เล่มที่ 4 บทที่ 114 ข่มขู่
ไม่นานก็มีเสียงคำรามด้วยความเ็ปดังขึ้น ลำตัวปีศาจจระเข้ขนาดยาวกว่าสิบจ้างบิดส่ายไปมา ทำให้น้ำในลำธารขุ่นคลั่กขึ้นมาทันที
ยาลูกกลอนในมือของศิษย์สำนักหลิงติ่งนอกจากจะรักษาได้แล้วยังมีพลังทำลายล้างอีกด้วย โดยเฉพาะยาลูกไฟหั่วหยวนที่มีพลังรุนแรง ต่อให้เป็ศิษย์พี่หวังเองก็ไม่ค่อยจะใช้ยาลูกไฟหั่วหยวนพร้อมกันถึงสามเม็ดเช่นนี้
แต่เพื่อาาหญ้าหมอกดำแล้ว จึงจำเป็ต้องทำ…
หลังจากที่เห็นพลังของยาลูกไฟหั่วหยวน ศิษย์คนอื่นจึงได้สติขึ้นมา จึงช่วยกันขว้างยาลูกไฟหั่วหยวนไปที่ปีศาจจระเข้อย่างไม่ยั้ง จนเกิดเป็เปลวไฟลุกโชนรุนแรง หลังจากถูกยาลูกไฟหั่วหยวนอัดกระแทกเข้าไปประมาณเจ็ดถึงแปดเม็ด ในที่สุดปีศาจจระเข้ก็คำรามออกมาด้วยความเ็ป ก่อนจะล้มตึงลงไป…
“ฟู่ว”
หลังจากจัดการปีศาจจระเข้ได้สำเร็จ ศิษย์นับสิบของสำนักหลิงติ่งก็รวมพลังกันบรรจุาาหญ้าหมอกดำลงในกระถางหลิงติ่งของศิษย์พี่หวัง หลังจากเห็นเงาดำลอยไปลอยมาในกระถาง ศิษย์หลายคนจึงพากันถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า…
“ไปเร็ว กลับไปก่อนค่อยพักทีเดียว” หลังจากพักหายใจชั่วครู่ศิษย์พี่หวังที่สูญเสียพลังไปมากกว่าใคร ก็เก็บกระถางหลิงติ่งที่เป็อาวุธคู่กายกลับไป เพราะบัดนี้ในกระถางมีาาหญ้าหมอกดำที่มีราคาแพงพอที่จะทำให้สามปีข้างหน้าสำนักหลิงติ่งไม่ต้องเป็กังวลเื่ค่าใช้จ่ายอีก จึงต้องรีบนำมันกลับไปก่อนเพื่อความอุ่นใจ
ทว่า…
ขณะที่ทุกคนกำลังจะหมุนตัวจากไป ที่บริเวณต้นลำธารก็ปรากฏเงาดำของคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมา ไม่นานก็มีผู้บำเพ็ญอายุไม่มากนัก จำนวนหนึ่งเดินออกมา…
“ที่แท้ก็เป็ศิษย์น้องของสำนักหลิงติ่งนี่เอง สะบักสะบอมเช่นนี้ ไปเจอปีศาจมาอย่างนั้นหรือ?” ผู้ที่นำหน้าเป็ชายหนุ่มคล้ายจะมีอายุไล่เลี่ยกับศิษย์พี่หวัง เพิ่งจะบรรลุขั้นย่างหยวน แต่ชุดที่สวมใส่กลับบ่งบอกชัดเจนว่าอีกฝ่ายเป็ใคร
เขาเป็หนึ่งในสิบสำนักใหญ่แห่งเป่ยจิ้ง สำนักเทียนซาน…
ในอดีตมีสำนักเล็กๆหนึ่งในเป่ยจิ้งบังเอิญค้นพบวิธีการเปิดประตูมิติเข้าสู่พิภพซ่างจงได้ หลังจากเตรียมตัวอย่างเร่งรีบ ทั้งสำนักก็พากันเข้าสู่พิภพซ่างจง ภายในคืนเดียวเท่านั้น ั้แ่เ้าสำนักยันศิษย์ร้อยกว่าคนก็ล้วนถูกสังหารหมด เหลือเพียงบุตรชายของเ้าสำนักคนเดียวเท่านั้น เพราะเขาเกิดมามีความบกพร่องทางกาย ทำให้ไม่สามารถบำเพ็ญเช่นคนอื่นได้ จึงไม่ได้ติดตามเข้าไป สุดท้ายเลยรอดตายมาได้
บุตรของเ้าสำนักผู้นี้คงรู้ว่าไม่อาจชำระแค้นได้ด้วยตนเองได้ จึงประกาศวิธีเข้าสู่พิภพซ่างจงออกไป ในตอนนั้นทั่วทั้งเป่ยจิ้งต่างแตกตื่นไปหมด เพราะพิภพน้อยที่ไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อนนั้น คือขุมทรัพย์อันล้ำค่า ในตอนนั้นหลายร้อยสำนักในเป่ยจิ้งต่างพากันแย่งเข้าไป ไม่มีกฎเกณฑ์หรือข้อกำหนดใดๆทั้งสิ้น ทำให้เกิดการเข่นฆ่าแย่งชิงจนวุ่นวายไปหมด
ถือเป็่เวลาที่สุดแสนโกลาหลเลยทีเดียว…
บางคนร่ำรวยขึ้นทันตา แต่บางคนก็ถึงกับบ้านแตกสาแหรกขาด
เป็อย่างนี้ยาวนานถึงหนึ่งร้อยปีเต็มๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ก็มีเสียงระฆังดังขึ้นมา และในขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าเสียงระฆังนี้อาจจะเป็ปรากฏการณ์การถือกำเนิดขึ้นของศาสตราวุธล้ำค่า ทว่าก่อนที่ทุกคนจะเริ่ม่ชิงกัน ก็พบว่าหลังสิ้นเสียงระฆัง เหล่ามารปีศาจก็เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาเสียก่อน…
จากนั้นก็เกิดการฆ่าฟันกันอย่างรุนแรง
เหล่ามารปีศาจที่อยู่กระจัดกระจายแต่เดิม ก็รวมกลุ่มกันขึ้นมา พวกมันเอาแต่กลืนกินเหล่าผู้บำเพ็ญที่รุกรานเข้ามาไม่หยุดหย่อน แม้แต่อสุรกายขั้นเยาวังหรือปีศาจขั้นเยาหวังที่ไม่เคยได้เห็นก็ปรากฏตัวออกมา มิหนำซ้ำยังเคยมีคนเห็นาาอสุรกายขั้นกุ่ยตี้และาาปีศาจขั้นเยาตี้อีกด้วย พิภพซ่างจงรองรับได้แค่พลังระดับจิงตันเท่านั้น หากมีปีศาจเยาตี้หรืออสุรกายกุ่ยตี้ปรากฏขึ้นมาจริงๆ ก็ถือว่าไร้เทียมทานก็ว่าได้ เพราะไม่มีผู้บำเพ็ญคนใดสามารถต่อกรกับพวกมันได้…
ผู้บำเพ็ญหลายหมื่นคนจากหลายร้อยสำนักกรูกันเข้าไปในพิภพซ่างจง ทว่าผู้ที่กลับออกมาได้นั้นมีเพียงไม่ถึงร้อยคน
ภัยพิบัตินี้เกิดขึ้นหลังจากเสียงระฆังดัง
นับจากนั้นมา ทุกคนจึงเรียกพิภพน้อยนี้ว่าพิภพซ่างจง ซึ่งแปลว่า “เสียงระฆัง”
หลังจากภัยพิบัติครั้งนั้นทำให้สิบสำนักใหญ่ในเป่ยจิ้งร่วมมือกันกำหนดกฎเกณฑ์และจัดแบ่งขอบเขตพื้นที่พิภพซ่างจงอย่างเข้มงวด จึงทำให้ร้อยปีให้หลัง0kdเสียงระฆังพิภพซ่างจงดังขึ้นอีกครั้ง ผู้บำเพ็ญของสำนักต่างๆในเป่ยจิ้งจึงรอดชีวิตมาได้ แถมยังได้ผลประโยชน์อีกด้วย
หลายพันปีก่อน สำนักเซียนซานก็ปกครองทะเลอูไห่อยู่แล้วแล้ว จึงมีสำนักเล็กๆหลายสำนัก เช่น สำนักหลิงติ่งอยู่ภายใต้การปกครอง ทุกๆปีสำนักเหล่านี้จะต้องนำผลผลิตสามส่วนมาเป็เครื่องบรรณาการให้แก่สำนักเทียนซาน
สำหรับสำนักหลิงติ่งแล้ว สำนักเทียนซานก็เปรียบเสมือนขุมอำนาจยิ่งใหญ่ที่พวกเขาไม่อาจหาญพอจะมีเื่ด้วย…
ถึงแม้จะเป็ศิษย์สำนักเทียนซานแค่ไม่กี่คนก็ตาม
พอศิษย์พี่หวังเห็นว่าผู้ที่มาเป็ใคร เหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นมาทันที…
ศิษย์พี่หวังเองก็พบเจออะไรมามาก แม้จะมีเหงื่อเย็นผุดพรายบนใบหน้า ทว่าสีหน้ายังคงเดิม ก่อนจะยกมือขึ้นคารวะเหล่าศิษย์สายในของสำนักเทียนซาน
“คารวะศิษย์พี่ทั้งหลาย พวกข้าเป็ศิษย์สำนักหลิงติ่ง ตอนแรกจะไปปลูกไม้หลิงมู่ที่หุบเขาเสินมู่ แต่ดันเจอเื่บางอย่างเข้าก่อน…”
“หึหึ เจอปีศาจจระเข้อย่างนั้นหรือ?” ศิษย์สำนักเซียนซานคนหนึ่งเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทว่ากลับยังคงยืนขวางทางไม่ยอมหลบ
“ได้ยินว่าปีศาจจระเข้ชอบกลืนกินสมุนไพรไม่ก็สมบัติล้ำค่าเป็ที่สุด ดูท่าศิษย์น้องจะโชคดีไม่เบา ได้ของดีอะไรมาอย่างนั้นหรือ เอามาให้พวกข้าดูเป็บุญตาหน่อยสิ”
“ศิษย์พี่กำลังล้อเล่นอยู่ใช่ไหม” ได้ยินเช่นนั้นแววตาศิษย์พี่หวังก็มีประกายแห่งความลนลานพาดผ่านออกมา แต่เพียงครู่เดียวก็หายไป
“ตอนที่พวกข้ามาถึง มันมีสภาพเป็ซากศพแล้ว นี่ยังคิดอยู่เลยว่าคงจะเป็ฝีมือพวกท่าน…”
“อย่างนั้นหรือ…” ศิษย์สำนักเทียนซานผู้นั้นพยักหน้าน้อยๆ พลางเดินไปทางซากปีศาจจระเข้ ก่อนจะก้มลงไปสำรวจ ครู่เดียวก็ชี้ไปที่าแบนซากปีศาจ
“ศิษย์สำนักเทียนซานของข้า สามารถหลอมยาลูกไฟหั่วหยวนได้ด้วยหรือ?”
“คือว่า…”
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดมาก ได้อะไรก็จงเอาออกมา อย่าทำให้พวกข้าต้องเสียเวลา” เมื่อสิ้นเสียง ศิษย์สำนักเทียนซานผู้นั้นก็แปรสีหน้าเป็เ็าทันที
“แต่จะไม่เอาออกมาก็ได้นะ เพราะถึงอย่างไรที่ทะเลอูไห่นี่ ก็มีผู้บำเพ็ญล้มตายมากมายอยู่แล้ว ต่อให้พวกเ้าตายที่นี่ ก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร…”
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
