หลังจากกินข้าวเสร็จก็แบ่งหน้าที่กันทำงาน ผู้เฒ่าหวังสามีภรรยาและหวังจื้อนำมีดทำครัวมาสับพริก ส่วนจางซื่อพาเด็กหญิงสามพี่น้องลงไปเก็บพริกในที่ดิน
หลิวซื่อเอ่ยเสียงดังว่า “ตาเฒ่า ข้ากินอิ่มเกินไป ก้มตัวไม่ได้”
ผู้เฒ่าหวังหัวเราะเหอๆ แต่ไม่กล้าเอ่ยอันใด เขาเองก็กินจนกระจุกถึงคอหอยแล้ว กลัวว่าทันทีที่เปิดปากเอ่ยจะอาเจียนออกมา คิดในใจว่า ‘ชีวิตเช่นนี้ถึงจะเรียกว่าชีวิต’
“ท่านแม่ ท่านพักสักหน่อยแล้วค่อยทํางานเถิดเ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงพาหวังเลี่ยงและหวังจวี๋ไปซื้อของที่ตําบลชิงอวี๋ที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านหวังที่สุด
ตำบลชิงอวี๋อยู่ห่างจากหมู่บ้านหวังเพียงห้าลี้ เนื้อที่ไม่ใหญ่เท่าตำบลชาง
ลักษณะชัยภูมิของตําบลชิงอวี๋ค่อนข้างต่ำ อยู่ใกล้กับแม่น้ำเซียง เพียงเกิดน้ำท่วมใหญ่ก็จะถูกน้ำจากแม่น้ำเซียงเอ่อล้นเข้าท่วมแล้ว
ประชากรในตำบลก็น้อยกว่าตำบลชางอยู่มาก
ทว่าในฐานะที่เป็ตำบลหนึ่ง ถนนทั้งสี่สาย ร้านขายเนื้อ ร้านขายผ้า ร้านขายข้าวสาร ร้านตีเหล็ก ร้านขายขนม ที่พักแรมระหว่างเดินทาง ภัตตาคาร โรงเตี๊ยมขนาดเล็ก ร้านขายยา ร้านขายโลงศพ ล้วนมีทั้งหมด
ทันทีที่เข้าไปในตำบลชิงอวี๋ กลิ่นคาวปลาอย่างรุนแรงก็ลอยโชยเข้าจมูก
ครึ่งหนึ่งของแผงขายของทั้งสองฝั่งถนนล้วนขายปลา นี่คือจุดเด่นของตำบลชิงอวี๋
้าได้กล่าวไปแล้วว่าตำบลชิงอวี๋อยู่ใกล้กับแม่น้ำเซียง และชาวบ้านครึ่งหนึ่งของหลายหมู่บ้านที่อยู่ภายใต้ตำบลนี้ล้วนเป็ชาวประมง
ชาวประมงเหล่านี้แบ่งเป็สองประเภท ประเภทที่หนึ่งคือชาวประมงที่ออกหาปลาตลอดทั้งปี ส่วนประเภทที่สองคือชาวประมงที่ครอบครัวมีที่ดิน ยามฤดูกาลเพาะปลูกก็ทำไร่ทำนา ในยามปกติก็ออกหาปลา เป็การกึ่งทำนากึ่งทำประมง
ครั้งล่าสุดที่หลี่ชิงชิงมาที่ตำบลชิงอวี๋ก็คือคิมหันตฤดู ตอนนั้นในอากาศของถนนทั้งสองสายเต็มไปด้วยแมลงวันที่บินมาตามกลิ่นคาวปลา ภาพฉากนั้นน่ากลัวจริงๆ
ยามนี้เป็สารทฤดู อีกทั้งตอนเช้าตรู่มีอุณหภูมิต่ำ แมลงวันที่บินไปมาในอากาศจึงน้อยลงมาก
หวังเลี่ยงหันไปเห็นหลี่ชิงชิงจ้องไปที่ปลาบนแผง ก็เอ่ยถามว่า “พี่สะใภ้สาม ท่าน้าซื้อปลาหรือขอรับ?”
“นี่คือปลาหลีฮื้อตัวใหญ่สิบกว่าจิน หนึ่งจินแปดเหรียญทองแดง” หญิงชราขายปลาผิวเข้มคนหนึ่ง ชี้ไปที่ปลาหลีฮื้อตัวใหญ่ที่ยาวสองกว่าฉื่อใต้ฝ่าเท้า และอธิบายเสียงดังกับหวังเลี่ยงที่เอ่ยถามราคา “หนุ่มน้อย ปลายิ่งตัวใหญ่ก็ยิ่งแพง เ้าเข้าใจหรือไม่?”
หวังจวี๋คิดราคาในใจ ปลาหลีฮื้อตัวใหญ่ตัวนี้เป็เงินหนึ่งร้อยกว่าเหรียญทองแดง จึงเอ่ยขึ้นว่า “แพงไปแล้ว”
หวังเลี่ยงไม่มีเงิน ไม่อาจตัดสินใจเองได้ เด็กหนุ่มมองไปที่หลี่ชิงชิง
หลี่ชิงชิงส่ายหน้า นางรู้สึกว่าปลาหลีฮื้อตัวใหญ่เกินไป ปลาขนาดใหญ่เช่นนี้ควรขายให้กับร้านอาหารหรือครอบครัวที่ค่อนข้างร่ำรวย
หญิงชราขายปลาเห็นว่าขายไม่ได้ ก็รีบชี้ไปที่กองปลาที่อยู่ข้างๆ ปลาหลีฮื้อตัวใหญ่ ปลากองนี้มีขนาดเล็กกว่ามาก ประมาณสองสามจิน นางเอ่ยถาม “ปลาเฉาฮื้อจะถูกลงมา หนึ่งจินหกเหรียญทองแดง ปลาลิ่นถูกที่สุด หนึ่งจินสี่เหรียญทองแดง เอาหรือไม่?”
“พวกข้าขอเดินดูรอบๆ ก่อนเ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงไม่อยากถือปลาที่มีกลิ่นคาวรุนแรงเดินตลาด เช่นนั้นจะยิ่งได้กลิ่นแรงขึ้นอีก
ทั้งสามคนเดินจากไปแล้ว เสียงทอดถอนใจยาวๆ อย่างผิดหวังของหญิงชราขายปลาดังตามมาจากข้างหลัง
หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งอยู่บนตั่งไม้เล็กๆ มือข้างซ้ายจับเด็กหญิงอายุสามถึงสี่ขวบเอาไว้ ด้านหลังยังมีเด็กทารกชายผูกอยู่ ดูแล้วก็เหมือนคนอายุยี่สิบกว่าปี หญิงขายปลาเอ่ยถามหลี่ชิงชิง “ปลาจับมาจากแม่น้ำเซียงเมื่อกลางดึก ปลาหลีฮื้อหนักสองจิน ห้าเหรียญทองแดงต่อหนึ่งจิน หากซื้อเยอะก็จะคิดให้เ้าถูกลง เ้า้าซื้อหรือไม่?”
ปลาลิ่นก้างเยอะ ดังนั้นราคาจึงถูกที่สุด ปลาเฉาฮื้อก้างไม่ค่อยเยอะ ราคาจึงสูงกว่าปลาหลีฮื้อที่มีขนาดเดียวกันเล็กน้อย
ปลาหลีฮื้อของที่นี่ไม่มีกลิ่นสาบดิน ปลาหลีฮื้อมีเกล็ดสีเหลืองดูเป็สิริมงคล ปลาะโผ่านประตูั [1] ก็หมายถึงปลาหลีฮื้อ ยามที่คนท้องถิ่นจัดงานเลี้ยงล้วนใช้ปลาหลีฮื้อทั้งสิ้น
หญิงวัยกลางคนคิดว่า คนตระกูลหวังที่สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ทั้งสามคนคงมาซื้อปลาไปให้ที่บ้านจัดงานเลี้ยง จึงได้เสนอขายปลาหลีฮื้อ
“ประเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกทีเ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงพบว่าคนที่ตั้งแผงขายปลาส่วนใหญ่เป็สตรี นางครุ่นคิดในใจอยู่ครู่หนึ่ง ก็เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าบุรุษในครอบครัวชาวประมงเหน็ดเหนื่อยเป็อย่างยิ่งจากการออกหาปลา ดังนั้นจึงให้สตรีในเรือนออกมาขายตามถนน
“อ้อ ตกลง” หญิงวัยกลางคนอดไม่ได้ที่จะมีสายตาผิดหวังเล็กน้อย
หวังเลี่ยงตั้งใจเอ่ยกับหวังจวี๋เป็พิเศษว่า “น้องสาว เห็นหรือไม่ สตรีในครอบครัวชาวประมงต้องออกมาตั้งแผงขายปลาทุกวัน ลําบากยิ่ง”
หวังจวี๋พยักหน้า
“เ้าอย่าได้ถูกเด็กหนุ่มจากครอบครัวชาวประมงมาหลอกให้แต่งงานกับชาวประมงเป็อันขาดเชียว”
หวังจวี๋ถลึงตา เอื้อมมือไปทุบที่แขนของหวังเลี่ยงหนึ่งหมัดด้วยความโกรธ
“ข้าหวังดี เ้ายังตีข้าอีกหรือ?”
หลี่ชิงชิงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ขอเพียงมีตัวตลกหวังเลี่ยงผู้นี้อยู่ บรรยากาศก็สนุกครึกครื้นเป็อย่างยิ่ง ครั้นเงยหน้าขึ้นเห็นร้านขายผ้าก็เอ่ยว่า “พวกเราเข้าไปดูกัน”
ั้แ่หลี่ชิงชิงแต่งออกจากตระกูลหลี่ เสื้อผ้าที่หลี่ชิงชิงสวมใส่และพกติดตัวมาด้วยนั้นมีน้อยยิ่งแถมยังขาดรุ่งริ่งอีก นางไม่มีแม้กระทั่งกางเกงซับในอันน่าอับอายสักตัว แม้แต่เป็ของเก่าก็ล้วนไม่มี
ขณะที่นางยกน้ำชาคารวะผู้าุโทั้งสองของตระกูลหวังในเช้าวันที่สองของการแต่งงาน หลิวซื่อได้มอบผ้าสีแดงใหม่เอี่ยมหนึ่งผืนให้นาง ขนาดยาวประมาณเก้าฉื่อ
งานฝีมือของหลี่ชิงชิงนั้นแย่มาก นางจึงรบกวนให้จางซื่อพี่สะใภ้ใหญ่ที่หัวไวมือคล่องใช้ผ้าสีแดงทำกางเกงซับในให้หลายตัว และนำผ้าที่เหลือส่วนขอบมาทําเป็ถุงเท้าเอาไว้ใช้
จางซื่อช่วยหลี่ชิงชิงทำงานโดยไม่โอ้อวดความดีความชอบ ยิ่งไม่ได้เอ่ยขอผ้าแดงกับนาง
ต่อมาหลิวซื่อเห็นว่ากระโปรงของหลี่ชิงชิงเกือบจะคลุมตัวไม่ได้แล้ว จึงเลือกชุดที่ดีหน่อยจากเสื้อผ้าเก่าของตนมอบให้หลี่ชิงชิงใส่
การที่หลี่ชิงชิงสามารถดีต่อหลิวซื่อและจางซื่อได้ นั่นก็เป็เพราะสตรีทั้งสองคนนี้ดีต่อนางก่อน
“ผ้าแพงมาก” หวังเลี่ยงเดินอยู่ข้างหลังหลี่ชิงชิง เอ่ยกระซิบเสียงเบากับหวังจวี๋ว่า “พี่สะใภ้สามจะซื้อผ้า”
หวังจวี๋ยังโกรธไม่หาย เด็กหญิงจึงไม่สนใจหวังเลี่ยง
ในตอนนั้นเอง คำด่าทอหยาบคายของฮูหยินนางหนึ่งก็ดังออกมาจากด้านในร้านขายผ้า “ผ้าคุณภาพต่ำๆ ของเ้าผืนนี้ ไม่คู่ควรที่จะใช้เป็พื้นรองเท้าของข้าเสียด้วยซ้ำ ขอให้ไม่มีคนมาซื้อตลอดไป ให้เ้าขายไม่ได้ชั่วกาล!”
หลี่ชิงชิงมีสีหน้าสงสัยใคร่รู้
ทันทีหลังจากนั้น ฮูหยินเฒ่ารูปร่างอ้วนดําสวมชุดผ้าไหมสีเทาใหม่ถึงเจ็ดส่วนก็วิ่งออกมาจากร้านขายผ้า พร้ะโกนเสียงดังด้วยความโกรธ “เอาผ้าคุณภาพต่ำที่ไม่มีผู้ใดเอามาหลอกลวงข้า คิดว่าข้าเป็คนโง่เขลา! บ้านของข้าร่ำรวย ข้ายังต้องซื้อผ้าชั้นต่ำอยู่อีกหรือ?”
หลี่ชิงชิงรีบปรากฏตัวไปอยู่ด้านข้าง ฮูหยินเฒ่าอ้วนดําเดินสวนทางกับนางออกไป ปากยังคงพ่นคำผรุสวาท “เฮอะ ยังมาบอกว่าคำนึงถึงลูกค้าเก่า ถูกก็ไม่ได้ถูกสักเท่าไร... ถุย พ่อค้าหน้าเื ยายแก่เช่นข้าจะไม่มาซื้อผ้าที่ร้านเ้าอีกต่อไป!”
หลี่ชิงชิงครุ่นคิดในใจว่า ผ้าคุณภาพต่ำที่ฮูหยินเฒ่าอ้วนดําเอ่ยถึงนั้นคือผ้าอันใด?
หวังเลี่ยงคลำๆ ศีรษะ แล้วถามว่า “พี่สะใภ้สาม ท่านยังจะเข้าไปซื้อผ้าที่ร้านขายผ้านี้อยู่หรือไม่ขอรับ?”
หลี่ชิงชิงถามกลับ “ตําบลชิงอวี๋มีร้านขายผ้าเพียงแห่งนี้ใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้วขอรับ” เมื่อไม่นานมานี้หวังเลี่ยงเคยมาซื้อเกลือที่ตำบลชิงอวี๋ จึงรู้เป็อย่างดีว่าที่นี่มีถนนกี่สายร้านรวงกี่แห่ง
“เข้าไปดูสักหน่อย”
พื้นที่ของร้านขายผ้ากว้างยี่สิบกว่าผิงหมี่ เล็กกว่าร้านขายผ้าหลายแห่งในอำเภอเหอ ร้านแห่งนี้นอกจากขายผ้าแล้ว ยังขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป เข็มขัด ถุงเท้าและอื่นๆ อีกด้วย
หลงจู๊ เสี่ยวเอ้อร์ล้วนอยู่ในร้าน หลงจู๊เป็ชายชราหน้าเหลือง กำลังทอดถอนใจเสียงยาว ครั้นเสี่ยวเอ้อร์เห็นว่ามีลูกค้าเข้ามา จึงเดินเข้าไปสอบถามว่า้าสิ่งใด
“ผ้าคุณภาพต่ำคือผ้าอันใดหรือ?” หลี่ชิงชิงรู้ว่าผ้าฝ้ายมีราคาแพง
ตระกูลหวังมีสมาชิกมาก ผ้าสำหรับตัดชุดใหม่ให้แต่ละคนก็ต้องใช้จำนวนมากเช่นกัน ตอนนี้นางยังไม่ได้ร่ำรวยพอที่จะซื้อสิ่งใดก็ได้ เช่นนั้นซื้อผ้าก็ควรซื้อผ้าที่ใช้ได้จริงและราคาถูก
“เอ่อ...” เสี่ยวเอ้อร์ลังเลอยู่ในใจ เมื่อครู่หลงจู๊ของร้านเสนอขายผ้าในคลังให้กับฮูหยินเฒ่าอ้วนดํา ทว่ากลับถูกฮูหยินเฒ่าอ้วนดําด่าทออยู่พักหนึ่ง
หลี่ชิงชิงถามอีกว่า “ผ้าคุณภาพต่ำคือผ้าอันใดหรือ?”
เสี่ยวเอ้อร์กล่าวอธิบาย “มิใช่ผ้าคุณภาพต่ำขอรับ ร้านเราไม่มีผ้าคุณภาพต่ำ”
หลงจู๊เงยหน้าขึ้นมองหลี่ชิงชิงสามคนหลายที การทำการค้าล้วนกลัวการมีชื่อเสียงที่ไม่ดี นี่ช่างเป็เื่ดีไม่ค่อยเป็ข่าว เื่แย่ดังไกลพันลี้เสียจริง ฮูหยินเฒ่าอ้วนดําเพิ่งจะเดินออกไปจากร้าน ก็มีคนเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับผ้าคุณภาพต่ำแล้ว...
------------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] ปลาะโผ่านประตูั (鱼跃龙门就是说的鲤鱼) มาจากสำนวน “鲤鱼跃龙门 ปลาหลีฮื้อะโผ่านประตูั” หมายถึง การมีความพยายามแล้วจะประสบความสำเร็จ
