องค์หญิงซีเยวี่ยสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจิน เดิมนึกว่าเป็เพราะงานราชกิจยุ่งจึงรู้สึกปวดศีรษะ เห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้ว นางจึงช่วยนวดขมับให้อย่างอ่อนโยน
“ฝ่าา ขมวดคิ้วเช่นนี้ไม่ดีเพคะ” องค์หญิงซีเยวี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานนุ่ม
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินปลดมือองค์หญิงซีเยวี่ยออก ก่อนจะเคลื่อนกายขึ้นทาบทับ โน้มหน้าลงไปจุมพิตอย่างดุดัน รอบกายของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินมีแต่กลิ่นอายเ็า ทำให้องค์หญิงซีเยวี่ยถึงกับขนลุกขนชันขึ้นมาด้วยความหวั่นกลัว ผิดกับร่างกายที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ นางรังเกียจตัวเองในตอนนี้เหลือเกิน นางคิดขณะที่ใบหน้าฉายแววเดียดฉันท์
“สนมรักยั่วยวนเราเช่นนี้ เชื่อหรือไม่ว่าเราสามารถสั่งลงโทษเ้าโทษฐานยั่วยวนเราได้” ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินถอนริมฝีปากออก ในแววตาเต็มไปด้วยความปรารถนา
ใบหน้าขององค์หญิงซีเยวี่ยที่ฉายแววรังเกียจถูกฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเห็นเข้าจนได้ ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินรู้สึกไม่พอพระทัยอย่างยิ่ง เขาไม่อยากเห็นสีหน้าเช่นนี้ เพราะมันอาจจะทำให้เขาใจอ่อนได้ คิดได้เยี่ยงนั้นการกระทำจึงยิ่งดุดันและป่าเถื่อนขึ้น ทิ้งรอยแดงไว้เต็มตัวองค์หญิงซีเยวี่ย
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเคลื่อนตัวสอดใส่อย่างรุนแรง องค์หญิงซีเยวี่ยเจ็บจนน้ำตาไหล ใช้มือผลักฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินออกไป ใบหน้าขึ้นสีเข้ม แลดูน่าหลงใหลมากขึ้น “ฝ่าา…ไม่เพคะ”
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ขณะที่ทิ้งรอยแดงไว้ตามตัวองค์หญิงซีเยวี่ยเต็มไปหมด “เราโปรดปรานเ้า เ้าไม่ชอบหรือ เ้าคือสนมของเราไม่ใช่หรือ เราทำเช่นนี้มีอันใดไม่เหมาะ”
องค์หญิงซีเยวี่ยส่ายหน้า หลับตาลงอย่างสิ้นหวัง ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา นอนนิ่งอยู่เช่นนั้น
นับั้แ่ต่างแคว้นเดินทางมา ฮ่องเต้ก็คอยหวาดระแวงองค์หญิงจากต่างแคว้นผู้นี้มาตลอด แต่ไม่คิดเลยว่านางจะตกหลุมพรางเขาจนได้ ต้องเป็เพราะต่างแคว้นซื้อตัวสนมคนใดคนหนึ่งของเขาเป็แน่ ซึ่งดูท่าตอนนี้แล้ว สนมคนนั้นก็น่าจะเป็…
ยิ่งเขาเห็นน้ำตาขององค์หญิงผู้นี้ ใบหน้ายิ่งเ็า ยื่นมือไปบีบคอนางพลางเอ่ยถาม “บอกมาว่าเ้ามาอยู่ที่วังของเรามีแผนการใด”
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินถามด้วยน้ำเสียงดุดันแข็งกร้าว แม้แต่แววตาก็ยังแดงด้วยความไม่พอใจ แลดูน่ากลัวเหลือเกิน
องค์หญิงซีเยวี่ยลืมตา พยายามหอบหายใจเพื่อเอาอากาศเข้าสู่ปอดขณะอธิบาย “ฝ่าาเข้าใจหม่อมฉันผิดแล้ว เป็ฝ่าาที่ให้หม่อมฉันอยู่ที่นี่ต่อเอง”
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินคลายมือออก ใบหน้าองค์หญิงซีเยวี่ยแดงขณะไอออกมา ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินจับองค์หญิงซีเยวี่ยคว่ำหน้ากับเตียง เพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นท่าทางน่าสงสารของนาง แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมองเห็นใบหน้างดงามของนางอยู่ดี
หลังเสร็จกิจฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินลงจากเตียง โยนเสื้อผ้าลงบนเตียง กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ “ใส่เสื้อผ้าเสีย แล้วถ้าง่วงก็นอนก่อนได้เลย”
เขาสวมฉลองพระองค์ เอามือไพล่หลัง หมุนตัวเดินออกไป
องค์หญิงซีเยวี่ยมองฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินที่กำลังเดินออกไปแววตาดุดันน่ากลัว นางกัดฟันด้วยความรังเกียจ สุดท้ายก็สะกดข่มความรังเกียจนี้ลงไปได้ “ฝ่าา ดึกแล้ว พระองค์จะเสด็จไปที่ใดเพคะ”
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินหันไปมององค์หญิงซีเยวี่ยด้วยแววตาเ็าประดุจน้ำแข็ง “นับั้แ่วันนี้ เ้าต้องอยู่ที่ตำหนักเจินหลงของเรา ห้ามออกไปที่ใดทั้งนั้น”
เอ่ยจบฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเปิดประตูเดินออกไป ที่หน้าประตูเขาเห็นมีดสั้นตกอยู่ เขาเก็บมันขึ้นมาพิจารณาลวดลายที่อยู่บนด้ามของมีดสั้น ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็ดูไม่ได้
องค์หญิงซีเยวี่ยล้มตัวลงนอนบนเตียง ทว่าอย่างไรก็นอนไม่หลับ นางไม่อาจห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาได้ นางนอนร้องไห้จนหมอนเปียกชุ่ม ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินรู้จุดอ่อนของนางแล้ว ต่อไปทางเดินของนางจะต้องยิ่งลำบากมากกว่านี้เป็แน่
หลังจากจ้าวซีเหอกลับจากจวนอัครมหาเสนาบดีก็นำผลไม้จากตะวันตกไปมอบให้ท่านอ๋อง
ครั้นท่านอ๋องเห็นจ้าวซีเหอถือตระกร้าซึ่งมีผลไม้จากตะวันตกอยู่เต็มตะกร้าเดินเข้ามา ท่านอ๋องซึ่งเป็นักกินตัวยงนึกว่าบุตรชายเข้าไปในวังมา จึงเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เ้าเข้าวังมาหรือ”
จ้าวซีเหอส่ายหน้า วางตะกร้าผลไม้จากตะวันตกลงบนโต๊ะ ก่อนจะทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ “ลูกมิได้เข้าวังขอรับ ท่านพ่อคงไม่รู้ ตะกร้าผลไม้จากตะวันตกนี้มีที่มาใหญ่กว่านั้นอีก”
ผลไม้จากตะวันตกที่อยู่ในตะกร้ามีสีแดงสด แต่ละลูกชวนให้อยากรับประทาน
ท่านอ๋องมองอย่างสงสัยจึงหยิบออกมาหนึ่งลูกมาพิจารณาดู “นี่เป็ผลไม้ที่จะได้รับบรรณาการมาเท่านั้น เ้าไปเอามาจากที่ใด”
“ท่านพ่อ ท่านลองเดาดู นี่เป็ของขอขมาที่ลูกนำมาจากจวนอัครมหาเสนาบดี” จ้าวซีเหอยิ้ม แววตาดอกท้อเปล่งเป็ประกาย
ท่านอ๋องลุกขึ้นยืน แค่นเสียงในลำคอ ใบหน้ามีอายุฉายแววดุดันแข็งกร้าว “ตาเฒ่าเ้าเล่ห์โผล่หางออกมาแล้ว ข้ารู้อยู่แล้วว่าจิตใจคนผู้นี้ทะเยอทะยานยิ่งกว่าอะไรดี เช่นนี้ก็แสดงว่าข้าไม่ได้เข้าใจผิด”
“หลายวันมานี้ลูกส่งคนไปจับตาดูจวนอัครมหาเสนาบดี ลูกคิดว่าคนผู้นี้มีความสัมพันธ์กับต่างแคว้น” ใบหน้าจ้าวซีเหอเคร่งขรึม “อีกทั้งลูกยังได้ข่าวมาอีกว่า มีคนคิดจะสังหารหนิงมู่ฉือ”
หนิงมู่ฉือไม่มีอำนาจ ไม่เคยไปล่วงเกินผู้ใด เป็แค่สตรีอ่อนแอคนหนึ่ง คนที่คิดจะทำร้ายนาง เห็นจะมีเเต่ศัตรูเก่าของแม่ทัพหนิงเท่านั้น
“แล้วนางปลอดภัยหรือไม่” ท่านอ๋องเอ็นดูหนิงมู่ฉือยิ่งนัก ด้วยชื่นชอบความมีชีวิตชีวาและสดใสร่าเริงของนาง
“โชคดีที่นางไม่ได้รับาเ็ ลูกสั่งให้หลิงเฉินและหลิงอวิ๋นไปคอยคุ้มครองนาง” ใบหน้าของจ้าวซีเหอเปลี่ยนเป็เศร้าสลดและทุกข์ใจ “ท่านพ่อ อีกสองสามวันลูกคิดว่าจะเดินทางไปที่เยี่ยนฉือสักครา”
ท่านอ๋องอยากให้บุตรชายกล้าหาญกว่านี้อีกสักหน่อย ในใจเขาตอนนี้เป็ห่วงหนิงมู่ฉือเหลือเกิน จึงพยักหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล “เ้าไปเถอะ”
จ้าวซีเหอมองออกไปนอกหน้าต่าง วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศเริ่มอบอุ่น เป็นิมิตหมายว่าได้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ใบไม้ดอกไม้เริ่มออกใบออกดอก เพียงแค่คิดว่าอีกไม่กี่วันเขาจะได้พบหนิงมู่ฉือ รู้สึกอารมณ์ดียิ่งนัก
ครึ่งเดือนผ่านไป าแตามตัวเฉินเกอก็เริ่มสมานตัว ร่างกายเริ่มแข็งแรง ทุกเช้าเฉินเกอจึงออกมาฝึกดาบ
ทุกครั้งที่หนิงมู่ฉือเห็นเฉินเกอออกมาฝึกดาบ มักจะถือผิงกั่วมานั่งแทะพร้อมกับมองเฉินเกอฝึกดาบไปด้วย
ท่าฝึกดาบของเฉินเกอพริ้วไหวและงดงาม หนิงมู่ฉือเห็นแล้วปรบมืออย่างชื่นชมและชอบใจ เฉินเกอเดินตรงเข้าไปหาหนิงมู่ฉือ เขายื่นมือไปกุมมือของนางเอาไว้ “ท่าดาบเมื่อสักครู่สวยหรือไม่”
หนิงมู่ฉือยิ้มจนตาหยี่กลายเป็เส้นตรง กัดผิงกั่วคำหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยชมออกมา “ฝีมือดาบของจอมยุทธ์น้อยเฉินล้ำเลิศยิ่งนัก ทำข้าตาลายไปหมด”
เฉินเกอเห็นท่าทางน่ารักของหนิงมู่ฉือก็รู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ เขาดีดหน้าผากนางอย่างเอ็นดูทีหนึ่ง “เ้าล้อเล่นอีกแล้ว”
ครึ่งเดือนที่ผ่านมาหนิงมู่ฉือไม่ได้ออกไปไหนเลย จึงยังจำทางในเยี่ยนฉือไม่ได้ นางเอาแต่ขลุกอยู่ในจวนจนแทบจะป่วยอยู่แล้ว
นางเงยหน้ามองพระอาทิตย์ที่ส่องแสงสว่างเจิดจ้า ทันใดนั้นเองนางถึงกับตาพร่าเพราะจ้องแสงที่สว่างเกินไป นางจึงก้มหน้า “วันนี้เป็วันที่อากาศดีไม่น้อย จอมยุทธ์น้อยเฉิน พวกเราออกไปเที่ยวข้างนอกกันเถิด”
