“แคว้นที่ข้าอยู่คงไม่ต่างจากเมืองอื่น คือทุกคนมีอายุสั้นแค่หกสิบก็แก่และเสียชีวิต ชาวบ้านอดอยากปลูกพืชผักได้ไม่ดี ไม่เหมือนกับเมืองที่ห่างจากที่นี้ไม่มาก ที่ประชาชนอยู่ดีกินดี”
“อย่างนั้นหรือ ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเพราะข้าอยู่ อีกฝั่งหนึ่งของเขาลูกนี้ ไม่เคยไปที่แดนมนุษย์มาก่อน ที่นั่นไม่มีพลังเลยไม่มีใครอยากไป”
“ซิงเยียนเ้าคุยอยู่กับใครหรือ”ห่าวรันเก็บผลไม้เสร็จก็ตามหาซิงเยียน ที่เขามองมาจากต้นไม้เห็นนางเดินอยู่แถวนี้
“พี่ชายห่าวรัน ท่านลุงผู้นี้อยู่อีกฝั่งหนึ่งของเขาลูกนี้ เราถามเส้นทางไปหุบเขาหมื่นเมฆาได้”
“ ท่านผู้าุโ รู้จักเส้นทางไปหุบเขาหมื่นเมฆาหรือขอรับ รบกวนชี้แนะพวกเขาทั้งสองคนด้วย”
“เ้าก็มาด้วยเื่เดียวกันหรือ อืม!แสดงว่า พวกมนุษย์ลำบากจริงส่งแม้มากระทั่งเด็กน้อยแถมเป็ผู้หญิงอีก”
“พวกเ้า้าสิ่งใดไปช่วยบ้านเมืองกันล่ะ ของศักดิ์สิทธิ์อย่างงั้นเหรอ”
“ เป็วิชาความรู้หรืออะไรก็ได้เ้าค่ะ ที่จะไปช่วยบ้านเมืองไม่อย่างนั้น ผู้นำแคว้นก็ต้องส่งคนออกมาทุกปีไม่มีเว้น แคว้นของข้ามีแปดเมือง ส่งมาปีละแปดคนเ้าค่ะ ส่วนที่เมืองอื่นไม่รู้”
“ถ้าเ้าทั้งสอง้า วิชาความรู้ก็ตามข้ามา”
“เ้าดำอยู่ไหนพวกเราจะไปแล้วน่ะ”ซิงเยียน ะโเรียกสุนัข
ทั้งสองเดินตามชายชุดขาว ที่เดินเหมือนจะช้าแต่ทั้งสองต้องวิ่งตาม เมื่อชายชุดขาวหยุดเดิน ทั้งสองจึงพบว่าอยู่บนยอดเขาแล้ว
“ที่คือหุบเขาหมื่นเมฆา”ห่าวรัน อุทานออกมาด้วยความดีใจ
“จริงหรือเ้าค่ะที่นี่คือหุบเขาหมื่นเมฆา ถ้าอย่างนั้นท่านลุงก็คือผู้วิเศษที่อยู่ที่นี่ใช่ไหมเ้าค่ะ”
“ข้าไม่ใช่ผู้วิเศษอะไรหลอก ที่มีความสามารถเพราะว่าบำเพ็ญการเป็เซียนทำให้เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดา และพื้นที่จากหุบเขาหมื่นเมฆา ไปทั้งหมดคืนหนทางไปแดนเซียน”
“การฝึกบำเพ็ญเป็เซียนอยากไหม แล้วมนุษย์ธรรมดาอย่างพวกเราสามารถฝึกได้ไหมเ้าค่ะ”
“ทุกคนสามารถฝึกได้ถ้าพื้นนั้นมีพลังปราณอย่างเข้มข้นอยู่ แต่ก็ใช่เวลานานหลายปี”
“โอ้!ถ้านานหลายปี อาจจะไม่ทันการพอจะมีทางลัดไหมเ้าค่ะ”
“ก็พอจะมีอยู่แต่ว่าเ็ปทรมานมาก ต้องสร้างกระดูกใหม่จากมนุษย์เป็เซียน เหมือนตายแล้วเดินใหม่ถ้าทนไม่ได้ก็ต้องไปเกิดใหม่ ในแดนเซียน”
“ข้ายอมเปลี่ยนถ่ายสร้างกระดูกใหม่ต้องทำอย่างไรเ้าค่ะ”
“ข้าก็ยอม สร้างกระดูกใหม่เหมือนกัน ขอรับ”
“ เพื่อช่วยเหลืุ์ที่เดือดร้อน ข้าจะช่วยพวกเ้าก็แล้วกันตามข้ามาทางนี้”
ทั้งสองแค่ก้าวเดินตาม ก็เพราะพบยืนอยู่ในกระท่อมหลังหนึ่งมี ศาลานั่งเล่นอยู่ข้างข้างๆมีชายชราหนวดขาวนั่งอยู่จิบชาอยู่ ทั้งสองคุยกันสองสามคำแล้ว ก็หันมาเรียกห่าวรันและซิงเยียนให้เข้าไปหา
“ นี่คือ… เซียนผู้เฒ่าโม่โฉวที่เก่งเื่โอสถ เ้าทั้งสองก็คารวะท่านเป็อาจารย์ เพราะโอสถสองเม็ดที่จะให้พวกเ้ากินนั้นมีค่ามหาศาล ถ้าท่านไม่เต็มใจมอบให้ก็ไม่มีใครสามารถบังคับได้”
“ ต้องใช้อะไรคารวะหรือขอรับ หรือว่ารอสักครู่ให้พวกข้าหาน้ำชามาคารวะก่อนขอรับ”
“ ในเมื่อน้ำชาไม่มีเอาที่พวกเ้ามีก็แล้วกัน วันนี้แค่เปลี่ยนถ่ายกระดูกไว้รับพวกเ้าเป็ลูกศิษย์ทีหลังก็ได้”
“ แล้วท่านลุงเล่าเ้าคะท่านเป็อาจารย์ด้วยหรือไม่ พวกเราจะได้คารวะไปพร้อมกันเลย”
“ เ้าจะเรียกข้าว่าเป็อาจารย์ก็ได้ข้ามีชื่อว่าก้งเย่ว เป็ศิษย์น้องของอาจารย์โม่โฉว”
ซิงไม่มีอะไร เลยหยิบผลไม้สีทองและสีม่วงมาคารวะอาจารย์ทั้งสอง
“ เด็กน้อยเ้าเอาผลไม้พวกนี้มาจากที่ไหนกัน มันผลมันเป็ผลไม้ที่มีพลังปราณ มีประโยชน์ต่อร่างกายพวกเ้า ได้กินไปหรือยัง”
“ กินไปแล้วเ้าค่ะกินจนรู้สึกว่าอิ่มจนจุกเลย”
“ ไหนมาให้ดูจับชีพจรหน่อย ว่าต้องใช้โอสถอย่างเดียว หรือว่าต้องแช่สมุนไพรด้วย”
“ โอ้! ไม่คิดว่าพวกเ้าอยู่ในป่ามานานหลายเดือน กินแต่ของมีพลังเข้าไป อย่างนี้ก็เป็ไปได้มากที่พวกเ้าจะสามารถเปลี่ยนถ่ายกระดูก ได้ง่ายกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไป”
“ เ้าทั้งสองกินโอสถที่ได้ไปคนละเม็ดแล้วให้ไปแช่อยู่ในถังคนละใบ เ้าเป็ผู้ชายตัวโตแล้วไปนั่งอยู่ถังด้านโน้น เด็กน้อยเ้ามานั่งแช่อยู่ทางด้านหน้านี้ ถ้าเกิดมีอาการที่รุนแรงจะได้ช่วยเหลือไว้ทัน”
อาจารย์โม่โฉวเฝ้าดูอาการของซิงเยียน ส่วนอาจารย์ก้งเย่วเฝ้าห่าวรัน ทั้งสองนอนจับขอบถังแช่น้ำยา สมุนไพรหลังจากกลืนโอสถเปลี่ยนถ่ายกระดูกเข้าไป
ซิงเยียนที่เริ่มมีอาการเจ็บ รีบเอาผ้าเช็ดหน้ามาพับแล้วยัดเข้าปากตัวเองกลัวจะร้อง จนท่านอาจารย์ผู้เฒ่าหนวกหู
เจ็บเหมือนทุกส่วนของร่างกายสลาย ถึงมีผ้าอยู่ในปากที่กัดแน่นจนปากสั่นก็ยังมีเสียงลอดออกมา นางพยายามนึกถึงบ้านเมืองคนที่รอคอยความหวัง จากนางหันเหความสนใจแต่มันเจ็บจนแทบขาดใจจริงๆ
“ โอ๊ย!!ทำไมมันถึงได้เ็ปขนาดนี้ แล้วทำไมเวลามันถึงได้เดินช้าแบบนี้กันล่ะข้าจะไม่ตายก่อนใช่หรือไม่”ซิงเยียนเจ็บจน คิดว่าต้องตายแน่แล้วก็มีกระแสพลังเย็นขุมหนึ่งถูกส่งมาทางศีรษะ และนางก็สลบไป
“ ศิษย์น้อยเ้าฟื้นแล้ว เปลี่ยนถ่ายกระดูกไปเ้าถึงกับนอนไปหลายวันเลย น่าจะแปดวันได้ร่างกายมนุษย์ของเ้าช่างอ่อนแอเสียจริง”
“ อาจารย์ผู้เฒ่าข้านอนไปหลายวันเลยหรือเ้าคะ แล้วพี่ชายห่าวรันล่ะเขาเป็ยังไงบ้างเ้าค่ะ”
“ เ้าไม่ต้องเป็ห่วงเด็กหนุ่มนั่นหรอก เขาเดินทางไปกับศิษย์น้องก้งเย่วแล้วเมื่อสามวันก่อน”
“ เดินทางไปแล้ว ไปที่ไหนหรือเ้าค่ะแล้วทำไมถึงไม่รอข้าล่ะ”
“ เขามีร่างกายที่แข็งแรงเพราะฝึกวรยุทธมาั้แ่เด็ก ร่างกายจึงฟื้นได้ไวที่เขาเดินทางไปก็เพื่อไปศึกษาวิชา ยังไงล่ะ”
“ ส่วนเ้าก็ต้องฝึกวิชาอยู่ที่นี่ อีกหลายปีกว่าเ้าจะได้วิชาไปช่วยบ้านเมือง ยังไงเสียเด็กหนุ่มผู้นั้นก็น่าจะเรียนรู้ได้ไวกว่าเ้าเกือบเท่าตัว”
“ ศิษย์จะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนสิ่งที่อาจารย์สั่งสอนเ้าค่ะ”
“ ่แรกนี้เ้ายังไม่ต้องทำอะไรแค่นั่งโคจรพลังบำเพ็ญเพียรตามที่อาจารย์แนะนำก็พอ”
ซิงเยียนนั่งโคจรพลังตามที่ อาจารย์ผู้เฒ่าคอยแนะนำสั่งสอนอยู่ใกล้ๆจน สามารถโคจรพลังได้เองแล้ว อาจารย์ถึงไปออกไปนั่งจิบชาอยู่ด้านนอก
ซิงเยียนไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ที่นั่งโคจรพลัง“เด็กน้อยเ้าตื่นขึ้นมา แล้วกินโอสถเม็ดนี้เข้าไป นั่งโคจรพลังอีกสักหนึ่งวันเ้าก็ออกมาฝึกพลังได้แล้ว”ซิงเยียนกลืนกินโอสถแล้วนั่งโคจรพลังต่อ
“ปัง ปัง ปัง!”ซิงเยียนลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเสียงดังในหัวที่ดังติดต่อกันสามครั้งเสร็จสิ้นลง
“อาจารย์! เ้าคะทำไมต้องมีเสียงเกิดในหัว ถึงสามครั้งด้วยกัน”
“ มาๆเดินมาให้อาจารย์ตรวจวัดพลังเ้าดูก่อน”ซิงเยียนรีบเดินไปหาอาจารย์ทันที
“โอ้! เ้าโชคดีแล้วพลังของเ้า อยู่ในระดับสามเ้า เริ่มฝึกพลังได้แต่… เดี๋ยวก่อนเ้าลองบังคับพลังมาที่ฝ่ามือดูว่าพลังของเ้าคือธาตุ”
ซิงเยียนบังคับพลังมาที่ฝ่ามือ ปรากฏเป็ลูกไฟสีแดงลอยอยู่ในมือและใจกลางของลูกไฟก็คือสีเขียว
“ โอ๊ะ! เด็กน้อยเ้าถึงกับมีพลังธาตุพฤกษาและธาตุไฟ เป็ธาตุที่ส่งเสริมกันแต่เ้าต้องฝึกหนักหน่อย”
“ ในถุงย่ามเ้ามีหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรเ้าชอบอย่างนั้นรึ”
“ คือตอนนั้นศิษย์ คิดเพียงว่าต้องเดินทางในป่า เก็บสมุนไพรไว้ขายแลกตำลึง เพื่อซื้อสิ่งของที่จำเป็และเสบียง เพื่อเดินในป่า แต่หลังจากเปิดดูไม่กี่รอบก็พอรู้บ้างเ้าค่ะ”
“ ตอนนี้เ้าอยู่ระดับสามเพียงแค่เ้าฝึกฝนให้ถึงระดับห้าถึงจะไม่เก่งมาก แต่เ้าอาจจะสามารถไปช่วยเหลือบ้านเมืองของเ้าได้ แล้วค่อยกลับมาเรียนต่อทีหลัง”
“ จริงหรือเ้าคะท่านอาจารย์ อย่างนั้นข้าก็เรียนอีกสองระดับขั้นก็จะได้กลับไปช่วยบ้านเมืองได้แล้ว หลังจากนั้นข้าจะมาฝึกฝนให้ตัวเองเป็เซียนต่อเ้าค่ะ”
อาจารย์โม่โฉวสอนการใช้พลังธาตุพฤกษาเร่งให้ต้นไม้เจริญเติบโตจนไปถึงใช้เป็อาวุธเพื่อป้องกันตัว
“ อาจารย์เ้าค่ะ ศิษย์เร่งพืชผักที่นี่โตได้และมีพลังถ้าเกิดว่ากลับไปที่เมืองแล้วยังจะสามารถเร่งให้พืชผักตัวได้เหมือนที่นี่ไหมเ้าคะ”
“ เื่นี้ยังไม่ได้มีการทดลองแต่ตามความคิดของอาจารย์ คิดว่าไม่น่าจะได้เพราะว่าเมืองที่เ้าอยู่ไม่มีพลังปราณ”
“ ถ้าเป็แบบนี้ศิษย์ จะช่วยพวกเขาได้ยังไงล่ะเ้าคะ เพราะพืชผักที่นั่นปลูกแทบจะไม่ขึ้น”
“ อย่างนั้นเ้าต้องเรียนด้านค่ายกลเพิ่ม เผื่อจะไปเปลี่ยนพลังดินให้ดีขึ้น ให้พวกเขาได้มีผักผลไม้ที่กินแล้วทำให้มีอายุยืนขึ้นและแข็งแรง”
ซิงเยียนตั้งใจเรียนค่ายกล ที่ทำให้น้ำที่ตกลงมาเหมือนสายฝนและทำให้อากาศสดชื่นขึ้น
“ อาจารย์เ้าค่ะศิษย์ทำสำเร็จแล้ว ในค่ายกลมีฝนตกลงมาแล้วเ้าค่ะ แต่… บังคับมันหยุดไม่ได้จนตอนนี้น้ำท่วมพืชผักที่อยู่ข้างล่างแล้ว”ซิงเยียนร้องบอก
อาจารย์ผู้เฒ่ารีบออกไปดู“ เ้าต้องควบคุมพลังและค่ายกลนี้ กำหนดก่อนว่าจะให้น้ำตกลงไปบนพื้นดิน มากน้อยเท่าไหร่และกำหนดพื้นที่ด้วย”
อาจารย์ผู้เฒ่าเดินไปขยับค่ายกลที่ซิงเยียนวางไว้ น้ำจึงหยุดตก และั้แ่นั้นมาซิงเยียน ต้องเรียนค่ายกลโดยมีอาจารย์ผู้เฒ่ายืนเฝ้า
และค่ายกลที่สอน มีั้แ่ค่ายกลป้องกันการโจมตี จากเซียนหรือว่าจากสัตว์อสูรค่ายกลไฟ ค่ายกลคุมขังและวิธีการแก้ไขค่ายกล ซึ่งใช้เวลาไปไม่ต่ำกว่าหกเดือน
“ โอ้!นี่คือเ้าดำรึ เ้าเป็สุนัขประเภทไหนกันทำไมถึงได้ตัวสูงขนาดนี้ แล้วที่สำคัญเ้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไงข้านึกว่าเ้า จะจากไปแล้วเพราะตอนเข้ามาอยู่ในกระท่อมเ้าไม่ได้ตามเข้ามาด้วย”
“ อาจารย์เห็นมันเฝ้าอยู่ตรงเขา คิดว่ามันคงมากับพวกเ้า ก็เลยพามันมาด้วย”
“ ทำไมเ้าถึงไม่ไปที่อื่นเ้าดำ เ้าไม่ได้อยู่ผู้เดียวมาเป็ปีแล้วรึ เ้าตัวโตขนาดนี้ได้อย่างไร ทีแรกข้านึกว่าเ้าเป็สุนัขจิ้งจอกเสียอีก” มันเหมือนกับสุนัขที่อยู่ในโลกอนาคตเลยซิงเยียนยกมือขึ้นตบหัวมันเบาๆ
“ ที่นี่มีพลังปราณที่เข้มข้น สุนัขดำตัวนี้คงได้รับพลังปราณเข้าไปอย่างเต็มที่ทำให้มันโตและแข็งแรง เ้าสามารถขึ้นไปนั่งบนหลังมันได้ เวลาอยู่ในป่า”
“ จริงหรือเ้าคะท่านอาจารย์ อย่างงั้นข้าก็สามารถขี่เ้าดำนี้แทนม้าได้เวลากลับบ้านเมืองเพราะต้องเดินผ่านป่า”
“ พูดถึงเื่นี้อาจารย์คิดว่าเ้าเรียนเพิ่มการปรุงยาเข้าไปด้วย เพื่อที่จะช่วยเหลือให้มีอายุยืนขึ้น และคนที่าเ็ล้มป่วย”
“ ่เช้าสองชั่วยามเรียนการต่อสู้และใช้พลังธาตุไฟ จากนั้นมาเรียนปรุงยาเพิ่ม ถ้าจะให้ถึงขั้นระดับหลอมเป็โอสถได้ต้องใช้เวลานาน”
“ ศิษย์จะตั้งใจเรียนตามที่อาจารย์สอนเ้าค่ะ”
“ เ้าเข้าป่าไปเก็บสมุนไพร ตามที่อยู่ในใบที่อาจารย์เขียนไว้ให้นี้ เพื่อที่จะได้นำมาปรุงยา เขาที่ว่าไม่ไกลจากที่นี่เ้ามองไปที่เขาลูกโน้น ตรงนั้นมีสมุนไพรอยู่”
