สองเท้าของเฟยหยางเดินเข้ามาถึงในครัว เริ่มจัดการทำปลาต้มสมุนไพรด้วยความตั้งใจ นางหยิบเอาปลามาทำแล้วควานหาสมุนไพรขึ้นมา จัดการส่วนผสมทุกอย่างปรุงเข้าด้วยกันอย่างชำนาญ ขณะที่รัชทายาทเดินกลับไปยังตำหนัก แล้วนั่งรอนางอย่างใจจดจ่อ ท่ามกลางสายลมพัดโชยมาเป็ระลอก
ฝีเท้าของท่านเสนาบดีเข้าเฝ้าฮ่องเต้ พร้อมด้วยหลี่ถังเยี่ยน ที่บังคับบิดาให้ทูลขอราชโองการเพื่อแต่งตั้งนางขึ้นเป็พระสนม นางไม่อาจรอต่อไปได้แล้ว จึงใช้สติปัญญาทั้งหมดปรึกษากับหลี่ถังชุน ก่อนจะได้เหตุผลอันสมควรที่พอจะให้ฮ่องเต้เชื่อฟัง
“เ้าว่าอะไรนะ จะให้ยกถังเยี่ยนขึ้นเป็สนมของเจี้ยนหัวงั้นรึ”
“ทูลฝ่าา พระสนมเสี่ยวเอินจากไปหลายเดือนแล้ว ข้าเห็นควรว่ารัชทายาทควรมีพระสนมเคียงข้าง อายุของรัชทายาทก็เหมาะที่จะมีทายาทสืบทอดราชบัลลังก์ต่อไปได้ ด้วยความหวังดีข้าน้อยจึงอยากยกถังเยี่ยนให้ขึ้นเป็พระสนมของรัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ ด้วยฐานะและความรู้ของนาง น่าจะพอให้รัชทายาทพอพระทัยอยู่บ้าง” ฮ่องเต้นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมายังหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“ถังเยี่ยน เ้าคิดเห็นเช่นไร” ฮ่องเต้ทรงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเมตตา
“หม่อมฉันแล้วแต่ท่านพ่อ และฮ่องเต้จะทรงอนุญาตเพคะ สิ่งใดที่เป็ประโยชน์ต่อบ้านเมือง หม่อมฉันยินดีทำด้วยความเต็มใจทั้งนั้น” นางตอบด้วยกิริยานอบน้อม
“ทูลฝ่าา อย่าหาว่าข้ายัดเยียดถังเยี่ยนขึ้นเป็พระสนม หากแต่ข้าทำทุกอย่าง ก็เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ตอนนี้ประชาชนต่างก็รอคอยพระสนมคนใหม่ รอคอยโอรสที่จะเกิดกับรัชทายาทอย่างใจจดจ่อ พระองค์ก็ทรงทราบว่ารัชทายาทเป็ที่รักของประชาชนชาวเมืองมาั้แ่ทรงพระเยาว์ ครั้งตอนที่พระองค์ทรงออกล่าสัตว์ รัชทายาทตอนนั้นเป็เด็กตัวเล็กก็ติดตามไปด้วย พอถึงตัวตลาด รัชทายาทก็กล่าวทักทายประชาชนอย่างเป็กันเอง นับจากนั้นรัชทายาทก็เป็ที่รักของประชาชนสืบมา กระทั่ง พระสนมเสี่ยวเอินคบชู้จนถูกสั่งปะา ประชาชนต่างก็ไม่พอใจเจ็บแค้นสาปแช่งนางต่าง ๆ นานา บัดนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางดีแล้ว ข้าเห็นควรว่ารัชทายาทควรมีพระสนมองค์ใหม่ เพื่อเป็ขวัญและกำลังใจแก่ชาวเมืองพ่ะย่ะค่ะ” คำพูดของท่านเสนาบดีเป็ความจริงอยู่มาก ทำให้ฮ่องเต้พยักหน้าขึ้นลงอย่างเห็นด้วย
เฟยหยางเดินถือปลาต้มสมุนไพรมายังตำหนักเส้าเฉิง ก่อนจะพบเขานั่งรออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ภายในตำหนัก หญิงสาวน้อมกายลงเล็กน้อยแล้วเดินนำอาหารไปวางไว้ตรงพระพักตร์
“ปลาต้มสมุนไพรเสร็จแล้วเพคะ”
“เ้าจะไปไหน” เขาถามหลังจากเห็นนางเบี่ยงตัวออก
“รับใช้ฮองเฮาเพคะ” นางตอบ ก่อนเขาจะถอนหายใจ
“นั่งเป็เพื่อนข้าก่อน” เฟยหยางขมวดคิ้วแปลกใจ
“เหตุใดต้องนั่งเป็เพื่อนเพคะ”
“ข้าอยากทำสิ่งใดต้องคอยบอกเ้างั้นรึ” เขาสวน ก่อนเฟยหยางจะเดินมาย่อตัวนั่งอย่างเงียบ ๆ ตามคำสั่ง
“ข้าอยากได้ผ้าปักฝีมือเ้า ช่วยทำให้ข้าสักผืนได้หรือไม่” เจี้ยนหัวพูดน้ำเสียงจริงจัง พร้อมเอื้อมไปหยิบตะเกียบที่วางอยู่ด้านข้างด้วยกิริยาสง่างาม สมเป็เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงที่ใคร ๆ ต่างให้ความเคารพ
“หม่อมฉันไม่มีความสามารถด้านการปักผ้าเพคะ คุณหนูถังเยี่ยนน่าจะฝีมือดีกว่าหม่อมฉันมาก” เขาคีบปลาต้มใส่ปากช้า ๆ ก่อนเฟยหยางจะเอ่ยถาม
“พระองค์ไม่เคยโปรดการเสวยต้มปลาสมุนไพร เหตุใดวันนี้จึงรับสั่งจะเสวยล่ะเพคะ” อีกฝ่ายยิ้มเล็กน้อยแล้วมองหน้านางอย่างมีความหมาย
“เพราะว่าเ้าเป็คนทำ ข้าก็เลยอยากกิน”
“พระองค์ทรงบอกเอง ว่าให้หม่อมฉันอยู่ให้ไกลพระองค์ไว้ เหตุใดวันนี้จึงกลับคำ” นางถามอีกฝ่ายด้วยสายตาแน่นิ่ง
“ข้าจำไม่ได้แล้วว่าเคยพูด” เขาเฉไฉ แล้วกล่าวต่อ
“ข้า้าให้เ้าปักผ้าให้ข้าหนึ่งผืน เ้าทำได้หรือไม่” เฟยหยางเบี่ยงหน้าไปทางอื่น ทว่าท่าทางของนางยังคงคล้ายกับเสี่ยวเอินไม่มีผิดเพี้ยน
“ไม่เต็มใจงั้นรึ” รัชทายาทเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม ท่ามกลางเหล่านางกำนัลที่เดินผ่านไปมาต่างจับจ้องมายังเฟยหยางเป็สายตาเดียวกัน
“นั่นเฟยหยาง นั่งคุยกับรัชทายาทสองต่อสองเพียงนั้น ข้าไม่ได้ตาฝาดใช่หรือไม่” นางกำนัลอีกคนถาม ก่อนซินหยูจะเลื่อนสายตามองตาม
“เป็ไปได้อย่างไร ปกติรัชทายาทเป็คนถือองค์ จะยอมให้ผู้ใดนั่งเสมอเช่นนั้นไม่มีทาง หรือว่า...” ซินหยูนึกได้ดังนั้น จึงรีบนำเื่ไปทูลแก่ฮองเฮาให้ทรงทราบในทันที
“เ้าเห็นเต็มสองตางั้นรึ ว่ารัชทายาทให้เฟยหยางนั่งร่วมโต๊ะด้วย” ฮองเฮาเอ่ยถามซินหยู หลังจากให้นางจับตาดูพฤติกรรมของรัชทายาทอยู่ห่าง ๆ
“หม่อมฉันเห็นกับตาเพคะ ขนาดฟ่านฟ่านที่เป็เพื่อนหม่อมฉันยังอดแปลกใจไม่ได้ ที่อยู่ ๆ รัชทายาทโดยปกติเป็คนถือองค์จะยอมให้เฟยหยางนั่งเสมอด้วย” สายพระเนตรของฮองเฮาสั่นไหวออกมาด้วยความกังวลใจ
“มิน่า เขาถึงได้หาข้ออ้างต่าง ๆ นานา ก็เพื่อใกล้ชิดเฟยหยางงั้นเหรอ”
รัชทายาทตักปลาต้มสมุนไพรคำสุดท้ายหมด ก็เลื่อนสายตาขึ้นจับจ้องไปยังหญิงสาว ก่อนจะเอื้อมพระหัตถ์จับมือนางขึ้นมาโดยไม่สนใจสายตาผู้ใดที่อยู่บริเวณนั้น
“เจ็บมากหรือไม่” เฟยหยางรีบดึงมือกลับ หากแต่ชายหนุ่มรั้งมือนางไว้แน่น จับจ้องไปยังแผลเป็ของนาง ที่โดนหนามเกี่ยวครั้งที่ช่วยเขาไว้ในอดีต
“พระองค์ตรัสสิ่งใดเพคะ หม่อมฉันไม่เข้าใจ” เขาค่อย ๆ วางมือนางลงกับโต๊ะ แล้วมองแผลเป็ของนาง พลันเอ่ยถามอีกครั้ง
“ข้าถามว่า แผลเป็ของเ้าที่ได้มา เจ็บมากหรือไม่” เฟยหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนสายตามองแผลเป็ ที่ติดมากับร่างนี้ ด้วยความแปลกใจ
“หม่อมฉันจำไม่ได้ ว่าได้มันมาอย่างไร” เขานิ่งเงียบ แล้วปล่อยมือนางออกช้า ๆ ด้วยความผิดหวัง
