ูเี่อันกะพริบตาอย่างข้องใจ
“ลู่เป๋าเหยียนนายคงไม่ได้พวกชอบเก็บงำความสามารถโดยไม่บอกใครแบบพี่ฉันใช่ไหม?หรือว่าที่จริงแล้วนายทำกับข้าวเก่งกว่าฉันอีก?”
ถ้าใช่แล้วล่ะก็เธอคงต้องคิดหนักเื่การไว้ใจใครสักคนแล้วล่ะ
ตอนที่เธอพักอยู่กับลั่วเสี่ยวซีที่อพาร์ตเมนท์ใกล้มหาวิทยาลัยพวกเธอออกไปซื้ออุปกรณ์ทำครัวจนครบเซตจากนั้นเธอก็เริ่มลองทำอาหารง่ายๆที่ถึงแม้หน้าตาจะธรรมดาแต่รสชาติดีกว่าพวกอาหารฝรั่งเยอะหลังลั่วเสี่ยวซีได้ชิมก็ถึงกับซาบซึ้งจนน้ำตาแทบเล็ดและบอกกับเธอว่า
“ฉันจะเป็แฟนพันธุ์แท้ของอาหารจีนไปตลอดชีวิตเลย!”
ตอนนั้นเธอรู้สึกภูมิใจมากจนถ่ายรูปส่งไปให้ซูอี้เฉิงโดยแอบหวังว่าเขาจะเอ่ยปากชม
แต่ไม่นึกเลยว่าเธอกำลังเอามะพร้าวห้าวไปขายสวนพี่ชายตำหนิว่าเธอทำผิดหลัก แถมยังให้เคล็ดลับกับเธอมาอีกด้วย เธอไม่อยากจะเชื่อจึงลองทำตามวิธีที่เขาแนะนำในการทำมื้อเย็นสุดท้ายอาหารที่ออกมาอร่อยกว่ามื้อเที่ยงขึ้นเยอะมาก
ตอนนั้นเธอจึงได้รู้ว่าที่แท้ซูอี้เฉิงทำอาหารเป็ แถมยังเก็บเื่นี้เป็ความลับมานานหลายปี
ซูอี้เฉิงปลอบเธอว่า“คนที่รู้ว่าพี่ทำอาหารเป็มีน้อยมาก”
สุดท้ายเธอจึงขอให้พี่ชายทำอาหารให้เธอกินเป็การชดเชยซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ปฏิเสธคำขอของเธออยู่แล้ว แต่เพราะหลายปีมานี้งานของเขายุ่งจนแทบไม่มีเวลาว่างทำให้ซูอี้เฉิงยังไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้อีกทั้งยังเก็บเื่นี้เป็ความลับจากคนอื่นมาโดยตลอด
นี่ถ้าหากว่าลู่เป๋าเหยียนทำอาหารเป็จริงๆเขาเป็คนเก็บซ่อนความลับเก่งยิ่งกว่าซูอี้เฉิงอีกนะ!
ลู่เป๋าเหยียนมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของูเี่อันก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“นี่เป็ครั้งแรกที่ฉันจับมีดหั่นผัก”
“......”ูเี่อันถึงกับยิ้มกระตุก
ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้ว“ทำไม? ไม่เหมือนงั้นเหรอ?”
“......”ูเี่อันอยากจะบ้าตาย ไม่เหมือนเลยสักนิดน่ะสิตาบ้า! มีใครบ้างที่จับมีดครั้งแรกก็ซอยมันฝรั่งได้เส้นสวยขนาดนี้?
เอาเถอะเห็นแก่คืนนี้ เธอคงต้องสงบสติอารมณ์เอาไว้และชมเขาให้เยอะๆ!
“ใช่น่ะสิไม่เหมือนสักนิด!” เธอพยักหน้ายืนยันก่อนจะชมต่อ “ตอนที่ฉันซอยมันฝรั่งครั้งแรกเส้นมันอ้วนพอๆกับเฟรนช์ฟรายด์เลยล่ะ นายนี่เก่งสุดยอดไปเลย!”
ลู่เป๋าเหยียนแย้มยิ้มกว้างกว่าเดิมพลางจ้องหน้าูเี่อันอาจเพราะเธอมีเื่อยากจะขอร้องทำให้รู้สึกร้อนตัว จึงได้แต่กะพริบตาถี่พลางยิ้มกว้างอย่างสดใสเพื่อกลบเกลื่อน
“เธออยากจะได้อะไร?”ลู่เป๋าเหยียนถามอย่างไม่อ้อมค้อม
ูเี่อันนิ่งอึ้งหากเธอไม่พูดออกไปตอนนี้ก็คงสายเกินไป
“คืนนี้TopModel จะถ่ายทอดสดเป็วันแรก ฉันอยากไปดูที่ห้องส่ง”เธอมองลู่เป๋าเหยียนพลางทำสีหน้าคาดหวังปนเกรงใจ“นายไปเป็เพื่อนฉันหน่อยได้หรือเปล่า”
ลู่เป๋าเหยียนมองเวลาก่อนตอบ“สองทุ่มตรงถึงจะเริ่มถ่ายทอดสด พวกเรามีเวลาอีกชั่วโมงครึ่ง”
เขาตอบตกลงแล้ว!
ูเี่อันตาเป็ประกาย“ผัดมันฝรั่งเสร็จก็เรียบร้อยแล้วล่ะ!”
เธอรีบตักหมูผัดซอสแดงลงจานก่อนจะลงมือจัดการกับมันฝรั่งตรงหน้า
มันฝรั่งเส้นผัดเป็เมนูที่ทำง่ายใช้เวลาไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย หลังทั้งสองคนกินข้าวเสร็จ ยังพอมีเวลาเหลืออีก 40 นาที ูเี่อันสวมรองเท้าพลางเอ่ยปากเร่งลู่เป๋าเหยียน
“เร็วหน่อยสิถ้าฉันไปไม่ทันเสี่ยวซีต้องเกลียดฉันแน่ๆ”
แต่ลู่เป๋าเหยียนกลับไม่รีบร้อนเขาหยิบกุญแจรถและค่อยๆเดินไปที่โรงจอดและขับแอสตันมาร์ติน ONE77 ออกมา
ูเี่อันรู้ถึงสมรรถนะของรถคันนี้ว่าดีแค่ไหนเธอยิ้มและเข้าไปนั่งด้านใน จากนั้นลู่เป๋าเหยียนจึงเอ่ยว่า
“รัดเข็มขัดดีๆล่ะ”
“อื้ม!”ูเี่อันจัดการรัดเข็มขัดนิรภัยตามที่เขาว่าวินาทีต่อมารถยนต์คันงามก็พุ่งทะยานออกไปสู่ท้องถนนและขึ้นทางด่วนตรงไปยังสถานีโทรทัศน์
ูเี่อันมองวิวตึกสูงด้านนอกที่ผ่านสายตาไปอย่างรวดเร็วตอนนี้เธอรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนที่จะแต่งงานกับลู่เป๋าเหยียนเสียอีก
ลั่วเสี่ยวซีตัดสินใจเป็นางแบบเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้พี่ชายเธอเห็นเธอกับลั่วเสี่ยวซีสนิทจนเหมือนคนในครอบครัว ตอนแรกเธอนึกว่าลั่วเสี่ยวซีก็แค่อยากลองเล่นอะไรใหม่ๆแต่ที่ไหนได้ครั้งนี้ลั่วเสี่ยวซีตั้งใจจริง เพื่อนของเธอยอมทุ่มเทพลังกายพลังใจเพื่อได้ขึ้นไปอยู่บนเวที
คืนนี้เธอจะต้องไปดูให้เห็นกับตาว่าลั่วเสี่ยวซีที่ส่องประกายเจิดจรัสนั้นเป็อย่างไร!
เมื่อมาถึงหน้าสถานีโทรทัศน์เธอก็เห็นรปภ.ที่กำลังยืนอยู่หน้าประตู ทันใดนั้นูเี่อันก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า
“ฉันแค่บอกให้พี่จัดการเื่ที่นั่งให้ไม่รู้ว่าฉันจะต้องเรียกเขาให้เอาบัตรผ่านมาให้ด้วยหรือเปล่า”
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูทั้งสองคนก็โดนรปภ.กักตัวไว้ อีกแค่สิบกว่านาทีการถ่ายทอดสดก็จะเริ่มต้นขึ้นูเี่อันมองลู่เป๋าเหยียนอย่างร้อนใจ ทว่าเขากลับมองเข้าไปด้านในอย่างไม่ทุกข์ร้อน
ูเี่อันเชื่อว่าการที่เขานิ่งแบบนี้คงมีสาเหตุว่าแล้วจึงมองตามสายตาของเขา ก่อนจะเห็นผู้ชายอายุประมาณ 50 กว่าๆเดินตรงมาหา ชายคนนั้นเอ่ยทักลู่เป๋าเหยียนมาแต่ไกล
“สวัสดีครับคุณลู่ยินดีต้อนรับสู่สถานีโทรทัศน์ของพวกเราครับ”
รปภ.มองลู่เป๋าเหยียนอย่างแปลกใจก่อนจะเอ่ยทักชายคนนั้น
“ท่านประธาน”
“นี่คือคุณลู่กับคุณนายลู่อีกหน่อยถ้าพวกเขามาที่นี่ก็ให้เข้ามาได้เลย”
รปภ.ยกมือจับผมเล็กน้อยพลางรีบตอบรับอย่างกระตือรือร้นประธานช่องผายมือเชิญให้เข้าไปด้านใน
“คุณลู่คุณนายลู่ครับ พวกเรารีบไปที่ห้องส่งกันเถอะครับ รายการใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว”
ลู่เป๋าเหยียนพยักหน้าูเี่อันจึงคล้องแขนเขาเดินไปด้วยกันพลางคิดในใจอย่างเสียดายว่าแต่ละรายการของช่องนี้ล้วนดังเป็พลุแตกทั้งนั้นรู้อย่างนี้เธอน่าจะขอบัตรเข้ามาชมตอนถ่ายทำตั้งนานแล้ว ถ้ารู้ว่าลู่เป๋าเหยียนสนิทกับประธานช่องขนาดนี้ล่ะก็เธอไม่น่าแค่นั่งดูอยู่หน้าทีวีเลย มาดูที่ห้องส่งก็หมดเื่!
เมื่อรู้ว่าูเี่อันกับลู่เป๋าเหยียนจะมาซูอี้เฉิงก็ให้คนจัดการจองที่นั่งตรงกลางของแถวหน้าสุดเอาไว้ ซึ่งเป็ที่นั่งติดกับผู้บริหารระดับสูงของทางช่องหลายคน
ูเี่อันมองไปรอบๆก่อนจะถามลู่เป๋าเหยียนว่า
“ฉันไปหาเสี่ยวซีที่หลังเวทีได้หรือเปล่า?”
“ไม่ได้”
คนที่ตอบูเี่อันคือซูอี้เฉิงเธอหันไปมองตามเสียงก็เห็นพี่ชายกำลังนั่งลงตรงที่นั่งข้างเธอ
“อ้าว”เธอรู้สึกแปลกใจ “พี่มาได้ยังไงคะเนี่ยหนูนึกว่าพี่จะอยู่เป็เพื่อนเสี่ยวซีที่หลังเวทีซะอีก”
“ทำไมพี่ต้องไปหาเธอที่หลังเวทีด้วยล่ะ?”ซูอี้เฉิงตอบเสียงแข็ง “น้องเองก็ไม่ควรไป”
“ทำไมล่ะคะ?”
“ตอนนี้ที่หลังเวทีวุ่นวายมากขาของน้องยังไม่หายดีอาจจะได้ได้รับาเ็ก็ได้ถ้าไม่ระวัง” ซูอี้เฉิงอธิบาย“อีกอย่าง ตอนนี้เธอคงยุ่งอยู่กับแต่งหน้าแต่งตัว ถ้าน้องไปเธอคงเสียสมาธิ”
“หนูเจ็บขาแต่พี่ไม่เจ็บนี่หน่า” ูเี่อันเข้าไปกระซิบที่ข้างหูพี่ชาย“นี่เป็การออกรายการสดครั้งแรกของเสี่ยวซี เธอต้องตื่นเต้นมากแน่ๆถ้าพี่ไปให้กำลังใจเธอสักหน่อย รับรองว่าเธอต้องซึ้งใจดีไม่ดีอาจจะตอบรับคำขอของพี่ก็ได้นะ”
ซูอี้เฉิงปรายตามองน้องสาวก่อนเอ่ย“เมื่อก่อนพี่ไม่เคยเข้าใจเลยว่าน้องกับเสี่ยวซีมาเป็เพื่อนกันได้ยังไงแต่ตอนนี้พี่รู้แล้วล่ะว่าพวกน้องคิดอะไรติงต๊องเหมือนกันไม่มีผิดมิน่าถึงได้คุยกันถูกคอ”
“......”ูเี่อันชักจะหงุดหงิด มีอะไรก็พูดกันดีๆสิ ทำไมต้องมาโจมตีสติปัญญาของเธอเหมือนที่ลู่เป๋าเหยียนชอบทำด้วยเล่านี่พี่นึกว่าเธอไม่รู้จริงๆเหรอว่าทำไมเขาถึงไม่ไปหาเสี่ยวซี?
เดิมทีเธอกะจะช่วยให้พี่ชายได้มีโอกาสอธิบายกับเสียวซีสักหน่อยแต่ในเมื่อเขาว่าเธอแบบนี้ งั้นเธอจะก่อกวนให้เริองวุ่นกว่าเดิมไปเลย!
ลู่เป๋าเหยียนโอบไหล่เธอก่อนจะกล่าวว่า
“ถึงจะไปหลังเวทีไม่ได้แต่เธอส่งข้อความไปบอกเสี่ยวซีก็ได้นี่ว่าเธอมาแล้ว”
นั่นสินะวิธีนี้ก็ไม่เลว
ูเี่อันหันไปส่งยิ้มให้ลู่เป๋าเหยียนก่อนจะก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความซูอี้เฉิงเห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความนับถือและเชื่อฟังของน้องสาวแล้วอดถอนใจไม่ได้เขารู้ดีว่าที่เขาเป็แบบนี้ก็เพราะกำลังอิจฉาลู่เป๋าเหยียน กว่า TopModel จะจบตั้งอีกสองเดือน 60 วันต่อจากนี้เขาจะอดทนรออยู่เฉยๆได้ยังไง
ตอนนั้นเองูเี่อันก็ส่งข้อความหาลั่วเสี่ยวซีเรียบร้อย รายการก็กำลังจะเริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการ
พิธีกรของรายการนี้เป็คู่พิธีกรที่ดังที่สุดของทางสถานีเมื่อทั้งสองคนปรากฏตัว บรรดาผู้ชมจึงส่งเสียงกรี๊ดสนั่นหวั่นไหวในตอนนั้นเองลั่วเสี่ยวซีก็ได้รับข้อความของูเี่อัน
ลั่วเสี่ยวซีนึกว่าูเี่อันคงมาไม่ได้เพราะขายังไม่หายสนิทแตู่เี่อันกลับมาหาเธอ ซึ่งเธอดีใจมากๆ ทว่าหลังดีใจได้ไม่นานความรู้สึกผิดหวังก็ตามมา
ูเี่อันมาแล้วแล้วซูอี้เฉิงล่ะ?
เธออยากให้ซูอี้เฉิงมาหาเธออยากให้เขาได้เห็นเองกับตาว่าตอนเธออยู่บนเวทีนั้นเป็ยังไง
หากเขามาแล้วแต่ไม่มาหาเธอที่หลังเวทีล่ะก็เธอคงอดผิดหวังไม่ได้ ถ้าเป็แบบนั้นสู้เขาไม่ได้มายังจะดีเสียกว่า
หลังลังเลอยู่สักพักลั่วเสี่ยวซีก็ส่งข้อความไปหาูเี่อัน
พี่ชายเธอล่ะ?
ูเี่อันตอบกลับมาทันที
นั่งอยู่ข้างฉันเนี่ยสู้ๆนะ!
เขามาแล้วจริงๆแต่ไม่ยอมมาหาเธอ
ลั่วเสี่ยวซีถอนหายใจยาวก่อนจะตอบข้อความของูเี่อันและวางมือถือลงเธอพยายามทำสมาธิให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลาย
ซูอี้เฉิงไม่มาให้กำลังใจเธอก็ไม่เป็ไรเธอให้กำลังใจตัวเองก็ได้!
“ผู้เข้าร่วมการประกวดมีทั้งหมด20คน คืนนี้จะทำการคัดออก 5 คน” แคนดี้เดินเข้ามาตบไหล่ลั่วเสี่ยวซีเบาๆ“สู้ๆล่ะ!”
ลั่วเสี่ยวซีพยักหน้า“วางใจเถอะค่ะ ไม่ว่ายังไงหนูก็ต้องไปให้ถึงรอบชิงให้ได้!”
“ว้าย!”เสียงร้องของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น ลั่วเสี่ยวซีหันมองไปตามสัญชาตญานก่อนจะเห็นนางแบบคนหนึ่งที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วกำลังจะล้มลง
คนที่จะขึ้นเวทีเป็คนต่อไปคือนางแบบคนนี้ถ้าเธอล้มแล้วล่ะก็ทุกอย่างคงพังหมด
ไม่รู้ว่าลั่วเสี่ยวซีคิดอะไรอยู่ถึงได้ยื่นมือออกไปช่วยประคองตัวนางแบบคนนั้นอย่างรวดเร็ว
“ระวังค่ะ”
นางแบบคนนั้นทำหน้าประหลาดใจผู้เข้าประกวดแต่ละคนต่างก็มีเป้าหมายอย่างเดียวกันคือ้าเป็ที่หนึ่งถึงแม้ภายนอกทุกคนจะดูเป็มิตรกันดีแต่ที่จริงแล้วมีใครบ้างที่ในใจไม่อยากได้ชัยชนะ หากเมื่อกี้เธอล้มลงไป ก็เท่ากับว่าคู่แข่งหายไปหนึ่งคนแล้วทำไมลั่วเสี่ยวซีต้องช่วยเธอไว้ด้วย?
“ขอบคุณค่ะ”นางแบบสาวพูดอย่างซึ้งใจ “ถ้าการแข่งรอบไหนพวกเราโชคร้ายดันต้องมาแข่งกันเองฉันจะยอมให้”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ”ลั่วเสี่ยวซีเอ่ย “เรามาแข่งกันด้วยความสามารถก็พอ”
“เฉียวน่า!”ผู้ชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแคนดี้รีบเดินเข้ามา “ไปๆๆ ถึงตาเธอแล้ว!”
นางแบบสาวที่ชื่อเฉียวน่าเดินตามผู้จัดการของเธอไปแต่ก่อนออกจากห้องเธอก็หันมายิ้มให้ลั่วเสี่ยวซีและเอ่ยขึ้นว่า
“เธออยู่ลำดับที่15สู้ๆนะ”
ลั่วเสี่ยวซีพยายามฝืนยิ้มพลางพยักหน้าเพื่อซ่อนความรู้สึกตื่นเต้นเอาไว้อย่างแเีเมื่อเฉียวน่าเดินออกไปเธอจึงถอนหายใจยาว ก่อนจะเตือนสติตัวเองว่า ไม่ต้องตื่นเต้นอย่าตื่นเต้นไปเลย
สภาพของห้องแต่งตัวในตอนนี้วุ่นวายไปหมด
ห้องแต่งตัวขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ที่ผู้เข้าแข่งขัน20คนต้องใช้ร่วมกัน บนราวแขวนเสื้อมีเสื้อผ้าอยู่เต็มไปหมดบนโต๊ะเครื่องแป้งก็เต็มไปด้วยข้าวของระเกะระกะ ไหนจะบรรดาครอบครัวของผู้เข้าประกวดอีกทั้งหมดนี้ทำให้เสียงดังเอะอะวุ่นวายฉะนั้นผู้เข้าประกวดส่วนใหญ่จึงพยายามรวบรวมสมาธิอยู่เงียบๆอย่างที่ลั่วเสี่ยวซีกำลังทำแต่เพราะเวทีนี้ต่างเป็เวทีแรกของทุกคน ทำให้การทำจิตใจให้สงบเป็เื่ยาก
ลั่วเสี่ยวซีกำมือถือเอาไว้แน่นและตอนนั้นเองเสียงเรียกเข้าของมือถือก็ดังขึ้นจนเธอสะดุ้ง เมื่อมองไปที่หน้าจอก็เห็นเบอร์โทรแปลกๆ
เธอกดรับสายก่อนจะได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่ง
“เสี่ยวซีผมรอคุณอยู่ที่ห้องแต่งตัวหมายเลข 17 เมื่อไรจะมาหาผมล่ะครับ?”
เธอไม่คุ้นกับน้ำเสียงของเขาจึงสงสัยว่าเขาโทรผิดหรือเปล่าแต่เมื่อกี้เขาเรียกชื่อเธอ...
ตกลงเขาคือใครกันแน่?
