้เดียวขึ้นมาได้
ในขณะที่เยี่ยเฉินเฟิงกำลังดีอกดีใจที่ได้รับร่างแยกสมองกลืนเทวะมาอย่างไม่คาดคิด วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับที่สูญเสียจิตแห่งการรับรู้ก็เลิกต่อสู้ขัดขืนอย่างสิ้นเชิง และปล่อยให้ต้นเทวะโกลาหลกลืนกินตัวตนเข้าไป
เมื่อกลืนกินวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับแล้ว ด้านล่างของต้นเทวะโกลาหลก็ปรากฏรากฝอยสีเขียวจำนวนมาก ปักหลักฝังรากลงในชีพจรของเยี่ยเฉินเฟิง
ชีพจร เป็ดั่งรากฐานหลักของมนุษย์ทุกคน เป็หัวใจสำคัญของร่างกายและก็เป็จุดอ่อนของร่างกายด้วยเช่นกัน
การที่ต้นเทวะโกลาหลฝังรากลงในชีพจรของเยี่ยเฉินเฟิง ส่งผลให้ชีพจรของเขามีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก รากฐานในการบำเพ็ญก็มั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ต่อให้เป็ยอดฝีมือระดับเซียนอสูร์ การจะทำร้ายชีพจรของเยี่ยเฉินเฟิงและทำให้เขาสูญเสียพลังฝึกปรือทั้งหมดเป็เื่ที่ยากเย็นแสนเข็ญ
ในระหว่างที่เยี่ยเฉินเฟิงกำลังรับรู้ถึงผลประโยชน์ที่ต้นเทวะโกลาหลมอบให้เขาอย่างเงียบๆ อยู่นั้น พลังงานอันบริสุทธิ์ก็รินไหลออกมาจากต้นเทวะโกลาหล และหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขา พัฒนากล้ามเนื้อของเขาให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
“หลอมอวัยวะขั้นแปด ขันเก้า สมบูรณ์...”
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป อวัยวะภายในของเยี่ยเฉินเฟิงก็แปรสภาพจนถึงขีดจำกัดสูงสุด แค่พลังกายเพียงอย่างเดียวก็สูงจนน่าตื่นตระหนกถึงห้าหมื่นจินแล้ว
เยี่ยเฉินเฟิงยังไม่ทันจะหายดีใจที่ขั้นหลอมอวัยวะอยู่ในระดับสมบูรณ์ เขตแดนของตัวเขาก็เริ่มจะพุ่งทะยานขึ้นไป...
จอมพลอสูรโลการะดับหนึ่งขั้นสูงสุด จอมพลอสูรโลการะดับสอง จอมพลอสูรโลการะดับสองขั้นสูงสุด...จนกระทั่งเยี่ยเฉินเฟิงบรรลุเขตแดนจอมพลอสูรโลการะดับสาม ต้นเทวะโกลาหลถึงได้หยุดปล่อยพลังงานออกมา
พลังที่แท้จริงของเยี่ยเฉินเฟิงรุดหน้าอย่างรวดเร็วก็จริง แต่ผิวเปลือกของจิตอสูรไข่โลหิตของเขากลับไม่ปรากฏรอยแตกร้าวใดใด ทำให้เขาแอบเสียดายอยู่เล็กน้อย
“เอ๊ะ จู่ๆ ก็ทะลวงผ่านเขตแดนอย่างรวดเร็วเลยหรือ แค่เพียงครึ่งก้านธูปก็ทะลวงสู่เขตแดนจอมพลอสูรโลการะดับสามแล้ว!”
สตรีที่ถูกเยือกแข็งจับััผ่านรอยปริแตกของก้อนน้ำแข็งที่พลังทลายได้อย่างชัดเจน พลังที่แท้จริงของเยี่ยเฉินเฟิงพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง เพียงแค่ครึ่งก้านธูปเท่านั้น เขาก็ทะลวงผ่านจากจอมพลอสูรโลการะดับหนึ่งไปสู่ระดับสามได้
แล้วขั้นจอมพลอสูรโลการะดับหนึ่งนั้น เขาก็เพิ่งจะทะลวงผ่านเมื่อไม่นานนี้เอง
“ทำไมถึงเป็เช่นนี้ไปได้ล่ะ อย่าบอกนะว่าเขาดูดซับวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับไปแล้ว จากนั้นก็ได้รับประโยชน์จากมันไปเต็มๆ เลยน่ะ!”
สตรีผู้ถูกเยือกแข็งไม่เคยพบเจอความเร็วในการทะลวงผ่านเขตแดนที่แปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน ภายในห้วงสมองปรากฏความคิดที่นางไม่คาดคิดขึ้นมาหนึ่งอย่าง พลันรู้สึกว่าร่างกายของเยี่ยเฉินเฟิงมีความลับเก็บซ่อนเอาไว้มากมายเหลือเกิน
ในขณะที่สตรีเยือกแข็งกำลังเจ็บใจที่วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับที่นางปรารถนามาเนิ่นนานถูกเยี่ยเฉินเฟิงดูดซับไปแล้วนั้น ก้อนน้ำแข็งที่ผนึกร่างของเยี่ยเฉินเฟิงเอาไว้ก็แตกกระจัดกระจายอย่างฉับพลัน
เยี่ยเฉินเฟิงที่พลังรุดหน้าอย่างรวดเร็วได้ะเิพละกำลังหนึ่งแสนสองหมื่นจินออกมา ทุบทำลายก้อนน้ำแข็งจนแตกละเอียด และหลบหนีออกมาจากการพันธนาการได้
