เมื่อได้ยินคำพูดที่คล้ายกลั่นออกมาจากจิติญญาของหลิวิอวี้ นั่นทำให้หยางเฉินรู้สึกกระสับกระส่าย และไม่อาจคาดเดาการกระทำต่อจากนี้ของเธอได้
หญิงสาวที่สงบเสงี่ยมเรียบร้อยแปรเปลี่ยนเป็คนละคนแบบนี้ ทำให้เขาไม่รู้จะรับมืออย่างไรดี
"คุณจะทำอะไรน่ะ?" หยางเฉินถามขึ้น
“พวกเราไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันไหม ฉันยังไม่เคยดูพระอาทิตย์ขึ้นในจงไห่มาก่อนเลย”
หยางเฉินถอนหายใจออกมา แม้การดูพระอาทิตย์ขึ้นจะต้องตื่นแต่เช้า แต่เขาก็ไม่้าขัดนิสัยไร้เดียงสาของหลิวิอวี้ในตอนนี้
"ครับ ถ้างั้นคืนนี้เราจะต้องค้างโรงแรมริมทะเลที่นี่"
หยางเฉินคิดว่าถ้าถังหว่านรู้ว่าเขาไม่ไปกับเธอแต่กลับไปกับผู้หญิงอื่น เธอจะโมโหเขาขนาดไหน...
ชั้น 23 ของโรงแรมมีระเบียงหันหน้าออกสู่ทะเล เมื่อเข้าไปในห้อง หลิวิอวี้เปิดหน้าต่างออก แล้วเดินไปที่ระเบียง มองลงไปยังทะเลที่ใสเหมือนกระจก
หยางเฉินกอดเอวอ่อนของเธอจากด้านหลัง เหมือนแจ็คและโรสในหนังเื่ไททานิคแล้วยิ้มกล่าวว่า "ดูตอนนี้จะไปสวยอะไร รอพรุ่งนี้เช้าก็สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว"
หลิวิอวี้รู้สึกได้ว่ามือมารของหยางเฉินเคลื่อนไหวไปที่หน้าอก และส่วนลับใต้หน้าท้อง นั่นทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น
“ทำไมนายไม่ทนอีกสักหน่อยล่ะ ยังไงฉันก็มากับนายถึงนี่แล้ว คิดว่าฉันจะไม่ยอมให้นายทำรึไง?”
ก็ใช่น่ะสิ! ตอนแรกถังหว่านก็บอกเขาว่าจะให้ทำแบบที่หลิวิอวี้พูด สุดท้ายเธอก็หายจ้อยปล่อยให้เขาค้างเติ่งอยู่ในกองไฟคนเดียว ตอนนี้เขาอดทนมามากเกินพอแล้ว!
"แน่นอน ิอวี้... ไปอาบน้ำกันเถอะครับ"
"ไม่ ฉันยังไม่อยากอาบตอนนี้..."
"ไม่เอาน่า ไปอาบน้ำกันนะ..."
"ฉันไม่อาบ ดูนายสิก็เป็เสียอย่างนี้ ถ้านายยังทำตัวแบบนี้อยู่ล่ะก็ ฉันไม่ยอมให้นายทำจริงๆ ด้วย"
หยางเฉินมองใบหน้าของหลิวิอวี้พร้อมกล่าวขึ้นว่า "ก็ได้ ผมไม่อาบแล้ว"
"ดีมาก" หลิวิอวี้กล่าวอย่างสนุกสนาน
หยางเฉินยิ้มชั่วร้ายพร้อมกล่าวว่า “แต่เื่ที่ต้องทำยังไงก็ต้องทำ..."
ไม่รอให้หลิวิอวี้ได้ตอบ หยางเฉินจัดการเคลื่อนไหวมือมารอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้เธอได้ทันตั้งตัว เนื่องจากหลิวิอวี้สวมกระโปรง ดังนั้นจึงเหลือเพียงถุงน่องสีดำยาว
หยางเฉินทำการเปิดกระโปรงขึ้นทันทีพร้อมกับใช้มือนวดคลึงบั้นท้ายอันอวบอิ่ม
"หยางเฉิน... นาย... นายจะทำอะไรน่ะ!?" หลิวิอวี้ร่ำร้องออกมาอย่างรวดเร็ว ผู้ชายคนนี้คิดจะทำบนระเบียงจริงๆ หรือ?
หยางเฉินหัวเราะ เขาไม่ยอมให้หลิวิอวี้ได้ขยับตัวหนี แล้วใช้มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในถุงน่อง...
เวลานี้เป็่เย็น หน้าต่างประตูของห้องพักต่างเปิด ออกดูเหมือนแขกที่มาพักต่างออกมาชมบรรยากาศริมทะเลโดยพร้อมเพรียง เสียงลม เสียงคลื่นคำราม... เสียงครางและเสียงหัวเราะของหยางเฉินลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
ก่อนหน้านี้หลิวิอวี้ดื่มไวน์ไปมาก และตอนนี้เธอก็รู้สึกว่าได้ว่ามือของหยางเฉินเข้าใกล้ส่วนลับของเธอเข้าไปทุกที สะโพกอันละเอียดสั่นเล็กน้อย ใบหน้าที่แดงซ่าน แต่เธอกลับรู้สึกไม่อึดอัดแต่อย่างใด...
"นาย... อย่าทำเป็เล่น... ตรงนั้นมัน..." หลิวิอวี้ขอร้อง
หยางเฉินเพลิดเพลินกับท่าทีต่อต้านแต่ก็ยินยอมของหญิงสาวอายุมากกว่า จากนั้นใช้มือััไปที่ส่วนลับสีชมพูของเธอพร้อมกล่าวว่า
"หันหน้าเข้าหาทะเล มองท้องฟ้ายามค่ำคืนอันกว้างใหญ่ นี่ไม่ใช่บรรยากาศที่โรแมนติกเหรอครับ?
"นาย..." หลิวิอวี้ถูกจับเอวไว้แน่น ข้างหลังของเธอเริ่มจะยกสูงขึ้น เธออยากจะตายจากความอัปยศ แต่หยางเฉินยังคงทำต่อราวกับจะทำให้เธอสำลักความสุขตายให้ได้
หยางเฉินรู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้ว เขาใช้สองมือเอื้อมไปด้านหน้าเพื่อสำรวจชิ้นซาลาเปาอวบอ้วน
"อ๊า..." หลิวิอวี้อุทานออกมาไม่เป็ศัพท์ ริมฝีปากของเธอเผยอออกมา
คล้ายถูกเปลวไฟลุกลามเข้าไปในกายที่เย็นว่างเปล่าของตัวเอง หลิวิอวี้รู้สึกว่าเธอเกือบจะหายใจไม่ออก
เมื่อกระแสน้ำแห่งความสุขลุกโชติ่ หลิวิอวี้ในตอนนี้ลืมเลือนไปแล้วว่าเธออยู่ที่ไหน การจับกุมของหยางเฉินทำให้จิตใจเธอสับสนวุ่นวาย
ค่ำคืนนี้เป็ราตรีแห่งการคุมขังอันโหดร้ายโดยแท้จริง...
เช้าวันรุ่งขึ้นนั้นสดใส หยางเฉินลุกขึ้นนั่งบนเตียงซึ่งล้อมรอบไปด้วยเสื้อผ้าที่กระจัดกระจาย หลิวิอวี้ขดตัวอยู่ในผ้านวมกำมะหยี่สีขาว เผยให้เห็นเพียงผมสีดำเท่านั้น
"ตื่นได้แล้วแม่หมูอ้วนจอมี้เี ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันเถอะ" หยางเฉินที่เปลือยร่างท่อนบน ใช้ฝ่ามือฟาดไปที่บั้นท้ายของหลิวิอวี้เบาๆ
หลิวิอวี้ที่ถูกปลุกขึ้นมา ทั้งงงงวยและสับสนเช่นเดียวกับเด็กทารก
"เพราะนายแท้ๆ... ฉันลุกไม่ขึ้นเลยเห็นมั้ย..." หลิวิอวี้ตำหนิเื่เมื่อคืนที่ค่อนข้างรุนแรง และมันทำให้่ล่างของเธอไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควรนัก
หยางเฉินหัวเราะเบาๆ เขาใช้มือทั้งสองข้างอุ้มหลิวิอวี้ขึ้นมาทั้งผ้าห่ม
"อ๊ะ!!!..."
หยางเฉินบรรจงจูบใบหน้าอ่อนหวานของหลิวิอวี้พร้อมกล่าวว่า
"อากาศค่อนข้างเย็น ผมจะอุ้มคุณไปดูพระอาทิตย์ขึ้นเอง" เมื่อพูดจบหยางเฉินก็อุ้มหลิวิอวี้เดินไปที่ระเบียง
ลมเย็นพัดผ่านร่างเปลือยท่อนบน แต่เขาก็ไม่รู้สึกหนาวแต่อย่างใด
"นายใส่เสื้อผ้าสิ อากาศหนาวจะตาย..." หลิวิอวี้กล่าวขึ้นด้วยความเป็ห่วง เพราะแม้เธอจะอยู่ในผ้าห่มแต่ก็ยังรู้สึกหนาว
"ร่างกายของผมแข็งแกร่งขนาดไหนคุณก็รู้" หยางเฉินกะพริบตาไปที่หลิวิอวี้
หลิวิอวี้หน้าแดงออกมาเมื่อสบตากับหยางเฉิน เขาในตอนนี้ทั้งอบอุ่นและอ่อนโยน
เมื่อพระอาทิตย์ค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้า หลิวิอวี้ละสายตาจากหยางเฉินและจ้องมองไปที่ในทิศทางที่พระอาทิตย์ขึ้น
"หยางเฉิน..."
"หืม?"
"นายเคยดูพระอาทิตย์ขึ้นกับผู้หญิงคนอื่นๆ หรือเปล่า?"
"ไม่เคยนะครับ”
"ฉันดีใจนะ ที่ได้เป็ครั้งแรกของนาย"
หยางเฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อมองมาที่รูปลักษณ์อันเงียบสงบของหลิวิอวี้ ใบหน้ารูปไข่ที่สมบูรณ์แบบของเธอ ประกายตาที่สดใสเหมือนดวงอาทิตย์สีทองนั้นขับเน้นเสน่ห์ของเธอให้เพิ่มขึ้นไปอีก
ความรู้สึกผิดเข้าถาโถมใส่จิตใจหยางเฉิน คนมากตัณหาแบบเขาไม่สมควรได้รับความรักจากใคร...
"อวี้เอ๋อ... ผมขอโทษ นี่เป็ข้อแก้ตัวที่ขาดความรับผิดชอบ แต่ผมจะดูแลคุณอย่างดีที่สุด" หยางเฉินหัวเราะก่อนกล่าวต่อว่า "ผมจะปฏิบัติต่อคุณอย่างดี"
หลิวิอวี้ไม่ได้พูดอะไร เธอหดหัวหลบอยู่ในผ้าห่ม
แต่่เวลาที่วาบหวามก็ถูกขัดจังหวะด้วยการสั่นะเืของโทรศัพท์ หยางเฉินมองดูหลิวิอวี้ที่เขินอายไม่หาย และพาเธอกลับเข้าห้องพักเพื่อรับโทรศัพท์
เขาค่อนข้างแปลกใจคนที่โทรมาเป็สายของเฉียงเวย เธอโทรหาเขาเช้าตรู่ขนาดนี้เชียวเหรอ?
"เมื่อคืนคุณไม่ได้กลับบ้านเหรอคะ?” เสียงของเฉียงเวยที่ปลายสายเอ่ยถาม
"ใช่ ผมไปค้างคืนข้างนอกน่ะครับ" หยางเฉินรู้สึกแย่ขึ้นมาทันที
"ฉันรู้..." เฉียงเวยกล่าวเสียงเบา
"เกิดอะไรขึ้นที่บ้านหรือเปล่า?"
"ครั้งสุดท้ายที่คุณให้ฉันส่งคนไปดูแลบ้านของคุณ ฉันส่งมือดีไปสี่คน และบอกให้พวกเขารายงานสถานการณ์ในบ้านกับฉันทุกวัน แต่อยู่ดีๆ พวกเขาก็ขาดการติดต่อไป เช้านี้ฉันจึงส่งคนไปตรวจสอบ... และพบพวกเขาหมดสติ"
"แล้วครอบครัวของผมล่ะ?" หยางเฉินรู้สึกกังวลสุดขีด
"ประตูบ้านเปิดค้างไว้... แต่ในบ้านกลับไม่มีใครเลย"
"เข้าใจแล้ว..." หยางเฉินวางสายโทรศัพท์ หายใจลึก และหันไปเผชิญหน้าหลิวิอวี้ที่ยังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"ผมมีธุระด่วน คงไม่อาจกินข้าวเช้ากับคุณได้อีก ค่าห้องพักผมได้จ่ายเงินไปแล้ว คุณนั่งรถแท็กซี่ไปยังบริษัทนะ"
เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดของหยางเฉิน หลิวิอวี้จึงถามว่า "เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ ให้ฉันไปกับนายหรือเปล่า?"
"ไม่มีอะไรหรอก" หยางเฉินยิ้มและเดินออกจากห้องไปทันที
เขาขับรถมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านหลงจิ่งด้วยความเร็วปานนักซิ่งสายฟ้า
ระหว่างทางหยางเฉินยังคงติดต่อหาเฉียงเวยให้ช่วยค้นหาหลิวรั่วซีและป้าหวัง ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสน้อย แต่เขาก็ต้องทำทุกวิถีทาง
ถึงกับจัดการลูกน้องของเฉียงเวยได้ แน่นอนว่าต้องไม่ใช่โจรกระจอกสามัญทั่วไป สายตาของหยางเฉินปรากฏรังสีสังหารขึ้นมาทันที
ไม่ว่าใครก็ตามที่บุกเข้าไปชิงตัวผู้หญิงของเขาถึงในบ้าน เขาย่อมไม่ปล่อยให้พวกมันได้ตายดี
เมื่อกลับมาถึงบ้าน หยางเฉินเดินเข้าไปในห้องโถง และพบว่าไม่มีร่องรอยการต่อสู้ใดๆ เกิดขึ้น
หยางเฉินรีบวิ่งไปยังชั้นสองอย่างขุ่นเคือง และพบว่าในห้องของเขานั้นเต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่กระจัดกระจาย รวมทั้งสิ่งของต่างๆ
ทันใดนั้น หยางเฉินก็สังเกตเห็นกระดาษข้อความสีดำ ที่วางอยู่บนเตียง
ข้อความในกระดาษไม่ได้เขียนเป็ภาษาจีน แต่เป็ภาษาญี่ปุ่น
"ท่านเฮดีสที่เคารพ บ้านของท่านช่างใหญ่โตเสียจริงๆ นั่นทำให้เราค้นหาศิลาเทพเ้าไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ดังนั้นเราจะอดทนรอให้ท่านทำมันมาแลกเปลี่ยนกับสมาชิกในครอบครัวอันมีค่าของท่านที่สวนพฤกษศาสตร์ซินหลิน เขตชานเมืองทางตอนใต้ - เทนงู"
หยางเฉินฉีกชิ้นกระดาษเป็ชิ้นๆ และโทรหาเฉียงเวยทันที
"เฉียงเวย ให้คนของคุณหยุดค้นหาซะ ศัตรูในครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสามารถต่อกรได้"
เฉียงเวยได้ยินเสียงราบเรียบของหยางเฉินก็รับรู้ได้ทันที
"ระวังตัวด้วยนะคะ" เธอกล่าวตอบ จากนั้นสายก็ตัดไปในที่สุด
