“อูย...โอย...ลิลลี่จ๋า...มันอะไรอย่างนี้ แม่สาวน้อยของฉัน”
ปรินทร์ชื่นชมแม่เลขาสาวสวยของเขาที่ตอนนี้เ้าหล่อนก็เล่นเอาเกือบหมดแรงเหมือนกัน ในห้องทำงานของปรินทร์ ลิลลี่ถูกเขาร่วมรักด้วยทุกที่ ไม่ว่าจะเป็ห้องน้ำ เก้าอี้ โต๊ะทำงาน ที่ชุดรับแขกและพื้นห้อง
ทุกสถานที่เป็ที่ที่น่ารื่นรมย์ เพราะปรินทร์เป็เ้านายที่ทั้งอึดทั้งทนและทำให้เธอมีความสุขจนไม่อยากไปสมัครเป็เลขาของเ้านายคนไหนอีก ทั้งที่ลิลลี่ก็รู้ดีว่านอกจากเธอแล้วปรินทร์ก็ยังมีเลขาคนอื่นที่มาคอยเติมความสุขให้เขาในห้องนี้
“โอววว...บอสก็เก่งเหลือเกินค่ะ”
ลิลลี่ค่อย ๆ ขยับลงจากโต๊ะทำงานของเ้านายหนุ่ม เ้าหล่อนรู้ดีว่าเขาต้องใช้เวลาพักอีกสักครู่ใหญ่ ๆ ก่อนที่บทสังวาสต่อไปจะเริ่มขึ้น ปรินทร์แค่รูดซิปกางเกงของเขาขึ้นในขณะที่เลขาสาวต้องจัดชุดแต่งกายของเธอซึ่งเป็ชุดสูทและกระโปรงให้เข้าที่
ปรินทร์นั่งลงบนเก้าอี้ผู้บริหารตัวใหญ่ ลิลลี่นั่งลงบนตักของเขาและจูบเ้านายของหล่อนที่แก้มและคางเบา ๆ พร้อมทั้งโอบแขนรอบคอเ้านายหนุ่มใหญ่ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“บอสขา...เบื่อลิลลี่รึยังคะนี่?”
“ถามอะไรอย่างนั้น...ตอนนี้เธอน่ะนัมเบอร์วันของฉันเลยเชียวนะลิลลี่ ฉันให้เธอมาที่ห้องทุกวัน เธอต่างหากล่ะเบื่อฉันรึเปล่า”
“แหม...ลิลลี่จะเบื่อบอสได้ไงคะ...ว่าแต่บอสขา ลิลลี่ได้ข่าวว่าบอสจะรับเลขาคนใหม่มาเพิ่มอีกคนใช่ไหมคะ?”
ปรินทร์ทำหน้าคิดชั่วครู่ “อืม...ใช่ ฉันต้องรับเลขาคนใหม่มาแทนจีจี้ เขาจะลาออกเพราะตามสามีไปอยู่ต่างจังหวัด”
ลิลลี่นึกถึงจีจี้ เลขาสาวอีกคนของปรินทร์ซึ่งเขาก็เรียกเ้าหล่อนมาที่ห้องบ่อย ๆ เหมือนกัน “แหม...อยากรู้จังค่ะ ว่าหน้าตาเลขาคนใหม่ของบอสจะเป็ยังไง แล้วจะสัมภาษณ์เมื่อไหร่คะ”
“พรุ่งนี้จ้ะ”
บทที่ 4
ร่างอ้อนแอ้นของสาววัยยี่สิบสองในชุดเสื้อแขนยาวและกระโปรงสั้นเหนือเข่าก้าวเข้าไปในห้องทำงานที่เงียบสงบ เ้าหล่อนก้าวไปหยุดที่ชุดเก้าอี้รับแขกด้วยสีหน้าเหมือนยังประหม่ากับสถานที่แห่งใหม่
เบื้องหน้าของเ้าหล่อนคือร่างสูงของหนุ่มใหญ่ที่ได้ชื่อว่าเป็ประธานของบริษัทที่หล่อนยื่นใบสมัครมาเป็เลขาและได้รับการคัดเลือกให้เข้ามารับการสัมภาษณ์
“สวัสดีค่ะ”
หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มทรงผมบ๊อบสั้นเหมือนเด็กสาวมัธยมยกมือไหว้เ้าของห้องที่มีตำแหน่งใหญ่ที่สุดในบริษัท ใบหน้าของหล่อนหมดจด ถือว่าเป็คนสวยคนหนึ่งทีเดียว
“ชื่ออะไรนะ...ไหนแนะนำตัวให้ฉันรู้จักหน่อยซิ”
ปรินทร์เอ่ยขึ้น เขามองท่าทีของหญิงสาวที่เข้ามารับการสัมภาษณ์ั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า หน้าตาหล่อนยังเด็กคงพึ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมาหมาด ๆ
“หนูชื่อโฉมนางค่ะ...เรียกโฉมเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ”
“ฉันชื่อปรินทร์นะ...ถ้าเป็เลขาของฉันต้องเรียกฉันว่าบอส...ทำอะไรเป็บ้าง ไหนบอกฉันมาซิ”
“ทำงานเลขาทั่ว ๆ ไปค่ะ...ใช้คอมพิวเตอร์ จดตารางนัดหมาย โต้ตอบจดหมายให้บอสค่ะ”
ปรินทร์พินิจดูหญิงสาวอย่างตั้งใจอีกครั้ง หล่อนดูประหม่าเหมือนพึ่งมาสัมภาษณ์งานเป็ครั้งแรก แต่สิ่งที่เขามองไม่ใช่แค่หน้าตาสะสวยเหมือนเด็กมัธยมของหล่อน แต่ยังเป็ทรวดทรงองเอวที่อยู่ใต้ชุดที่ดูเหมือนเรียบร้อยนั่นอีกด้วย
ประธานหนุ่มใหญ่เอนหลังพิงเก้าอี้และเอามือเกาคางเบา ๆ โฉมนางยืนบิดไปมาเล็กน้อย เขาอยากจะรู้นักว่าถ้าหล่อนรู้ว่าหน้าที่เลขาที่แท้จริงของบอสต้องทำอะไรบ้างหล่อนจะว่ายังไง
“ไหนลองเข้ามา ยืนใกล้ ๆ ฉันซิ”
ปรินทร์ออกคำสั่ง โฉมนางยืนนิ่งชั่วครู่ก่อนจะก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าประธานใหญ่ของบริษัท หล่อนได้ยินมาว่าท่านประธานเป็หนุ่มใหญ่หน้าตาดี ไม่นึกว่ามาเจอตัวจริงเขาหล่อกว่าที่ใคร ๆ พูดเสียอีก แต่โฉมนางก็ยังแสร้งทำเหมือนเธอกล้า ๆ กลัว ๆ ทั้งที่ข้างในร้อนรุ่มจนบอกไม่ถูก
“อืม...เธอรู้มั้ยว่าเลขาของฉันนอกจากทำงานเก่งแล้วต้องหุ่นดีด้วยนะ”
“คะ?”
โฉมนางทำหน้าเหลอ ปรินทร์ยิ้มอย่างมีนัย เขายืดตัวนั่งหลังตรงแล้วเริ่มััเลขาของเขาเริ่มจากต้นขาของหญิงสาวใต้กระโปรงทรงสอบสั้นเหนือเข่า
“อืม...ฉันอยากจับดูว่าเนื้อเธอแน่นดีมั้ย”
เขาพูดแล้วช้อนตามอง โฉมนางยังยืนนิ่ง เขาเริ่มลูบไล้ไปบนต้นขาหนั่นแน่น ขึ้น ๆ ลง ๆ แล้วมาหยุดที่ข้างหน้าตรงกลางของกระโปรงที่เนินอูมนูนขึ้นมา
“บอส...”
“อืม...ฉันอยากรู้ว่าตัวเธอน่ะ...อิ่มดีมั้ย ฉันชอบเลขาที่อวบอิ่มสมบูรณ์ งานเลขาก็ต้องสนองงานให้เ้านายได้ทุกท่า เธอว่ามั้ยล่ะ”
พอเห็นว่าโฉมนางไม่มีปฏิกิริยาขัดขืน บอสใหญ่ก็เริ่มลูบไล้ที่เนินอูมอิ่มใต้กระโปรงของหญิงสาว ความเสียวซ่านทำให้โฉมนางที่ยืนนิ่งเริ่มหายใจหนักและเริ่มมีปฏิกิริยาขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
