หวงหลิงซูส่ายหน้าเบาๆให้แก่ความไม่รู้ก่อนจะเริ่มอธิบาย "การประลอง่ชิงเืัคือการต่อสู้แบบประลองกับกลุ่มของบุคคลที่มีอายุกระดูกไม่เกิน 30 ปีและไม่จำกัดระดับการบำเพ็ญปราณ การแข่งขันครั้งนี้มีผู้แข็งแกร่งมากมายจากทุกแห่งหนปรากฏตัวขึ้นไม่เว้นแม้แต่ศิษย์จากหลายๆสำนัก และทุกๆปีจะมีการจัดงานประลองเช่นนี้ขึ้นโดยจะสลับเ้าภาพ..."
ไป๋เฉินสะดับรับฟังอย่างตั้งใจ
[เหมือนกันกับที่เคยอ่านในนิยายกำลังภายในงั้นหรือ?]
[น่าสนใจ]
ไป๋เฉินตัดเื่ไร้สาระอย่างกฏเกณฑ์และเข้าสู่คำถามเป้าหมายโดยทันที "แม่นางหวง ของรางวัลของผู้ชนะเลิศคืออะไร?"
หวงหลิงซูลูบคางในขณะทำท่านึกคิด "ของรางวัลก็ตรงตามชื่อของการประลอง ผู้ที่ชนะเลิศเป็คนสุดท้ายจะได้รับเืับริสุทธิ์"
"เืับริสุทธิ์?" ไป๋เฉินไม่เคยได้ยินคำๆนี้มาก่อน แม้แต่ในความทรงจำของไป๋เฉินคนเก่าก็ตาม
หวงหลิงซูส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะเริ่มอธิบายั้แ่แรก
เืับริสุทธิ์ก็ตรงตามชื่อของมัน นั่นคือเืที่มาจากัตัวเป็ๆ!
ัเป็สัตว์เทพในตำนานของทวีปเทียนหลางที่ได้ชื่อว่าหายสาบสูญไปนานและไม่เคยมีผู้ใดเคยเห็นตัวเป็ๆ
แต่ทว่าเมื่อสี่ร้อยปีที่ผ่านมา สี่มหาอำนาจจากแผ่นดินใหญ่ได้มีการค้นพบซากศพัที่ยังมีแก่นแท้โลหิตอยู่ และกลุ่มคนพวกนั้นได้เก็บโลหิตัไว้เพื่อใช้ในการฟูมฟักศิษย์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
และหลังจากนั้นอีกสองร้อยปีมหาอำนาจทั้งสี่ได้จัดให้มีการประลอง่ชิงเืับริสุทธิ์ทุกๆหนึ่งปีเพื่อเฟ้นหาบุคคลที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็บุคคลที่แข็งแกร่งในภายภาคหน้าเพื่อให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปกป้องทวีปจากมารร้าย
ซ้ำแล้วเืัเป็ยาชูกำลังชั้นดีที่จะทำให้ผู้ที่ได้รับและดูดซับได้รับความสามารถพิเศษในการขยายเส้นลมปราณของผู้บำเพ็ญให้กว้างยิ่งขึ้น
ยิ่งเส้นลมปราณของบุคคลกว้างมากเท่าใด อัตรากักเก็บปราณก็จะมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากบุคคลที่มีการบำเพ็ญปราณ์สองคนที่มีระดับเท่ากัน แต่ความกว้างเส้นลมปราณไม่เท่ากัน ผู้ที่มีเส้นลมปราณกว้างกว่าจะได้เปรียบในการใช้กระบวนท่าหรือพลังปราณในการต่อสู้แบบยืดเยื้อได้มากกว่าคู่ต่อสู้ของตน
แต่ความยากยังคงอยู่ที่ขีดจำกัดส่วนบุคคล ความรุนแรงของเืับริสุทธิ์เป็สิ่งที่มนุษย์มิอาจใฝ่ฝันได้ เพราะบางทีเส้นลมปราณของมนุษย์ที่พยายามดูดซับเืับริสุทธิ์ก็อาจจะแตกสลายจนถึงขั้นทำให้ตกตายเลยก็มี
หวงหลิงซูยังคงอธิบายต่อด้วยใบหน้าที่จริงจัง "การประลองในครั้งนี้ถูกจัดขี้นโดยสี่มหาอำนาจจากแผ่นดินใหญ่ และอีกอย่างเหล่ามหาอำนาจจะคัดเลือกสี่คนสุดท้ายในการเข้าร่วมมหาอำนาจได้โดยไม่มีข้อแม้... บัดนี้พวกจากสี่มหาอำนาจลคงจะทยอยเดินทางมายังเมืองเทียนเฟิงแล้วกระมัง"
"โอ้? บุคคลจากแผ่นดินใหญ่ก็เข้าร่วมด้วยงั้นรึ?" มุมปากที่เฉยชาของไป๋เฉินค่อยๆขดเป็รอยยิ้มอำมหิต
หวงหลิงซูมิได้สังเกตเห็นแสงเย็นในรูม่านตาสีเืของไป๋เฉิน นางจึงกล่าวต่อพร้อมทั้งพยักหน้า "มหาอำนาจทั้งสี่เป็ผู้จัดการประลองครั้งนี้ขึ้น ย่อมเป็เื่ปกติที่จะพวกเขาบางส่วนจะส่งสาวกมาประลองเพื่อเปรียบเทียบฝีมือกับเหล่าเยาวชนจากเมืองทั้งสี่"
ไป๋เฉินลูบคางพลางใช้เวลาในการไตร่ตรองเื่ราวทั้งหมดหมายจะหาข้อสรุปในทางสมมติฐานของเขา
เขาเป็คนคิดมากและระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง หากมีบางสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลเขาจะใช้ตรรกะเหตุและผลในการรองรับ
สิ่งที่เขาอนุมานตามสัญชาตญาณประการแรกคือ การ่ชิงเืัเป็เป้าหมายรองของการประลองในครั้งนี้เพื่อจุดประสงค์ซ่อนเร้นบางอย่าง
ประการที่สองการประลองครั้งนี้อาจจะมีไว้เพื่อเฟ้นหาเยาวชนผู้แข็งแกร่งจากทั่วทุกมุมในทวีปเทียนหลางก็จริง แต่เป้าหมายของพวกมันคือการรับตัวของผู้ชนะเลิศการแข่งขันสี่คนสุดท้ายเข้าสู่มหาอำนาจใดมหาอำนาจหนึ่ง
เืัอาจจะเป็ตัวล่อชั้นดีในการที่จะค้นหาอัจฉริยะในหมู่เยาวชน
ไม่ว่าจะมองอย่างไรเืับริสุทธิ์ยังคงเป็สมบัติล้ำค่าระดับสูงที่แม้นเพียงหยดเดียวก็สามารถเพิ่มพละกำลังของตัวบุคคลได้เท่าทวีคูณ
แต่หากผู้ถือครองไม่มีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่พอ รังแต่จะเป็เป้าหมายให้รังแกและเข่นฆ่าเท่านั้น นั่นเป็เหตุผลที่ไป๋เฉินสามารถเดาได้ไม่ยากว่าการที่สี่มหาอำนาจทำเช่นนี้ก็เพียงเพื่อหลอกล่อให้ผู้ชนะเลิศเข้ามาอยู่ภายใต้การนำของมหาอำนาจที่้าเท่านั้น
มิเช่นนั้นต่อให้ถือครองเืับริสุทธิ์ก็นับว่าเป็อันตรายต่อชีวิตอย่างยิ่ง
นั่นเท่ากับว่าแม้นจะได้รับเืั แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องอยู่ภายใต้การครอบงำของมหาอำนาจจากแผ่นดินใหญ่อยู่ดี
เพราะไป๋เฉินเชื่อว่าบุคคลจากแผ่นดินใหญ่ย่อมไม่ยอมให้ผู้ชนะเลิศได้รับเืัไปโดยที่พวกมันสูญเสียผลประโยชน์ไปเป็แน่
จิตใจของมนุษย์นั้นช่างชั่วร้าย น้อยคนนักที่จะมีความคิดที่บริสุทธิ์และไม่คิดร้ายกับผู้อื่น
ยิ่งเป็ผู้ที่มีอำนาจด้วยแล้วไม่มีคนบ้าที่ไหนยอมสูญเสียผลประโยชน์ไปโดยสูญเปล่าและไม่ได้รับผลตอบแทน!
รูม่านตาสีเืของไป๋เฉินส่องประกายเ้าเล่ห์เพทุบาย
[เหล่ามหาอำนาจงั้นรึ? ข้าอยากจะรู้เช่นกันว่าพวกมันจะใช้วิธีการชั่วช้าอันใด]
[หวังว่าบุคคลจากสำนักวัง์จะมาเข้าร่วมด้วย มิเช่นนั้นคงน่าเสียดายแย่]
ไป๋เฉินลูบคางครุ่นคิดอยู่นานสองนานก่อนจะตัดสินใจ "เช่นนั้นข้าจะเข้าร่วมการประลองเช่นกัน"
ดวงตาน่าหลงใหลของหวงหลิงซูเปล่งประกายด้วยความปิติ "จะ-เ้าจะเข้าร่วมในนามของตระกูลหวงใช่หรือไม่?"
ไป๋เฉินพยักหน้าเบาๆ "ถูกต้อง แต่ข้ามีข้อแม้ ข้าต้องได้รับเืับริสุทธิ์หยดนั้นมา หากมีรางวัลอื่นๆข้าจะส่งมอบให้แก่ตระกูลหวงทั้งหมด"
ไป๋เฉิน้าจะทดสอบว่าเคล็ดวิชาตราประทับโลหิตจะสามารถผสานเข้ากับเืับริสุทธิ์ได้หรือไม่
ยิ่งได้ยินคำอธิบายเหนือธรรมชาติแล้ว ทำให้เขายิ่งอยากจะลองรับเืับริสุทธิ์ด้วยตนเอง
และถ้าหากเืับริสุทธิ์สามารถผสานร่วมกันกับเคล็ดวิชาตราประทับโลหิตได้ ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นมามากมายเท่าใด?
นั่นเป็สิ่งที่เขา้า!
"ตกลง" หวงหลิงซูพยักหน้าด้วยรอยยิ้มสดใส
โดยหารู้ไม่ว่าไป๋เฉินได้มองผ่านวัตถุประสงค์ของมหาอำนาจออกกว่า 7 ใน 10 ส่วนแล้ว ของรางวัลอื่นๆอะไรทำนองนั้นเป็เพียงเศษอาหารที่เหลือตกมาถึงตระกูลหวงเท่านั้น
หลังจากหวงหลิงซูขอตัวจากไป ไป๋เฉินทำได้เพียงถอนหายใจและนึกย้อนไปถึงสาส์นที่ส่งมาจากจูเก่อชิงหยุนพร้อมทั้งนำแผนที่ที่ส่งผ่านจากจูเก่อชิงหยุนออกมาตรวจสอบ
เขาครุ่นคิดเส้นทางในการประพฤติตัวต่อไปอย่างเงียบๆ
.
.
.
เบื้องหน้าทางเข้าของประตูเมืองเทียนเฟิง ปรากฏให้เห็นรถม้าหรูหราที่จอดรอเบื้องนอกก่อนจะมีคนสามคนออกมาอย่างช้าๆ
บุคคลแรกคือชายหนุ่มหล่อเหลาในอาภรณ์สีขาวที่มีใบหน้าเรียบเฉยค่อยๆย่างกรายข้ามผ่านประตูเมืองด้วยรัศมีโออ่าและโอหัง ที่เอวมีกระบี่สีขาวแนบชิดไม่ห่าง ข้างกายติดตามมาด้วยชายชราสองคนที่สวมอาภรณ์แบบเดียวกัน
ชายชราที่มีเคราขาวเอ่ยถามว่า "นายน้อย ท่านมีจุดประสงค์อันใดที่รีบเร่งเข้ามาภายในเมืองเทียนเฟิงเช่นนี้?"
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มเรียบง่าย "ข้า้าตรวจสอบข้อมูลสักเล็กน้อยเพื่อใช้ในการประลองในครั้งนี้ สำนักวัง์ได้ปิดกั้นตัวตนและบำเพ็ญฝึกฝนในสำนักมาเนิ่นนาน บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะให้พวกบ้านนอกรู้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของสำนักวัง์เป็อย่างไร"
"ความรุ่งโรจน์ของสำนักวัง์ จะเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ข้าได้แสดงฝีมือที่แท้จริง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!" ชายหนุ่มหัวเราะเสียงดังด้วยสีหน้าเย่อหยิ่งถึงขีดสุด
"นายน้อยช่างมองการไกล หากนายน้อยอยู่ที่นี่ไม่มีเยาวชนคนใดจะสามารถเทียบเคียงบารมีกับท่านได้แม้แต่ฝุ่น" ชายชราผมสีเงินกล่าวในลักษณะประจบประแจง
แต่ชายชราอีกคนกลับขมวดคิ้วและเอ่ยว่า "นายน้อย ท่านอย่าได้ประมาท เมื่อวานนี้ท่านเสวี่ยเมิ่งได้รับาเ็สาหัสหลังจากต่อสู้กับจักรพรรดิโอสถ เพราะฉะนั้นพวกเราควรหลีกเลี่ยงการเป็จุดสนใจของวิหารจักรพรรดิเสียดีกว่า"
ชายหนุ่มที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วชนกันพร้อมทั้งพยักหน้าเล็กน้อย "ข้าเองก็ไม่คาดคิดว่าจักรพรรดิโอสถที่มีดีแค่การปรุงโอสถทุกวี่วันจะมีทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ หากท่านบรรพบุรุษไม่ออกมาช่วยเหลือในวินาทีสุดท้าย เกรงว่าสำนักวัง์คงจะกลายเป็เพียงชื่อไปเสียแล้ว"
ชายชราผมสีเงินผงกศีรษะเห็นด้วย "แต่โชคยังดีที่ปีนี้วิหารจักรพรรดิเลือกจะไม่เข้าร่วมการประลอง่ชิงเืั พวกเราก็น่าจะปลอดภัยและไม่กลายเป็จุดสนใจของวิหารจักรพรรดิ"
ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ "สิ่งที่พวกเราพึงกระทำคือสั่งสมความแข็งแกร่งเพื่อรับมือกับจักรพรรดิมารที่กำลังซุ่มซ่อนและอาจจะปรากฏตัวขึ้นได้ทุกขณะ ส่วนเื่อื่นๆพวกเราไม่ควรนำมาจำใส่ใจ"
ชายชราที่มีสีหน้าถมึงทึงก็อดไม่ได้ที่จะออกความเห็น "มีข่าวลือว่าขณะนี้จักรพรรดิมารได้ฟื้นคืนชีพอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่มันอาจจะกำลังหาร่างสถิตย์อยู่ก็เป็ได้ และการประลองในครั้งนี้พวกเราต้องระวังตัวให้มากขึ้นไปอีกขั้น"
จักรพรรดิมารเป็ภัยคุกคามระดับสูงสุดของทวีปเทียนหลางั้แ่า จึงไม่น่าแปลกใจนักที่เหล่ามหาอำนาจจะมีการตอบสนองที่รุนแรงเพียงนี้
และแน่นอนว่าหากเป็จักรพรรดิมาร สถานที่ที่ดีที่สุดในการยึดครองร่างสถิตย์คือการประลองที่มีเหล่ามหาอำนาจมารวมตัวกันมากมายเช่นนี้ เพื่อ่ชิงร่างของบุครลที่แข็งแกร่งที่สุด!
"เอาล่ะ พวกเราควรจะไปหาที่พักสักคืน พรุ่งนี้ค่อยเข้าไปเยี่ยมเยียนตระกูลเ้าเมือง" ชายหนุ่มในอาภรณ์กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยพร้อมทั้งตรงไปยังทิศทางใจกลางเมืองเทียนเฟิงอย่างไม่เร่งรีบ
