ผิดไปจากที่คิดไว้
“เป็ไงบ้างพี่พิมพ์” รดารีบลงมารับหน้าพี่สาวทันที หลังได้ยินเสียงรถขับเข้ามาในรั้วบ้าน
“ที่ถามน่ะ หมายถึงพี่หรืออีกคน ที่ว่าเป็ไงบ้าง” พิมพกานต์แอบหมั่นไส้น้องสาว ตอนชวนไปไม่ไป พอทีนี้มาอยากรู้
“ก็หมายถึงทั้งคู่แหละค่ะ พี่พิมพ์อารมณ์เสียมาใช่ไหมนี่ มาถึงก็เอ็ดรดาเลย” น้องสาวเห็นสีหน้าก็พอจะเดาถูก
“ถ้าถามถึงรูปร่างหน้าตา ก็ดีมาก หล่อที่สุด ในสามโลก ถ้ายิ่งปาก ยิ่งดีแบบไม่ธรรมดา ” คนอธิบายส่ายหน้าประกอบ
“ไม่เคยเห็นพี่พิมพ์ว่าใครเลย คงจะไม่ธรรมดาจริงๆ เขาว่าพี่พิมพ์เหรอ แล้วพี่สู้ไหม” รดาคิดว่าพี่สาวของเธอไม่มีทางเถียงใครชนะ
“เถียงสิจ๊ะ” ผู้เป็แม่เดินเข้ามาทันได้ยินคำถาม จึงตอบแทนพิมพกานต์
“พี่พิมพ์เหรอคะเถียง ถ้าเป็รดาล่ะก็ว่าไปอย่าง ฝนตกแน่ๆ” รดาอยากรู้มากพี่สาวของเธอจะเถียงแบบไหน
“ใช่จ้า วันนี้ฝนตกหนักแน่ๆ นางฟ้าของบ้านรู้จักยอกย้อนคนอื่นเป็ เอาซะอีกคนเงียบไปต่อไม่เป็เลย” เพ็ญแขอธิบาย
“ดีแล้วแหละคุณ” ภาณุเดินตามหลังมา เพราะมัวหยิบอาหารทะเลที่บ้านนู้นให้มาลงจากรถ
“ลูกเรา อนาคตต้องไปอยู่กับเขา ถ้ามัวเงียบ ยอม เหมือนที่ยอมน้องสาวตัวแซบแบบนี้ มีหวังโดนรังแกตาย” ภาณุดีใจที่พิมพกานต์รู้จักโต้ตอบ
“คุณพ่อชมพี่พิมพ์ได้เหมือนว่ารดามากเลย แต่รดาก็รู้สึกเหมือนคุณพ่อค่ะ พี่พิมพ์ต้องหัดตอบโต้คนอื่นบ้าง ยกเว้นรดา” หญิงสาวคว้าเอวพี่สาวมากอดอย่างรักใคร่
“พี่ว่า พี่จะฝึกตอบโต้ ฝึกเถียง ฝึกเอาชะ กับน้องสาวคนนี้ของพี่คนแรกเลยแหละ ดีไหม” มือบางเล็กลูบหัวน้องสาวที่เอาหน้าแนบอกเธออยู่อย่างเอ็นดู
“ไม่เอา ๆ ๆ รดาไม่ยอม พี่พิมพ์เป็พี่สาวที่น่ารักคนเดิมดีอยู่แล้ว ขอบคุณพี่พิมพ์มากนะคะ ที่ยอมเสียสละแทนรดาและพวกเราทุกคน”
ประโยคสุดท้ายของลูกสาวคนเล็กทำเอาผู้เป็พ่อ ฟังแล้วน้ำตาแทบไหล เขาพาครอบครัวมาเจอเส้นทางที่ลำบาก จนทำให้ลูกสาวที่เขารักเหมือนแก้วตาดวงใจต้องมาเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อทุกคนในครอบครัว คิดเื่นี้ที่ภาณุรู้สึกเกลียดตัวเองทุกที
“พ่อขอบใจลูกมานะพิมพ์ พ่อเป็พ่อที่แย่จริงๆ ทำครอบครัวเราล้มไม่มีท่า จนลูกต้องมาเดือดร้อน” ภาณุวางของในมือก่อนเดินมากอดลูกสาวทั้งสอง
“พิมพ์มีความสุขดีค่ะคุณพ่อ ความสุขของพิมพ์คือการเห็นคุณพ่อ คุณแม่และน้องมีความสุข ถ้าคุณพ่ออยากให้พิมพ์สบายใจ ห้ามพูดหรือคิดแบบนี้อีก ทุกอย่างที่พิมพ์ทำ พิมพ์เลือกแล้ว มันอาจจะเป็ทางที่ดีที่สุดสำหรับพิมพ์ ครอบครัวคุณอาก็มีฐานะ ลูกชายเขาก็ดูเป็คนไม่เลวสักเท่าไหร่ อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเองค่ะ ”
เพ็ญแขมองภาพสามคนพ่อลูดกอดกันอยู่ตรงหน้า เธออดคิดไม่ได้ว่ามันคือเวรกรรม ตอนที่เธอหิ้วท้องมาขอความช่วยเหลือจากภาณุ
ตอนนั้นเธอก็ไม่ได้รักเขาเลยสักนิด ้าเพียงกู้หน้าตาให้ผู้ให้กำเนิด แต่ความดีของภาณุทำให้ตอนนี้เธอรักเขาสุดหัวใจ เธอก็คงได้แต่ภาวนาให้ลูกสาว ขอให้ว่านน้ำผู้ชายที่พิมพกานต์ต้องใช้ชีวิตคู่ด้วย เป็คนดี รักครอบครัวเหมือนอย่างที่ภาณุเป็ แต่ถ้าไม่เป็อย่างที่เธอหวังไว้ ก็คงขอให้พิมพกานต์เข้มแข็งและต่อสู้กับเื่ทุกอย่างได้อย่างไม่เกรงกลัวปัญหาใดๆ
“คุณว่าหนูพิมพ์เป็อย่างไรบ้าง” นิรุตถามภรรยาที่กำลังนั่งเช็ดเพชรพลอยของสะสมของเธอ
“น่ารักมากว่าที่คิดไว้เยอะค่ะ” คนตอบวางมือจากงานที่กำลังทำ
“ตอนแรกก็คิดว่าคงสวยอยู่แล้ว เพราะเคยเห็นตอนยังไม่เป็สาว ก็มีแววความสวยอยู่ ตาพอมาเจอตอนนี้กริยาเรียบร้อย ดูมีเสน่ห์ รูปร่างผิวพรรณมาทางแม่อย่างเดียวเลย” สุชาดาถูกใจว่าที่ลูกสะใภ้
“เราถูกใจก็คงไม่เท่าตาว่านถูกใจ คุณเป็ผู้ชายด้วยกัน ดูออกไหมล่ะคะ ว่าลูกถูกใจไหม”
“ผมว่าถูกใจนะ แต่คงไม่ถึงขั้นจะชอบจนเลิกกับวรินทร์ คงต้องใช้เวลาให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันมากกว่านี้ ผมว่าไม่นานตาว่านต้องลืมหนูวรินทร์แน่ๆ”
“และคุณคิดจะบอกเื่วริทร์กับลูกชายเพื่อนคุณไหม” สุชาดาใจหนึ่งก็อยากให้ลูกตาสว่าง ใจหนึ่งก็กลัวลูกจะเสียใจ
“คงไม่ใช่ตอนนี้ ถ้าเวลา ทำให้ลูกเรายอมแต่งงานกับหนูพิมพ์ ผมก็จะไม่พูดทำเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น แต่....”
“แต่! อะไรคะ” สุชาดาถลึงตาด้วยความอยากรู้
“แต่ถ้าทุกอย่างไม่ราบรื่น ผมจะลองไปคุยกับวรินทร์ ว่าเขาจะบอกตาว่านเองหรือให้เราบอก”
นิรุตคิดว่าเื่แบบนี้ ให้สองคนบอกกันเองน่าจะเหมาะกว่า เขาเป็ผู้ใหญ่ ว่านน้ำจะคิดได้ว่าบุพการีของเขา ใส่ความคนรัก เพียงเพราะ้าให้เขาทั้งคู่เลิกกัน
“ดีเหมือนกันค่ะคุณ ฉันก็ไม่อยากให้ลูกไม่เชื่อเรา เราจะเสียความรู้สึกเปล่าๆ”
“ผมว่าจะชวนหนูพิมพ์ไปเที่ยวทะเล ไปที่เกาะของเรานั่นแหละ จะได้ไปดูกิจการบ้าง ั้แ่พ่อแม่คุณเสีย ผมก็ปล่อยให้พี่ๆคุณคนที่นั่นจัดการกันเองตลอดเลย”
ครอบครัวของสุชาดา มีเกาะส่วนตัวอยู่หนึ่งเกาะ คุณพ่อคุณแม่ของเธอ ทำประมงหาเลี้ยงชีพ เริ่มต้นจากเล็กๆ มีรายได้เพียงเดือนละเกือบแสน กับการหาเลี้ยงทุกคนในเกาะ สุชาดาเติบโตมาบนเกาะนั้น จนถึง่ต้องเข้าโรงเรียน เธอก็ถูกส่งไปอยู่กับญาติในเมือง และมาพบรักกับนิรุตเมื่อ่เรียนมหาวิทยาลัย
หลังจากที่สุชาดาและนิรุตแต่งงานกัน ผู้เป็เขยมีหัวทางการค้า จึงนำอาหารทะเลมาแปรรูป ส่งออกต่างประเทศ โดยเริ่มจากเพียงไม่กี่ประเทศเพราะอาหารทะเลที่ได้จากเกาะของครอบครัวสุชาดาไม่เพียงพอ
นิรุตเริ่มออกหาวัตถุดิบ โดยออกติดต่อชาวประมงด้วยตัวเอง เสนอราคาที่เป็ธรรม ดูแลครอบครัว ที่ยอมส่งอาหารทะเลให้เขา ทำให้หลายครอบครัวบนเกาะอื่นและบนฝั่ง หันมาส่งกุ้ง หอย ปู ปลา ให้กับบริษัทแปรรูปอาหารทะเลของนิรุต เส้นทางนี้ไม่สวยหรูเท่าไหร่ เขาได้ใจชาวประมง แต่ก็ได้ศัตรูจากผู้เสียประโยชน์
พ่อแม่ของสุชาดา จึงให้นิรุตขึ้นมาอยู่กรุงเทพ ส่วนทางใต้ทั้งสองจะดูแลเอง เพราะด้วยความที่เป็คนเก่าคนแก่ อย่างน้อยนายทุนที่นี่ก็ยังเกรงใจอยู่บ้าง จนตอนนนี้ทั้งสองเสียชีวิตด้วยโรคชราหมดแล้ว นิรุตก็ยังไม่ได้รับอนุญาตจาภรรยา ให้ไปอยู่ที่เกาะ เพราะความใจร้อนของเขา มีแต่จะไปทำให้เื่ที่มันเงียบไปกลายเป็ไฟลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ ฉันเองก็คิดถึงบ้านที่นั่น คิดถึงพี่ๆ ไปกันพร้อมหน้าแบบนี้ แถมมีอนาคตสะใภ้ไปด้วย คุณคงไม่สร้างปัญหา ให้ฉันต้องปวดหัวนะคะ ” สุชาดาดักคอสามีจอมอารมณ์ร้อน
“ผมก็เหมือนเสือแก่ มีแต่จะโดนพวกเสือหนุ่มๆขยุ้มเอา” ั้แ่ว่านน้ำเกิด เสืออย่างนิรุตก็ลดควาดุร้ายลงเยอะ จนทุกวันนี้แทบไม่เหลือ
“ดีแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณก็จัดการ นัดหนูพิมพ์เลย ได้วันเมื่อไหร่ ฉันจะได้ติดต่อไปที่เกาะ” สุชาดาหมายถึงส่งข่าวไปบอกพี่สาวทั้งสองคนของเธอ
“พี่พิมพ์ รดาถามจริงๆ เขาเป็ยังไงบ้างลูกชายบ้านนู้น” รดาเดินล้อมหน้าล้อมหลังพี่สาวเมื่อยู่ในห้องนอนกันสองคน
“ก็ผิดไปจากที่คิดไว้ หลายอย่างด้วยกัน”
“อะไรล่ะที่ผิดไปจากที่คิด พี่พิมพ์รู้ว่ารดาอยากรู้ ก็แกล้งพูดอ้อมเสียงอย่างนั้น” น้องเล็กเริ่มอยากจะงอนพี่สาวคนสวยของเธอเสียแล้ว
“แหม..ใจเย็นๆสิคะคุณน้องสาว อยากรู้ ทำไมไม่ไปด้วยกันเสียั้แ่ตอนแรก จะได้ไม่ต้องมานั่งถาม” พิมพกานต์นั่งลงตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง โดยมีรดาลากเก้าอี้มานั่งข้างๆอย่างใจจดใจจ่อจะฟัง
“เขาหน้าตาและรูปร่างดีมาก ดีจนพี่คิดว่าเขา ไม่มีทางยอมแต่งงานกับผู้หญิงเชยๆอย่างพี่แน่นอน”
“อะไรอีก เห็นพี่พิมพ์บอกมีหลายอย่าง” รดาจับแขนพี่สาวเขย่าอย่างใคร่รู้
“แม่คุณของพี่ อยากจะแกล้ง ไม่เล่าดีกว่า อยากรู้วันหลังก็ไปด้วยกันนะ ” พิมพกานต์แกล้งเล่นตัว
“ถ้าเล่า วันนี้รดาจะพับเสื้อผ้ากับมหาวิทยาลัยเอง ไม่ให้พี่พิมพ์ทำให้ก็ได้ เล่า...เถอะนะพี่พิมพ์คนสวย”
“เขาอายุมากกว่าพี่ ตอนแรกพี่ก็คิดว่าเขาคงสุขุม เป็สุภาพบุรุษ”
“หมายความว่าอย่างไรพี่พิมพ์ เขาทำตัวแย่กับพี่เหรอคะ เขาทำอะไรบอกรดามา จะโทรไปด่าเดี๋ยวนี้”
ยังไม่ทันจะเล่าจบ พลอยรดาได้ยินมาถึงตอนนี้ ก็เข้าใจว่า ชายหนุ่มที่พี่สาวไปเจอ คงไม่มีความเป็สุภาพบุรุษหรืออาจจะทำร้ายอะไรพี่สาวของเธอแน่ๆ
“ไม่อะไรหรอกรดา ก็อย่างที่คุยกันข้างล่าง เขาก็พูดจาจิกกัดพี่ แต่โชคดีที่พี่มีน้องสาวแสนจิกกัดเก่ง พี่เลยได้วิทยายุทธไป พอสู้กับเขาได้” มือบางยื่นมารูปหัวน้องสาวอย่างเอ็นดู
“นี่รดากำลังโดนชมใช่ไหมคะ จะได้ดีใจ ไม่รู้ล่ะ พี่พิมพ์จะต้องไม่ยอม ถ้าอีตาคนนั้น ชื่ออะไรนะ ”
“ว่านน้ำ” รดาลืมชื่อ
“ใช่ๆ ว่านน้ำ รดาจะจำเป็สาหร่ายทะเลอยู่เรื่อยเลย”
“เรียกเขาซะ ใครจะไปชื่อเพราะเหมือนแฟนคุณพลอยรดาล่ะคะ” คนเป็พี่แซวคนช่างติ
“พี่พิมพ์คะ อย่าเพิ่งบอกแฟนรดาเื่ที่รดาให้พี่พิมพ์ไปแต่งงานกับผู้ชายบ้านนู้นแทน แล้วก็อย่าเพิ่งบอกคุณพ่อกับคุณแม่ว่ารดามีแฟนแล้ว รดาไม่อยากให้พ่อเครียดหรือเป็กังวลกับรดา”
“พี่ว่านะ ทั้งคู่รู้อยู่แล้วว่ารดา กำลังมีความรัก ถึงได้ขึงขังไม่ยอมท่าเดียว เพียงแต่ท่านอาจจะมองว่า มันอาจเป็ความรักแบบหนุ่มสาววัยรุ่น เลยไม่ได้คาดคั้นถามความจริง”
ทั้งภาณุและเพ็ญแขดูออกว่าลูกสาวคนเล็กกำลังมีความรัก แต่สาเหตุจริงๆ ทีทั้งคู่ไม่คาดคั้น บังคับให้รดาแต่งงานกับว่านน้ำ เพราะพิมพกานต์เป็ผู้หญิงที่เรียบร้อยสมเป็กุลสตรี กริยามารยาทของเธอ จะทำให้ให้ครอบครัวของนิรุตรักเธอแน่ๆ ซึ่งตรงข้ามกับพลอยรดา ที่ทำอะไรด้วยตัวเองไม่ค่อยเป็ ขาวีน เอาแต่ใจตัวเองบางครั้ง ถ้าไปอยู่ที่อื่น มีหวังโดนส่งกลับแทบไม่ทัน
“ก็คงจริงเนาะ คุณพ่อคุณแม่รู้จักเราสองคนดีที่สุด” น้องสาวจอมโวยวายโผเข้ากอดเอวคนร่างบางที่นั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง อย่างไม่ค่อยสบายใจ
