หลังจากนั้น ก็ได้ยินเพียงเสียงโครมและเป็อีกครั้งที่นางล้มลงกับพื้น นางพยายามอย่างต่อเนื่องถึงห้าหกครั้ง ทว่าล้วนไม่สำเร็จ เมื่อรวมเข้ากับการที่นางสูญเสียพลังไปโดยเปล่าประโยชน์ การะโครั้งหลังๆ ล้วนต่ำลงเรื่อยๆ ในที่สุดนางก็พิงกำแพงร่ำไห้ เสียงถูกกดให้เบายิ่ง ดูแล้วเ็ปใจนัก
ฮวาเหยียนเฝ้าดูอย่างจริงจัง ทว่าในใจกลับลอบหัวเราะ มีขโมยเช่นนี้ด้วยหรือ? ความโง่เขลาแฝงมาพร้อมกับความพากเพียรไม่ย่อท้อ
สุดท้ายฮวาเหยียนก็ทนไม่ไหว หัวเราะออกมาเบาๆ
ทันทีที่นางส่งเสียง ย่อมส่งผลกระทบต่อขอทานตัวน้อยคนนั้น อีกฝ่ายพลันเงยหน้าขึ้นมาอย่างกะทันหัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นกลัวอย่างถึงที่สุด
ฮวาเหยียนจึงได้เห็นรูปโฉมของขอทานตัวน้อย ทันทีที่สบตายิ่งทำให้นางใ เพียงเพราะรอยแผลเป็บนใบหน้าของขอทานตัวน้อยผู้นี้ ดูไปแล้วช่างน่ากลัวนัก เมื่อรวมเข้ากับความสกปรกบนร่างกาย ทำให้มองได้ไม่ชัดเจนว่าโฉมหน้าของนางเป็เช่นไร มีเพียงดวงตาแดงก่ำคู่หนึ่งที่เปล่งประกายแวววาวล้อหยาดน้ำตา
ขอทานตัวน้อยเงยหน้าขึ้นด้วยความหวาดกลัว และเมื่อเห็นฮวาเหยียนก็ราวกับตื่นตะลึงไปทั้งร่าง เอาแต่จ้องมองตรงมาที่นาง
ฮวาเหยียนะโลงจากกำแพงด้วยวิชาตัวเบา ท่วงท่างามสง่า ก่อนเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย “เ้ากำลังทำอันใดอยู่หรือ?”
นางถาม
พริบตาต่อมา ที่สุดขอทานตัวน้อยก็คล้ายจะฟื้นสติคืนมาจากความตื่นกลัว ดวงตาพลันเบิกกว้าง รีบกระเสือกกระสนหมอบคลานตรงมาทางฮวาเหยียน
สีหน้าของฮวาเหยียนแปรเปลี่ยนในทันที นางคิดจะถอยหนี ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ยินดีคู่นั้นของขอทานตัวน้อย การกระทำทั้งหมดของนางพลันหยุดนิ่ง เมื่อเห็นดังนั้นขอทานตัวน้อยก็ยิ่งเร่งฝีเท้าเข้าหา ก่อนจะคว้ากอดต้นขาของนางไว้ แล้วร่ำไห้แทบขาดใจ
“คุณหนูใหญ่ เป็คุณหนูใหญ่จริงๆ ด้วย ข้าน้อยกำลังฝันไปหรือ นี่ข้าน้อยกำลังฝันอีกแล้วใช่หรือไม่? ฮือๆๆๆ คุณหนูใหญ่ ข้าน้อยได้พบท่านแล้วจริงๆ คุณหนูใหญ่...”
เสียงร้องโหยหวนคร่ำครวญ พาให้ใจคนฟังปวดร้าว
ฮวาเหยียนถูกเสียงร้องที่สิ้นหวังทว่ากลับแฝงความทั้งปีติยินดีนี้พาให้ตกตะลึง
นี่...ขอทานตัวน้อยเป็คนคุ้นเคยของนางหรือ?
เพียะ…
เพียะ เพียะ
ขอทานตัวน้อยยังไม่ค่อยเชื่อจึงตบตนเองสองสามครั้ง เสียงตบดังสนั่น ราวกับรับรู้ถึงความเจ็บ ยามนี้ถึงเชื่อว่าตนมิได้ฝันไป ทันใดนั้นนางก็หยุดร้องไห้มิได้ “์มีตา ทำให้ข้าน้อยรอจนได้พบคุณหนูใหญ่แล้วจริงๆ ฮือๆๆ คุณหนูใหญ่ ฉิงคงคิดถึงท่านเหลือเกิน ท่านหายไปที่ใดมาเ้าคะ? ฮือๆๆๆ...”
เสียงร้องของขอทานตัวน้อยลอยเข้ามาในหูนาง ฮวาเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่ามกลางเสียงร่ำไห้อย่างมิอาจอดกลั้น นางก็ะโขึ้นมาว่า “เ้าเป็ผู้ใด? ลุกขึ้นมาพูด”
เพียงประโยคเดียว ก็ทำให้ขอทานตัวน้อยที่กำลังร่ำไห้ชะงักงัน
นางเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าว่างเปล่า ตื่นตระหนกจนลืมตัว รีบปัดผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงออกจนเผยให้เห็นใบหน้าสกปรกของตน ดวงตานางเปี่ยมด้วยความร้อนรน “คุณหนูใหญ่ ข้าน้อยคือฉิงคงอย่างไรเล่าเ้าคะ ท่านดูดีๆ แม้ว่าข้าจะเสียโฉม ทว่าก็ยังสามารถมองออกได้ ท่านดูสิเ้าคะ”
นางกล่าวอย่างกระตือรือร้น
ฮวาเหยียนมองอีกฝ่าย แลเห็นว่าองคาพยพทั้งห้าของขอทานตัวน้อยนั้นงดงามเช่นกัน หากไม่มีรอยแผลเป็ ย่อมเป็หญิงงามทรงสง่าผู้หนึ่ง
อีกฝ่ายเรียกขานนางว่าคุณหนูใหญ่ ทั้งท่าทางแปลกประหลาดนั่น เช่นนั้นคนผู้นี้เป็ใครกันแน่? คำตอบดูเหมือนจะติดอยู่ที่ริมฝีปาก
“ฉิงคง?”
ริมฝีปากสีแดงของฮวาเหยียนเผยอเล็กน้อย พึมพำสองคำนี้ออกมา น้ำเสียงแฝงด้วยความสงสัย
“คุณหนูใหญ่ ท่านจำฉิงคงมิได้แล้วหรือเ้าคะ? ข้าน้อยคือฉิงคงที่เติบโตมาพร้อมกับท่านอย่างไรเล่า ตอนข้าน้อยอายุได้ห้าขวบ ข้าน้อยขอทานอยู่ที่ถนน เป็ท่านที่รับข้าน้อยเข้ามาและมอบหมายให้ข้าน้อยเป็สาวใช้ประจำกายของท่าน...ข้าน้อยไร้บิดามารดา ไร้สกุลไร้นาม เป็ท่านที่มอบชีวิตและตั้งนามให้ข้าน้อย เหตุใดท่านจึงจำข้าน้อยมิได้แล้วเล่า?”
ขอทานตัวน้อยร่ำไห้อย่างเศร้าโศกและสิ้นหวัง นางรีบร้อนอธิบาย ราวกับว่า้าให้ฮวาเหยียนที่อยู่ตรงหน้าจดจำนางได้
เมื่อฮวาเหยียนได้ยินคำพูดของนาง พลันตกตะลึงในทันที สาวใช้ประจำกายของมู่อันเหยียนหรือ?
พี่ใหญ่เคยกล่าวว่าหลังจากเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีที่แล้ว คนรับใช้ในจวนส่วนมากถูกไล่ออก ทว่าคนในจวนของมู่อันเหยียนไม่เหลือแม้สักคน กระทั่งสาวใช้ประจำกายของนางก็ถูกไล่ออกเช่นกัน
ทว่ายามนี้ คนที่อ้างว่าเป็สาวใช้ประจำกายของมู่อันเหยียนกลับปรากฏตัวขึ้นที่นี่?
เป็ความตั้งใจหรือฝีมือของผู้ใด? มีการสมรู้ร่วมคิดกับคนอื่นหรือไม่?
ฮวาเหยียนย่อมไม่ไว้ใจนางโดยง่าย
ทว่าสาวใช้ที่ชื่อฉิงคงผู้นี้คงตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากจริงๆ หากมิใช่เื่จริง ก็คงไม่ต้องฝืนใจทำร้ายตนเองจนเป็เช่นนี้
“คุณหนูใหญ่ ท่านจำฉิงคงได้แล้วใช่หรือไม่? ท่านลองมองดูดีๆ สิเ้าคะ ท่านจำได้หรือยังเ้าคะ?”
นางรีบร้อนถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า เงยหน้าขึ้นและพยายามจะเปิดเผยใบหน้าของตน
“ข้าจำไม่ได้”
ฮวาเหยียนจ้องอีกฝ่ายอยู่เป็นาน ที่สุดก็หลุดประโยคดังกล่าวออกไป
เมื่อสิ้นเสียง สีหน้าของขอทานตัวน้อยพลันตื่นตะลึง จากนั้นก็กลายเป็หมดหวัง ความโศกเศร้าและความสิ้นหวังท่วมท้นไปทั่วร่างจนนางร่ำไห้คร่ำครวญออกมา...
“จำไม่ได้ ฮือๆๆ คุณหนูใหญ่จำฉิงคงมิได้แล้ว ท่านลืมฉิงคงไปแล้วจริงๆ เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี? ข้าน้อยควรทำอย่างไร? ข้าน้อยเฝ้ารอมาเนิ่นนาน รอคุณหนูใหญ่มานานเหลือเกิน เหตุใดท่านจึงจำข้าน้อยไม่ได้แล้วเล่า ฮือๆๆๆ...อึก...!”
ขอทานตัวน้อยถูกกระทบกระเทือนทางอารมณ์มากเกินไปจนหมดสติระหว่างที่กำลังร่ำไห้
ฮวาเหยียนมองดูหญิงสาวที่หมดสติไปต่อหน้าก่อนจะเบ้ปาก หากเป็การเสแสร้งแกล้งทำ เช่นนั้นอีกฝ่ายก็คงทุ่มเทเกินไปแล้ว เกรงว่าแม้แต่นักแสดงที่ชนะรางวัลออสการ์ก็ยังแสดงไม่ได้ถึงเพียงนี้
นางคิดว่าตนเมองคนได้ค่อนข้างถูกต้อง แม้ว่านางจะสงสัยสตรีที่อยู่ตรงหน้า ทว่าในใจกลับเชื่อคำพูดของคนผู้นี้
สาวใช้ประจำกายของมู่อันเหยียน สี่ปีต่อมากลับปรากฏตัวต่อหน้านางด้วยวิธีการเช่นนี้ เกิดอันใดขึ้นกับสาวใช้ที่มีนามว่าฉิงคงผู้นี้กัน? อีกฝ่ายรู้เื่ราวภายในที่เกิดขึ้นกับมู่อันเหยียนตัวจริงเมื่อสี่ปีก่อนใช่หรือไม่? และมันเกี่ยวข้องกับอีกฝ่ายหรือไม่?
ยามนี้มาปรากฏตัวต่อหน้านางเช่นนี้ คิดจะทำอันใดกันแน่?
คำถามมากมายแวบเข้ามาในหัวของฮวาเหยียน
ฮวาเหยียนมองหญิงสาวที่หมดสติแทบเท้าของตน คิ้วนางขมวดมุ่นเล็กน้อย จากนั้นจึงมองรูปลักษณ์แสนสกปรกของอีกฝ่าย ฮวาเหยียนกลั้นใจคว้าขอทานตัวน้อยขึ้นมา พยุงจากประตูหลังไปที่ประตูข้าง เมื่อทหารเฝ้าประตูเห็นฮวาเหยียนพยุงคนมาก็พากันใ พวกเขาเข้าเวรกันั้แ่เช้า ล้วนไม่ทราบว่าคุณหนูใหญ่ออกไปั้แ่เมื่อใด แล้วเกิดอันใดขึ้นคุณหนูใหญ่ถึงลากขอทานกลับมาด้วยกัน?
แม้ทหารยามเฝ้าประตูจะเต็มไปด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงถาม เหล่าเ้านายจะทำอันใด ใช่เื่ที่ทหารยามเฝ้าประตูเช่นเขาจะเข้าไปสอดแทรกหรือ?
ฮวาเหยียนพยุงหญิงสาวที่หมดสติกลับไปยังเรือนชิงเฟิง นางกำลังจะออกไปข้างนอก ทว่าถูกเื่นี้ทำให้หยุดชะงักจนต้องย้อนกลับมาอีกครั้ง เื่ที่จะไปเยี่ยมเยือนตี้หลิงหานย่อมต้องถูกระงับไว้ชั่วคราว
เมื่อมาถึงเรือนชิงเฟิง ฮวาเหยียนก็ออกคำสั่งว่าหากหยวนเป่ากลับมาแล้วให้เรียกเขามาหานาง
ฮวาเหยียนไม่สนกฎข้อห้าม พยุงขอทานตัวน้อยมาที่ห้องและวางนางลงบนเตียง
แม้นางจะหมดสติ ทว่าก็ยังคงมิอาจสงบใจได้ มือทั้งสองกำแน่น น้ำตาเอ่อคลอ ไม่รู้ว่ากำลังผ่านเื่ราวใดอยู่ในฝัน
“คุณหนูใหญ่ ข้าน้อยคือฉิงคงอย่างไรเล่า คุณหนูใหญ่ อย่าทิ้งข้าน้อยไว้เื้ั”
“คุณหนูใหญ่ อย่าไป”
“คุณหนูใหญ่...”
นางนอนกระสับกระส่าย ปากเอาแต่พร่ำเพ้อเรียกขานคุณหนูใหญ่
คิ้วของฮวาเหยียนขมวดแน่นเข้าเรื่อยๆ โดยพื้นฐานก็นับว่ายืนยันตัวตนของคนผู้นี้ได้แล้ว
“ท่านแม่ อยู่หรือไม่ขอรับ?”
