เคอเจิ้งหนานกลับมาเริงร่าทันใด “ฮ่าๆๆ...ใช่แล้ว โยวหรานเอาใบสัญญาออกมาให้อารองได้ชื่นชมสักหน่อยเถิด!
โรงสุราฟู่หยวนเป็ถึงสถานที่เช่นใด สัญญาที่ลงนามจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เ้าเอาออกมาให้พวกเราสองคนได้เปิดหูเปิดตาดีหรือไม่?”
“คือว่า...” น้ำเสียงของเคอโยวหรานเจือความลังเล นางเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วนว่า
“ท่านอารองเ้าคะ มิใช่ว่าข้าไม่อยากนำใบสัญญาออกมา เพียงแต่สัญญาของโรงสุราฟู่หยวนมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากเกิดความเสียหายขึ้นมาคงไม่ดีนักเ้าค่ะ”
ครั้นเคอเจิ้งหนานเห็นนางลังเล ภายในใจยิ่งมั่นใจว่าการซื้อขายเคล็ดลับคงจะมีปัญหา เคอโยวหรานต้องหลอกพวกตนอย่างแน่นอน
เมื่อคิดเช่นนี้ เคอเจิ้งหนานยิ่งเอ่ยอย่างเผด็จการกว่าเดิม “โยวหราน รีบนำใบสัญญาออกมาให้พวกเราชื่นชมเร็วเข้า อารองจะได้ช่วยตรวจดูให้เ้า อย่าได้ปล่อยให้โรงสุราฟู่หยวนหลอกเอาจึงจะถูก”
เคอโยวหรานมองไปทางนายอำเภอก่อนกล่าว “ใต้เท้าเ้าคะ หากพวกเรานำใบสัญญาออกมา ทางอำเภอจะให้การคุ้มครองโรงงานของโรงสุราฟู่หยวนได้หรือไม่เ้าคะ?”
นายอำเภอ “...”
โรงสุราฟู่หยวนมีอิทธิพลถึงเพียงนี้ โรงงานที่อยู่ภายใต้ชื่อของพวกเขายัง้าความคุ้มครองจากอำเภออีกหรือ?
ช่างเถิดๆๆ ขอเพียงคนแซ่เคอผู้นี้เอาโฉนดออกมา เขายอมขายไมตรีให้โรงสุราฟู่หยวนสักครั้งจะเป็อันใดไป?
เมื่อคิดเช่นนี้ นายอำเภอก็พยักหน้าเอ่ยว่า “หากขายโรงงานนี้ให้โรงสุราฟู่หยวนแล้วจริงๆ นายอำเภอเช่นข้าจะสั่งให้คนตั้งป้ายหนึ่งแผ่นไว้หน้าโรงงานแห่งนี้ เพื่อแสดงว่าโรงงานนี้ได้รับการคุ้มครองจากอำเภอ หากผู้ใดกล้ากระทำการบุ่มบ่ามจะถูกลงโทษโดยไม่มีละเว้น”
เคอโยวหรานฉีกยิ้มด้วยความพอใจ เมื่อมีป้ายของจวนว่าการอำเภอ เช่นนั้นคนในหมู่บ้านย่อมต้องยำเกรงไม่มากก็น้อย
ถึงแม้นางจะไม่กลัวพวกปู่รองสกุลเคอ ทว่าหากพวกเขาทำตัวไม่ต่างกับแมลงวัน เอาแต่บินหึ่งๆ อยู่ข้างหู ก็น่ารำคาญมากมิใช่หรืออย่างไร?
เคอโยวหรานยังมีเื่ราวอีกมากที่ต้องจัดการ นางจะมีเวลาไปเล่นตลกกับชาวบ้านเ่าั้ด้วยหรือ?
“เป็อย่างไร จะนำออกมาได้แล้วหรือไม่?” เพิ่งจะสิ้นเสียงของนายอำเภอ เคอเจิ้งหนานพลันเอ่ยเร่งเร้าอย่างมิอาจรีรอ
ภายในใจลอบคิดว่า : ขอเพียงเคอโยวหรานเอาสัญญาออกมาไม่ได้ เขาก็สามารถจับกุมตัวนางโดยยัดโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูง ดูเถิดว่านางยังจะกุมเคล็ดลับไว้ได้นานเท่าใด?
เคอโยวหรานกลับไม่รีบร้อน อาศัยการบดบังของชายแขนเสื้อ หยิบผ้าดิ้นเงินดิ้นทองผืนหนึ่งในมิติวิเศษแล้วคลี่ออก จากนั้นประคองด้วยสองมือส่งไปให้นายอำเภอกับเคอเจิ้งหนานได้ดูอย่างชัดเจน
นางรู้ั้แ่ต้นแล้วว่าสกุลเคอเพ่งเล็งวิธีทำเต้าหู้ไม่ยอมปล่อยวาง จะต้องไม่มีทางรามือเพียงเท่านี้เป็แน่
ดังนั้นก่อนออกจากโรงสุราฟู่หยวน นางจึงให้ต้วนเหลยถิงเขียนใบสัญญาปลอมหนึ่งสำเนา จากนั้นให้เถ้าแก่อวี๋ลงนาม้า
เดิมทีคิดจะเอามาใช้ต่อกรกับคนในหมู่บ้าน นึกไม่ถึงว่าจะได้ใช้กับนายอำเภอเสียแล้ว
เป็เยี่ยงนี้ก็ดี โยนเผือกร้อนเช่นนายอำเภอไปให้ศิษย์พี่ที่นางไม่เคยพบหน้ามาก่อนผู้นั้น ตนจะได้ผ่อนคลายสบายใจสักหน่อย ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!
เคอโยวหรานหารู้ไม่ว่า ศิษย์พี่ผู้นั้นของนางตรากตรำทำการค้ามานานปี แค่ชื่อของโรงสุราฟู่หยวนก็ทำให้นายอำเภอหวาดหวั่นแล้ว นายอำเภอจะกล้าไปหาเื่เขาได้อย่างไร
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อนางส่งใบสัญญาออกไป หลังนายอำเภอกับเคอเจิ้งหนานอ่านโดยละเอียดก็พากันยุติการวิพากษ์วิจารณ์ทันที
โรงสุราฟู่หยวนแห่งนี้ นายอำเภอยังต้องไว้หน้าอยู่หลายส่วน มีหรือที่เคอเจิ้งหนานจะกล้าไปยั่วยุโทสะ
คนทั้งสองมองใบสัญญาด้วยความคับข้องใจ ภายในใจต่างบริภาษต้วนเหลยถิงกับเคอโยวหรานจนไม่เหลือชิ้นดี
หรือว่าพวกตนวิ่งวุ่นมาค่อนวัน กลับมิได้ผลประโยชน์อันใดแม้แต่นิด ไม่เอ่ยถึงเื่ที่คนสกุลเคอสองคนต้องเสียเปรียบ แต่ยังต้องเสียป้ายของจวนว่าการอำเภอไปอีกหนึ่งแผ่น
นี่มันช่างน่าอัดอั้นตันใจเกินไปแล้วกระมัง?
หลังจากนายอำเภอจากไป เคอโยวหรานก็ยกอำนาจในการจัดการเื่ขึ้นเสาคานโรงงานให้ผู้ใหญ่บ้านเฉินทั้งหมด
นางบอกให้ช่างหวงหารือกับผู้ใหญ่บ้านเฉิน จากนั้นจัดการตามธรรมเนียมภายในหมู่บ้านเป็พอ
ส่วนนางกับต้วนเหลยถิงจะกลับไปตรวจดูสถานการณ์การเพาะต้นกล้าภายในจวนสกุลต้วนสักหน่อย
กล่าวไปแล้วต้วนเอ้อร์หลางก็ช่างไว้วางใจได้จริงๆ นี่เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วัน เขาก็เพาะต้นกล้าจนเจริญเติบโตได้ดียิ่งนัก
อาจเป็เพราะการหล่อเลี้ยงของน้ำสระบัวเจ็ดสี ต้นกล้าทั้งหมดจึงเจริญเติบโตเป็อย่างดี ไม่มีความเสียหายจากแมลงแม้แต่นิด วันพรุ่งก็สามารถจัดแจงให้คนนำไปดำนาได้แล้ว
กระทั่งต้นกล้าของมันฝรั่ง ข้าวโพด และมันเทศ ยังเติบโตได้ระดับมาตรฐานก่อนระยะเวลาตามกำหนดอยู่หลายวัน
สิ่งที่น่ายินดียิ่งกว่าก็คือ อาจเป็เพราะน้ำจากสระบัวเจ็ดสี นึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะบ่มเพาะจนได้มันฝรั่งล้างพิษ
เคอโยวหรานคลี่ยิ้มเอ่ย “ซานหลาง วันพรุ่งก็บอกให้คนสกุลเฉินกับท่านอาอู่ฝูให้มารับต้นกล้าได้แล้วเ้าค่ะ ดูจากสภาพอากาศ พรุ่งนี้จะต้องอากาศดีอย่างแน่นอน เหมาะกับการดำต้นกล้ายิ่งนักเ้าค่ะ”
ต้วนเหลยถิงพยักหน้าตอบ “อืม เื่นี้ข้าจะให้อิ่งซานไปแจ้งสักหน ฉวยโอกาสตรวจสอบสภาพที่นาของพวกชาวบ้านด้วย ดูว่าทุกคนปล่อยน้ำเข้าทุ่งนาเรียบร้อยดีหรือไม่...”
ขณะเอ่ย ต้วนเหลยถิงได้เดินเข้าไปในห้องเก็บฟืนแล้ว เขาบอกอิ่งซานโดยเอ่ยเช่นนี้ซ้ำอีกหนึ่งรอบ
อิ่งซานรับคำสั่งก่อนจะวิ่งหายลับไปทันที
ขณะเดียวกัน ต้วนต้าหลางก็มาหาต้วนเหลยถิงแล้วเอ่ยว่า “ซานหลาง ข้ามาหาน้องสะใภ้เพราะมีเื่อยากหารือ”
“พี่ใหญ่มีเื่อันใดหรือขอรับ?” ต้วนเหลยถิงถามพลางพาต้วนต้าหลางกับเคอเจิ้งตงที่อยู่ด้านข้างเดินมายังข้างกายเคอโยวหราน
เคอโยวหรานเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของต้วนต้าหลางก็อดมิได้ที่จะเผยท่าทางจริงจังขึ้นหลายส่วน รอกระทั่งคนไม่กี่คนนั่งลงภายในห้องรับรอง ต้วนต้าหลางจึงเอ่ยขึ้นว่า
“โยวหราน ท่านอาเคอมีความสามารถในการเล่าเรียนอย่างยิ่ง ตำราและความรู้ที่ข้าสอนเขา สอนแค่รอบเดียวก็จำได้อย่างแม่นยำทั้งหมด
ทว่าสรรพสิ่งในใต้หล้าหาได้อยู่เพียงในตำราไม่ นับั้แ่ท่านอาเคอสติปัญญากระจ่างแจ้งก็ได้เล่าเรียนตำรากับข้ามาเป็เวลานานมากแล้ว
มีโอกาสคบค้ากับผู้คนน้อยยิ่งนัก ข้าอยากเสนอแนะให้ส่งเขาไปเล่าเรียนในสำนักศึกษา ประการแรกจะได้คบค้าสหายที่ดีสักไม่กี่คน ประการที่สองจะได้มีคุณสมบัติเข้าร่วมการสอบเคอจวี่ [1] โยนหินก้อนเดียวได้นกสองตัวไม่เท่ากับยอดเยี่ยมยิ่งนักหรอกหรือ?”
ดวงตาของเคอโยวหรานเป็ประกาย “พี่ใหญ่กำลังจะบอกว่าบิดาของข้ามีความสามารถในการเข้าร่วมการสอบถงซื่อ [2] ภายในเวลาอันรวดเร็วใช่หรือไม่เ้าคะ?”
“ถูกต้อง” ต้วนต้าหลางตอบกลับโดยไม่ลังเล “ราชสำนักมีกฎระเบียบว่า หาก้าเข้าร่วมการสอบเคอจวี่ จำต้องเข้าเรียนในสำนักศึกษา ต้องมีท่านอาจารย์แนะนำจึงจะลงชื่อได้
นอกจากนี้การสอบเคอจวี่ยังจัดขึ้นทุกๆ สามปี ต้นเดือนห้าของปีนี้จะเปิดสอบถงเซิง ส่วนกลางเดือนเก้าเปิดสอบซิ่วไฉ
วิชาความรู้ที่ใช้ในการสอบทั้งสองระดับนี้ โดยทั่วไปเป็เนื้อหาภายในตำรา ขอเพียงท่องจำได้แม่นยำก็ไม่เป็ปัญหาใหญ่อันใดแล้ว
สำหรับท่านอาเคอนั้น การท่องจำนับเป็เื่ง่ายดาย แต่หลักการวางตัวในฐานะมนุษย์ วิธีการเป็ขุนนาง และการติดต่อคบค้า ยังต้องพบปะกับผู้คนให้มากจึงจะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง”
เคอโยวหรานเข้าใจทันใด ความหมายของต้วนต้าหลางก็คือ ความจำบิดาของนางดียิ่งนัก แต่ขาดประสบการณ์ทางสังคม นี่คือสิ่งที่มิอาจเรียนรู้จากในตำรา
ทั้งยังมีเพียงสำนักศึกษาอันเป็สถานที่ที่ผู้คนหลากหลายประเภทปะปนกันเท่านั้น ที่จะทำให้เขาได้พบเห็นและเรียนรู้ให้มาก ถึงแม้ต้วนต้าหลางจะสามารถสอนหนังสือได้ก็ตาม
ทว่าหากเอาแต่เผชิญหน้ากับญาติมิตรอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มิอาจได้ััจิตใจต่ำทรามของผู้คน เช่นนั้นก็จะไม่เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ขอบพระคุณพี่ใหญ่ที่เตือนสตินะเ้าคะ” สิ้นคำกล่าว เคอโยวหรานก็คลี่ยิ้มบางเอ่ยกับเคอเจิ้งตงว่า
“ท่านพ่ออยากไปเรียนในสำนักศึกษาหรือไม่เ้าคะ? ข้าเคารพการตัดสินใจของท่าน หากท่านไม่อยากไป จะอยู่ในจวนก็ดีเช่นกันเ้าค่ะ”
เคอเจิ้งตงส่ายหน้าตอบ “โยวหราน พ่ออยากไปเรียนในสำนักศึกษา เมื่อครู่ต้าหลางบอกแล้วว่าต้องเข้าเรียนในสำนักศึกษาจึงจะเข้าร่วมการสอบเคอจวี่ได้
มีเพียงเข้าร่วมการสอบเคอจวี่แล้วรับราชการเท่านั้น ข้าจึงจะปกป้องพวกเ้าได้ ปกป้องทุกคนที่ข้าเอาใจใส่ให้ไม่ต้องถูกกลั่นแกล้งรังแก
พ่อเป็บุรุษ หากมิอาจปกป้องภรรยากับบุตร เช่นนั้นยังจะนับเป็บุรุษได้อย่างไร? ข้ามิอาจเอาแต่พึ่งพาการปกป้องคุ้มครองของเ้ากับซานหลาง ข้าอยากพยายามสุดความสามารถเพื่อครอบครัวเช่นกัน”
เคอโยวหรานยกยิ้มด้วยความชื่นชม ผู้ใดบอกว่าบิดาของนางโง่เขลากัน?
รู้จักปกป้องครอบครัว รู้จักไปเรียนในสำนักศึกษา และกระหายในการศึกษาเล่าเรียนสิ่งใหม่ๆ ยังจะเป็คนโง่เขลาได้อย่างไร?
ต้วนเหลยถิงพลันเอ่ยด้วยความยินดี “ในเมื่อท่านพ่ออยากไปเรียนในสำนักศึกษา เื่นี้มิอาจรีรอ ข้าจะไปสอบถามประเดี๋ยวนี้ ดูว่าละแวกใกล้เคียงมีสำนึกศึกษาเหมาะสมหรือไม่ หากมีก็จะได้เริ่มเรียนทันทีขอรับ”
---------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] การสอบเคอจวี่ 科举 หมายถึง ระบบการสอบเข้ารับราชการของจีนในสมัยโบราณ
[2] การสอบถงซื่อ 童试 หมายถึง การสอบขุนนางขั้นต้นหรือระดับถงซื่อ จัดสอบเป็ประจำทุกปี โดยรับสมัครผู้เข้าสอบั้แ่วัยรุ่นตอนต้น เป็การสอบในระดับท้องถิ่น ต้องผ่านการเข้าสอบเซี่ยนซื่อ (县试) ฝู่ซื่อ (府试) และย่วนซื่อ (院试) สามขั้นตอน โดยผู้ผ่านการสอบระดับนี้จะถูกเรียกว่า ถงเซิง (童生)
